เเม่ชีเทเรซา

เเม่ชีเทเรซา
เรามีตัวอย่างของความเป็นผู้นำแบบอยู่เหนือตัวเอง และความเป็นผู้นำเเบบรับใช้ที่น่าสนใจต่อไปนี้ :
*เนลสัน มาเดลลา เป็นผู้นำแบบอยู่เหนือตัวเอง หมายความว่าเขาไปเลยพ้นผลประโยชน์ส่วนบุคคล และนำด้วยวิสัยทัศน์มุ่งหมายที่จะบรรลุเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ต่อมนุษยชาติ โดยการเอาชนะการแบ่งแยกทางสังคมที่ฝังลึกเหมือนเช่นการแบ่งเเยกสีผิวภายในอัฟริกาใต้ การแสดงความผูกพันต่อความมุ่งหมายที่สูง บันดาลใจบุคคลอื่นสูงขึ้นไปจากข้อจำกัดของพวกเขาเอง และทำงานไปสู่สังคมที่ยุติธรรมมากขึ้น ความเป็นผู้นำของเขาได้ข้ามพ้น พรมแดนของผลประโยชน์ส่วนตัว และมุ่งเป้าหมายที่กว้างขึ้นและรวมกันเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น เขาเดินตามเครื่องมือของมหาตมะ คานธี ของความไม่รุนเเรงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง ต่อสู้การเหยียดเชื้อชาติภายในอัฟริกาใต้ ความเป็นผู้นำของเขาไปเลยพ้นผลประโยชน์หรืออำนาจส่วนบุคคลและได้มุ่งความมุ่งหมายที่สูงขึ้นของความเสมอภาคทางเชื้อชาติ และความยุติธรรมทางสังคมภายในอัฟริกาใต้ บันดาลใจบุคคลอื่นที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ร่วม ข้ามพ้นผลประโยชน์ตัวเองของพวกเขาบ่อยครั้งมันผ่านทางการกระทำของการให้อภัยและการประนีประนอม การนำด้วยความผูกพันอย่างลึกซึ้ง ต่อผลประโยชน์สุขของบุคคลส่วนใหญ่ ความเป็นผู้นำของ เนลสัน มาเดลลา แสดงคุณลักษณะโดยค่านิยมไม่สั่นคลอน วินัยด้วยตนเอง และความเชื่อมั่น เขาได้ถูกรู้จักกันต่อความสามารถของเขาที่จะยืดหยุ่น และพบกับศัตรูของเขาด้วยรอยยิ้ม เขาจะ
ผูกพันต่อความไม่รุนเเรง การประนีประนอม และความสามัคคีทางเชื้อชาติ เนลสัน มาเดลลา ได้แสดงความยืดหยุ่น และวิสัยทัศน์เพื่อประเทศ ตรงที่บุคคลทุกคนถูกปฏิบัติอย่างเสมอภาค ความเป็นผู้นำของเนลสัน มาเดลลาฝังรากภายในค่านิยม และความมุ่งหมายที่สูง ไม่ใช่อัตตาและความทะเยอทะยานส่วนบุคคล เขาจะเชื่อภายในอำนาจของการให้อภัย และเเสวงหาที่จะสร้างยุคใหม่ของความสามัคคีทางเชื้อชาติ เขาได้ถูกจูงใจที่จะสร้่างผลกระทบที่มีความหมายต่อบุคคลของเขา ชุมชน และสิ่งเเวดล้อม
*แม่ชีเทเรซา เป็นตัวอย่างของผู้นำแบบอยู่เหนือตัวเอง เพราะว่าเธอได้เสียสละอัตตาของเธอรับใช้ความมุ่งหมายที่สูงขึ้น ความเป็นผู้นำของเธอได้แสดงคุณลักษณะโดยความถ่อมตัว ความเห็นอกเห็นใจ และความผูกพันต่อความยุติธรรม และเธอได้ถูกพิจารณาเป็นโมเดลของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ เเม่ชีเทเรซารู้จักกันต่อบริการไร้ความเห็นแกตัวของเธอต่อคนยากจนที่สุดของคนยากจน การบันดาลใจผู้ตามของเธอบรรลุภารกิจขององค์การของเธอ องค์การศาสนา ที่จะช่วยเหลือคนยากจน คนเจ็บป่วย คนใกล้จะตาย ทั่วโลก แม่ชีเทเรซา จูงใจบุคคลให้วางเป้าหมายของกลุ่มก่อนเป้าหมายของพวกเขาเอง เธอสามารถบันดาลใจบุคคลอื่น ผ่านทางความรัก ความถ่อมตัว และความเห็นอกเห็นใจเธอเป็นผู้นำที่มีบารมีบันดาลใจบุคคลให้ช่วยเหลือ
บุคคลอื่นโดยไม่มองถึงฐานะหรือเชี้อชาติ ความเป็นผู้นำของเธอ ครั้งหนึ่งแม่ชี เทเรซา ถูกถามโดยนักข่าวทำไมเธอทำอะไรที่เธอทำอยู่ นั่นคือ เธอสามารถรับเอาคนยากจนกำลังจะตายจากถนนของกัลกัตตาอย่างไร และ พยาบาลและรักพวกเขาการตอบสนองของเธอได้สะท้อนความรู้ตัวเองที่ลึกซึ้งของเธอ ฉันรับรู้มายาวนานแล้วที่ฉันมีฮิตเลอร์ภายในฉัน การับรู้นี้ได้กลายเป็นรากฐานของการอยู่เหนือตัวเองของเธอ และความศักดิ์สิทธิ์เของเธอ มันได้เสนอเเนะว่าลัทธินาซีเป็นสิ่งล่อใจที่สามารถเอาชนะ โดยการช่วยเหลือด้วยสวัสดิการโดยโดยทั่วไป มันได้สะท้อนการรับรู้ของเธอว่าเธอจะมีฮิตเลอร์ข้างในเธอ กลายเป็นรากฐานเพื่อการอยู่เหนือตัวเองและความศักดิ์สิทธิ์
*มหาตมะ คานธี เเสดงความเป็นผู้นำเลยพ้นผลประโยชน์และอำนาจส่วนบุคคล การมุ่งความมุ่งหมายที่สูงขึ้น บันดาลใจบุคคลอื่น บรรลุการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทางบวก ผ่านหลักการของความไม่รุนแรง ความเห็นอกเห็นใจ และการรับใช้ชุมชน เขาได้นำขบวนการอิสรภาพของอินเดีย ผ่านการต่อต้านไม่ใช้ความรุนแรง การให้ความสำคัญต่อความจริงและความซื่อสัตย์ เขาเป็นผู้นำแบบรับใช้สนับสนุนสิทธิพลเมืองของชาวอินเดีย และได้แสดงความเข้าอกเข้าใจชาวอินเดีย ชาวมุสลิม และชาวฮืนดู
ความเป็นผู้นำของมหาตมะ คานธี ถูกขับเคลื่อนโดยความเชื่อที่เข้มแข็งภายในการบรรลุความยุติธรรม และความเสมอภาคต่อชาวอินเดียทุกคน ไม่ใช่อำนาจส่วนบุคคล มหาตมะ คานธี ผูกพันกับความไม่รุนแรงภายในชีวิตและความเป็นผู้นำของเขา และเชื่อว่าอำนาจของจิตใจมีพลังมากกว่าอำนาจของอาวุธ เขาใช้การต่อต้านที่ไม่รุนแรง เช่นความรวดเร็ว เดินตามเป้าหมายของเขาเขามุ่งที่การให้อำนาจบุคคล ไม่ใช่การเข้ายึดอำนาจ เขาจะรับฟังอย่างจริงจังต่อบุคคลรอบตัวเขา ช่วยเหลือพวกเขาให้รับผิดชอบชีวิตของพวกเขา มหาตมะ คานธีดำรงชีวิตอยู่อย่างถ่อมตัว การหลีกเลี่ยงความหรูหราทางวัตถุและใส่เสื้อผ้าอย่างเรียบง่าย วิถีทางชีวิตที่ถ่อมตัวของเขาได้ช่วยเหลือให้เขาได้ความไว้วางใจของบุคคล
*มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ถูกพิจาณาเป็นตัวอย่างของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ ความเป็นผู้นำของเขาได้เเสดงคุณลักษณะโดยความสามารถของเขาที่จะบันดาลใดบุคคลอื่นเชื่อภายในวิสัยทัศน์เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเขาท้าทายสถานภาพเดิมของการแบ่งเเยกเชื้อชาติ และความไม่ยุติธรรม เขาจะเป็นผู้มีอิทธิพลที่สำคัญต่อรุ่นภายหลัง เขาเป็นผู้นำที่รับใช้บุคคลอื่น รับรู้ความสำเร็จของพวกเขา และให้อำนาจพวกเขา เขาเป็นแท้จริง และผูกพันต่อค่านิยมของเขา และเขานำโดยตัวอย่างมาร์ติน ลูเธอร์ คิง สามารถปฏิรูปบรรทัดฐานทางลบ ไปสู่การเคลื่อนไหวที่มีพลัง เขากล้าหาญ และได้เสียสละตัวเองภายในการเผขิญกับความยากลำบาก และมุ่งมั่นที่จะบรรลุความสำเร็จ ภายในการเผชิญกับความเกลียดและอันตราย เขามาจากระดับรากหญ้าและเดินขบวนด้วยผู้สนับสนุนของเขามาร์ติน ลูเธอร์ คิงเชื่อว่าบุคคลควรจะพัฒนามุมมองโลกเเละความจงรักภักดี ข้ามพ้นเชื้อชาติ เผ่า ชนชั้น และประเทศ เขาได้ฝันถึงชุมชนโลก ตรงที่การเหยียดเชื้อชาติ การเลือกปฏิบัติ ความคลั่งศาสนา และความ
อคติจะถูกทดแทนโดนจิตวิญญานที่รวมทุกอย่างของความเป็นพีน้องกัน นำการเรียกร้องสิทธิพลเมือง ด้วยวิถีทางบนการต่อต้านที่ไม่ใช้ความรุนเเรง เขาเป็นผู้นำแบบรับใช้ที่มุ่งการไม่แบ่งเเยกและผลกระทบทางสังคม ถ้อยคำและการกระทำของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เช่น ผมมีความฝัน ของเขาสร้างใหม่สภาพแวดล้อมของสิทธิพลเมืองภายในอเมริกา ทิ้งไว้ข้างหลังมรดกของความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ ความยุติธรรมเขาได้บันดาลใจและจูงใจบุคคลอื่นเชื่อภายในอนาคตที่ดีกว่า ผมมีความฝัน โดยมาร์ติน ลูเธอร์ คิง อ้างถึงคำปราศัยที่มีพลัง ตรงที่เขาได้ฝันอเมริกาในอนาคต ตรงที่ความเสมอภาคทางเชื้อชาติดำรงอยู่ ตรงที่บุคคลไม่ได้ถูกพิจารณาโดยสีผิวของเขา แต่โดยเนื้อหาของคุณสมบัติของพวกเขา และตรงที่ประชาชนทุกคนไม่มองเชื้อขาติ สามารถมีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสามัคคีและเสรีภาพ การเรียกร้องต่อการสิ้นสุดของการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติ ผ่านวิถีทางความไม่รุนแรง
*ดาไล ลามะ ได้กล่าวว่าการอยู่เหนือเป็นวิถีทางที่จะฝึกอบรมจิตใจไปถึงระดับที่สูงของจิตสำนึก ท่านเชื่อว่ามันสามารถช่วยเหลือบุคคลได้ ข้ามพ้นความห่วงอัตตา ค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า และรักษาระดับใหม่ของจิตสำนึกให้ยั่งยืน ดาไล ลามะ ได้เสนอแนะว่า บุคคลสามารถต่อสู้กับอารมณ์ทางลบ เช่น ความโกรธ ความเกลียด และความกลัว โดยปลูกฝังอารมณ์ทางบวก เช่น ความเห็นอกเห็นใจ ความรัก และความอดทน ดาไล ลามะ ได้อธิบายการสวดมนต์เท่านั้นไม่เพียงพอที่จะเคลื่อนเราให้เลยพ้นอารมณ์ทางลบ เราต้องฝึกอบรมตัวเราเองที่จะรักษาประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ดีที่สุดให้ยั่งยืนการอยู่เหนือตัวเองเป็นความคิดของสูงขึ้นไปจากตัวเอง และเชื่อมโยงต่อบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า เช่น ธรรมชาติ จักรวาล หรือบุคคลอื่น มันสามารถถูกพิจารณาว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเจริญเติบโตส่วนบุคคลความเป็นผู้นำแบบรับใช้จะสอดคล้องกับความต้องการ และความกังวลของบุคคลของพวกเขา ในฐานะของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ ดาไล ลามะ เป็นผู้รับฟังที่เห็นอกเห็นใจ มักจะใช้เวลา เเละพลังฟังบุคคลของท่านพูดท่านได้พัฒนาความต้องการที่จริงใจ เข้าใจปัญหาของบุคคลอื่น และคิดข้อแก้ปัญหาที่เป็นจริงดาไล ลามะ ได้ถูกอธิบายว่าเป็นผู้นำด้วยวิสัยทัศน์ของการอยู่เหนือ และความเป็นผู้นำที่เห็นอกเห็นใจ ท่านมีวิสัยทัศน์ที่กล่าวถึงความต้องการของมนุษยชาติ และเชื่อว่าผู้นำศาสนา และนักมนุษยธรรมสามารถที่จะแสดงบทบาทพิเศษภายในการทำงานไปสู่สันติภาพโลก ดาไล ลามะ สนับสนุนความเห็นอกเห็นใจ ความอดทน ความสมถะ และวินัยตัวเอง ผู้นำควรจะมีสติ ไม่เห็นแก่ตัว และเผื่อแผ่ พวกเขาควรจะคำนึงถึงผลประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ ดาไล ลามะ เชื่อว่าความเห็นอกเห็นใจสามารถถูกรวมไปสู่ชีวิตของธุรกิจ ท่านได้ถูกรับรู้ต่อการต่อสู้ไม่ใช้ความรุนเเรงเพื่อการปลดปล่อยธิเบตท่าน ได้สนับสนุนนโยบายของความไม่รุนแรง แม้แต่่เผชิญกับการรุกรานอย่างหนัก ท่านได้ช่วยเหลือส่งเสริมแนวคิดของความรับผิดชอบสากล ท่านเชื่อว่าทุกศาสนาที่สำคัญสามารถมีส่วนช่วยต่อสันติภาพโลกได้ ถ้าพวกเขาทำงานด้วยกันเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติดาไล ลามะ เป็นที่รู้จักกันต่อคำสอนเกี่ยวกับความเป็นผู้นำมีทั้ง การมีสติ ความไม่่เห็นแก่ตัว และความเห็นอกเห็นใจ ท่านได้กล่าวว่าผู้นำควรจะต้องมีความมุ่งมั่นที่เข้มแข็ง ความเชื่อมั่นตนเอง และความถ่อมตัว ผู้นำควรจะปลูกฝังจิตใจที่สงบ และต่อสู้กับอารมณ์ที่ทำลาย เหมือนเช่น ความโกรธ ความเกลียด และความกลัว
*พระโคตมพุทธเจ้า รู้จักกันเป็นพระพุทธเจ้า การเดินทางไปสู่การตรัสรู้ของพระองค์ เป็นโมเดลของการอยู่เหนือตัวเอง ที่สามารถบรรลุผ่านทางความหลากหลายของการปฏิบัติ รวมทั้งการทำสมาธิ การถามตัวเอง และการเผชิญความทุกข์ยาก คำสอนของพระพุทธเจ้าจะมุ่งเน้นอย่างมากการอยู่เหนือตัวเอง เป็นหลักการแกนของความเป็นผู้นำ มันหมายความว่าผู้นำต้องก้าวเลยพ้นอัตตาของพวกเขาเอง และต้องการที่จะรับใช้ประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่การบรรลุสิ่งเหล่านี้จะผ่านทางการปฏิบัติเหมือนเช่นการเจริญสติ ความเห็นอกเห็นใจ และการหลุดพ้นผลประโยชน์ส่วนบุคคลการนำโดยตัวอย่างผ่านทางการพัฒนาทางจิตวิญญานของพวกเขาเอง ความเข้าใจการเชื่อมโยงระหว่างกันของธรรมชาติทั้งหมดพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างที่ดีมากของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ ท่านเป็นครูศาสนา และนักพรตสัญจรที่มีชีวิตอยู่ภายในเอเซียใต้ ศตวรรษที่ 5 หรือ 6 บีซีอี ท่านได้สอนทางสายกลางเป็นแนวคิดรากฐานภายในศาสนาพุทธอ้างถีงเส้นทางระหว่างสุดขั้ว คำสอนของท่านจะมุ่งเน้นความเห็นอกเห็นใจ และความถ่อมตัว ความเข้าใจความต้องการของบุคคลอื่น และให้ความสำคัญความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนเหนือผลประโยชน์ส่วนบุคคล สอดคล้องอย่างใกล้ชิดมากกับความเป็นผู้นำแบบรับใช้ การวางความต้องการของบุคคลที่พวกเขารับใช้ลำดับแรก และการนำโดยความไม่เห็นแก่ตัว ความเป็นผู้นำของพระพุทธเจ้าอยู่บนคำสอนของพุทธศาสนา แสดงคุณลักษณะโดยความเห็นอกเห็นใจ การเจริญสติ การไม่ยึดติด และความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การสร้างความสามัคคีท่ามกลางบุคคลที่คุณทำงานด้วย และการปฏิบัติบุคคลทุกคนด้วยศักดิ์ศรีและเคารพ องค์การของพระพุทธเจ้าเป็นพลังที่มีชีวิตอยู่ แม้ว่าภายหลังเกือบ 2600 ปี ของการเสียชีวิตของท่าน มันได้ชี้ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของคำสอนของท่านคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้ก่อตั้งของศาสนาพุทธสามารถถูกประยุกต์ใช้ได้กับความเป็นผู้นำแบบรับใช้ภายในวิถีทางหลายอย่าง การส่งเสริมการรับฟังอย่างจริงจัง ความเข้าอกเข้าใจ ความเข้าใจทุกข์ยากของบุคคลอื่น ด้านที่สำคัญของความเป็นผู้นำเเบบรับใช้ตรงที่ผู้นำให้ความสำคัญความต้องการและการเจริญเติบโตของบุคคลของพวกเขาคำสอนของพระพุทธเจ้ากระตุ้นการสร้างชุมชนที่สนับสนุน ตรงที่บุคคลทำงานด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์โดยส่วนรวม การสะท้อนลักษณะของความร่วมมือร่วมใจของความเป็นผู้นำแบบรับใช้

โดยทั่วไปเมื่อเราคิดถึงความเป็นผู้นำ เราจะคิดถึงธุรกิจ การเมือง หรือทหาร แต่เเมชีเทเรซา แห่งกัลกัตตา เลือกบริเวณที่แตกต่างกันมากจากบริเวนเหล่านี้ใดก็ตาม เธอได้เลือกทำงานกับคนยากจน คนเจ็บป่วย และคนพิการแห่งกัลกัตตา บุคคลที่ถูกทอดทิ้ง โดยบุคคลทุกคน ภาระแห่งสังคม เเม่ชีเทเรซา เธอเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปที่รู้จักกันต่อความเห็นอกเห็นใจความเข้าอกเข้าใจ และความไม่เห็นแก่ตัว ทุ่มเทเพื่อการช่วยเหลือบุคคลอื่นแม่ชีเทเรซา รู้จักกันเป็นนักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา แมชีโรมัน เเคธอลิกและผู้เผยเเพร่ศาสนา ทุ่มเทชีวิตของเธอช่วยเหลือคนยากจน คนเจ็บป่วย และคนใกล้จะตาย เธอได้ถูกพิจารณาเป็นผู้ประกอบการทางสังคม และโมเดลของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ และชีวิตและงานของเธอสามารถให้บทเรียนต่อผู้นำธุรกิจได้อย่างมาก ภายในโลกของธุรกิจ “แมชีเทเรซา” มักจะถูกใช้เป็นคำอุปมาอธิบายผู้นำหรือบริษัทที่ให้ความสำคัญความเห็นอกเห็นใจ ความไม่เห็นแก่ตัว และความเข้าอกเข้าใจข้อความ “ค้นหาฮิตเลอร์ภายในคุณ และค้นหาแม่ชีเทเรซา” เป็นข้อความเปรียบเทียบที่กระตุ้นการสะท้อนกลับตัวเอง เผชิญทั้งความเป็นไปได้ต่อเเนวโน้มการทำลายและความเกลียด – ฮิตเลอร์ ภายในตัวเอง ในขณะที่รับรู้และปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจ และความไม่เห็นแก่ตัว – แมชีเทเรซา มีอยู่ภายในบุคคลแต่ละคนมันเป็นการอ้างอิงต่อความคิดว่าบุคคลทุกคนมีทั้งคุณสมบัติที่ดีและไม่ดี หมายความว่าบุคคลทุกคนเป็นไปได้ต่อทั้งเลวสุดขั้ว – แสดงโดยฮิตเลอร์ และความเห็นอกเห็นใจสุดขั้ว – แสดงโดยแม่ชีเทเรซา ภายในพวกเขา และเข้าใจอย่างแท้จริงตัวเราเอง บุคคลต้องรับรู้ทั้งสองด้าน และพยายามที่จะปลูกฝังด้านบวก ในขณะที่ทำงานต่อสู้ด้านลบ

“มาเธอร์ เทเรซา คอมเพล็กซ์” อ้างถึงความโน้มเอียงทางจิตวิทยา ตรงที่บุคคลบางคนให้ความสำคัญ ความไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือบุคคลอื่นไปสู่จุดที่ละทิ้งความต้องการของพวกเขาเอง ที่มักจะถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการถูกมองเห็นเป็นผู้ช่วยชีวิต การทำให้ความทุกข์ยากเป็นความรักภายในกระบวนการ เหมือนที่แม่ชีเทเรซา ได้ทุ่มเทชีวิตของเธอรับใช้คนยากและคนเจ็บป่วยภายในอินเดียอย่างไร มาเธอร์ เทเรซา คอมเพล็กซ์ สามารถเป็นถ้อยคำ อธิบาบความโน้มเอียงที่จะให้ความสำคัญภารกิจเหนือเสถียรภาพทางการเงิน ถ้อยคำสามารถถูกประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการทางสังคม ที่ให้ความสำคัญภารกิจของพวกเขาเหนือการสร้างรายได้จากการขายพวกเขาได้ละทิ้งความต้องการเพื่อเสถียรภาพทางการเงินและกำไร มันสามารถขัดขวาง หรือช้าลงความสำเร็จระยะยาวของธุรกิจได้ทำนองเดียวกับแม่ชีเทเรซาได้ทุ่มเทชีวิตของเธอรับใช้คนยากจนโดยไม่มุ่งที่การสะสมความมั่งคั่งส่วนบุคคลมาเธอร์ เทเรซา คอมเพลกซ์ ได้อ้างถึงการให้ความสำคัญการรับใช้ที่ไม่เห็นแก่ตัว และการข่วยเหลือบุคคลอื่นอย่างเต็มที่ บ่อยครั้งถึงจุดของการละทิ้งความต้องการ หรือความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเอง การสะท้อนโดยการทุ่มเทต่อความยากจนและการรับใช้ ที่เป็นตัวอย่างโดยแม่ชี เทเรซา แม่ชีแคธอลิคที่รู้จักกันต่องานของเธอกับความยากแค้นมาเธอร์ เทเรซา คอมเพลกซ์ ภายในโลกธุรกิจ อ้าถึงสถานการณ์ ตรงที่บริษัทหรือผู้นำธุรกิจ ให้ความสำคัญภารกิจทางสังคมของพวกเขา และการช่วยเหลือบุคคลอื่นอย่างหนักมาก จนมันได้ขัดขวางความสามารถของพวกเขาที่จะสร้างกำไรที่จำเป็น บ่อยครั้งนำไปสู่การกำหนดราคาต่ำเกินไปของผลิตภัณฑ์ การละทิ้งกลยุทธ์การตลาด และในที่สุดทำให้เป็นอันตรายต่อความยั่งยืนของธุรกิจ คล้ายมากกับแมชีเทเรซาได้ทุ่มเทชีวิตของเธอ รับใช้คนยากจนอย่างไร บางครั้งต้องสูญเสียความสะบายส่วนบุคคลและเสถียรภาพทางการเงินมูฮัมหมัด ยูนูส เป็นผู้ประกอบการทางสังคมมแห่งบังคลาเทศ คล้ายกับเเม่ชี เทเรซา มูฮัมหมัด ยูนูส และกรามีน แบงค์ ที่เขาได้ก่อตั้ง ได้ร่วมรับรางวัลโนเบิลไพรซ์ เมื่อ ค.ศ 2006 ต่อความพยายามของเขาที่จะสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคมจากข้างล่าง นับแต่นั้นมามูฮัมหมัดยูนูสได้มุ่งแพร่กระจายและดำเนินการแนวคิดของธุรกิจเพื่อสังคมบริษัทที่สร้างเพื่อประโยชน์ของสังคมไม่ใช่กำไรเอกชน มูฮัมหมัด ยูนุส เป็นหนึ่งของเจ็ดคนเท่านั้นภายในประวัติศาสตร์ – พร้อมด้วยมาร์ติน ลูเธอร์ คิง แม่ชี เทเรซา และเนลสัน มาเดลลา ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดของอเมริกาให้แก่พลเรือน
Cr : รศ สมยศ นาวีการ

