The Leadership Odyssey

The Leadership Odyssey
“The Odyssey” เป็นมหากาพย์ ประพันธ์โดยโฮเมอร์ ระหว่าง 725 และ 675 บีซีอี มันเป็นตอนของหนังสือยี่สิบสี่เล่ม รายละเอียดการเดินทางของกษัตริย์โอดิสซิอุสตามมาจากสงครามโทรจัน เมื่อเขาได้ต่อสู้ดิ้นรนกลับบ้านกรีกโบราณบ้านเกิดของประชาธิปไตย เป็นแหล่งที่มาของวรรณกรรมสถาปนิก วิทยาศาสตร์ และปรัชญายิ่งใหญ่ที่สุดภายในอารยธรรมตะวันตก และเป็นบ้านของที่ตั้งทางประวัติศาสตร์ที่สวยงาม เหมือนเช่น อโครโพลิช และพาร์เธนอน อารยธรรกรีกโบราณมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่ออาณาจักรโรมันเเละยังคงถูกพิจาณาเป็นรากฐานของอารยธรรมตะวันตกความสำเร็จไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทาง เเต่มันเป็นการเดินทาง แต่กระนั้นการเดินทางสามารถแตกต่างกันต่อบุคคลแตกต่างกัน ต่อมนุษย์คนหนึ่งแล้วชื่อ โอดิสซีอุส จากหนังสือ “The Odyssey” เขียนโดยโฮเมอร์ การเดินทางกลับบ้านของเขานานสิบปีภายในตอนเริ่มต้นโอดิสซีอุสและนักรบของเขาได้ค้นพบเกาะ เมื่อพวกเขาเดินทางกลับภายหลังสงครามโทรจัน ด้วยอุปทานของอาหารและน้ำที่จำกัด พวกเขาได้เริ่มต้นค้นหาเกาะ แต่พวกเขาได้เผชิญกับไซคลอปส์ ชื่อ โพลีฟีมัส ตอนเริ่มแรกไซคลอปส์แสร้างทำเป็นต้อนรับ แต่ต่อมามันได้กลายเป็นศัตรู และกินบุคคลสองคนของโอดิสซิอุส โอดิสซิอุสใช้ความฉลาดของเขา และเเสดงความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เขาได้ประเมินสถานการณ์ทุกอย่างค้นหาข้อแก้ปัญหาสามารถคิดอย่างยืดหยุ่นและวิเคราะห์ และกล้าหาญที่จะเสี่ยงภัยบรรลุเป้าหมายของเขา ในที่สุดโอดิสซีอุสและบุคคลของเขาหลบหนีจากไซคลอปส์ได้

กรีกโบราณบ้านเกิดของประชาธิปไตย เป็นแหล่งที่มาของวรรณกรรมสถาปนิก วิทยาศาสตร์ และปรัชญายิ่งใหญ่ที่สุดภายในอารยธรรมตะวันตก และเป็นบ้านของที่ตั้งทางประวัติศาสตร์ที่สวยงาม เหมือนเช่น อโครโพลิช และพาร์เธนอน อารยธรรกรีกโบราณจะมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่ออาณาจักรโรมันเเละยังคงถูกพิจาณาเป็นรากฐานของอารยธรรมตะวันตก โอดิสซีย์ และอีเลียดของโฮเมอร์ เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของความสามารถและความเข้มแข็งที่กรีกโบราณต้องการจากผู้นำของพวกเขา เช่น โอดิสซิอุส ตลอดเรื่องราว “The Odyssey” โดยโฮเมอร์ โอดิสซิอุส เป็นผู้นำที่แสดงให้เห็นมากที่สุดคนหนึ่งภายในวรรณกรรมตะวันตก โอดิสซิอุส เป็นกษัตริย์แห่งอิธากา เขาเป็นนักรบกรีกที่มีชื่อเสียงภายในสงครามโทรจันเขาวางแผนม้าโทรจัน และเขาถูกรู้จักกันเป็นต่อการใช้สิบปีพยายามกลับบ้านสู่อิธากาภายหลังสิ้นสุดสงครามโทรจันภายในตอนเริ่มแรก โอดีซิอุส ได้แสดงความสามารถของเขาเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความเข้มแข็งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาผ่านระหว่างมหากาพย์ตั้งแต่เขากล้าหาญนำทหารของเขาไปสู่สงครามโทจัน ภายหลังจากนั้นเขายังคงเข้มแข็งเมื่อเมื่อเผชิญกับความโกรธของโพไซดอนภายในการเดินทางกลับบ้าน ณ ถ้าของโพลีพีมัส โอดิสซิอุสไม่แสดงความกลัวเผชิญและพูดกับยักษ์ตาเดียวตอนเริ่มต้นภายหลังสิบปีของการตั้งค่ายภายนอกกำแพงทรอย โอดิสซิอุสมีความคิดเขาไม่เพียงแต่เป็นผู้นำทหารที่เข้มเเข็ง แต่ฉลาดและเพทุบายด้วย เขาได้กระตุ้นกองทัพสร้างมาไม้ทิ้งไว้ข้างนอกประตูทรอย และอ้างว่ามันเป็นของขวัญต่อเทพธิดาเอธินา แต่กระนั้นพวกเขาได้ซ่อนทหารไว้ข้างในโอดิสซิอุส แสดงคุณลักษณะของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ด้วยความกล้าหาญและการเสียสละชีวิตของเขาต่อบุคคลของเขา และการเดินทางกลับบ้านไปสู่ครอบครัวของเขา โอดิสซิอุสได้พยายามเดินทางกลับบ้านไปอิธากาภายหลังการได้ชัยชนะภายในทรอยของเขา บนการเดินทางกลับไปบ้านของพวกเขา โอดิซิอุสและทหารของเขาได้ทำให้ยักษ์ตาเดียวเจ็บใจ โพลีฟีมัส และพ่อของเขา โพไซดอน โกรธด้วยความโกรธของเทพเจ้าต่อพวกเขาโอดิซีอุสและทหารของเขาต้องเอาชนะอุปสรรคหลายอย่าง อุปสรรคเหล่านี้ได้นำพวกเขาไปสู่เกาะประหลาดมีเทพธิดาและสัตว์ประหลาดอันตราย โอดิสซิอุสใช้ความกล้าหาญ ความฉลาด และความมุ่งมั่นเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และนำทหารของเขาผ่านพ้นอุปสรรคอันตรายเหล่านี้ทุกอย่าง โอดิซิอุสใช้ 10 ปี ต่อสู้ ณ ทรอย และอีก 10 ปี เดินทางกลับบ้าน ระหว่างเวลานี้ไม่มีใครของครอบครัวของเขารู้อะไรได้เกิดขึ้นกับเขา โอดิสซิอุสถูกสาปแล่นเรือบนทะเลหลายปี ในที่สุดเขากลับมาบ้านเมื่อเทพเจ้าได้สงสารเขาโอดิสซีอุสเป็นกษัตริย์แห่งอิธากา แต่กระนั้นเมื่อเขาออกไปต่อสู้ระหว่างสงครามโทรจัน ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง เขาได้กลับบ้าน 20 ปีภายหลังออกไปเพื่อสงครามทอย การเดินทางของเขาจากทรอยไปอิธากา ผ่านอัฟริกาและยุโรปใต้ โชคไม่ดีต่อโอดิซิอุส เทพเจ้าต่อต้านเขาเกือบทุกระยะของการเดินทาง เส้นทางทั้งหมดเป็นมหาสมุทร เขาหยุดหลายครั้งตามเส้นทางภายในสถานที่แตกต่างกัน มันเป็นระหว่างการหยุดเหล่านี้ที่เหตุร้ายได้เกิดขึ้น มันดูเหมือนว่าสถานที่ทุกแห่งโอดิสซิอุสหยุด เขาได้เผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น ภายในสถานที่บางแห่ง เขาได้สูญเสียบุคคลของเขาและเรือของเขา จนกระทั่งเขาเดินทางคนเดียวเมื่อสิ้นสุดการเดินทางของเขาโอดิสซิอุสออกจากทรอยด้วยเรือ 12 ลำและบุคคล 600 คน พวกเขาเพิ่งจะได้ชัยชนะภายในทรอย และโอดิสซิอุสพร้อมกลับไปสู่เอธิกาบ้านของเขา เขาออกจากบ้านมา 20 ปี และเขาไม่ต้องการอะไรมากกว่ากลับบ้าน แต่พวกเขาได้เผชิญกับอุปสรรคอันตรายตลอดทางพวกเขาได้ขึ้นฝั่ง ณ เกาะของพวกกินดอกบัว ตรงที่พวกเขาลืมการกลับบ้าน และโอดิซิอุสลากพวกเขาขึ้นเรือ พวกเขาติดกับภายในถ้ำของไซคอล์ปส์ โพลีฟีมัส พวกเขาต้องรับมือกับแม่มด เซอร์ซี ทำให้ทหารกลายเป็นหมู

*ซิโคเนส
เมื่อเรือของโอดิสซิอุสแล่นไปสู่เอเจียน เทพเจ้าได้ส่งลมที่รุนเเรงพัดพวกเขาไปทางเหนือไปสู่ดินแดนของซิโคเนส จุดหยุดครั้งเเรกของพวกเขา โอดิสซิอุสอยู่ที่เกาะซิโคเนส ณ ที่นี่ โอดิสซิอุสและบุคคลของเขาได้โจมตีและต่อสู้ชาวพื้นเมืองซิโคเนส ปล้นสะดมและฆ่าอย่างป่าเถื่อน การฉกฉวยสัตว์และไวน์ และนั่งบนชายหาดกินและดื่ม แต่เมื่อโอดิซิอุสบอกทหารของเขาว่ามันถึงเวลาที่จะออกไป พวกเขาต่างไม่ยอม เมื่ออาหารดีเหลือเกินและไวน์หวานเหลือเกินไม่นานชาวซิโคเนสทั้งหมดได้รวมตัวกันและโจมตีพวกเขา ฆ่าทหารหลายคน ในขณะที่ทหารอื่นขึ้นเรืออย่างรวดเร็วและหนีออกท่ามกลางพายุที่รุนเเรง
*ผู้กินดอกบัว
ระหว่างการเดินทางของพวกเขา ลมที่รุนเเรงจากทางเหนือได้พัดเรือไกลออกไปภายในอัฟริกา ดังนั้นโอดิสซิอุสและทหารของเขาได้มาถึงดินเเดนของพวกกินบัว ในขณะที่โอดิสซีอุสสอดแนมไปรอบแผ่นดินทหารของเขาบางคนได้มั่วสุมกับชาวพื้นเมืองและกินดอกบัวท้องที่ของพวกเขากลายเป็นผลไม้ลุ่มหลง เนื่องจากความลุ่มหลงนี้ ในไม่ช้าทหารได้ลืมการกลับบ้านของพวกเขา และไม่ยอมออกไปจากดินแดนของพวกกินบัว จนโอดิซิอุสได้ไปค้นหาพวกเขา ลากพวกเขากลับไปสู่เรือด้วยกำลัง สั่งให้แเรือแล่นไปทันที
*โพลีฟืมัส ไซคลอปส์
โอดิซิอุสรู้จักเป็นต่อการมีไหวพริบ แม้ว่าต้องการเผชิญกับความลำบากภายหลังการเดินทางหลายวัน ลมได้พัดเรือของพวกไปยังเกาะของไซคลอปส์ ยักษ์ตาเดียวภายในตรงกลางของหน้าผาก โพลีฟีมัส ลูกของโพไซดอน ภายหลังการขึ้นฝี่ง พวกเขาได้ออกไปและค้นพบถ้ำมหึมาใกล้ชายหาดข้างในพวกเขาได้พบนม เนย ลูกแกะ และเเพะที่จะกิน แต่แล้วไซคล์อปส์ กลับมาถ้ำของเขา และได้พบโอดิสซิอุสและทหารของเขา เขาได้ปิดประตูของถ้ำด้วยหินก้อนใหญ่ และกินทหารบางคน วันต่อมาโอดิสซิอุส ได้ค้นพบเเผน เขาได้เสนอไวน์แก่โพลีฟีมัส “ไม่มีใคร” เป็นชื่อของข้า เขาตอบโพลีฟีมัส ตอบ เเก ไม่มีใคร ข้าจะกินแกเป็นคนสุดท้าย แลัวไซคอล์ปส์ได้ดื่มจนเขานอนหลับไปในที่สุดโอดิสซีอุสใช้ไม้แหลมทิ่มตาของโพลีฟีมัส ไซคล์อปส์กระโดดขึ้นร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ไซคอล์ปส์ตัวอื่นถาม อะไรเกิดขึ้น โพลีฮีมัส ไม่มีใครทำให้ข้าตาบอด โพลีฟีมัสตอบ ไม่มีใครทำให้แกตาบอดทำไมแกร้องตะโกน วันรุ่งขึ้นโพลีฟีมัสตาบอดได้เปิดประตูถ้ำ และยืนอยู่ทางออกรอที่ะจับโอดิซิอุสและบุคคลของเขา แต่โอดิซิอุส ได้ผูกบุคคลของเขาข้างล่างท้องของแกะ และออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย พวกเขาได้วิ่งไปที่เรือและเเล่นออกไป
*ถุงของเอโอลัส
เมื่อบุคคลทุกคนปลอดภัยออกจากถ้ำ พวกเขาได้แล่นเรือออกไป ต่อมาพวกเขาได้มาถึงเกาะของอโอลัส เทพเจ้าแห่งลม อโอลัสได้ต้อนรับพวกเขา และได้ให้ถุงลมแก่โอดิซิอุส ของขวัญที่ควรจะรับรองความปลอดภัยกลับบ้าน และไม่ให้การเดินทางติดขัด เมื่อถึงเวลาต่อพวกเขาออกไป เทพเจ้าอโอลัสได้อวยพรการเดินทางของโอดิสซือุส แต่กระนั้นเมื่อพวกเขาเข้าใกล้เอธิกา ทหารของเขาได้เปิดถุงในขณะที่โอดิสซิอุสนอนหลับ พวกเขาคิดว่าถุงบรรจุทองคำ ลมได้พัดออกมา และพายุได้ขับเคลื่อนเรือกลับไปที่เอโอเลีย เอโอลัสไม่ยอมช่วยเหลือพวกเขาอีกครั้งหนึ่งกรีกสมัยใหม่ใช้การแสดงออกคำพูด เปิดถุงของเอโอลัส อธิบายสถานการณ์ผลร้าย ด้วยผลตามมาควบคุมไม่ได้ ทำนองเดียวกับการแสดงออกคำพูด เปิดกระป๋องของตัวหนอน
*เลสตรีโกเนียน
เรือได้มาถึงดินแดนเลสตรีโกเนียน เผ่าของยักษ์ใหญ่กินเนื้อคน มันได้กินทหารหลายคนของโอดิสซิอุส เเละทำลายเรือสิบเอ็ดลำของสิบสองลำของเขา ด้วยการปล่อยหินลงมาจากหน้าผาสูง เรือของโอดิสซิอุสไม่ถูกทำลาย เพราะว่ามันได้ถูกซ่อนภายในอ่าวใกล้ฝั่ง บุคคลทุกคนบนเรือของโอดิสซิอุสรอดซีวิตจากเหตุการณ์ เรือของโอดิสซิอุสเท่านั้นได้หลบหนี พวกเขาได้แล่นมาถึงเกาะของอีเลีย บ้านของเทพธิดาสวยงามแต่อันตราย เซอร์ซี
*เเม่มดเซอร์ซี
โอดีอิซุสและทหารของเขาได้เดินทางมาถึงเกาะของเซอร์ซีโดยลม เขาได้ขอให้ทหารบางคนของเขาไปและถามพวกเขาอยู่ที่ไหน ในไม่ช้าทหารได้พบพระราชวังหรูหราของเซอร์ซี่ จากการมาถึงของพวกเขา บนเกาะของเซอร์ซี ภายหลังจากชนะเเม่มดและช่วยชีวิตทหารชองเขา โอดิสซิอุสจบฝลงด้วยกลายเป็นคนรักของเซอร์ซี เขาและบุคคลของเขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย งานเลี้ยงบนปศุสัตว์ของเกาะและการดื่มไวน์ของเธอ โอดิสซิอุสใช้เวลาของเขาอย่างมีความสุขภายในอ้อมแขนของเซอร์ซีที่งดงาม พวกเขายังคงอยู่ภายในเกาะของเซอร์ซีเป็นเวลานาน และเมื่อพวกเขาได้ตัดสินใจออกไป เซอร์ซีได้เเนะนำพวกเขาไปที่ยมโลก และพบกับนักพยากรณ์ตาบอด ไทรีซีอาส บอกเขาไปอิธาคาให้ปลอดภัยอย่างไรและให้ขอความรู้เเละความฉลาดจากเขา
*ยมโลก
โอดิอิซุสและทหารของเขาได้มาถึงดินเเดนแห่งความตาย บ้านของซิมเมียเรียน ไม่มีบุคคลที่มีชีวิตเคยเข้าไปยมโลก สถานที่ที่ไม่มีใครเคยบุกรุก เเต่โอดิซีอุสที่กล้าหาญได้ตัดสินใจเข้าไปเพื่อการเดินทางของเขาต่อไปและไปถึงเอธิกาในที่สุด โอดิซิอุสและทหารของเขาทำการบวงสรวงต่่อเทพเจ้าฮาเดสบนฝั่งของแม่น้ำเอเคอรอน และโอดิสซิอุสคนเดียวใช้เส้นทางไปสู่ยมโลกมืด ไทรีซีอาส ได้ปรากฏต่อโอดิสซิอุส และเขาได้ถามนักพยากรณ์ เขาต้องทำอะไรเพื่อที่จะกลับบ้าน ไทรีซีอาส กล่าวต่อเขาโพไซดอนเกลียดเขา เพราะว่าเจ้าทำให้ไซคอล์ปส์ โพลีฟีม้ส ลูกของเขาตาบอด และนักพยากรณ์ตาบอดบอกเขาว่า เพื่อการเดินทางกลับบ้านเขาต้องผ่านระหว่างสกิลลาและชาริบดีส อสุรกายยิ่งใหญ่สองตัว แต่กระนั้นระวังอย่าไปรบกวนวัวของสุริยเทพ เมื่อเจ้าไปถึงเกาะของเขา
*ไซเรนส์
การออกมาจากยมโลก โอดิอิซุสและทหารของเขาได้มาถึงเกาะของไซเรนส์ โอดิซิอุส ได้แนะนำทหารของเขาอุดหูของพวกเขาชาด้วยขี้ผิ้งให้เขาโดยเซอร์ซี ป้อวกันการได้ยินไซเรนส์ร้องเพลง โอดิซิอุสตัวเขาเองมัดร่างกายของเขากับเสากระโดงของเรือด้วยความพยายามสามารถฟังเพลงของไซเรนส์โดยไม่คัดท้ายท้ายไปสู่อันตราย ด้วยความช่วยเหลือของเซอร์ซี่ พวกเขาได้เดินทางอย่างปลอดภัยผ่านช่องแคบ และได้หลีกเลี่ยงการเสียชีวิต

*สกิลลาและชาริบดีส
พวกเขาได้มาถึงช่องแคบภายในทะเลที่มีอสุรกายหกหัว สกิลลา และอสุรกายน้ำวน ชาริบดีส ทำให้การเเล่นเรือผ่านชองแคบเกือบเป็นไปไม่ได้ทางข้างหนึ่งของทางน้ำที่แคบ ชาริบดีส ได้สร้างน้ำวนที่จะจมเรือ ในขณะที่อีกข้างหนึ่ง สกิลลาม้วนตัวอยู่ภายในถ้ำของมัน ยื่นหัวน่ากลัวหกหัวของมันออกไป และกินทหาร ติดอยู่ระหว่างสกิลลาและชาริบดีส โอดิอิซุสได้ตัดสินใจผ่านชาริบดีส เสียสละทหารบางคนของเขา แทนการเสี่ยงภัยจมเรือของเขา
*วัวควายของเฮลิออส
ภายหลังหลายคืนบนทะเล โอดิอิซุสและทหารที่เหลืออยู่ของเขาได้มาถึงเกาะธรินาเซียของสุริยเทพ เฮลลิออส เพราะว่าลมได้พัดภายในทิศทางที่ผิดต่อพวกเขาภายในการเดินทางอยู่ต่อไป ธินาเซียถูกรู้จักกันเป็นบ้านต่อวัวควายของสุริยเทพ โอดิสซิอุสได้ถูกเตือนว่าสัตว์เหล่านี้ถูกพิจารณาศักดิ์สิทธิ์ และถ้าเขาหรือทหารของเขาทำอันตรายพวกมันผลลัพธ์จะเป็นความหายนะ ส่วนที่เหลืออยู่ของทหารจะถูกฆ่าทุกคน และโอดิสซิอุสจะต้องเดินทางไปบ้านคนเดียว ดังนั้นเมื่อทหารของเขาขอหยุดและพักที่นี่ โอดิสซีอุสตกลง แต่่กำหนดให้สาบานก่อน กินอาหารที่พวกเขานำมากับพวกเขาเท่านั้น และอย่ายุ่งกับสัตว์ของสุริยเทพโอดิสซิอุสและทหารของเขาได้ถูกเตือนให้หลีกเลี่ยงเกาะนี้ และถ้าพวกเขามาถึง ให้หลีกเลี่ยงทำร้ายวัวควายของสุริยเทพ ในที่สุดอาหารของพวกเขาได้หมดลง และทหารได้ฆ่าวัวควายของสุริยเทพ มันทำให้ทหารทุกคนเสียชีวิตยกเว้นแต่โอดีซีอุส
*เจ็ดปีกับคาลิปโซ
ในที่สุดทหารทุกคนของโอดิสซิอุสเสียชีวิต และเรือทุกลำของเขาถูกทำลาย โอดิสซิอุสเหลืออยู่คนเดียว ลอยอยู่ภายในทะเลเกาะติดกับท่อนไม้เก้าวัน เขาได้มาถึงเกาะของนางไม้คาลิปโซ เธอได้นำโอดิสซิอุสที่ทรุดโทรมมาที่ถ้ำของเธอ และดูแลเขาแต่ไม่ยอมให้เขาไป รักษาเขาไว้เป็นนักโทษตลอดทั้งเจ็ดปี และฝันที่จะทำให้เขาเป็นสามีอมตะของเธอ ในที่สุดเทพี เอธินา รู้สึกสงสารต่อโอดิซีอุสและขอให้บิดาของเธอ เซอุสช่วยเหลือเขา เซอุส ได้ส่งเฮอร์เมสไปหาคาลิปโซ เเละสั่งเธอให้ปล่อยโอดิสซิอุส
*อิธากา
ภายหลังสิบปีของความยากลำบาก ในที่สุดโอดิสซิอุสมาถึงอิธากา ครั้งหนึ่งที่นี่ เทพเทวี เอธีนา ได้เข้าหาเขาและบอกเขาว่าพระราชวังของเขาเต็มไปด้วยผู้มาชอบภรรยาของเขาหลายคน และต้องการแต่งงานกับภรรยาของเขา ราชีนีแห่งเอธิกา เพเนโลปี้ ใครก็ตามแต่งงานกับเธอจะกลายเป็นกษัตริย์แห่งอิธากา เธอได้รออย่างอดทนต่อโอดิซิอุสที่จะ
กลับมา โอดีซีอุสได้เข้าไปพระราชวังของเขา มองเห็นผู้มาชอบทุกคนกำลังกินและดื่ม
ในขณะนั้นเอธินาได้ดลใจเพเนโลปี้ ขอให้เธอนำธนูของโอดิซิอุส ลูกศรและขวานสิบสองเล่มของเขา และมีรูอยู่ข้างบน เพเนโลปี้ได้สั่งเรียงขวานตามลำดับและได้ประกาศว่า จงฟังผู้มาชอบข้าใครก็ตามสามารถยิงธนูให้ลูกศรผ่านรูของขวานสิบสองเล่มได้ เขาจะกลายเป็นสามีของเธอ ผู้มาชอบทุกคนไดัพยายาม แต่ไม่มีใครทำได้โอดิซิอุส ได้ขอลองด้วย เขาหยิบธนูและยิงลูกศร ผ่านรูของขวานได้ทุกเล่ม ช่วงเวลานั้นเพเนโลปี้ได้รับรู้ว่าผู้ชนะที่จริงแล้วเป็นสามีที่สูญหายไปยาวนานของเธอเอธินาได้ปลอมโอดิซิอุสเป็นขอทานทำให้เขามองเห็นอิธากามีอาการอย่างไรโดยไม่มีเขา มันจะทำให้เขาเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องเรียนรู้ก่อนที่เขาสามารถเเก้แค้นผู้มาชอบภรรยาของเขา ในฐานะของขอทาน โอดิสซิอุสอยู่ภายในตำแหน่งทดสอบบุคคลอื่นมองพวกเขาจะตอบสนองต่อบุคคลบางคนอย่างไรที่ไม่สามารถทำอะไรแก่พวกเขาต่อสองทศวรรษ เขามีภรรยาและลูกที่รอเขากลับมา และพวกเขาทุกคนสามารถสันนิษฐานว่าเขาได้สูญหายไปที่ทะเล แต่กระนั้นภรรยาของเขา เพเนโลปี้ ได้หวังว่าเขาจะกลับมาบ้าน ดังนั้นเธอได้ปฏิเสธข้อเสนอแต่งงานของผู้ชายที่ชอบเธอทุกคน เธอยังคงซื่อสัตย์ต่อโอดิสซิอุส

ภายในโลกที่เรามักจะมองเห็นเรื่อราวความสำเร็จที่งดงามเท่านั้นเเต่เรื่องราวที่ไม่บอกเล่าสร้างผู้นำที่ยิ่งใหญ่คือ ช่วงเวลาแห่งความกลัว การต่อสู้ที่ยากลำบาก และความท้าทายที่ทำลายพวกเขา เรื่องราวเหล่านี้เป็นแก่นแท้ของความเป็นผู้นำที่แท้จริง มันเป็นเรื่องราวที่สอน บันดาลใจ และเชื่อมโยงเรา”Leadership Odysseys” กำเนิดจากความต้องการที่ลึกซึ้งเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ที่มักจะไม่บอกเล่าเรา การเดินทางของโอดิสซีอุส วีรบุรุษกรีกที่เต็มไปด้วยอันตรายความท้าทาย และชัยชนะ ความเป็นผู้นำส่วนมากเกิดขึ้นเบื้องหลัง มันมากกว่าความเป็นผู้นำ มันเป็นโอดิสซี่ย์ การเดินทางของความเป็นผู้นำเป็นการเเสวงหาอย่างต่อเนื่องของการค้นพบตัวเอง ผลกระทบ และความมุ่งหมาย มันเกี่ยวกับการนำด้วยความกล้าหาญ การนำด้วยหัวใจ และการรับเอาการปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ครั้งหนึ่ง ดักกลาส เเมคอาร์เธอร์ นายพลอเมริกัน กล่าวว่า ผู้นำที่แท้จริงมีความเชื่อมั่นที่จะยืนอยู่คนเดียว กล้าหาญที่จะตัดสินใจยากลำบาก และความเห็นใจที่จะฟังบุคคลอื่น ภายใน “The Odyssey” โดยโฮเมอร์ โอดิส ซิอุส แสดงคุณลักษณะเหล่านี้ระหว่างการเดินทางกลับบ้านอิธากาภายหลังการต่อสู้สงครามโทรจันของเขา โอดิสซิอุสต้องต่อสู้ตลอดการเดินทางที่ยากลำบาก แต่เขาได้มุ่งมั่นกลับบ้านไปสู่ภรรยาและลูกของเขา โอดิซิอุส แสดงคุณลักษณะของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ด้วยความกล้าหาญต่อสู้เทพเจ้าและยักษ์ตาเดียว และด้วยการทำสิ่งนี้ เขาได้บันดาลใจทหารของเขา และผลักดันผ่านความยากลำบาก โอดิสซีอุสใช้ความกล้าหาญ ความฉลาด และความมุ่งมั่นผ่านอุปสรรคอันตรายทุกอย่าง”The Odyssey” เป็นเรื่อวราวเต็มไปด้วยการผจญภัย ความกล้าหาญ และอันตราย และมันมุ่งหมายที่จะเป็นภาคต่อของ “The Iliad” “The Iliad” เป็นมหากาพย์เกี่ยวกับสงครามโทจัน สงครามตำนานระหว่างกรีกและโทจัน การสู้รบที่จะข่วยเหลือเฮเลน ราชินีแห่งกรีกจากผู้ลักขโมยแห่งโทรจันในขณะที่ “The Odyssey” ใช้การล่มสลายของทรอยเป็นจุดเริ่มต้นของมัน และแต่งมหากาพย์ใหม่บนพื้นฐานการต่อสู้ของนักรบคนหนึ่งของท่ามกลางนักรบกรีกรอดชีวิตจากสงครามพยายามกลับบ้านของเขาคือ โอดีซีอุส บุคคลไม่กี่คนอาจจะเปรียบเทียบการเดินทางความเป็นผู้นำของพวกเขาต่อโอดิสซิอุส และการตระเวนกลับบ้านสิบปีของเขาภายหลังการล่มสบายของทรอย โอดิสซีอุสได้ความเป็นผู้นำจากการต่อสู้ภายในสงครามทรอยเพราะว่าเขาวางแผนการก้าวไปของเขานำหน้าเวลา และระมัดระวังตลอดเวลามั่นใจความปลอดภัยของเขาภายในโอดิสซีย์ มันชัดเจนว่าโอดิอิซุสได้รับความเคารพและสถานภาพของผู้นำจากบุคคลของอิธากา พวกเขายอมรับเขาเป็นกษัตริย์และปล่อยความรับผิดชอบภายในมือของเขา ตลอดการเดินทางของเขา โอดิซิอุสได้พิสูจน์ตัวเขาเองคุ้มค่าของชื่อเสียงเหล่านี้ โดยส่วนรวมโอดิซิอุสเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ เพราะว่าเขากล้าหาญ รอบคอบ และฉลาดโอดิซิอุส เป็นเรื่องราวของความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เขาเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล วีรบุรุษตำนานของมหากาพย์ของโฮเมอร์”The Odyssey” โอดิซีอุสเป็นตัวอย่างความเป็นผู้นำที่ผิดธรรมดา เมื่อเขาได้เริ่มการเดินทางที่อันตราย เอาชนะความท้าทายนับไม่ถ้วน และบันดาลใจบุคคลล้อมรอบเขาตลอดการเดินทางที่อันตราบกลับไปอิธากาโอดิสซิอุชเผชิญกับความท้าทายมากมาย แต่ละอย่างต้องการการพิจารณาอย่างรอบคอบและการตัดสินใจที่ฉลาด การเผชิญของเขากับยักษ์ตาเดียว โพลีฟีมัส เป็นตัวอย่างที่ดีของความกล้าหาญทางกลยุทธ์ แทนการโจมตียักษ์ใหญ่อย่างหุนหัน โอดิซิอุสรับรู้ความสำคัญของความอดทนและฉลาดแกมโกงเขาทำให้โพลีฟีมัสตาบอด และหลบหนีด้วยการซ่อนข้างใต้แกะของยักษ์ตาเดียว การใช้แผนทำให้ทหารของเขาหลีกเลี่ยงการทำลายบางอย่าง ความสามารถของโอดิซิอุสประเมินสถานการณ์ และการออกแบบกลยุทธ์ที่คาดคะเนแสดงความเป็นผู้นำที่ฉลาดของเขาภายในมหากาพย์ของเล่มที่หนึ่งโฮเมอร์ ได้พรรณาโอดิสซีอุสเป็นบุคคลแห่งการคดเคี้ยวเลี้ยวลด เพราะว่าการคดเคี้ยวเลี้ยวลดของจิตใจของเขาเป็น คุณลักษณะที่มักจะทำให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่อันตรายได้ การเดินทางของโอดิสซิอุสเต็มไปด้วยความยากลำยาก แต่เขาได้แสดงความอดทนอย่างสม่ำเสมอต่อการเผชิญกับความท้าทายอย่างมากมายภายหลังสงครามทรอย เขาอดทนกับความโมโหของโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ปล่อยอุสรรคนับไม่ถ้วน ขัดขวางการกลับบ้านของเขาโอดิสซิอุสเผชิญพายุอันตราย อสุรกายร้ายกาจ และไซเรนที่น่าหลงใหลตัวอย่างที่ดีของความยืดหยุ่นของโอดิสซิอุสถูกมองเห็นภายในการเผชิญกับเเม่มดเซอร์ชี เมื่อทหารหลายคนของเขาได้ถูกทำให้กลายเป็นหมูโอดิสซิอุสไม่ยอมยอมแพ้อย่างสิ้นหวัง แต่เขาได้เผชิญกับเซอร์ซี และเจรจาต่อรองการปล่อยตัวของพวกเขา เซอร์ซี ไม่เพียงแต่ตกลงตามคำร้องโอดิซิอุสเท่านั้น เธอได้ขอให้เขาอยู่บนเกาะของเธอหนึ่งปีด้วย โอดิซิอุสได้พิสูจน์ตัวเขาเองเป็นผู้นำที่มีความรอบคอบ ตลอดโอดิสซี่ย์เขานำทหารของเขาอย่างดีด้วยการประเมินสถานการณ์ทุกอย่างตลอดเขาได้พิจารณารับมือกับปัญหาแต่ละอย่างอย่างไร และทำอะไรที่ดีที่สุดต่อบุคคลของเขาอยู่เสมอ เช่น เมื่อพวกเขามาถึงดินเเดนของพวกกินบัวโอดิซิอุสได้สั่งทหารสามคนของเขาสำรวจเกาะจากอันตราย ไม่ใช่การสำรวจสถานการณ์พร้อมกัน เขารอบคอบภายในความรู้สึกของการดูแลบุคคลของเขาและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา ทหารกินบัวอย่างหลงใหล ถูกเวทย์มนต์สะกด ตรงที่พวกเขาลืมการกลับบ้านของพวกเขา เเต่โอดิสซิอุสได้บังคับพวกเขากลับไปเรืือด้วยตัวเขาเองโอดิซิอุสแสดงการคิดคำนึงอย่างไม่จบสิ้นต่อบุคคลของเขาทุกคนทำให้เขาเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง เขาระวังอยู่เสมอต่อบุคคลของเขาและกระตุ้นพวกเขารักษาการก้าวไปข้างหน้าเมื่อความหวังได้หายไป เช่น เมื่อพวกเขาได้เผชิญกับเกาะของไซเรนส์ที่ล่อเรือไปสู่การร้องเพลงของเธอ และในที่สุดทำให้เรือพังทลาย แม้ว่าเป็นข่าวไม่ดี เขารักษามันเป็นความลับต่อบุคคลของเขา เพราะว่่าเขาเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อพวกเขา โอดิสซีอุสได้แสดงความฉลาดของเขา เมื่อเขาและทหารของเขาได้เผชิญกับไซเรนส์ บนเการเดินทางกลับไปอิธากาของพวกเขา ไซเรนส์เป็นสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่บนเกาะ เเละยั่วยวนบุคคลถึงเสียสีชีตด้วยเสียงร้องเพลงที่ไพเราะ โอดิซิอุสต้องใช้เส้นทางนี้ เเม้ว่าเขารู้พวกเขาไม่สามารถชนะเสียงของไซเรนส์ได้ เขาได้จัดการอุดหูของทหารของเขาด้วยขี้ผึ้งหยุดเสียงของไซเรนส์ โอดิซิอุสฉลาดเพียงพอที่จะรับรู้ข้อจำกัดของเขาเองกล่าวว่า ดังนั้นบุคคลทุกคนพายเรือ จนกระทั่งไซเรนส์จมภายใต้ริมขอบทะเลและการร้องเพลงของได้ลดลงไป ณ ถ้ำของไซคล์อปส์ โพลีฟีมัส ยักษ์ตาเดียว โอดิซิอุสได้แสดงความรอบคอบอย่างไร เมื่อเขาได้นำทหารของเขาผ่านแผนที่ดีช่วยชีวิตของพวกเขาจากไซคล์อปส์ ดังนั้นความรอบคอบเป็นคุณลักษณะที่ชัดเจนของโอดิสซีอุสโอดิสซีอุสฉลาดอย่างมาก เช่น เมื่อโอดิสซีอุสติดอยู่ภายในถ้ำของโพลีฟีมัส ลูกชายของโพไซดอนโอดิซิอุสไม่ได้เปิดเผยชื่อจริงของเขาภายในการพูดคุยกับโพลีฟีมัสโอดิสซีอุสได้บอกชื่อของเขาแก่ไซ่คล์อปส์อย่างฉลาด “ไม่มีใคร”เป็นชื่อของเขา มารดาและบิดาของเขาเรียกเขา และเพื่อนทุกคนของเขาเรียกเขา ต่อมาอุบายที่หลักแหลมของเขากลายเป็นชัดเจน เขามุ่งหมายป้องกันโพลืฟีมัสจากความสามารถขอความช่วยเหลือเมื่อโอดีซีอุสกำลังหนีแผนหลบหนีของเขาหลอกลวงและอุบาย ในขณะที่ติดกับอยู่ภายในถ้ำ เขากลัวว่าไซคล์อปส์จะกินเขาและบุคคลของเขาหรือไม่ โอดิซีอุสได้ตระเตรียมไม้คมและยาว และชักจูงโพลีฟีมัสดื่มไวน์อย่างมากจนนอนหลับไป โอดีซีอุสและบุคคลของเขายึดช่วงเวลานี้ พวกเขาใช้ไม้ที่เผาใหม้ทิ่มตรงตาของไซคอล์ปส์ในขณะที่เขานอนหลับโอดิซิอุสใช้ปัญญาของเขา เเละรับรู้ว่าด้วยการพูดชื่อชองเขา “ไม่มีใคร” กลอุบายที่ฉลาดเป็นส่วนหนึ่งของแผนหลบหนีของเขา เมื่อโอดิซิอุสทำให้โพลีฟีมัสตาบอด ไซคล์อปส์ ได้ร้องตะโกน ไม่มีใคร ฆ่าเขา ชักจูงให้ไซคล์อปส์ตัวอื่นว่าโพลีฟีม้สไม่เป็นอันตรายเมื่อโอดีซีอุสและทหารของเขาติดอยู่ภายในถ้ำของไซคล์อปส์ เขาได้วางแผนต่อทหารของเขาหลบหนีซ่อนตัวด้วยการผูกข้างล่างท้องแกะในขณะที่ไซคล์อปส์นั่งอยู่ข้างทางเข้าถ้ำที่เปิดกว้าง โอดิสซีอุสผูกทหารของเขาข้างใต้แกะสามตัว โพลีฟีมัสตาบอมองไม่เห็นทหารมากับแกะออกจากถ้ำไป ภายในสงครามโทรจัน โอดีซีอุสได้ต่อสู้ด้วยความคิดที่ฉลาดของเขา เมื่อเขานำเสนอกรีกสร้างม้าโทรจันซ่อนทหารไว้ข้างใน ชาวโทรจันได้ลากเข้าภายในทรอยคิดว่าเป็นของขวัญจากกรีก ตกกลางคืนทหารกรีกได้ออกมาจากม้าโทรจัน โจมตีและทำลายทรอยได้สำเร็จบทความ “The Leadership Odyssey” โดยผู้เขียนร่วม เฮอร์มิเนีย อิบาร์รา ภายในฮาวาร์ด บิสซิเนส รีวิว ผู้เขียนได้ค้นพบว่าการปฏิรูปไม่ได้เป็นเหตุการณ์เดียว แต่ได้เปิดเผยตลอดเวลาและใช้หลายคดเลี้ยวเลี้ยวคด มันเป็นการเดินทางยาวนานด้วยสามระยะ ผู้เขียนได้เสนอแนะการเปรียบเทียบที่ดีสามารถเป็นเรื่องราวของโอดิสซีอุสใช้การเดินทางที่ยาวนานและยากลำบากกลับไปสู่อิธากาของโอดิซิอุสเเละทหารของเขาภายหลังสงครามโทรจัน
*การจากไป ระหว่างที่ผู้นำรับรู้ความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงและทิ้งไว้ข้างหลังวิถีทางของการทำงานเก่าของพวกเขา
*การเดินทาง ระหว่างที่พวกเขาได้เผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากสอนพวกเขาบทเรียนที่สำคัญ และเปิดเส้นทางของการปฏิรูป
*การกลับมา เมื่อพวกเขามาถึงด้วยความเข้าใจใหม่พวกเขาต้องเป็นผู้นำประเภทไหน และเริ่มต้นถ่ายทอดอะไรที่พวกเขาได้เรียนรู้แก่บุคคลอื่น
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







