ชาวกาซาถูกต้อนเข้าค่ายกักกัน
BBC
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ชาวกาซาถูกต้อนเข้าค่ายกักกัน
ผมยังคงติดตามรายงานข่าวชาตากรรมของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาต่อไปเช่นเคย ตามที่ถนัดนะครับ
เนื่องจากมีประเด็นพิเศษที่จะต้องจับตาดู นั่นคือปัญหามนุษยธรรมที่อิสราเอลปฏิบัติ”เยี่ยงสัตว์”ต่อชาวปาเลสไตน์ ทั้งในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ชนิดที่ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน
คือยังคงถูกกดดันให้อดอยากปากไหม้และถูกฆ่า(รวมทั้งการยิงทิ้ง)ไป โดยไม่ยั้ง วันละหลายสิบคน
จนกระทั่งตอนนี้มีแนวโน้มชัดขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว
ที่กล่าวเช่นนี้ จะเกินจริงไปหรือไม่ เพราะ ยังจะมีการกระทำอื่นๆ ตามมา ที่จะต้องพิจารณาต่อ ในลักษณะที่ทำให้ต้องหวั่นใจว่า
สักวันหนึ่ง ไม่แน่ว่าชาวปาเลสไตน์จะถูกจับเข้าค่ายกักกันที่เรียกว่า Concentration camp
แบบเดียวกันกับที่ชาวยิวถูกกองทัพนาซีจับเข้าค่าย ก่อนจะถูกรมด้วยแก๊ซเป็นการสังหารหมู่โหดเหี้ยมและเลือดเย็น ที่โลกลืมไม่ได้
ในเหตุการณ์ซึ่งเรียกว่า”โฮโลคอสต์”
“ฮอโลคอสต์” Holocost หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “โชอาห์” Shoah เป็นพันธุฆาตระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งนาซีเยอรมนีและผู้ให้การสนับสนุนท้องถิ่น ฆ่ายิวในทวีปยุโรปประมาณหกล้านคนอย่างเป็นระบบ คิดเป็น ๒ ใน ๓ ของประชากรยิวในยุโรประหว่างปี ๑๙๔๑- ๑๙๔๕ (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
ก็ได้แต่หวังว่าทหารไอดีเอฟ ของอิสราเอล จะยังไม่ลงมือโหดถึงขนาดนั้น
และถ้าทำ ชาวโลกคงจะต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน
ข้อเท็จจริงในตอนนี้ก็คือ :-
เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ มีรายงานข่าวว่า อิสราเอลกำลังเร่งมือรื้อถอนบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างในเขตปกครองเมือง”ราฟะห์”ด้านใต้ของฉนวนกาซาใต้ติดกับพรมแดนอียิปต์ เป็นที่น่าสังเกต
ในขณะที่กระทรวงกลาโหมอิสราเอลแถลงว่า มีแผนที่จะอพยพชาวกาซาราว ๖๐๐,๐๐๐ คน
ซึ่งนักสังเกตการณ์เชื่อว่าน่าจะเอาไปอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ของฉนวนกาซา อันเป็นที่มาของข่าวที่ว่าน่าจะหมายถึงค่ายกักกันนั่นเอง
ต่อมาสำนักงานตรวจสอบ”ซานาด”อ้างภาพดาวเทียมถ่ายจากอากาศระบุว่าเมื่อ ๔ กค.๒๐๒๕ การรื้อถอนตึกรามบ้านช่องในเมือง”ราฟะห์”ซึ่งที่เดิมทีรื้อถอนไปแล้ว จาก ๑๕,๘๘๐ หน่วย(ตั้งแต่ ๒ เมย.๒๐๒๕) เพิ่มเป็น ๒๘,๖๐๐ หน่วยแล้ว
ทั้งนี้ จากศูนย์ข้อมูลดาวเทียมของสหประชาชาติ NUOST
นั่นก็หมายความว่า ระหว่างต้นเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม มีตึกรามบ้านช่องถูกทำลายไปแล้วราว ๑๒,๘๐๐ หน่วย นับแต่เมือง”ราฟะห์”ถูกถล่มโจมตีครั้งใหม่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ในการนี้ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลคือ”อิสราเอล คาตซ์”บอกผู้สื่อข่าวว่าเริ่มแรกจะอพยพชาวปาเลสไตน์ ๖๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งขณะนี้พำนักชั่วคราว ณ ชายฝั่ง”มาซาวี”(ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)ไปยัง”ราฟะห์”
โดยจะเข้าไปอยู่อาศัยในเมือง”มนุษยธรรมแห่งใหม่”หลังจากที่มีการตกลงหยุดยิงชั่วคราว ๖๐ วันได้สำเร็จ
ทีนี้มาพูดถึงการเจรจาตกลงหยุดยิง(ที่ผ่านตัวกลางการเจรจาคือ”กาตาร์”)ระหว่าง”อิสราเอล”กับ”ฮามาส”ที่พยายามกระมาแล้วสองสัปดาห์นั้น
หลังสุดขณะที่เขียนเรื่องนี้ ก็มีข่าวว่าสะดุดหยุดลงอีกแล้ว เพราะยอมรับเงื่อนไขกันไม่ได้แน่ชัด ในประเด็นปล่อยตัวประกันที่”ฮาสมาส”จับไปตั้งแต่ ๗ ตค.๖๖ ซึ่งเชื่อว่าเฉพาะที่ยังมีชีวิตอยู่ขณะนี้มีอยู่ที่ราว ๒๐ รายเท่านั้น(จากเดิมที่เชื่อว่ามีเหลืออยู่ ๕๐ ราย)
”คาตส์”ยังบอกด้วยว่า ชาวปาเลสไตน์ที่เหลือนอกจากนั้น อีกราว ๒ล้านคน(จากทั้งหมดราว ๒ ล้าน ๕ แสนคน)จะถูกกวาดต้อนมาอยู่ในภาคใต้ของฉนวนกาซาด้วย
ทั้งหมดนี้ นับว่าเข้าแผนตาม”ข้อตกลงอัมราฮัม”Abraham Accords ที่สหรัฐและอิสราเอลฝ่ายหนึ่ง กับชาติอาหรับและชาติมุสลิมฝ่ายหนึ่ง ได้ตกลงกันไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร
แต่ก็บ่งบอกชัดๆ ว่าอิสราเองคงจะต้องยึดครองฉนวนกาซาภาคเหนือและภาคกลางไว้เป็นการถาวร เผลอๆ และก็จะผนวกเข้าเป็นของอิสราเอลไปเสียเลย
ในที่สุด ความเป็นชาติของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา จะเป็นเช่นไร นั้น ยังไม่มีใครบอกได้ชัดๆครับ
แม้ว่าสหรัฐเองจะยืนยันตลอดมามาว่าจะสนับสนุน”ทางออกสองรัฐ” หรือ Two States Solution
จบแค่นี้ละครับ








