ไบเดนดอดไปยูเครนจะเกิดอะไรตามมา

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
ไบเดนดอดไปยูเครนจะเกิดอะไรตามมา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวใหญ่ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเดินทางไปเยือนยูเครน ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยไม่มีกำหนดการล่วงหน้า
นอกจากการไปเยือนยูเครนและพบกับประธานาธิบดีเซเรนสกี ที่ทำเนียบแล้ว โจ ไบเดน ยังแถลงต่อสื่อว่าได้มีการปรึกษาหารือกันว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนอาวุธให้กับยูเครนรวมทั้งขีปนาวุธพิสัยไกล
ในขณะที่เยือนเคียฟ ก็มีเสียงไซเลนดังสนั่นทั่วเมือง แต่ไม่มีการโจมตีทางอากาศแต่อย่างใด
อนึ่งการเยือนในครั้งนี้ เป็นการเดินทางมาก่อนหน้าที่ไบเดนจะประชุมกับพันธมิตรที่กรุงวอร์ซอ โปแลนด์ที่กำหนดไว้ว่าเป็นวันที่ 21 กุมภาพันธ์ และมีการแถลงการณ์ร่วมในการสนับสนุนรัฐบาลเคียฟ แต่ก็เป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ทำการกล่าวปราศรัยต่อรัฐสภารัสเซีย ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดกันว่าจะเป็นการแถลงการณ์ที่ต่างฝ่ายต้องการตอบโต้กันและสร้างความฮึกเหิมกับสร้างขวัญและกำลังใจให้กับฝ่ายตน
โดยคาดกันว่าจะเกิดการรบใหญ่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้

การมาเยือนเคียฟของไบเดนทำให้หลายฝ่ายต่างตื่นตระหนกเพราะเป็นไปนอกแผนที่ให้ข่าวมาก่อนและการเยือนของท่าน อาจเป็นเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้หากรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศและทำให้โจ ไบเดน มีอันตราย จนอาจถึงกับเสียชีวิต
แต่พอประธานาธิบดีโจ ไบเดน เดินทางกลับไปโปแลนด์ เพื่อประชุมกับพันธมิตร หลายฝ่ายก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ทว่าเบื้องหลังที่ไม่มีการโจมตีกรุงเคียฟเลย ทั้งๆที่มีสัญญาณเตือนภัย ทางอากาศดังไปทั่วเคียฟ
ทำให้บรรดานักข่าวต่างตั้งข้อสงสัย จนในที่สุดก็มีการเปิดเผยมาจากรัสเซียว่า ทางสหรัฐฯ ได้มีการแจ้งล่วงหน้าเพียง 2-3 ช.มไปยังรัสเซีย จึงถึงบางอ้อกันว่า ทำไมไม่มีการโจมตีเคียฟทางอากาศเลย ทั้งๆที่รัสเซียโหมกระหน่ำโจมตีกองกำลังยูเครน-นาโต้ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อตอบโต้การรุกคืบของยูเครน เข้ามาในดินแดนของ 4 รัฐที่รัสเซียสนับสนุนการประกาศเอกราช ปลดแอกจากยูเครน
จากการวิเคราะห์ว่าทำไม ประธานาธิบดีปูติน ไม่สั่งโจมตีเคียฟ ทั้งๆที่ประธานาธิบดีไบเดน จะเข้ามาปลุกระดม สร้างขวัญ กำลังใจให้เซเรนสกี และเคียฟ ให้ฮึกเหิมในการสู้รบกับรัสเซีย
ด้วยประเด็นนี้แม้รัสเซียจะขัดอกขัดใจ เพราะมันเป็นการต่อต้านรัสเซียในทางจิตวิทยาโดยตรง แต่ก็พออนุมานได้ว่าปูติน คงยังไม่ต้องการเปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 3 จะด้วยเหตุใดๆก็แล้วแต่ เช่น ยังไม่พร้อม หรือยังไม่ใช่จังหวะ โดยเฉพาะหากยังไม่มีการบีบรัสเซียให้หลังชนฝา รัสเซียคงจะระมัดระวังเพื่อให้สงครามมีขอบเขตจำกัด
แม้ว่าทางนาโต้จะประกาศกันโครมๆที่จะส่งอาวุธทั้งหลายให้ยูเครนตามที่เรียกร้อง
พูดถึงเรื่องนี้ก็ต้องมีพิจารณาการสนับสนุของนาโต้ว่าได้ทำตามพูดมากน้อยเพียงใด

ประเทศแรกที่กระตือรือร้นสนับสนุนยูเครนโดยบอกว่าจะส่งรถถังประจัญบานหลัก M1 อับราม คือสหรัฐฯก็เปลี่ยนแผนโดยส่งรถถังขนาดย่อม แบรดลี มาให้จัดตั้งเป็นกองพันรถถังเบา พร้อมกับยานหุ้มเกราะลำเลียงพลสไตร์เกอร์ จำนวนหนึ่ง ซึ่งเวลานี้กำลังลำเลียงจากเยอรมนีมาโปแลนด์ เพื่อจัดส่งให้เคียฟต่อไป
ส่วนอังกฤษที่แถลงว่าจะส่งรถถังประจัญบานหลักชาเลนเจอร์ ให้ก็ยังไม่มีข่าวการเตรียมการส่งมอบแต่อย่างไร ทั้งๆที่ควรจะเตรียมการจัดส่งตั้งแต่ครั้งที่เซเรนสกี้.ไปเยือนสหราชอาณาจักร และกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับนายกซูแนค เพื่อแสดงว่าสหราชอาณาจักรพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ตามสายตาของนักวิเคราะห์บางท่าน แต่ถ้าเข้าใจละครการเมืองระหว่างประเทศ ก็คงไม่เคลิบเคลิ้มไปตามนั้น เพราะในความเป็นจริงนายกผซูแนค ได้หั่นงบประมาณกลาโหมไปถึง 30% ทำให้กำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ สำหรับกองทัพสหราชอาณาจักรขาดแคลนแล้วจะจัดส่งให้อย่างไร เมื่อยังไม่มีงบเพียงพอที่จะผลิตทดแทน
ฝรั่งเศสกับเยอรมนีก็ยังเงียบ ไม่ว่าจะเป็นรถถังเบาของมาครง หรือรถถังประจัญบานหลัก LEOPARD 2 ของโชล นายกเยอรมนี
โดยสรุปเกือบทุกประเทศในยุโรปกำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ และไม่พร้อมที่จะผลิตอาวุธใหม่มาทดแทน อาวุธยุทธภัณฑ์มือ 2 ของตนให้ยูเครน ถ้าจะส่งมาให้ก็คงไม่มาก สหรัฐฯจึงต้องไปเกลี้ยกล่อมเกาหลีใต้ให้ส่งอาวุธมาชดเชยโดยค้ำประกันหนี้
ยิ่งถ้าพูดถึงเครื่องบินรบยิ่งยาก เพราะยังมีปัญหาอื่นๆตามาเช่นการผลิตนักบินยูเครน แค่จบหลักสูตรก็ 1 ปีถึงขั้นเป็นผู้ชำนาญการอย่างน้อย 2-3 ปี ที่สำคัญกว่านั้นคือเครื่องบินต้องมีสนามบินรองรับ แต่ไม่มีสนามบินไหนเลยที่ปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย
ถ้าจะเอาให้ได้ก็ต้องมีสนามบินนอกยูเครน และใช้นักบินนาโต้ จำแลงเป็นนักบินยูเครน แต่นั่นก็เท่ากับว่านาโต้เปิดตัวรบกับรัสเซียโดยตรง คำถามคือพร้อมไหม
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ยูเครนคงไม่ได้เครื่องบินรบจากนาโต้ แต่มีโอกาสได้ขีปนาวุธพิสัยไกลแทน
แต่นั่นก็อาจเป็นการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านของนาโต้ก็ได้ ทั้งนี้ประกอบกับการเปิดโปงว่าสหรัฐฯร่วมกับนอร์เวย์ ก่อวินาศกรรมท่อส่งก๊าซนอทสตรีม 2 ก็เท่ากับว่ารูปแบบของสงครามก็อาจขยายตัวออกไปสู่การก่อวินาศกรรมที่จะถี่มากขึ้น
นอกจากนี้สงครามพันทางที่เกิดขึ้นยังลุกลามไปถึงสงครามอวกาศ และสงครามไซเบอร์ที่ต่างฝ่ายต่างก็ดำเนินการประลองกำลังกันแล้ว

เช่นกรณีบอลลูนของจีน ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ และกรณีที่สหรัฐฯเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนชาวสหรัฐฯ ด้วยการสร้างสถานการณ์จานบินของมนุษย์ต่างดาว อันมีวัตถุประสงค์ในการกลบเกลื่อนการด้อยประสิทธิภาพในการป้องกันภัยทางอากาศทั้งๆที่มีอาวุธทันสมัย
แต่การเปิดฉากเรื่องจานบินนี้ก็จะมีผลทำให้กลาโหมได้งบเพิ่ม โดยไม่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภามากนัก
ส่วนการเผชิญหน้าในสงครามยูเครน ระหว่างนาโต้-รัสเซีย ดูท่าทีแล้วต่างก็ต้องการให้มันยืดเยื้อออกไป เพราะหวังว่าจะทำลายเศรษฐกิจของอีกฝ่าย
ถึงตอนนี้ก็ต้องบอกว่ายุโรปเสียหายหนัก โดยเฉพาะเยอรมนีที่เดิมใช้พลังงานราคาถูกจากรัสเซีย พอตัดสัมพันธ กันก็ต้องซื้อพลังงานแพงขึ้น ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมลดลง เงินเฟ้อโดยทั่วไปพุ่งสูง จึงมีการประท้วงเรียกร้องการชดเชยค่าครองชีพในหลายประเทศ
ส่วนรัสเซียปรากฏว่าเศรษฐกิจหดตัวน้อยกว่าที่คาดคือ 3-4% มาเป็นแค่ 2.1% เงินเฟ้อก็ลดลงจาก 17% เหลือ 10% และคาดว่าจะลดลงเหลือ 7% หรือ 5%
ดูอย่างนี้ก็เห็นได้ชัดว่าแซงชั่นนั้นก่อความเสียหายให้ใคร แต่ผลกระทบมันกระเทือนไปทั่วโลก
ที่สำคัญยังไม่มีใครเริ่มพูดเรื่องการยุติสงครามและสร้างสันติภาพกันเลยในขณะนี้ นอกจากจีนแต่ค่ายตะวันตกและยูเครนไม่ยอมรับ ซึ่งจีนคงต้องทำการล๊อปบี้ทั้งสองฝ่ายต่อไป ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จครับ







