ประวัติมนุษตชาติ (42)

ประวัติมนุษตชาติ (42)
ผู้เขียน อ.อดุลย์ มานะจิตต์
โปรดสังเกตว่า ปฏิญญาของพวกยิวไซออนิสต์ดังกล่าวทั้งหมดรวม มาตรา พร้อมข้อย่อยรวมทั้งหมดของทุกมาตราจำนวนทั้งสิ้น 219 ข้อ มาฉบับนี้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์อังกฤษ ประทับตราลงวันที่รับ ณ วันที่ 10 หาคม 1906 และหากผู้หนึ่งสงสัยว่าปฏิญญาของชาวยิวนี้เป็นเสมือน ภีร์ทางการเมืองของพวกยิวไซออนิสต์หรือไม่ ช่วงเวลาหนึ่งร้อยปีที่ผ่าน ย่อมพิสูจน์ตัวของมันเองได้เป็นอย่างดี ว่ามันเข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เรื่องราวทั้งหมดมันเข้ากันได้กับสถาน รณ์ของโลกจนถึงขณะนี้ มันเข้ากันได้จนถึงเดี๋ยวนี้ ซึ่งยังเป็นการพิสูจน์ คำพูดที่เป็นจริงของเฮนรี่ ฟอร์ด เจ้าของผู้ก่อตั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ อร์ตแห่งสหรัฐอเมริกา เช่นดังที่เขาได้เคยกล่าวถึงคำพูดเหล่านั้นไว้เมื่อ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 1921
มาบัดนี้ศาสนสถานอันสำคัญที่สุดของพระเจ้าทั้งสามแห่ง กำลังตก ในห่วงอันตรายดังที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งท่านศาสดาอิบรอฮีม และ บุตรหลานผู้เป็นศาสดาของพระเจ้าทั้งสองสายได้เพียรก่อร่างสร้างอารย กรมอันยิ่งใหญ่ของโลกมานานนับ 4,000 ปี
ที่ต้องตกอยู่ในห่วงอันตรายก็คือ เผ่ายิวที่เป็นไซออนิสต์ได้เข้ายึด ครองแผ่นดินปาเลสไตน์ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 1947 และเผ่าอาหรับ มีเชื้อสายยิวได้เข้ายึดครองแผ่นดินฮิญาซและแผ่นดินอิรักหรือแผ่นดิน บาบิโลนโบราณ ซึ่งเป็นพวกนิยมลัทธิวะฮะบีย์และลัทธิสังคมนิยมบาธตาม พับที่ยิวสร้างขึ้น ดังนั้นทั้งสามแผ่นดินที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำไนล์และแม่ ที่เฟรติส นอกจากจะมีมัสยิดทั้งสามอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีสถานที่ฝังศพ ก็เป็นฮะรอมของบรรดาศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า นับจากอาดัมศาสดา ท่านแรก จนถึงศาสนทูตองค์สุดท้ายคือ ท่านศาสดามุฮัมมัด ปรากฏอยู่ ต่อ ซึ่งป็นสถานที่ๆ พระเจ้าทรงสัญญาว่า จะตอบรับคำวิงวอนขอพรของบรรดาผู้ขอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของ 14 มะอ์ซูมีนผู้สะอาดปราศจากบาป ซึ่งฮะรอมหรือหลุมศพของมะอ์ซูมีนจำนวน 12 ท่าน ท่านหนึ่งคืออิมามที่ 8 อิมามอะลี อิบนิ มูชา อัรริฎอ ฮะรอมของท่านอยู่ ณ เมืองมัชชัด แคว้น โคราซาน ประเทศสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านติดกับประเทศอัฟกา นิสถาน ที่สหรัฐอเมริกายึดครองอยู่ในขณะนี้ และท่านที่ 14 ก็คือ อิมาม มะฮ์ดี ผู้ซึ่งอัลลอฮ์ทรงเก็บรักษาท่านไว้ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกับอีชา หรือพระเยซู ดังที่รู้จักกันว่าเป็นการหายตัวครั้งใหญ่นับแต่ปี ฮ.ศ. 329 (ค.ศ. 941) ซึ่งผู้บริสุทธิ์สะอาดหรือผู้ที่ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้วเท่านั้น ทั้งสอง ท่านนี้จะกลับคืนมาสู่โลกนี้อีก อันเป็นสัญญาณหนึ่งของวันอวสานของโลก ดังรายละเอียดที่จะนำไปกล่าวไว้ในบทสุดท้าย
แผ่นดินอีกแห่งหนึ่งถึงแม้จะไม่มีความสำคัญใดๆ ในทางศาสนา แต่ก็มีความสำคัญในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกอิสลาม ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลาง ของจักรวรรดิออตโตมานอันยิ่งใหญ่ นั้นคือประเทศตุรกีในปัจจุบัน ได้ถูก ยกให้กับกะมาล อตาเตอร์ก ซึ่งเป็นผู้ปฏิเสธพระเจ้า ดังที่ลอร์ด คินรอสส์ ได้ยืนยันไว้ในหนังสือของเขาชื่อ Ataturk The Rebirth of a Nation ลอนดอน 1965 หน้า 45 ดังมีความว่า
“นับตั้งแต่วัยเด็กมาแล้ว เขามักมีปฏิกิริยาท้าทายต่อความเชื่อและ การปฏิบัติศาสนาของมารดาของเขา เขาได้กลายเป็นผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าไป โดยไม่รู้สึกตัว….
ปัจจุบันนี้ผู้มีอำนาจปกครองรัฐตุรกีก็ได้ประกาศไว้ในรัฐธรรมนูญ ของตน ให้รัฐตุรกีปลอดจากการเป็นประเทศมุสลิม ถึงแม้จะมีประชากร ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมถึง 60 ล้านคนก็ตาม
ส่วนแผ่นดินอียิปต์ที่มีแม่น้ำไนล์ไหลผ่านนั้นเล่า! ได้กลับกลายเป็น ประเทศผู้นำของลัทธิอาหรับนิยม เมื่อ กามาล อับดุล นัสเซอร์ (นาชิร) ประธานาธิบดีคนแรกของโลกอาหรับพร้อมพันธมิตรชาวยิวและชาวคริสต์
เป็นชาวอาหรับ จึงร่วมกันจัดตั้งสันนิบาตอาหรับซึ่งมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น ประเทศ ที่เป็นศัตรูอย่างร้ายกาจกับขบวนการนิยมอิสลาม เช่น ขบวน รอิควาน อัล มุสลิมูน ของฮาซัน อัล บันนา และซัยยิดคุตุบ ซึ่งตัวเขา และสมาชิกของเขาถูกฆ่าสังหารชีวิตลงนับเป็นจำนวนหมื่นๆ คน และยัง คงถูกจองจำอยู่ในคุกมืดอีกนับจำนวนพันๆ คนจนถึงปัจจุบัน ยังคงมีอีกแผ่นดินหนึ่งที่ไม่อาจงดเว้นจากการกล่าวถึงได้ ซึ่งตั้งอยู่ 22
ทิศตะวันออกของมัสยิดทั้งสามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า นั้นคือแผ่นดิน เปอร์เซีย อันกว้างใหญ่ไพศาล และเป็นดินแดนแห่งจักรวรรดิโบราณแห่ง นึ่งของโลกนานนับสองพันห้าร้อยปี ซึ่งได้เคยแผ่อำนาจไปครอบครองนคร ชาเล็มและนครบาบิโลน และเป็นผู้ปลดปล่อยให้ชาวยิวที่ถูกต้อนไปเป็น เลยนับหมื่นๆ คน ณ นครบาบิโลน ได้เดินทางกลับคืนสู่ภูเขาไซออนอัน อาที่สิทธิ์ของตน จนกลายเป็นที่มาของขบวนการไซออนิสต์ในปัจจุบัน ซึ่ง ขณะที่ราชวงศ์ปาห์ลาวี (1925-1979) มีอำนาจปกครองอิหร่านอยู่นั้น อยเฉพาะในรัชสมัยของมุฮัมมัด ชาห์ ปาห์ลาวี ซึ่งตั้งตนขึ้นเป็นชาห์ เฮน กา หรือกษัตริย์เหนือกษัตริย์ พวกยิวไซออนิสต์ได้ใช้กรุงเตห์รานเป็นฐาน ก่อสร้างศาสนาใหม่ๆ ขึ้นมา เช่นลัทธิบาไฮ โดยมีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ ณ เมืองไฮฟา อิสราเอล อาศัยศาสนาจอมปลอมและศาสดาจอมปลอมเป็น สื่อคลุม เพื่อการจัดตั้งรังจารกรรมขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุม ปทั่วประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง ผู้สนใจที่จะเยี่ยมชมรังจารกรรม ที่นับว่าทันสมัยที่สุดในยุคนั้น สามารถ สามารถชมได้ที่กรุงเตหราน ซึ่งจัดเป็นรูป นิทรรศการไว้อย่างละเอียด
ฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การยึดครองศาสนสถานทั้งสามแห่งและ แผ่นดินของอิสลาม ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุในช่วงก่อนการปฏิวัติ สลามในอิหร่านนั้น ทำให้ท ทำให้พญามารมีความเข้มแข็งสมบูรณ์ มีเขี้ยวเล็บ เหลมคม โดยตั้งกองบัญชาการไว้ ณ กรุงเตหราน จึงถือได้ว่าปลอดภัย
ฐานของรัฐธรรมนูญของพวกเขาสั่นสะเทือน เยอรมันเองถึงแม้จะมีอำนาจ ปรากฏอยู่ก็ไม่ได้รับการยกเว้นไปจากกฎเกณฑ์นี้ ในสภาพทางเศรษฐกิจ อังกฤษและเยอรมันถูกเว้นไว้ไม่ให้โค่นทำลาย แต่เพียงเมื่อถึงวาระที่ เขียถูกพิชิต งูตัวนี้ก็จะเสร็จภารกิจ ซึ่งในขณะนี้ (นั้นคือปี 1905) ความ พยายามทั้งหมดของมันต่างมุ่งมั่นทุ่มเทไปสู่การนี้ ทางที่มันจะเลื้อยต่อไป ไม่ได้แสดงไว้ในแผนที่นี้ แต่มีลูกศรชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวในขั้นต่อไป โดยมุ่งสู่มอสโก เคียฟ และโอเสซา
แต่มาบัดนี้เป็นที่กระจ่างชัดแก่เราแล้วว่า ขอบเขตขนาดไหนที่เมือง ต่างๆ ดังกล่าวถึงในตอนหลังนั้น ก่อตัวขึ้นเป็นศูนย์กลางของกองทัพแห่ง เผ่าพันธุ์ยิวอย่างไร นั้นคือหลังจากการปฏิวัติบอลเชวิค ชาวยิวได้เข้ายึด ครองกลไกการปกครองจากตำแหน่งสำคัญๆ ในคณะรัฐบาลใหม่ 566 ตำแหน่งนั้น 457 ตำแหน่งอยู่ในมือของยิว คอนแสตนติโนเปิลถูกแสดง ให้เห็นเป็นขั้นตอนสุดท้ายของทิศทางที่มะโรงตัวนี้จะเลื้อยไป ก่อนที่มัน จะไปถึงนครเยรูซาเล็ม (แผ่นที่นี้เขียนขึ้นก่อนเกิดเหตุการณ์ของพวก ยัง ตอร์ก ซึ่งก็คือการปฏิวัติในตุรกีที่พวกยิววางแผนไว้)
เป็นจริงดังที่พวกยิวไซออนิสต์ฝันไว้ว่า เหลือเพียงอีกสองสามก้าว พวกเขาก็สามารถยึดครองโลกได้แล้ว ความจริงนี้ปรากฏให้เห็นได้ชัดเจน เมื่อจักรวรรดิออตโตมานล่มสลายลงในต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอาหรับตก อยู่ในวงล้อมของลัทธิเผด็จการ สมบูรณาญาสิทธิราช และลัทธิเผ่าพันธุ์ อาหรับนิยม จักรวรรดิเปอร์เซียโบราณกลายเป็นมหาอำนาจทางการทหาร ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ภายใต้การควบคุมอย่างแน่นหนาของรัง จารกรรมอันทันสมัยของพวกยิวไซออนิสต์
ในขณะเดียวกันกับที่ขบวนการต่างๆ เพื่อการปลดปล่อยแผ่นดิน โสลามที่ถูกยึดครอง ทั้งในดินแดนตุรกี อาหรับและในอิหร่าน ถูกปราบ เรามลงอย่างหนักจนเกือบจะสูญสิ้น เมื่ออียิปต์ อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา
ฐานของรัฐธรรมนูญของพวกเขาสั่นสะเทือน เยอรมันเองถึงแม้จะมีอำนาจ รากฏอยู่ก็ไม่ได้รับการยกเว้นไปจากกฎเกณฑ์นี้ ในสภาพทางเศรษฐกิจ อังกฤษและเยอรมันถูกเว้นไว้ไม่ให้โค่นทำลาย แต่เพียงเมื่อถึงวาระที่ เชียถูกพิชิต งูตัวนี้ก็จะเสร็จภารกิจ ซึ่งในขณะนี้ (นั้นคือปี 1905) ความ พยายามทั้งหมดของมันต่างมุ่งมั่นทุ่มเทไปสู่การนี้ ทางที่มันจะเลื้อยต่อไป ได้แสดงไว้ในแผนที่นี้ แต่มีลูกศรชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวในขั้นต่อไป โดยมุ่งสู่มอสโก เคียฟ และโอเสซา
แต่มาบัดนี้เป็นที่กระจ่างชัดแก่เราแล้วว่า ขอบเขตขนาดไหนที่เมือง ต่างๆ ดังกล่าวถึงในตอนหลังนั้น ก่อตัวขึ้นเป็นศูนย์กลางของกองทัพแห่ง สมาพันธุ์ยิวอย่างไร นั้นคือหลังจากการปฏิวัติบอลเชวิค ชาวยิวได้เข้ายึด ของกลไกการปกครองจากตำแหน่งสำคัญๆ ในคณะรัฐบาลใหม่ 566 ตำแหน่งนั้น 457 ตำแหน่งอยู่ในมือของยิว คอนแสตนติโนเปิลถูกแสดง มีให้เห็นเป็นขั้นตอนสุดท้ายของทิศทางที่มะโรงตัวนี้จะเลื้อยไป ก่อนที่มัน จะไปถึงนครเยรูซาเล็ม (แผ่นที่นี้เขียนขึ้นก่อนเกิดเหตุการณ์ของพวก “ยัง เตอร์ก” ซึ่งก็คือการปฏิวัติในตุรกีที่พวกยิววางแผนไว้)
เป็นจริงดังที่พวกยิวไซออนิสต์ฝันไว้ว่า เหลือเพียงอีกสองสามก้าว พวกเขาก็สามารถยึดครองโลกได้แล้ว ความจริงนี้ปรากฏให้เห็นได้ชัดเจน เมื่อจักรวรรดิออตโตมานล่มสลายลงในต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอาหรับตก อยู่ในวงล้อมของลัทธิเผด็จการ สมบูรณาญาสิทธิราช และลัทธิเผ่าพันธุ์ อาหรับนิยม จักรวรรดิเปอร์เซียโบราณกลายเป็นมหาอำนาจทางการทหาร ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ภายใต้การควบคุมอย่างแน่นหนาของรัง จารกรรมอันทันสมัยของพวกยิวไซออนิสต์
ในขณะเดียวกันกับที่ขบวนการต่างๆ เพื่อการปลดปล่อยแผ่นดิน อิสลามที่ถูกยึดครอง ทั้งในดินแดนตุรกี อาหรับและในอิหร่าน ถูกปราบ ปรามลงอย่างหนักจนเกือบจะสูญสิ้น เมื่ออียิปต์ อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา



