อีวอง ชูนาร์ด ยกมรดกสามพันล้านเหรียญแก่โลก

อีวอง ชูนาร์ด ยกมรดกสามพันล้านเหรียญแก่โลก
พอล พอลแมน และมิลตัน ฟีดแมนจะมีมุมมองแตกต่างกันเกี่ยวกับธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ พอล นิวเเมน ได้มองว่าความคิดของมิลตัน ฟรีดแมนล้าสมัย และได้นำไปสู่ผลตามมาทางลบ มิลตัน ฟรีดแมน เป็นผู้สนับสนุนทุนนิยทมตลาดเสรีและความคิดว่าความรับผิดชอบหลักของบริษัทคือต่อผู้ถือหุ้นของพวกเขา โมเดลผู้ถือหุ้น หรือรู้จักกันเป็นทฤษฎีผู้ถือหุ้นของมิลตัน ฟรีดแมน ได้ระบุว่าความรับผิดชอบหลักของบริษัทคือการทำกำไรสูงสุดเพื่อผู้ถือหุ้นของพวกเขา มันหมายความว่าผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นควรจะถูกให้ความสำคัญเหนืออย่างอื่นทั้งหมด เมือตัดสินใจทางธุรกิจความรับผิดชอบทางสังคมเท่านั้นของธุรกิจคือเพิ่มกำไรต่อผู้ถือหุ้นของพวกเขา ผู้ถือหุ้นสามารถสามารถตัดสินใจ ที่จะใช้กำไรของพวกเขา เพื่อประโยชน์ของสังคมด้วยตัวพวกเขาอย่างไร มันมักจะถูกอ้างเป็นความเชื่อของมิลตัน ฟรีดแมน เขายืนยันว่าบริษัทไม่มีความรับผิดชอบทางสังคมต่อสาธารณะหรือสังคม มันเป็นความรับผิดชอบของพวกเขา ต่อผู้ถือหุ้นของพวกเขาเท่านั้น เขาเชื่อว่าผู้ถือหุ้นจะเป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของบริษัทและควรจะปฏิบัตต่อพวกเขาด้วยความเคารพ มิลตัน ฟรีดแมน เชื่อว่ารัฐบาลควรจะอยู่ข้างนอกของธุรกิจ และความรับผิดชอบหลักของธุรกิจคือต่อผู้ถือหุ้นของพวกเขา เขาจะเป็นผู้สร้างทฤษฎีการเงิน ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค ระบุว่าอุปทานเงินเป็นปัจจัยพื้นฐานภายในเงินเฟ้อและเงินฝีดของเศรษฐกิจ เขาเชื่อว่ารัฐบาลควรจะมุ่งรักษาเสถียรภาพทางราคาและรักษาอุปทานเงินให้มั่นคง มิลตัน ฟรีดแมนยืนยันว่าการเพิ่มอุปทานเงินจะเพิ่มการจ้างงานและผลผลิต และการลดลงนั้นจะ มีผลกระทบตรงกันข้ามพอล พอลเเมน กล่าวว่าบุคคลบุคคลสามารถสร้างความแตกต่างเหมือน เช่น เกรต้า ธันเบิรก นักเคลื่อนไหวทางภูมิอากาศชาวสวีเดน โดยการทำให้เสียงของพวกเขาถูกได้ยิน พอล พอลเเมน และเกรต้า ธันเบิรก จะเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลภายในการต่อสู้ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ พอล พอลเเมน ยกย่องเกรต้า ธันเบิรกภายในของเธอต่อการยกความตระหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ พอล พอลเเมน ได้กล่าวว่าบุคคลสามารถสร้างความแตกต่างโดยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมภายในทุกบริษัทในขณะนี้จะมีเกรต้า ธันเบิรถ มันเป็นถ้อยคำของพอลพอลเเมน เขาใช้ถ้อยคำนี้อ้างถึงนักเคลื่อนไหวภูมิอากาศ เกรต้า ธันเบิรก และกระตุ้นบริษัทให้มีวิสัยทัศน์ที่ทะเยอทะยาน พอล พอลเเมน ชัดเจนว่าเรามีหน้าต่างที่คาดไม่ถึงของโอกาส เพื่อการบริจาคกระตุ้นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ขึ้นจากภาคเอกชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น เหตุผลที่ยิ่งใหญ่ข้อ
หนึ่งคือมันกลายเป็นชัดเจนว่าต้นทุนต่อธุรกิจของไม่ทำอะไรเลยสูงเกินไป ธุรกิจไม่สามารถบรรลุความสำเร็จภายในสังคมที่ล้มเหลวได้หน้าต่างของโอกาสอีกอย่างหนึ่งจะมาจากคุณค่าของบุคคลวัยหนุ่มสาว พร้อมที่จะทำให้เสียงของพวกเขาถูกได้ยินเหมือนเช่นบุคคลอายุน้อยของบริษัท เป็นรุ่นต่อไปของผู้นำธุรกิจ เรามีแรงกดดันอย่าวมากมาจากบุคคลวัยหนุ่มสาว พวกเขาถูกขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมาย และพวกเขาต้องการโลกที่ดีกว่า พอลพอลเเมน พูดถึงการมีอยู่ของเกรต้า ธันเบิรกภายในทุกบริษัทเกรต้า ธันเบิรกถูกสัมภาษณ์โดยวารสารของพาตาโกเนียเกี่ยวกับวิกฤติภูมิอากาศของโลก พาตาโกเนีย ได้แสดงการสนับสนุนต่อการเคลื่อนไหวของเกรต้า ธันเบิ โดยการปิดร้านค้า เพื่อการแสดงน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับการโจมตีภูมิอากาศทั่วโลก การสนับสนุนการประท้วงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการพูดถึงการฟอกเขียวของเกรต้า ธันเบิรก พาตาโกเนียได้ชื่นชมเกรต้า ธันเบิรกและสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางภูมิอากาศของเธอ พาตาโกเนีย ได้มีส่วนร่วมภายในการโจมตีภูมิอากาศเคียงข้างเธอเกรต้า ธันเบิรก เด็กหญิงชาวสวีเดนนักเคลื่อนไหวภูมิอากาศของโลกได้เยาะเย้ยผู้นำโลก ด้วยถ้อยคำว่า “บลา บลา บลา” หมายถึง น่าเบื่อ เบื่อหน่าย หรือหดหู่ เธอได้แสดงความเบื่อหน่ายอดีตประธานาธิบดีอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์อย่างเห็นได้ชัด เกรต้า ธันเบิรก ชุมนุมประท้วงการกระทำที่ย่อหย่อนของผู้นำโลกต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศเกรต้า ธันเบิรก ได้เรียกร้องผู้นำโลกให้ละทิ้งเชื้อเพลิงฟอสซิน เพื่อการรักษาชีวิตโลกภายในการประชุมของบุคคลมีอิทธิพลมากที่สุดของโลก ณ ดาวอส ค.ศ 2020 เธอได้กล่าวว่า เราไม่ต้องการลดการปล่อยมลพิษ การปล่อยมลพิษของเราต้องหยุด ถ้าเราต้องการรักษาชีวิตโลก เธอได้ปราศัยต่อผู้นำ รวมทั้งประธานาธิบดีอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์
เธอได้กล่าวหาพวกเขามีแต่คำพูดและสัญญาที่ว่างเปล่า ทำน้อยมากที่จะหยุดวิกฤติการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเธอได้ชี้ความรู้สึกมากขึ้นของความท้อแท้ นักเคลื่อนไหววัยรุ่นกำลังเหนื่อยหน่ายกับนักการเมืองให้คำสัญญาที่ไม่สอดคล้องกับการกระทำ ด้วยการรับปากการลดการปล่อยมลพิษ แต่ไม่ได้กระทำตามนั้น พวกเขาเผชิญกับความไม่สอดคล้องเหล่านี้ พวกเขาได้สูญเสียความเชื่อถือผู้นำ มันยากมากขึ้นที่จะเชื่อต่อและบันดาลใจโดยผู้นำเกรต้า ธันเบิรก กล่าวว่า “เราไม่มีดาวเคราะห์ บี เราไม่มีดาวเคราะห์ บลา บลา บลา” การเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปได้เท่านั้น แต่จำเป็นด้วย เธอได้พูดกระกระเเทก 30 ปี ของถ้อยคำที่ว่างเปล่าของภูมิอากาศ สร้างใหม่ให้ดีกว่าเก่า บลา บลา บลา เศรษฐกิจสีเขียว บลา บลา บลา สุทธิเป็นศูนย์บลา บลา บลา

อีวอง ชูนาร์ด ผู้ก่อตั้งพาตาโกเนีย รู้จักกันต่อความผูกพันของเขา เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติทางธุรกิจที่มีจริยธรรมความเป็นผู้นำของเขาได้สร้างใหม่ธุรกิจที่จะเข้าถึงความรับผิดชอบทางสังคมอย่างไร อีวอง ชูนาร์ดได้ทำให้พาตาโกเนียเป็นผู้นำภายในอุตสาหกรรมเสื้อผ้ากลางเเจ้ง ในขณะที่ได้สนับสนุนเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม เขาได้สร้าง 1% เพื่อโลก และพาตาโกเนียได้กลายเป็นธุรกิจแห่งแรกที่ผูกพัน 1% ของยอดขายต่อปีเพื่อสิ่งแวดล้อมอีวอง ชูนาร์ด เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ได้แสดงความเป็นผู้นำขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมาย เขาและภรรยาของเขา มาลินดาได้ยกพาทาโกเนียให้แก่ทรัสต์และองค์การที่ไม่ทำกำไรต่อสู้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การกระทำนี้จะเป็นการเรียกร้องต่อผู้นำธุรกิจคนอื่นพิจารณามรดกของพวกเขา ความเป็นผู้นำของอีวอง ชูนาร์ดจะนำทางด้วยความผูกพันต่อการคุ้ม
ครองสิ่งแวดล้อม และลดการบริโภคที่สิ้นเปลือง
เขาได้ตัดสินใจอย่่างกล้าหาญเหมือนเช่น การรณรงค์ อย่าซื้ิอเเจคเก็ตตัวนี้ ท้าทายการบริโภคนิยมและกระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์ อีวอน ชูนาร์ด โปร่งใสอยู่เสมอเกี่ยวกับภารกิจของพาตาโกเนียที่จะคุ้มครองโลก ความจริงนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมความไว้วางใจกับลูกค้าเท่านั้น แต่ได้บันดาลใจบุคคลเป็นตัวตนค่านิยมของบริษัทด้วยอีวอง ชูนาร์ดได้สร้างสภาพแวดล้อมงานที่ดี มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล และการให้อำนาจ การให้การดูเล็กกลางวันบนสถานที่ การมีร้านอาหาร ด้วยอาหารสุขภาพมังสวิรัติส่วนใหญ่ การให้คุณค่าความคิดเห็นของบุคคลและกระตุ้นพวกเขาเดินตามความลุ่มหลงเมื่อคิดถึงเกี่ยวกับเสื้อผ้ากลางแจ้งที่ยั่งยืน พาตาโกเนียจะเกิดขึ้นภายในจิตใจทันทีต่อบุคคลหลายคน นั่นไม่ได้เป็นเพราะว่าการโฆษณาในขณะนี้เท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดเป็นเพราะว่าผู้ก่อตั้ง อิวอง ชูนาร์ดได้วางค่านิยมของการรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจากตั้งแต่การเริ่มต้น”ผู้ก่อตั้งพาตาโกเนียยกบริษัทให้” ข่าวพาดหัวนี้แพร่กระจายอย่างไฟป่าภายใน ค.ศ 2022 อิวอง ชูนาร์ด อายุ 93 ปี เจ้าของคนเดียว ได้ยกบริษัทสามพันล้านเหรียญของเขาแก่ทรัสตที่ไม่ทำกำไรตั้งแต่นี้ไปทรัพย์สินของบริษัทจะถูกใช้ต่อสู้วิกฤติทางสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศทำไมพาตาโกเนียเป็นบริษัทรับผิดชอบมากที่สุดของโลก พวกเขาได้รวมความยั่งยืนเข้าสู่่ดีเอ็นเอของบริษัท ณ พาตาโกเนีย เราไม่มีความขัดแย้งระหว่างการรักษาโลกและบรรทัดสุดท้าย ตราสินค้าโลกที่แสดงว่าธุรกิจสามารถทั้งความรับผิดชอบที่สูงและการทำกำไรที่สูงอิวอง ชูนาร์ดเป็นผู้บุกเบิกของการผลิตที่ยั่งยืน แต่รู้ว่าการกระทำเหล่านี้ไม่เพียงพอ การกระทำทางภูมิอากาศอย่างเเท้จริงราคาเเพง ดังนั้นเขาได้เคลื่อนไหว ยกสมบัติของเขาแก่ผู้รับคนเดียวเท่านั้นคือโลก อีวอง ชูนาร์ดได้ผูกพันต่อความยั่งยืนภายในการเผชิญกับการฟอกเขียวของแฟชัน เขาได้ปูเส้นทางต่อการผลิตเสื้อผ้าอย่างระมัดระวังมากขึ้นอีวอง ชูนาร์ดได้เกษียณอายุภายหลัง 50 ปีภายในบริษัท เขาได้ประกาศยกธุรกิจครอบครัวมูลค่าสามพันล้านเหรียญแก่ทรัสต์การกุศล องค์การที่ไม่ทำกำไรการรับรองว่ากำไรทั้งหมดของพาตาโกเนีย ประมาณ 100 ล้านเหรียญต่อไปได้ถูกใช้ที่จะต่อสู้การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาศ แทนการขายบริษัท หรือนำบริษัทออกสู่สาธารณะด้วยความผูกพันต่อความยุติธรรมทางสิ่งเเวดล้อมและความมุ่งหมายของการต่อสู้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ในขณะนี้โลกจะเป็นผู้ถือหุ้นของเราเท่านั้นความโปร่งใสเป็นหัวใจต่อการสิ้นสุดของการฟอกเขียวพาตาโกเนีย เป็นบริษัทแรกภายในแคลิฟอร์เนียที่ถูกรับรองเป็นบี คอร์ปภายในการยกย่องของความผูกพันและความโปร่งใสของพวกเขาต่อสิ่งแวดล้อมพาตาโกเนียเป็นผู้สนับสนุนมายาวนานของการต่อสู้วิกฤติภูมิอากาศ การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรม และบริจาค 1% ของยอดขายทุกปี แต่ทว่าอีวอง ชูนาร์ด รู้ว่ามันยังไม่เพียงพอ ในขณะที่เราได้ทำอย่างดีที่สุดของเราจัดการวิกฤติทางสิ่งแวดล้อม มันยังไม่เพียงพอ เราจะต้องค้นหาเส้นทางใส่เงินมากขึ้นภายในการต่อสู้วิกฤติ ในขณะที่รักษาค่านิยมของบริษัทไม่ให้เสียหายอีวอง ชูนาร์ด ได้เลือกที่จะเดินหน้าความมุ่งหมายด้วยการใช้ความมั่งคั่งของบริษัทคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภายในการเผชิญกับการฟอกเขียวแฟชั่นที่มักมาก ขั้นตอนของพาตาโกเนียเป็นตัวอย่างค่านิยมที่ต้องถูกรับรองต่อโลกแฟชั่น เขาได้ตัดสินใจต้องใช้การกระทำที่ลึกซึ้ง ถ้ามันต้องการสร้างความแตกต่างที่มองเห็นได้ อีวอง ชูนาร์ด คาดหวังการปรับปรุงโครงสร้างของพาตาโกเนียได้จินตนาการใหม่ทุนนิยมเป็นระบบที่กำไรทั้งหมดจะถูกลงทุนใหม่ภายในการต่อสู้วิกฤติภูมิอากาศ ด้วยความหวังว่ามันจะสร้างอิทธิพลต่อรูปแบบใหม่ของทุนนิยม ไม่ได้จบลงด้วยบุคคลร่ำรวยไม่กี่คน และบุคคลยากจนจำนวนมาก

ความเป็นผู้นำแบบอยู่เหนือ ภายในบริบทของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ของโรเบิรต กรีนลีฟ อ้างถึงสไตล์ความเป็นผู้นำที่ไปเลยพ้นผลประโยชน์ตัวเองส่วนบุคคล และมุ่งที่การรับใช้บุคคลอื่นด้วยความมุ่งหมายที่สูงกว่าการให้ความสำคัญความต้องการ และการเจริญเติบโตของบุคคลที่พวกเขานำอยู่ โรเบิรต กรีนลีฟ ได้ถูกยอมรับมากที่สุด ต่อการพัฒนาแนวคิดของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ที่มักจะถูกพิจารณาว่าสอดคล้องใกล้ชิดกับความคิดของความเป็นผู้นำแบบอยู่เหนือ
เมื่อความเป็นผู้นำแบบรับใช้ได้มุ่งเน้นให้ความสำคัญความต้องการ และการเจริญเติบโตของบุคคลอื่น ไปเลยพ้นผลประโยชน์ส่วนบุคคลที่รับใช้ความมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าและการมีส่วนช่วยต่อประโยชน์สุขของบุคคลส่วนใหญ่ และข้ามพ้นพลวัตรอำนาจสมัยเดิมของความเป็นผู้นำ ผู้นำแบบรับใช้ สามารถถูกมองเป็นการข้ามพ้นผลประโยชน์และความทะเยอทะยานส่วนบุคคลของพวกเขาเอง ที่สอดคล้องกับแนวคิดของความเป็นผู้นำแบบอยู่เหนือเมื่อผู้นำแบบรับใช้สนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาบุคคลของพวกเขา มีนสามารถสร้างความรู้สึกของการปฏิรูปส่วนบุคคล และความหมายต่อบุคคล มันจะเป็นด้านที่สำคัญของการอยู่เหนือ โรเบิรต กรีนลีฟได้มุ่งเน้นความสำคัญของการสร้างความรู้สึกของชุมชนที่เข้มแข็งภายในบุคคลของพวกเขา ตรงที่บุคคลรู้สึกถูกสนับสนุนและให้อำนาจที่ีจะมีส่วนช่วยต่อความมุ่งหมายร่วม มันสามารถถูกมองเป็นการอยู่เหนือ เลยพ้นไปจากเป้าหมายของบุคคลโรเบิรต กรีนลีฟ เชื่อว่าความผู้นำแบบรับใช้ควรจะเข้าใจและสนใจความต้องการของบุคคลของพวกเขาบนหลายระดับคือ ความรู้สึก จิตวิญญาน และปัญญา มันสอดคล้องกับความคิดของการข้ามพ้นข้อจำกัดส่วนบุคคล องค์ประกอบที่สำคัญของความเป็นแบบรับใช้คือ การรับฟังบุคคลอื่น การแสดงความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจมุมมองของพวกเขาโรเบิรต กรีนลีฟ ได้สร้างถ้อยคำความเป็นผู้นำแบบรับใช้ภายในบทความ 1970 ของเขา “The Servant as Leader” ตรงที่ผู้นำให้ความสำคัญรับใช้ความต้องการของบุคคลของพวกเขา และเเม้ว่ามันไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนความเป็นผู้นำแบบอยู่เหนือก็ตาม ปรัชญาความเป็นผู้นำแบบรับใช้ของเขาสามารถถูกแปลความหมายเป็นการมีองค์ประกอบของการอยู่เหนือได้เพราะว่าความเป็นผู้นำแบบรับใช้ มุ่งเน้นจุดมุ่งของผู้นำบนผลประโยชน์ของสังคม การเจริญเติบโตของบุคคลของพวกเขา และความรู้สึกที่ลึกซึ้งของความเข้าอกเข้าใจ ปรัชญาความเป็นผู้นำแบบรับใช้ของเขา สามารถถูกมองเป็นการรวมองค์ประกอบของการอยู่เหนือ ด้วยการกระตุ้นผู้นำมุ่งที่ประโยชน์สุขของบุคคลส่วนใหญ่ และการเจริญเติบโตของบุคคลของพวกเขา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







