INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ถ้าคุณมีร่างกาย คุณเป็นนักกีฬา

 

468180

ถ้าคุณมีร่างกาย คุณเป็นนักกีฬา

รอย สเพนซ์ ได้เขียนหนังสือ “It’s Not What You Sell It’s What You
Stand For” เขาได้ช่วยนำทางลูกค้ายิ่งใหญ่เหมือนเช่นเซ้าธ์เวสท์ แอร์
ไลน์ และวอลมาร์ท ไปสู่การระบุความมุ่งหมายของพวกเขา มันไม่ใช่
อะไรที่บริษัทสร้าง หรือพวกเขาทำมันอย่างไร มันตอบคำถามที่่เข้าใจ
ยาก “ทำไม” บริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และตราสินค้าที่ชอบมาก
ที่สุดของเวลาของเรามีความมุ่งหมายเลยพ้นการทำเงิน
ความลุ่มหลงของรอย สเพนซ์ คือ การเป็นผู้ประกอบการที่เขาอ้างเป็น ความอัศจรรย์ของอเมริกา เขาเชื่ออย่างลึกซึ้งว่าอเมริกาดีที่สุด มันไม่ว่า
ชื่อสุดท้ายหรือรหัสไปรษณีย์ของคุณคืออะไร ถ้าคุณสามารถฝันมัน
คุณสามารถสร้างมัน
รอย สเพนซ์ กล่าวว่า ความมุ่งหมายเป็นถ้อยแถลงที่แน่นอนเกี่ยวกับ
ความแตกต่างที่บริษัทพยามสร้างภายในโลก มันเป็นเหตุผลทำไมบริษัท
มีอยู่ เลยพ้นไปจากการทำเงิน และมันสำคัญเพราะว่ามันขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่าง มันขับเคลื่อนการตัดสินใจ นวัตกรรม ความสม่ำเสมอ และผลการปฏิบัติงาน ความมุ่งหมายย้ายภูเขาได้ มันสามารถทำให้ความเป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ มันสามารถระดมกองกำลังที่จะเอาชนะข้อได้เปรีบบที่ชนะได้ยาก ตามประสบการณ์ของผม ผู้นำและองค์การบนพื้นฐานความมุ่งหมายเข้าใจความต้องการของโลกโดยสัญชาติญาน การตอบคำถามความต้องการเหล่านี้เป็นเส้นทางไปสู่ผลการปฏิบัติงานที่สูง
แซม วอลตัน รู้ส่าบุคคลภายในพื้นที่ชนบทไม่สบายใจต่อราคาที่สูงของ
สินค้า บุคคลต้องการผู้ค้าปลีกที่สามารถไว้วางใจได้ที่จะให้ราคาต่ำทุกวันต่อสินค้ามีคุณภาพที่ช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น เพื่อที่จะดำเนินตามวิสัยทัศน์
ของเขา การให้สินค้าราคาไม่แพงภายในตลาดเมืองเล็ก แซม วอลตัน
ได้้เปิดวอล มาร์ท แห่งเเรกของเขาเมื่อ ค.ศ 1961 ณ โรเจอร์ร์ อาร์คันซอ
แซม วอลตัน อายุ 44 ปีเท่านั้น ณ เวลานั้น ต้องการบรรลุความสำเร็จภายในโลกค้าปลีก ดำเนินงานร้านด้วยราคาที่ต่ำและบริการลูกค้าที่ดีเด่น ทั้งที่คู่แข่งขันได้สงสัยต่อโมเดลธุรกิจของเขา บริษัืทได้เริ่มต้นเจริญเติบโตและเจริญเติบโต เขาได้ยกย่องความสำเร็จทันทีของวอลมาร์ทต่อราคาที่ต่ำและเพื่อนร่วมงานของเขา พวกเขาได้ให้ประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ดีแก่ลูกค้า และทำให้พวกเขากลับมาอีก
วิสัยทัศน์ของเเซม คือ ลดค่าครองชีพเพื่อบุคคลที่มาซื้อสินค้าภายในร้านวอลมาร์ท และทำมันด้วยกลุ่มของบุคคลที่เชื่อมั่นภายในวิสัยทัศน์ของเขา ตั้งแต่ร้านแห่งแรกของเขาเมื่อ ค.ศ 1962 ปรัชญาของเเซม วอลตันคือ ราคาต่ำอยู่เสมอ เขารู้ว่าถ้าเขาสามารถขายผลิตภัณฑ์ที่บุคคลใช้ภายในชีวิตประจำวันของพวกเขา ณ ราคาเพียงแค่ถูกกว่าคู่แข่งขันเล็กน้อย เขาจะบรรลุความสำเร็จ
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ รู้ว่า 85% ของตลาดไม่ได้บินตามที่ต้องการ พวกเขาต้องการเพียงเเค่บุคคลบางคนทำให้มันรับภาระได้ต่อพวกเขาเพื่อการบิน
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ ลุ่มหลง
เกี่ยวกับเซ้าธ์้เวสท์ แอร์ไลน์ เพราะว่าต่่อเขาแล้ว มันไม่ได้เป็นเพียงแค่
บริษัทหนึ่ง มันเป็นความมุ่งหมาย มันแสดงบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญต่อ
เขา นำโอกาสที่จะบินมาสู่ชาวอเมริกันโดยทั่วไป ไม่เพียงแค่บุคคลร่ำ
รวยหรือนักเดินทางธุรกิจ เขาต้องการให้มันง่าย รับภาระได้ และยืด
หยุ่นได้ต่อบุคคลทุกคน เขาได้ใช้ถ้อยคำว่า “ทำให้ท้องฟ้าเป็นประชา
ธิปไตย” มันเป็นพื้นฐานเพื่อการตัดสินใจของธุรกิจทุกอย่างที่เขาทำ
ตั้งแต่ราคาต่ำไปจนถึงบริการที่เป็นมิตรเเละสนุกสนาน ภารกิจของ
เขาคือ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวอเมริกัน
ลูกค้าได้จดจำถั่ว ถุงถั่วจำนวนมาก ส่วนหนึ่งของความดึงดูดต่อลูกค้าของเซ้าธ์เวสท์คือ บินเพื่อถั่ว ยื่นให้ด้วยโค้ก และน้ำอัดลมอื่นเป็นฟอง
ด้วยน้ำเเข็ง
ฟิล ไนท์ และบิลล โบเวอร์แมน – ไนกี้ เชื่อว่า ถ้าคุณมีร่างกาย คุณเป็นนักกีฬา มันเป็นการสะท้อนที่ถูกต้องของมุมมองของบริษัทที่บุคคลทุกคน
เป็นนักกีฬา พวกเขาได้สร้างความคิดนี้ที่จะสร้างตราสินค้าเพื่อบุคคลทุก
คน นักกีฬาอาชีพ และไม่ใช่อาชีพ ถ้อยคำนักกีฬาผูกติดความคิดของ
บุคคลด้วยพลัง ความเข้มเเข็ง หรือความสามารถ ไนกี้ได้ยกเลิกความ
เข้าใจผิดนี้ และส่งเสริมถ้อยคำที่บุคคลทุกคนสามารถถูกพิจารณา
เป็นนักกีฬา
สโลแกนเหมือนเช่น เพียงแค่ทำมัน และหาความยิ่งใหญ่ของ
คุณ ชี้ตรงไปที่ถ้อยคำกระตุ้นบุคคลเป็นดีที่สุดที่พวกเขาสามารถเป็นไม่
ว่าทักษะหรือความเชี่ยวชาญอย่างไรก็ตาม ด้วยสิ่งเหล่านี้ภายในใจ ไนกี้ผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬาเพื่อตลาดที่หลากหลาย พวกเขารู้
ว่าถ้าพวกเขาแต่งตัวบุคคลด้วยเครื่องกีฬาวัตกรรมและบันดาลใจพวกเขาด้วยการโห่ร้อง รุ่นใหม่ของนักกีฬาจะเกิดขึ้นทั่้วโลก การนำแรงบันดาลใจและนวัตกรรมมาสู่นักกีฬาทุกคนภายในโลก ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปได้ขยายศักยภาพของมนุษย์
ภารกิจของไนกี้คือ นำแรงบันดาลใจและนวัตกรรมมาสู่นักกีฬาทุกคน
ภายในโลก บริษัทได้กล่าวต่อไปว่าบุคคลทุกคนเป็นนักกีฬา บนพื้นฐาน
คำแถลงของบิลล์ โบเวอร์แมน ผู้ก่อตั้งร่วมไนกี้ “ถ้าคุณมีร่างกาย คุณ
เป็นนักกีฬา”

468236
ในฐานะของผู้ผลิตแนวหน้าของรองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬา ไนกี้
บันดาลใจบุคคลรับเอากรอบความคิดของผู้ชนะ ครอบคลุมภายในส่วน
ประกอบบันดาลใจของภารกิจ สโลแกน เพียงแค่ทำมัน ของบริษัืทแสดง
เป้าหมายเเรงบันดาลใจนี้ ยิ่งกว่านั้นภารกิจของไนกี้ได้มุ่งเน้นนวัตกรรม ส่วนประกอบนวัตกรรมได้ถูกประยุกต์ใช้ผ่านทางกลยุทธ์การปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีใหม่ ส่วนประกอบนักกีฬาทุกคนภายในโลก ชี้ว่าภารกิจของบริษัทผลักดันธุรกิจมุ่งลูกค้าทุกคนภายในโลก ดังที่บริษัทมองบุคคลทุกคนเป็นนักกีฬา
โฮวาร์ด ชูลท์ – สตาร์บัคส์ รู้ว่าบุคคลน่าจะชื่นชมสถานที่ที่สามใช้เวลา
และเพลิดเพลินกับถ้วยกาแฟที่แท้จริง มันได้ถูกรับรู้มานานด้วยอิทธิพล
จากการเดินทางไปอิตาลี เขาได้กลายเป็นหลงใหลด้วยบาร์กาแฟเอส
เพรสโซอิตาลีหมายถึงวัฒนธรรมสังคมของเมืองมิลาน เขาเชื่อว่าสตาบัคส์สามารถทำบางสิ่งบางบางอย่างเหมือนที่นี่ภายในอเมริกา
ต่อมาเขาได้ซื้อบริษัทจากผู้ก่อตั้ง และได้เริ่มต้นเปิดร้านกาแฟ โฮวาร์ด
ชูลท์ มีวิสัยทัศน์ของการเปิดร้านกาแฟสไตล์อิตาเลียนจำนวนมาก ตรงที่บุคคลสามารถเอ้อระเหยกับเครื่องดื่มกาแฟ สถานที่ที่สาม ระหว่างบ้านและงาน โฮวาร์ด ชูลท์ ได้พบเเรงบันดาลใจของเขาภายในเอสเพรสโซ บาร์ ภายในอิตาลี ร้านกาแฟเป็นสถานที่รวมชองชุมชนที่สตาร์บัคส์มุ่งหมายให้ร้านกาแฟของพวกเขาเองกลายเป็นสถานที่ที่สามภายในชีวิตประจำวันของเรา เราต้องการให้ความสบายทุกอย่างของบ้านและงานของคุณ คุณสามารถนั่งบนเก้าอี้ที่ดี พูดคุยโทรศัพท์ของคุณ มองไปที่หน้าต่าง ท่องไปบนเว็บ และดื่มกาแฟด้วย
เมื่อสตาร์บัคส์ เปิดร้านกาแฟแห่งแรกของพวกเขาภายในไพค์ เพลส
มาร์เก็ต เมื่อ ค.ศ 1971 พวกเขาไม่ได้บริการลาเต้ แต่ในไม่ช้ามันได้กลาย
เป็นศูนย์ของความสัมพันธ์ สถานที่ที่จะทดลองถ้วยกาแฟสุมาตรา หรือ
เรียนรู้เกียวกับเมล็ดกาแฟจากลาตินอเมริกา เมื่อ ค.ศ 1987 สตาร์บัคส์
ได้ขยายตัวไปสู่โมเดลกาแฟยุโรป ด้วยการเพิ่มที่นั่งและเครื่องดื่มเอส
เพรสโซ ลูกค้าเอ้อระเหยอยู่ภายในร้าน แม้แต่พวกเขาไม่มีใครเลยที่พบ เพื่อประสบการณ์ธรรมดาของการพบกับใบหน้าที่เป็นมิตร และใช้เวลา
ที่จะหยุดพักของวัน
เราไม่มีถ้อยคำที่แท้จริงต่ออะไรที่เกิดขึ้น จนกระทั่งนักสังคมวิทยา เรย์ โอลเดนเบิรก ได้สร้างถ้อยคำ สถานที่ที่สามอธิบายสถานที่เลยพ้นไปจากบ้านและงาน ตรงที่บุคคลสามารถรวมตัวพักผ่อน เเละพูดคุย ถ้อยคำสถานที่ทีสามมีมานานแล้วก่อนสตาร์บัคส์ รอย โอเดนเบิรก ได้สร้างถ้อยคำนี้ภายในหนังสือของเขา “The Great Good Place”
เขาได้อธิบายทำไมสภาพเเวดล้อมชุมชนเหมือนเช่นร้านกาแฟ บาร์
ร้านเสริมสวย ร้านหนังสือ สวนสาธารณะ สำคัญต่อความสัมพันธ์ทางสังคม ด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย มันเป็นห้องนั่งเล่นของชุมชน เรย์ โอล
เดนเบิรก ยืนยันว่า เพื่อการดำรงอยู่อย่างมีสุขภาพ ประชาชนควรจะมี
ชีวิตอยู่ภายในความสมดุลของสามอาณาจักร ชีวิต ณ บ้านอาศัย สถาน
ที่ทำงาน และสถานที่สังคม อย่างสุดท้ายเป็นสถานที่ที่สาม
เมื่อต้น ค.ศ 1990 สตาร์บัคส์ได้ใช้ปรัชญาสถานที่ที่สามของรอย โอล
เดนเบิรกอย่างมาก เพื่อกลยุทธ์ประสบการณ์ของลูกค้าของพวกเขา ไม่
ว่ากรณีใดสตาร์บัคส์ได้รวมเอาปรัชญานี้ภายในการออกแบบร้านกาแฟ และกลยุทธ์ธุรกิจ เราต้องการร้านของเราเป็นสถานที่ที่สาม อยู่ที่บ้าน เราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว อยู่ที่ทำงาน เราเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และที่ใดที่หนึ่งภายในระหว่าง เรามีสถานที่ตรงที่เราสามารถนั่งและเป็นตัวเราเอง นั่นเป็นอะไรที่ร้านสตาร์บัคส์เป็นต่อลูกค้าจำนวนมาก สถานที่ที่สามตรงที่พวกเขาสามารถหลบหนี อ่าน พูดคุย และรับฟัง
จอห์น เดียร์ เป็นช่างตีเหล็กที่ได้คิดค้นเครื่องไถเหล็กชำระล้างตัวเอง
บรรลุความสำเร็จทางธุรกิจครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1837 และก่อตั้งบริษัทที่
ยังคงใช้ชื่อของเขาอยู่เมื่อ ค.ศ 1868 เดียร์ แอนด์ คอมพานี ในไม่ช้าบริษัทของเขาได้เจริญเติบโตเป็นบริษัทที่สร้างชื่อเสียงต่อทั้งเครื่องไถและหลักการของเขา หลักการเหล่านี้ได้นำทางจอห์นเดียมาจนถึงวันนี้ เช่น การยืนหยัดของเขาต่อการขายผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเท่านั้น
ภายใน ค.ศ 1960 และ ค.ศ 1970 เป็นช่วงเวลาของการเร่งการเปลี่ยนแปลงทาง
เทคโนโลยีกระตุ้นเกษตรกรใช้ความประหยัดจากขนาด เพื่อการทำกำไร
แนวโน้มนี้ได้กระทบต่อจอห์น เดีย อย่างมาก และได้สะท้อนด้วยการ
เจริญเติบโตตามมาภายในธุรกิจของบริษัท พวกเขาได้มุ่งที่การผลิต
อุปกรณ์เกษตรเพื่อการขยาบธุรกิจ – รถแทรกเตอร์ เครื่องวิดน้ำ เครื่องหว่าน และเครื่องเก็บเกี่ยว
จอห์น เดียร์ น่าจะไม่เคยจินตนาการว่าธุรกิจที่เขาสร้างเมื่อ ค.ศ 1873
ได้กลายเป็นพลังทั่วโลกภายในการเกษตรตลอด 180 ปีต่อมา ความมุ่ง
มั่นที่แท้จริงและการทำงานหนักของห้ารุ่นของจอห์นเดียร์ได้ให้สิ่งนี้เกิด
ขึ้น
เขารู้ว่าชาวนามีเวลาที่ยากลำบากของการไถผ่านดินทุ่งหญ้าดินเหนียวของตะวันตกกลางต้องการการไถที่ดีขึ้น จอห์น เดีย ได้คิดค้นเครื่องไถเหล็กคันเเรกที่สามารถเตรียมพื้นที่เพาะปลูกทุ่งหญ้าดินเหนียวไม่ทำให้
ติดเกาะ เขาได้เรียนรู้จากชาวนาที่ใช้เครื่องไถเหล็กหล่อไถได้ไม่ดีภาย
ในดินที่เหนียว ดินได้ติดอยู่กับด้านล่างของคันไถและชาวนาต้องหยุด
และขูดโคลนออกทุกสองสามฟุต
จอห์น เดียร์ เชื่อว่าเครื่องไถด้วยผิวที่ขัดเงาจะสลัดดินเหนียว เมื่อมันเคลื่อนผ่านทุ่งหญ้า จอห์น เดียร์ได้ผลิตเครื่องไถใช้เหล็กจากใบเลื่อย
ที่ชำรุด ความต้องการเครื่องไถที่ขัดถูตัวมันเองกลายเป็นยิ่งใหญ่ทันที
ด้วยก้าวไปข้างหน้านานกว่า 180 ปี บริษัทยังคงผลิตอุปกรณ์ด้วยความ
มุ่งหมายอย่างเดียวกันภายในใจ การช่วยเหลือลูกค้าสร้างประสิทธิภาพเท่าที่เป็นไปได้ ในขณะที่จอห์น เดียร์รู้จักกันอย่างกว้างขวางต่อโมเดล
รถแทรกเตอร์ที่หลากหลาย เครื่องจักรเหล่านี้ไม่ได้ถูกผลิตจนกระทั่ง
ค.ศ 1918 มันเป็นเวลาที่บริษัทได้ซื้อวอเตอร์ลู เอ็นจิน แก้ส คอมพานี

การจับภาพเว็บ 25 2 2023 123421 www.google.com

ผมได้การแนะนำทางการครั้งแรกของผมต่อความคิดของความมุ่งหมาย เมื่อผมหยิบหนังสือ “Built to Last” โดยจิม คอลลินส์ และเจอร์รี่ พอร์ราส์ ภายในร้านหนังสือของสนามบิน ผมสนใจหนังสือ เพราะว่าบริษัืสองบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ที่พวกเขาได้ครอบคลุมเป็นเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ และวอล
มาร์ท ลูกค้าที่ยาวนานสองรายของผม ผมกระหายอยู่เสมอที่จะมองบุคคลอื่นอธิบายความสำเร็จของพวกเขาอย่างไร
ผมทันทีจมอยู่กับคำอธิบายของอุดมการณ์แกนที่เเยกบริษัทที่มี
วิสัยทัศน์จากบริษัทปานกลาง บริษัทที่มีวิสัยทัศน์มีค่านิยมแกนที่ไม่
เปลี่ยนแปลง และความมุ่งหมายแกนที่จุดเชื้อเพลิงทุกสิ่งทุกอย่างที่
องค์การทำ ดังที่ผู้เขียนกล่าวว่า
ความมุ่งหมายแกนเป็นเหตุผลพื้นฐานขององค์การเพื่อมีอยู่ ความมุ่ง
หมายที่มีประสิทธิภาพสะท้อนความสำคัญที่บุคคลยึดติดกับงานของ
บริษัท
บนพื้นฐานการวิจัยหลายปี จิม คอลลินส์ ยืนยันว่าบริษัทที่ยิ่งใหญ่
บรรลุความสำเร็จภายในสองสิ่ง : รักษาแกนของพวกเขา และกระตุ้น
ความก้าวหน้า อุดมการณ์ของบริษัทถูกสร้างโดยความมุ่งหมายแกน
และค่านิยมแกน ความก้าวหน้าถูกกระตุ้นโดยการสร้างจินตนาการ
อนาคต วิสัยทัศน์ของบริษัทที่สร้างเป็นตัวตนในเเง่ของบีแฮก : เป้าหมาย
ที่ยิ่งใหญ่ เสี่ยงภัย กล้าหาญ
รอย สเพนซ์ กล่าวว่า บริษัทด้วยความมุ่งหมายเลยพ้นการทำเงินเป็นบริษัทด้วยผลิตภัณฑ์ดีที่สุด จิม คอลลินส์ ผู้เขียน หนังสือขายดีที่สุด Goodto Great และ Built to Last เราได้เรียนรู้จากเขาว่าบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ที่สร้างอย่างยั่งยึนจะมีความมุ่งหมายเลยพ้นการทำเงิน จิม คอลลินส์
ได้สร้างสมมุติฐานครั้งแรกว่าบริษัทด้วยความมุ่งหมายเลยพ้นจากการทำเงินจะทำเงินมากขึ้น ลูกค้าต้องการทำธุรกิจกับบุคคลที่ร่วมค่านิยมและความมุ่งหมายของพวกเขา
เมื่อฤดูหนาวเศรษฐกิจสิ้นสุดลง ฤดูใบไม้ผลิเข้ามา ผมคิดว่าผู้อยู่รอด
และ
เจริญเติบโตเป็นบริษัทด้วยความมุ่งหมายคือ ธุรกิจการปรับปรุงชีวิต
ซีอีโอของพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล บริษัทผลิตภัณฑ์บริโภคใหญ่
ที่สุดภายในโลก กล่าวว่า พวกเขาจะไม่มีตราสินค้าใดเลยภายในกลุ่ม
ที่ไม่ปรับปรุงชีวิตของบุคคล พวกเขาอยู่ภายในธุรกิจการพัฒนาเด็ก
ทุกครั้งที่เราซื้อแพคเกตของแพมเพิรส แพนด์จี จะให้ทีทานุส ช้อต
แก่ผู้หญิงภายในทุกส่วนของโลก ดังนั้นทารกของเธอจะมีสุขภาพดี
ถ้าเราไม่มีความมุ่งหมาย เราไม่มีแรงจูงใจหรือเเรงบันดาลใจ
ขับเคลื่อนนวัตกรรมภายในวิถีทางที่สร้างสรรค์และมีความหมาย
นวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของนวัตกรรมมักจะทำให้เกิดความสูญเสีย
เวลาและเงินจำนวนมาก นวัตกรรมออกแบบที่จะสนับสนุนความมุ่ง
หมายภายในวิถีทางใหม่และตื่นเต้น ตรงที่ความก้าวหน้าที่มีคุณค่า
ได้ถูกสร้าง
จิม สเตนเกิล ได้แสดงความมุ่งหมายสามารถปลดปล่อยการคิด
อย่างสร้างสรรค์ภายในองค์การอย่่างไร จิม สเตนเกิล เชื่อว่าแพมเพิรสเป็นมากกว่าไม่เพียงแค่ผ้าอ้อมที่ป้องกันความเปียก ดังที่เขาได้แสดงมัน
เรากำลังพูดเกี่ยวกับทารกและเเม่ และการเกิดและชีวิต เราควรจะเป็นบริษัทมีีความทะเยอทะยานสูงขึ้น ไม่เพียงแค่รักษาก้นให้แห้งหรือไม่ เขาได้อธิยายการปฏิรูปที่มีพลังเกิดขึ้นเมื่อแพมเพิรส ได้เริ่มต้นสำรวจอย่างจริงจัง มันสามารถไม่เป็นเพียงแค่รักษาก้นให้แห้งอย่างไร
นานหลายปี แพมเพิรสมองตัวมันเองอยู่ภายในธุรกิจของการรักษาทารกให้แห้ง เมื่อจิม สเตนเกล ผู้บริหารการตลาดก่อนหน้านี้ของพี แอนด์ จี รับรู้ว่าความเเห้งเชื่อมโยงต่อนิสัยการนอนหลับดีขึ้นที่สำคัญต่อการพัฒนาสมอง เขาได้ยกระดับตราสินค้าสู่ความมุ่งหมายที่สูงขึ้น นำมันออกจากธุรกิจก้นที่แห้ง และวางมันลงที่ธุรกิจการพัฒนาทารก ด้วยความมุ่งหมายนี้วางอยู่ นวัตกรรมได้แพร่กระจายอย่างไฟป่า
พวกเขาได้สร้างชุมชนออนไลน์ที่มีชีวิตชีวา ณ แพมเพิรส วิลเลจ ตรงที่พ่อแม่สามารถพบข้อมูลที่มีประโยชน์ช่วยปลูกฝังการพัฒนาสุขภาพของลูกของพวกเขา
จิม สเตนเกิล ได้กล่าวว่า การตลาดอยู่ภายในความต้องการของการ
ยกเครื่องที่สำคัญ ความไว้วางใจภายในตราสินค้าต่ำตลอดเวลา วิถีทาง
ใหม่ของการขายของจิม สเตนเกิลเรียกว่า การตลาดบนพื้นฐานความมุ่งหมายเกี่ยวกับการระบุบริษัททำอะไร – เลยพ้นจากการทำเงิน – และมันสามารถทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นอย่างไร
เราได้ถามตัวเราเอง อะไรที่แม่ทุกคนห่วงใยมากที่สุด เธอห่วงใยเกี่ยวกับ
การพัฒนาลูกของเธอภายในทุกทาง ดังนั้นเราได้เริ่มต้นยึดความคิดนั้น
และเราได้เปลี่ยนแปลงจากการเป็นตราสินค้าเกี่ยวกับการรักษาความ
แห้ง ไปเป็นตราสินค้าที่ช่วยเหลือแม่ทั่วโลกด้วยการพัฒนาทางร่างกาย
สังคม และอารมณ์ของลูก และตอนเริ่มต้น ความคิดดูแล้วประหลาด แต่
มันเริ่มต้นทำให้บุคคลบันดาลใจ เราได้ระบุการนอนหลับสนิท เป็นจุด
สำคัญอย่างหนึ่งต่อการพัฒนาสุขภาพลูกที่ดี
เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ เป็นตัวแย่างหนึ่งของผู้นำอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง
ก่อตั้งบนความมุ่งหมายที่มีคุณธรรม ผู้ก่อตั้งเฮริบ เคลลีเฮอร์ ได้สร้าง
ความมุ่งหมายของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ชัดเจนแน่นอนที่จะทำให้ท้องฟ้าเป็นประชาธิปไตย รอย สเปนซ์ ผู้เชี่ยวชาญการตลาด ทำงานกับเฮิรบ เคลลีเฮอร์
ได้กล่าวว่า เซ้าธ์เวสท์อยู่ภายในธุรกิจเสรีภาพ พวกเขามีภารกิจและวิสัย
ทัศน์ แต่ความมุ่งหมายของพวกเขา “ประชาธิปไตยท้องฟ้า” เหนือกว่า
ทุกสิ่งทุกอย่าง
รอย สเปนซ์ กล่าวว่า ความมุ่งหมายคือ ทำไมเรามีอยู่ มันเป็นความคิดเรียบง่ายที่ควรจะสื่อสารได้ง่าย แต่มันยุ่งยากมากที่จะพบ ผมได้คิดออก
เมื่อผมทำงานกับเฮิรบ เคลลีเฮอร์ ณ เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ เมื่อเฮิรบ เคลลี
เฮอร์ เริ่มต้น สายการบิน 15% เท่านั้นของชาวอเมริกันที่บิน การบินเป็นเพื่อบุคคลร่ำรรวยอย่างมาก เขาได้เรียกร้องศาลสูงที่จะผ่อนคลายข้อบังคับอุตสาหกรรมสายการบิน และทำงานอย่างหนักที่จะคิดทำให้การบินเป็นกิจกรรมที่บุคคลทุกคนสามารถทำได้
ผมได้กล่าวว่า เฮริบ ผมไม่คิดว่าคุณอยู่ภายในธุรกิจสายการบิน ผมคิด
ว่าคุณอยู่ภายในธุรกิจเสรีภาพ คุณได้เริ่มต้นที่จะทำให้ท้องฟ้าเป็นประชาธิปไตย เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์มีอยู่ให้บุคคลเสรีภาพที่จะบิน นั่นคือความมุ่งหมายของบริษัท ภารกิจคือคุณทำมันอย่างไร ภารกิจ ณ เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์
คือ รักษาต้นทุนการดำเนินงานให้ต่ำ ดังนั้นค่าโดยสารสามารถรักษา
ให้ต่ำด้วย การให้บุคคลเสรีภาพที่จะบิน ในที่สุดวิสัยทัศน์ของคุณ
คุณมองโลกปรับปรุงอย่างไร เมื่อคุณบรรลุความมุ่งหมายของคุณ –
เป็นโลกตรงที่ใครก็ตามสามารถบินได้ แต่ความมุ่งหมายคือ ทำให้การ
บินบรรลุต่อบุคคลทุกคน ในขณะนี้ชาวอเมริกันเกือบ 90% ได้บิน บางสิ่งบางอย่างที่เราเรียกว่า “ผลกระทบของเซ้าธ์เวสท์”
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ ได้นึกความคิดของเซ้าธ์เวสท์กับรอลลิน คิง คืนหนึ่งภายในซาน แอนโตนิโอ ดังที่ตำนานได้เล่าว่า มันเริ่มต้นด้วยสามเหลี่ยมที่
เรียบเขียนบนผ้าเช็ดปาก
เฮริบ เคลลีเฮอร์และรอลลิง คิง ได้ตัดสินใจที่จะให้ผ่อนคลายข้อบัง
คับอุตสาหกรรมอย่างอย่างเด็ดเดี่ยว และสร้างสายการบินต้นทุนต่ำที่
มีประสิทธิภาพ ทำให้การบินรับภาระได้ต่อบุคคลจากทุกชนชั้น ความมุ่งหมายที่ชัดเจนของพวกเขา แม้ว่ามันยังไม่ได้ถูกถ่ายทอด ให้บุคคลเสรีภาพที่จะบิน จุดสำคัญ ทำให้ท้องฟ้าเป็นประชาธิปไตย พวกเขาอาจจะอยู่ภายในธุรกิจสายการบิน แต่ความมุ่งหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือ ให้บุคคลเสรีภาพที่จะบิน
รอย สเพนซ์ ได้อธิบายมันทำนองนี้ภายในหนังสือของเขา It’s Not What
You Sell It’s What You Stand For
ความมุ่งหมายคือความแตกต่างที่เราพยายามสร้าง ภารกิจคือเราทำมันอย่างไร วิสัยทัศน์คือเรามองโลกภายหลังที่เราได้ทำความมุ่งหมายและ
ภารกิจของเราอย่างไร
ถ้าเราเคยบินบนท้องฟ้าที่เป็นมิตร มันเป็นไปได้ที่เราจะนั่งบนเที่ยวบินหนึ่งของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ในขณะที่พวกเขาพยายามเป็นทางเลือกราคาต่ำ เเนวคิดที่พวกเขาเรียกว่าความโปร่งใส ในที่สุดพวกเขาไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยเป้าหมายนั้น แต่พวกเขามุ่งที่ความมุ่งหมายอย่างเดียว “ประชาธิปไตยท้องฟ้า”
ประชาธิปไตยท้องฟ้าหมายถึงอะไร มันหมายความว่า บริษัทถูกขับเคลื่อนโดยความมุ่งหมายที่มีคุณธรรมที่จะให้ลูกค้ามีเสรีภาพ เซ้าธ์เวสท์
แอร์ไลน์ รับรู้ว่าคู่แข่งขันทำให้เข้มงวดมากขึ้น ราคาแพงขึ้น ภาระมากขึ้นแก่บุคคลที่จะบิน ดังนั้นพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะมุ่งแผนลูกค้าเป็ศูนย์กลาง ทำให้มันง่ายขึ้นและราคาถูกขึ้นเพื่อบุคคลที่จะเดินทาง
เมื่อ ค.ศ 2022 เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ได้ฉลองวันครบรอบปีที่ 51 เราได้ใช้เที่ยวบินแรกจากดัลลีส – เลิฟ ฟิลด์ ภายใน ค.ศ 1971 ทำให้ท้องฟ้าเป็นประชาธิปไตย ด้วยการเดินทางอากาศที่เป็นมิตร ไว้วางใจได้ ต้นทุนต่ำ ความมุ่งหมายของเราเชื่อมโยงบุคคลต่ออะไรที่สำคัญภายในชีวิตของพวกเขา ด้วยการเดินทางอากาศที่เป็นมิตร ไว้วางใจได้ และต้นทุนต่ำ
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ ได้กล่าวว่า คู่แข่งขันอาจจะสามารถแข่งขันค่าโดยสาร
ของเราได้ พวกเขาอาจจะสามารถแข่งขันความถี่ของเราได้ แต่พวกเขา
ไม่สามารถแข่งขันบุคคลของเราได้ เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ได้ส่งเสริมเสรีภาพของท้องฟ้าเพื่อลูกค้า แต่พวกเขาได้ส่งเสริมเสรีภาพของบุคคลด้วย พวกเขามีอิสระที่จะสนุกสนาน อิสระที่จะตัดสินใจ อิสระที่จะเป็นตัวพวกเขา

468196

 

รอย สเปนซ์ มีทางเลือกสองอย่าง เมื่อเขาเปิดตัวบริษัทโฆษณาของเขา
หลายปีมาแล้ว เขาสามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างที่เขาคิดจะทำให้เขามี
เงินจำนวนมาก หรือเขาสามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างที่จะเพิ่มคุณค่า
ชีวิตของเขา เขาได้เลือกอย่างหลัง ในที่สุดความสำเร็จทางเศรษฐกิจ
ได้ตามมา
ความมุ่งหมายเป็นถ้อยแถลงที่แน่นอนเกี่ยวกับความแตกต่างที่เรา
พยายามสร้างภายในโลก มันเป็นเหตุผลของเราเพื่อดำรงอยู่เลยพ้น
ไปจากการทำเงิน เเละทำให้เกิดการทำเงินมากขึ้นกว่าที่เราคิดเป็น
ไปได้อยู่เสมอ ด้วยความมุ่งหมายเป็นดาวเหนือ ความผูกพันของบุคคล
สูงขึ้น การแข่งขันคุกคามน้อยลง ลูกค้าจงรักภักดีมากขึ้น และนวัตกรรม
เพิ่มขึ้น
ความมุ่งหมายที่แท้จริงไม่สามารถเป็นเพียงแค่ถ้อยคำบนแผ่นกระดาษ
มันต้องอยู่ภายใต้ผิวหนังของบุคคลทุกคนของบริษัทของเรา เหมือนเช่น
ความมุ่งหมายของการทำให้ท้องฟ้าเป็นประชาธิปไตยของเซ้าธ์เวสท์
แอร์ไลน์ หรือวอลมาร์ทของการประหยัดเงินของบุคคล ดังนั้นพวกเขาสามารถมีชีวิตที่
ดีขึ้น ถ้าเรามีความมุ่งหมาย บุคคลของเราจะรู้สึกยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอะไรที่
พวกเขากำลังทำอยู่ ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของพวกเขา และตื่นเต้นที่จะ
ไปทำงานทุกเช้า
ผมพบว่าถ้าความมุ่งหมายธุรกิจของคุณเลยพ้นไปเพียงแค่ทำเงิน คุณ
จะทำเงินมากขึ้นอย่างแน่นอน ไม่่่ทุกเวลา ไม่ทุกวัน แต่อย่างน้อยที่สุด
คุณอยู่ภายในธุรกิจของการสร้างความแตกต่าง ดังนั้นคุณมีความมุ่งหมาย ความมุ่งหมายภายในชีวิตของผมคือ บันดาลใจและช่วยเหลือ
บุคคลค้นหาความมุ่งหมายของพวกเขา นั่นเป็นอะไรที่ผมทำ
ภายในหนังสือของจิม คอลลินส์ Good to Great เรามีวงกลมสามวงตัดกันที่เราต้องกรอก เขาได้กล่าวคำถามสามข้อที่คุณต้องถามตัวเอง
วงกลมแรก คุณลุ่มหลงเกี่ยวกับอะไรมากที่สุด คุณเขียนมันลงไป
โดยเฉพาะบุคคลที่พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง วงกลมที่สองคุณสามารถเป็นอะไรดีที่สุดภายในโลก เขียนมันลงไป วงกลมที่สาม เครื่องยนต์เศรษฐกิจของคุณคืออะไร การปฏิรูปจากบริษัทที่ดีไปสู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่
เกิดขึ้นจากลำดับของการตัดสินใจที่ดีสอดคล้องกับแนวคิดของเม่น
จิม คอลลินส์ ได้ประยุกต์ใช้แนวคิดของเม่นต่อธุรกิจ เขายืนยันว่า
บริษัทจะบรรลุความสำเร็จถ้าพวกเขามุ่งที่การทำสิ่งเดียวให้ดี บริษัท
ควรจะพยายามระบุแนวคิดของเม่นของพวกเขา และลงทุนทรัพยากร
ทุกอย่างภายในสิ่งนั้น แนวคิดของเม่นกำเนิดมาจากนิยายเปรียบเทียบโบราณ สุนัขจิ้งจอกรู้หลายสิ่ง แต่เม่นรู้สิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างเดียว
โดยพื้นฐานสุนัขจิ้งจอกเป็นนักล่าที่ฉลาดสามารถได้อาหารด้วยวิธีการใดก็ตาม เม่นรู้เพียงแค่วิธีการเดียวของความอยู่รอดจากหมาจิ้งจอกโจมตี ในขณะที่หมาจิ้งจอกมีความสามารถหลายอย่าง เมื่อสุนัขจิ้งจอกโจมตี
เม่น เม่นป้องกันตัวมันได้อยู่เสมอ ไม่ว่าสุนัขจิ้งจอกจะพยายามอย่างไร
ความคิดนี้ได้ถูกขยายโดยไอซาอะห์ เบอร์ลิน นักปรัชญาภายในเรียงความ 1953 ของเขา “The Hedgehog and The Fox” เรียงความของ
ไอซาอะห์เบอร์ลินแบ่งบุคคลเป็นสุนัขจิ้งจอกและเม่น
จิม คอลลินส์ ภายในหนังสือของเขาพูดเกี่ยวกับความเรียบง่ายและความ
เด็ดเดี่ยวของเม่น เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ เม่นทำสิ่งเดียวที่ดีอย่างแท้จริง ขดตัวเป็นวงกลม เมื่อถูกโจมตีจากสุนัขจิ้งจอก
มันทำสิ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยล่อใจที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีทางของมัน หลักการของเม่นยืนยันว่า ธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จระยะยาวต้องสามารถตอบคำถามสามข้ออย่างชัดเจน เหมือนเม่นที่ถ่อมตัวไม่เคยยกเว้นความผูกพันของมันต่อคำตอบ คำถามสามข้อเหล่านี้เกี่ยวกับ ความลุ่มหลง ความมุ่งหมาย และกำไร
รอย สเพนซ์ ได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้บริหาร ผู้นำมีวิสัยทัศน์อย่างแท้จริงสามารถมองเห็นยอดภูเขา และไม่จำเป็นต้องรู้ขึ้นไปบนยอดภูเขาอย่างไร ผู้บริหารถ้าไม่ได้นำโดยวิสัยทัศน์ จะปีนภูเขาที่ผิดอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเราต้องแต่งงานระหว่างผู้ทำและผู้ฝัน ผู้นำและผู้บริหาร พวกเขาทั้งสองมีบทบาทของพวกเขา ผู้นำต้องการผู้บริหารที่มีั
ความสามารถสูง และผู้บริหารต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ถ่ายทอดความฝัน

468212

เมื่อรอย สเพนซ์ ได้ขอเงินกู้ธุรกิจ 5,000 เหรียญ เปิดตัวบริษัทโฆษณากับเพื่อนมหาวิทยาลัยสามคน ภายหลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสเมื่อ ค.ศ 1971 เขาได้บอกนายธนาคารแผนธุรกิจของเขาเหนือสิ่งอื่นใดคือ สร้างความแตกต่าง
เมื่อ 46 ปีต่อมา ด้วยลูกค้าเหมือนเช่นเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ วอลมาร์ท และ
รัฐเท็กซัส ภายใต้เข็มขัดของเขา ผู้ก่อตั้งร่วม บริษัทโมฆณาดีเด่นที่สุดของออสติน จีเอสดี แอนด์ เอ็ม ได้ดำเนินการจุดมุ่งขับเคลื่อนความมุ่งหมายของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นซีอีโอของสถาบันความมุ่งหมายด้วย องค์การที่ช่วยเหลือบริษัทค้นพบและบรรลุตวามมุ่งหมายของพวกเขา
รอย สเพนซ์ ได้ระบุความมุ่งหมายเป็นความแตกต่างที่พยายามสร้างภายในโลก มันเป็นความคิดของการขึ้นบันไดจากผลิตภัณฑ์ไปสู่ความ
มุ่งหมาย กลยุทธ์ของการก้าวจากการขายผลิตภัณฑ์ ไปสู่ข้อแก้ปัญหาบันดาลใจด้วยความมุ่งหมาย การหลีกเลี่ยงกับดักของผลิตภัณฑ์ การดึงดูดบุคคลวัยหนุ่มสาวมาสู่ธุรกิจ และค้นพบความคิดที่ยิ่งใหญ่ต่อไป
เขาได้กล่าวว่า คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ไม่ได้เป็นผู้สำรวจ เขาเป็นผู้ประกอบการ เราเกิดแตกต่างกัน ไม่ใช่ดีกว่ากัน แต่แตกต่างกัน อเมริกา
ดีที่สุด บุคคลสามารถสร้างชีวิตทำอะไรที่พวกเขาชอบทำ เราควรจะย้อนกลับไปสู่ความคิดนี้ รอย สเพนซ์ เป็นตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ของการประยุกต์ใช้วิถีทาง “การเริ่มต้นด้วยทำไม” ของไซมอน ซีนิค
เมื่อถ้อยแถลงภารกิจถูกเขียนไว้อย่างดี มันได้ใช้เป็นการประกาศของความมุ่งหมาย แต่ถ้อยแถลงภารกิจของบริษัทมักจะเป็นข้อความพรรณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือแรงบันดาลใจ มันจะมีพลังมากขึ้นเมื่อมันได้ถ่ายทอดอย่างชัดเจนและโดยเฉพาะความแตกต่่างที่ธุรกิจของเราพยายามที่จะสร้่างภายในโลก
ผู้นำที่ต้องการบรรลุความสำเร็จควรจะสื่อสารตรงไปตรงมาอะไรที่พวกเขาเชื่อมั่น และทำไมพวกเขาลุ่มหลงเกี่ยวกับความมุ่งหมายของมัน ตามไซมอน ซีเนค ผู้เขียน “Start With why” บุคคลส่วนใหญ่รู้อะไรที่พวกเขาทำ และพวกเขาทำมันอย่างไร แต่บุคคลไม่กี่คนสื่อสารทำไมพวกเขาทำมัน บุคคลไม่ได้ซื้ออะไรที่เราทำ พวกเขาซื้อทำไมเราทำมัน ถ้าเราไม่รู้และไม่สามารถสื่อสสารทำไมเราใช้การกระทำเฉพาะ เราสามารถคาดหวังบุคคลของเราที่จะจงรักภักดีและสนับสนุนเราได้อย่างไร
เเนวคิดวงกลมทองคำโดยไซมอน ซีเนค ได้ช่วยให้บริษัทเปลี่ยนแปลง
วิถีทางที่พวกเขามองผลิตภัณฑ์ของพวกเขา แกนของวงกลมทองคำคือ
บุคคลไม่ได้ซื้อเราทำอะไร พวกเขาซื้อเหตุผลทำไมเราทำมัน
ไซมอน ซีเนค ได้ใช้วงกลมศูนย์กลางร่วมกันสามวงระบุความมุ่งหมาย
ของธุรกิจ : อะไร อย่างไร และทำไม จุดสำคัญของไซมอน ซีเนค อย่าง
แรกและสำคัญที่สุด บุคคลซื้อทำไมเราทำบางสิ่งบางอย่าง ทำไมภายในวงกลมทองคำ แสดงความมุ่งหมายของการมีอยู่ของบริษัท
ทุกองค์การบนโลกรู้พวกเขาทำอะไร สิ่งเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่พวกเขา
ขายหรือบริการ บางองค์การรู้พวกเขาทำมันอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นผลิต
ภัณฑ์ทำให้พวกเขาพิเศษ หรือแยกพวกเขาจากการแข่งขัน องค์การน้อย
มากรู้ทำไมพวกเขาทำอะไร ทำไมไม่ได้เกี่ยวกับการทำเงิน มันเป็นผลลัพธ์ ทำไมเป็นความมุ่งหมายหรือความเชื่อ มันเป็นเหตุผลทีื่แท้จริงที่องค์การของเรามีอยู่

468213

ภารกิจคือ ความมุ่งหมายหรือเหตุผลการดำรงอยู่ขององค์การ การเขียนภารกิจเป็นลายลักษณ์อักษรถูกเรึยกว่าถ้อยแถลงภารกิจ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้กล่าวว่าถ้อยแถลงภารถิจที่มีประสิทธิภาพต้องมีจุดมุ่งชัดเจนและแหลมคม ถ้อยแถลงภารกิจต้องกระชับกับเสื้อยืด ถ้อยแถลงภารกิจจะต้องชัดเจนและบันดาลใจ บุคคลทุกคนต้องมองเห็นภารกิจและกล่าวว่า ใช่แล้ว นี่ตือบางสิ่งบางอย่างที่ผมต้องการจดจำไว้
ภารกิจเหมิอนกับดาวเหนือของเรา ดาวเหนือไม่ใช่สถานที่ที่เราจะไป ดาวเหนือคือจุดยึดที่ให้มุมมองแก่เราว่าเรากำลังไปที่ไหน ถ้อยแถลงภารกิจจะรักษาการมุ่งหน้าของเราไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ถ้อยแถลงภารกิจที่ชัดเจนจะเหมิอนกับมือที่มองไม่เห็น นำทางบุคคลทุกคนภายในองค์การ ถ้อยแถลงภารกิจจะเป็นเข็มทิศขององค์การ ภารกิจคือเส้นทาง วิสัยทัศน์คิอจุดสิ้นสุด ภารกิจจะนำทางองค์การไปสู่วิสัยทัศน์ – ความฝัน
ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจและเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ธุรกิจได้ถูกระบุโดยภารกิจทางธุรกิจ คำนิยามทางธุรกิจที่ชัดเจนขององค์การเท่านั้นจะทำให้เป้าหมายทางธุรกิจชัดเจนและเป็นจริงได้ ภารกิจและวิสัยทัศน์อาจจะใช้แทนกันได้ บริษัทบางบริษัทอาจจะรวมภารกิจและวิสัยทัศน์เข้าด้วยกันเป็นถ้อยแถลงภารกิจอย่างเดียว และบริษัทบางบริษัทอาจจะมีถ้อยแถลงปรัชญาและค่านิยมแยกต่างหากด้วย นักวิชาการบางคนมองว่าภารกิจและวิสัยทัศน์จะเป็นแนวความคิดที่แตกต่างกัน
วิสัยทัศน์ คือความฝันในอนาคตของบริษัท ธุรกิจของเราต้องการจะกลายเป็นอะไร โจนาธาน สวีฟท์ นักเขียน ชาวไอร์แลนด์ ได้กล่าวว่า วิสัยทัศน์คือ ศิลปของการมองสิ่งที่มองไม่เห็น วิสัยทัศน์จะไม่เหมือนกับภารกิจที่ได้ระบุความมุ่งหมายของบริษัท ณ เวลานี้ แต่วิสัยทัศน์จะมุ่งอนาคต บริษัทที่มีวิสัยทัศน์จะมีความรู้สึกที่ชัดเจน ต่อสิ่งที่บริษัทต้องการจะเป็น
ในอนาคต

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *