อิสราเอล-สหรัฐสมคบ”ปล้นเงียบ”ปาเลสไตน์

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
อิสราเอล-สหรัฐสมคบ”ปล้นเงียบ”ปาเลสไตน์
วานนี้(๘กค.๖๘)นายกรัฐมนตรีอิสราเอล”เบนจามิน เนทันยาฮู”บอกประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมป์”ที่ทำเนียบขาวว่าเขาได้ส่งชื่อ”ทรัมป์”ไปชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพแล้ว
ขำไม่ออกเลยละครับ ที่ผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม(ตามที่ศาลอาญาสากลออกหมายจับ)หาญกล้าส่งชื่อ”ทรัมป์”ไป
ทั้งๆที่ชื่อเสียงตนเองเสียหายย่อยยับไปเรียบร้อยแล้วในสายตาชาวโลก ว่าคือ”จอมโหด”ไร้ความเป็นมนุษย์
กรณีสั่งโจมตีถล่มฆ่าพลเรือนชาวปาเลสไตน์ตายไปทุกวันๆ ละหลายสิบคน
หลังสุดนี่โหดเหี้ยมมากจริงๆ หลอกชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ไปรับสัมภาระช่วยเหลือจากหน่วยงานบรรเทาทุกข์เอกชนอเมริกัน-อิสราเอล เพื่อบรรเทาความอดอยากปากไหม้และความแร้นแค้น(เพราะถูกกองทัพอิสราเอลปิดกั้นพรมแดน-ปิดประตูตีแมว)
แต่แล้วก็ลอบยิงชาวปาเลสไตน์ ที่ไปรับความช่วยเหลือ ตายไปแล้วหลายสิบคน
หากสงสัยว่า(โดยไม่ได้สอบปากคำ)ว่าใครคนนั้นเป็นพลพรรคกลุ่ม”ฮามาส”เข้าไปแอบแย่งชิงอาหารและข้าวของจำเป็นอื่นๆ จากชาวบ้าน
แม้ทางกองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล(ไอดีเอฟ)แถลงปฏิเสธ แต่พนักงานแจกของด้วยกันยืนยันว่า เห็นพนักงานในหน่วยยิงชาวปาเลสไตน์ที่มารับข้าวของเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุผล
ทีนี้”ไอดีเอฟ”ก็จนแต้มสิครับ
ออกแถลงในเชิงแก้ขวย ว่าจะต้องมีอะไรผิดพลาดและจะสอบสวนหาความจริงให้ได้
แต่ก็เงียบๆ ไป ไม่มีความคืบหน้า
เรื่องความเจ้าเล่ห์แสนกลเอารัดเอาเปรียบคนนี่ ชาวยิวเขาขึ้นชื่อมาก มาแต่โบราณแล้วละครับ
ไม่เช่นนั้น”วิลเลียม เชกสเปียร์”คงไม่เขียนสะท้อนบุคลิกออกมาให้ปรากฏ ด้วยตัวละคร”ไชล็อก”ในบทละครเรื่อง The Merchant of Venice หรือ”เวนิสวาณิช” ซึ่งรัชกาลที่ ๖ ทรงแปลมาหรอกครับ
ย้อนกลับไปที่ทำเนียบขาว”เนทันยาฮู”บอกกับนักข้าวที่นั่นว่า กำลังร่วมมือกับสหรัฐที่จะหาประเทศที่ยินดีรับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาไปพำนักเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
โดยที่”ทรัมป์”ก็บอกกับนักข่าวว่า กำลังหารือกับอิหร่าน(โดยไม่ระบุว่าหารือกันในช่องทางไหน)ที่จะเอาชาวปาเลสไตน์ในกาซาไปตั้งถิ่นฐานใหม่
ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้หรือไม่เพียงไรแค่ไหน
ผมรู้มาแต่ว่า ตามข้อตกลง”อับราฮัม”ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลฝ่ายหนึ่งและรัฐอาหรับกับรัฐอิสลาม (เช่นอียิปต์,โมร็อกโก,ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ฯลฯ)อีกฝ่ายหนึ่งนั้น รัฐอิสลามที่ว่านี้จะช่วยกันรับผิดชอบ
ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องมีการแลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทนมหาศาล ที่ผมเองก็ยังมองไม่ออกครับว่ามันคืออะไรชัดๆ
นอกเหนือไปจากการค้าขายอาวุธและการลงทุน
ความคืบหน้าจัดการกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่ว่านี้ ปรากฏออกมาพร้อมกับการที่”ทรัมป”ออกข่าวอย่างสม่ำเสมอว่า ใกล้จะตกลงหยุดยิงกับกลุ่ม”ฮามาส”ได้แล้ว
ทั้งหมดนี้คือแผน”แยกปลาออกจากน้ำชัดๆ
เพราะทั้งสหรัฐและอิสราเอลตระหนักว่า ไม่สามารถกำจัดกลุ้มฮามาสได้หมดสิ้นจริงๆ
ก็เลยต้องหันมาใช้วิธีอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา
เมื่ออพยพออกไป กลุ่มฮามาสก็จะต้องอพยพตาม
คงไม่อยู่เป็นเป้านิ่งให้อิสราเอลถล่มอย่างแน่นอน
ในขณะที่ทางสำนักขาวรอยเตอร์รายงานอีกทางหนึ่ง อ้างถ้อยคำของ”เนทันยาฮู”ว่า
“ต้องการสร้างสันติภาพกับชาวปาเลสไตน์ แต่ก็เชื่อว่ารัฐปาเลสไตน์ในอนาคตจะถูกใช้เป็นฐานในการทำลายล้างอิสราเอลและด้วยเหตุผลดังกล่าวอำนาจอธิปไตยในด้านความมั่นคงจึงต้องอยู่ในมือของอิสราเอลเท่านั้น”
นี่คือหลักฐานว่าอิสราเองจะต้องผนวกฉนวนกาซา
ผมจึงตีความต่อไปว่า แผนอพยพชาวปาเลสไตน์ออกไปอยู่ในชาติต่างๆ (ซึ่งจะต้องใช้เงินมหาศาลที่สหรัฐในสมัย”ไบเดน”เตรียมไว้นั้น) หมายถึงชาวปาเลสไตน์เฉพาะในฉนวนกาซาเท่านั้น
ไม่รวมชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ด้วย
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ พื้นที่ซึ่งชาวปาเลสไตน์ที่จะตั้งอยู่เป็นชาติจริงๆ ก็จะมีแค่บางส่วนของเวสต์แบงก์ ที่รัฐบาลปาเลสไตน์ปัจจุบัน(ตัวแทนองค์กรปลดแอกปาเลสไตน์หรือ พีแอลโอ.)ตั้งอยู่(ที่เมือง”รามาลลาห์”)เท่านั้น
เพราะอีกส่วนหนึ่งของเวสต์แบงก์กำลังจะถูกผนวกเป็นของอิสราเอลเพราะทหารอิสราเอล ยังคงขับไล่ชนฆ่าฟันชนพื้นเมืองออกไป โดยไม่หยุดหย่อนในเวลานี้
ดูไปแล้วอนาคตของรัฐปาเลสไตน์ตามสูตร “ทางออกสองรัฐ”Two State Solution สำหรับชาวปาเลสไตน์นั้น ก็คือ”การถูกมัดมือชก”
ด้วยการสมคบระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐที่เข้าปล้นชาติอย่างเงียบๆและแนบเนียน
โดยที่ชาวปาเลสไตน์ ไม่มีหนทางเลือกอื่นใดอีกเลย
ช่างน่าเศร้าเสียจริงๆ







