INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ช่วยกันสร้างจิตสำนึกก่อนจะสายเกิน

111443831 91088298 254480022250102 6592987430305923072 n

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ช่วยกันสร้างจิตสำนึกก่อนจะสายเกิน

ภาวะวิกฤติจากการแพร่ระบาดของโรค”โควิด 19”ได้สร้างความสั่นคลอน ขึ้นกับรัฐบาลทุกประเทศ ในแง่ความไม่พร้อมรับมือ เช่น ไม่พร้อมในด้านเครื่องไม้เครื่องมือ ไม่พร้อมในด้านบุคลากร ไม่พร้อมในด้านหยูกยารักษาบรรเทาและป้องกัน

จนบางชาติเกิดอาการ”พังทลาย”ไปทั่วประเทศแล้ว ถึงขั้นต้องปล่อยให้เป็นไป ตามเวรตามกรรม เช่นอินเดียและบราซิล เพราะว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดไว้ได้อย่างหมดท่า

มีแค่เฉพาะแค่บางชาติเท่านั้นที่”เอาอยู่” เช่นสวีเดน เกาหลีใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฯลฯ เป็นต้น

ของไทยเรา แม้จะทำท่าจะ”เอาอยู่”มาตั้งแต่ครั้ง การระบาดระลอกที่ ๒ ที่สมุทรสาคร (ระลอกแรกที่สนามมวย)

แต่กลับเอาไม่อยู่ เมื่อเกิดการระบาดระลอกที่ ๓ ที่สถานบันเทิงซอยทองหล่อ ลามมาที่ระลอกที่ ๔ หลังสงกรานต์และระลอกที่ ๕ ที่คลองเตย จนกระทั่งขณะนี้ ยังไม่รู้จะลามไปในเขตไหนอีกในกทม.

ฉะนั้น ทุกฝ่าย(รวมทั้งปัจเจกชนอย่างเราๆ ท่านๆ ) สมควรจะต้องเตรียมตัว รับมือไว้ให้ดี มาก ๆ เลย

หากนับแต่นี้ไปแต่ละวัน ถึงสิ้นเดือนพฤษภาค จะเกิดการติดเชื้อทวีขึ้นไปทุกวันๆ ละกว่า ๒,๐๐๐ ราย จนถึงเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ ราย ตามที่ตามที่แพทย์ไทยบางท่าน(จำชื่อไม่ได้) ประเมินสถานการณ์ชนิดเลวร้ายที่สุดเอาไว้

นั่นหมายความว่า หากสามารถเหนี่ยวรั้งตัวเลขติดเชื้อ ต่ำลงมากว่าวันละ ๒,๐๐๐ รายเอาไว้ได้ต่อเนื่อง จนลงมาถึงวันละ ๑๐๐ รายได้เมื่อไร เมื่อนั้น ก็นับว่าเก่งเต็มทีแล้ว

แต่มองๆไปแล้ว กลับเกิดความประหวั่นพรั่นใจเหลือเกินว่า ระยะจากนี้เป็นต้นไป จะรับมือเอาไว้ไม่ทัน

หากเกิดภาวะคนไข้ล้นโรงพยาบาล เตียงไม่มีพอรองรับคนไข้ ระหว่างอัตราการหายป่วยกับอัตราติดเชื้อ ซึ่งประมาทไม่ได้ว่า จะไม่เกิดขึ้น

แม้รัฐบาลจะพยายามออกข่าวในเชิงประชาสัมพันธ์ว่า เตรียมเตียงไว้พร้อมแล้วก็ตาม รวมทั้งเตียงสนาม แต่จะมีปัญหาตามมา ในเรื่องความขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเวลานี้ ล้วนงานล้น เหน็ดเหนื่อยกันเต็มทีแล้ว ที่ต้องทำงานต่อเนื่องตลอด เพื่อคอยดูแลผู้ป่วยรายเดิมและติดเชื้อรายใหม่ๆ

ทีนี้ จะวาดภาพการติดเชื้อและการแพร่ระบาดอันมหาศาลในอินเดียและความทุกข์ยาก ให้ปรากฏ เผื่อว่าจะได้เกิดจิตสำนึกในหมู่ปวงชนชาวไทย ได้ตระหนักถึงการป้องตนเองเป็นหลัก ไม่ปล่อยปละละเลย จะได้ไม่ติดเชื้อ ไม่ตกเป็นภาระของสังคม

ที้งนี้ ด้วยหวังว่า จะโน้มนำให้ใครก็ตาม ที่บังเอิญเข้ามาอ่านเรื่องนี้เข้า จะช่วยเผยแพร่และโน้มนำ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกการป้องกันอย่างจริงจัง อีกทางหนึ่ง

หลังสุด ข่าวจากอินเดียขึ้นพาดหัวข่าวสำนักข่าวต่างประเทศแทบทุกวัน โดยเฉพาะในแง่”ดรามา”เปิดเผยต่อเนื่องหลายวันว่า ความตายที่เกิดขึ้น รวมทั้งในกรุงนิวเดลี จากโรค”โควิด 19”ทำให้ไม่อาจเผาและฝังศพได้ทัน ต้องรอเข้าคิวยาวเหยียด ทำให้ผมนึกถึง “แร้งวัดสระเกศ”สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นมาทันทีครับ

แต่ข้อเท็จจริงก็คือ มีคนตายวันละมาก ๆ ไม่แน่ชัดในจำนวนที่แน่นอน ผันแปรไปแต่ละวันจากจำนวนนับสิบ นับร้อย ไปจนถึงนับพัน

แต่ที่น่าตกใจก็คือ อัตราการติดเชื้อสูงมาก จนสูงสุดอยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ ต่อวัน มาถึงวันนี้ (๕ พฤษภาคม)ลดลงอยู่ที่เกือบ ๗,๐๐๐ รายต่อวัน

ที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น นอกเหนือไปจากจะไม่มีเตียงเพียงพอรองรับแล้ว ก็เกิดภาวะขาดแคลน”ออกซีเยน”ช่วยผู้ป่วยหนักในการหายใจ จนกระทั่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเพราะขาด”ออกซีเยน”จำนวนไม่น้อย

ในช่วงหนึ่ง ทางการต้องแบ่งเอา”ออกซีเยน”จากกิจการอุตสาหกรรมมาใช้และการขาดแคลนนี้ ยังคงดำรงอยู่ แม้ตามโรงพยาบาลรอบๆ ไม่ไกลจากกรุง“นิวเดลี” ในขณะนี้

ถึงแม้ทางรัฐบาลจะออกมายืนยันว่า “ออกซีเยน”มีเพียงพอแล้ว แต่มีปัญหาการขนส่ง บางโรงพยาบาลถึงกับต้องขอให้นักการเมืองช่วย ก่อนที่จะมีคนตายเพิ่มขึ้น

สภาพความขาดแคลนด้านเวชภัณฑ์และยารักษานี้ สะท้อนความไม่พร้อมของรัฐต่างๆ และของรัฐบาลกลางที่กรุงนิวเดลี ในการรับมือการแพร่ระบาดนี้ ซึ่งความจริง ต้องเตรียมการมานานแล้ว เพราะอินเดียมีประชากรมากกว่า ๑,๓๐๐ ล้าน แต่ใช้งบประมาณ แค่ ๓.๖ เปอร์เซ็นต์ของ ผลิภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี)เท่านั้น

เพราะฉะนั้น ภาวะเสี่ยงโรคระบาดจึงมีอยู่สูง เนื่องจากภาวะสุขพลานามัยต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน

ความเชื่อทางศาสนาในการชุมนุมประกอบพิธีกรรมตามความศรัทธาในศาสนาพราห์มณ์และฮินดูก็มีอยู่สูง ชนิดที่ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

ในเทศกาล”กุมภเมลา”ที่ผ่านมา ผู้คนชาวฮินดูลงสรงน้ำ ในวาระที่มีการแสวงบุญตามแม่น้ำสำคัญๆ ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ไม่มีใครฟังเสียงเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีที่เตือนไว้ล่วงหน้า ให้กระทำเพียงในเชิงสัญญลักษณ์เท่านั้น

ผลที่เกิดขึ้น จึงปรากฏชัดดังที่เห็นแล้วคือความหายนะ ที่แพร่ไปทั่วอินเดีย

อินเดีย จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การไม่ฟังคำเตือนในการป้องกันตัว โดยเคร่งครัดนั้น คือมหันตภัยร้ายแรงที่กรายมาถึงตัว โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ถามว่า เมืองไทยเราจะเป็นอย่างอินเดียหรือไม่

คำตอบก็คือว่า นอกจากฝ่ายรัฐจะระมัดระวังในการเตรียมรับสถานการณ์โดยไม่ประมาท เช่นที่เคยเกิดแล้ว ก็อยู่ที่คนไทยเรา จะเคร่งครัดเพียงใด ในคำขอร้องให้ ๑ เว้นระยะห่าง ๒ สวมหน้ากากและ ๓ ระงับการชุมนุม ในช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งอาจจะนานมาก แต่ก็ต้องจำทน

ขอจงช่วยกันมีจิตสำนึกตามนี้ครับ

 

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *