วอนร่วมมือสกัด”โควิด 19”อย่างจริงจัง

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
วอนร่วมมือสกัด”โควิด 19”อย่างจริงจัง
สถานการณ์ติดโรค”โควิด 19” ในเมืองไทยบ้านเรา เข้าสู่ระยะที่ ๓ เรียบร้อยแล้ว คราวนี้มันมาอย่างมหาศาลจริงๆ อย่าทำเป็นเล่นไป
ทั้งนี้ จากกรณียอดติดเชื้อพรวดพราดขึ้นเป็นกว่าสองเท่าตัว ตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๔ เป็นต้นมา นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตกใจยิ่ง
โดยมีสาเหตุแพร่มาจากสถานบันเทิงย่านซอยทองหล่อ,ซอยเอกมัยและจตุจักร ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นที่ชุมนุมของบรรดา”นักเที่ยว”ที่มาจากหลากหลายพื้นที่
สถาที่บันเทิงเลยกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อน ที่เรียกกันว่า“คลัสเตอร์” เพราะมีการล่วงละเมิดมาตรการคุมเข้ม(รักษาความห่าง-ล้างหัตถ์-รัดหน้ากาก) เมื่ออนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์(”น้ำเปลี่ยนพฤติกรรม”) หมายผ่อนปรนให้ได้ประกอบธุรกิจ หวังผลักดันกลไกเศรษฐกิจให้ขยับตัวเคลื่อนไหว เพื่อสร้างรายได้และสร้างงาน
จากนั้น”โควิด 19”ก็แพร่ระบาดไปแทบจะทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว แม้หลังสุด จะมีสองจังหวัดภาคใต้(จำไม่ได้)ที่ยังปลอดการติดเชื้ออยู่ แต่ก็คาดว่ายากที่จะรอด เพราะเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ ติดต่อได้ง่ายมาก
ไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์นี้ เรียกว่า UK Variant มาจากอังกฤษ (ซึ่งศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกเชื่อว่าเชื้อแพร่ผ่านมาจากกัมพูชา) ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิม ๑.๗ เท่าตัว
แต่ที่แย่มากๆ ก็คือ อาการติดเชื้อจากสายพันธุ์ใหม่สังเกตเห็นได้ยาก เพราะผู้ที่ติดเชื้อไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่ปรากฏอาการชัดเจน
ลองมาพิจารณาสถิติการติดเชื้อรายวันทั่วประเทศ อันเป็นตัวเลขล่าสุดดู
ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้
วันที่ ๒ – ๕๘
วันที่ ๓ – ๘๔
วันที่ ๔ – ๙๖
วันที่ ๕ – ๑๙๔
วันที่ ๖ – ๒๕๐
วันที่ ๗ – ๓๓๔
วันที่ ๘ – ๔๐๕
วันที่ ๙ – ๕๕๙
วันที่ ๑๐-๗๘๙
วันที่ ๑๑-๙๖๗
วันที่ ๑๒-๙๘๕
วันที่ ๑๓-๙๖๕
วันที่ ๑๔-๑,๓๓๕
จะพบว่า อัตราติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันเป็นสองเท่าตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายนเป็นต้นมาและยังคงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่หยุด นับแต่การแพร่ระบาดใหญ่ที่เป็นข่าวดังมาจากสถานที่บันเทิงย่านสุขุมวิท ที่ว่ากันว่ามีรัฐมนตรี”โคจร”ไปเที่ยวที่นั่นอย่างน้อยสองนาย….ยังไงล่ะ
จึงมีการประเมินไว้แล้วล่วงหน้าว่า หากอัตราการติดเชื้อแพร่ขยายตัว ยังคงเป็นอยู่อย่างนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอาจสูงขึ้นถึงวันละกว่า ๒๘,๐๐๐ คนในที่สุด ภายในสิ้นเดือนหน้า(พฤษภาคม)
คำถามก็คือ จะเอาเตียงและและบุคลากรทางการแพทย์ที่ไหนมาดูแลรักษา
เมื่อถึงเวลานั้น คงจะต้องปล่อยให้เป็นไปเลยตามเลย แล้วแต่สถานการณ์จะเป็นไป เพราะทุกวันนี้บุคลากรทางแพทย์ ก็เหนื่อยล้า แทบจะรับมือไม่ไหวแล้ว
ผลที่เกิดตามมาจะเป็นอย่างไร
ตอบว่า คงจะต้องเป็นไปอย่างโปแลนด์และยูเครน(๒๑,๒๘๓ รายและ๑๔,๕๕๓ รายตามลำดับ / ตัวเลขติดเชื้อใหม่เฉพาะวันที่ ๑๔ เมษายน)กระมัง
เป็นสภาวะที่คุมไม่ได้ แล้วแต่”กรรมจะกำหนด” หรือ”ธรรมชาติจะกรุณา”หรือถ้าพูดในฐานะคนที่มีศรัทธา“ก็แล้วพระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรด”
สภาวะการแพร่ระบาดที่รวดเร็วดังกล่าวนี้ ทำให้ตัวเลขการแพร่ระบาด ณ วันนี้ (๑๔ เมษายน) มีผู้ติดเชื้อสะสมจากทั่วโลกรวมแล้ว ๑๓๘,๔๙๙,๔๔๗ รายและเสียชีวิตสะสมที่ ๒,๙๗๔,๔๖๙ ราย
สภาพการณ์ดังกล่าว เกิดจากความไม่พร้อมรับมือ(บราซิล)หรือพร้อมรับมือแต่ประมาท(สหรัฐและอังกฤษ) หรือไร้ระเบียบวินัย(สหรัฐ)
ฉะนั้น “ความไร้ระเบียบวินัย” คือปัญหาสำคัญแม้แต่ไทยเรา ซึ่งมีการเตรียมรับมือไว้อย่างดี มีทุกอย่างพร้อม แต่ในที่สุดแล้ว ก็มาพ่ายแพ้ต่อการขาดระเบียบวินัยที่ดี ที่เข้มข้น นั่นเอง
มาตรการที่ประกาศกักกันตัวใน ๔๒ จังหวัด จะได้ผลเพียงไหน ผมไม่เชื่อว่าจะได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลเองสมควรเฝ้าประเมินติดตามอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้จังหวัดจัดการฝ่ายเดียว
ข้อสังเกตคือ ความไม่เชื่อฟังคำแนะนำด้านอนามัยของชาวบ้าน ที่ไม่ประพฤติปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รักสนุกและรักสบาย ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย คือตัวการปัญหา
ก็ได้เห็นตัวอย่างแล้วในกรณีไม่ยอมละเลิกใน”อบายมุข”ไม่พยายามหลีกเลี่ยง การไปสถานที่”อโคจร” เช่น สถานบันเทิงและบ่อนกาสิโน
ที่นี้พอโอกาสอำนวย ได้”น้ำเมา”เติมแต่ง ก็เลยเถิด”เพริด”กันไปใหญ่ จากนี้ไป ไม่ว่าอะไรก็ทำได้หมด
หรือแหล่งไหน ควรไป ไม่ควรไป ควรกักตัวอยู่กับบ้าน ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ก็ไม่พิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่ยับยั้งชั่งใจ
เอาแต่”ดื้อตาใส”กระทำตามแต่จะพอใจ เช่น การเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ แม้จะต้องเจอะเจอกับผู้คนเป็นจำนวนมาก ยากที่จะเลี่ยงการติดต่อสัมผัส แม้รู้ว่าเสี่ยงต่อการติดโรค
เทวดาจำพวกนี้หาได้สนใจไม่
จนอยากจะสาบแช่งขอให้”ตายห่..กันให้หมด” ก็จะไร้เมตตาเกินไป
วันนี้ ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความคับข้องใจอย่างยิ่งครับ
คับข้องใจที่ฝ่ายรัฐเขาก็ทำดีแล้ว ในสภาวะที่เป็นอยู่ แม้จะไม่ดีที่สุด
แต่ข้างประชาชน แทนที่จะร่วมมือร่วมใจ อดทนกันสักอีกระยะสองระยะ อาจจะเป็นเดือน เป็นปี เพื่อช่วยกัน รักษาความปลอดภัยส่วนรวมภายในชาติเอาไว้ กลับทำในทางตรงกันข้าม
เมื่อยังมีผู้ล่วงละเมิด ความฉิบหายวายป่วง ก็พากันมาเยือนสิครับ
การเขียนคราวนี้ ก็เพื่อใคร่วิงวอน ขอร้องมายังท่านทั้งหลาย ได้โปรดใช้ความเป็น”วิญญูชน” ให้ความร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียง ในการช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของ”โควิด 19” อย่างเคร่งครัดเถิด
พวกที่ชอบก่อความวุ่นวาย ด้วยการเรียกร้องชุมนุม(อันเอื้อต่อการติดเชื้อ)ในประการต่างๆ ก็เพลาๆ ลงเสียบ้าง เถิดพ่อคุณแม่คุณ หยุดไว้เสียก่อน ก็จะดีมาก
ผมเองก็ทำได้ ก็เพียงแค่นี้ เท่านั้น
ขอให้ทุกคนได้อยู่รอดปลอดภัย ในวาระปีใหม่ไทย
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ / สวัสดีวันสงกรานต์ครับ







