ระบบราชการของฆาตกรรม

ระบบราชการของฆาตกรรม
ฟันเฟืองภายในเครื่องจักของระบบราชการอ้างถึงบุคคลทำงานเฉพาะด้านที่ถูกมองเป็นส่วนเล็กน้อยทดแทนได้ภายในองค์การที่ใหญ่งานของพวกเขา ทำซ้ำคล้ายมากกับฟันเฟืองเกียร์ ตรงที่การมีส่วนช่วยของพวกเขาจำเป็นต่อระบบโดยส่วนรวมที่จะดำเนินงานอย่างราบรื่อน แต่บุคคล
ขาดความเป็นอิสระ เนื่องจากกฏและระเบียบการการเปรียบเทียบนี้ดึงมาจากเเนวคิดเครื่องกลของล้อเฟือง ตรงที่ฟันเฟืองแต่ละซี่ จะมีส่วนช่วยต่อการหมุนโดยส่วนรวมของล้อ
นักสังคมวิทยา แมกซ์ เวเบอร์มักจะถูกอ้างเป็นแหล่งที่มาของการเปรียบเทียบนี้ ตามทฤษฎีสังคมวิทยาของแมกซ์ เวเบอร์ ถ้อยคำฟันเฟืองภายในเครื่องจักรอ้างถึงบุคคลไดัถูกลดทอนเป็นส่วนที่เล็กน้อยไม่สำคัญภายในระบบราชการที่ใหญ่ ตรงที่การกระทำของพวกเขาถูกกำหนดโดยกฏและระเบียบการที่ตายตัวโดยพื้นฐานการลดทอนความเป็นมนุษย์พวกเขาและ การจำกัดความเป็นอิสระของพวกเขามักจะถูกใช้อธิบายผลตามมาทางลบของการมีเหตุผล และการเป็นระบบราชการ จนเกินไปภายในสังคมสมัยใหม่ ดังที่ แมกซ์ เวเบอร์ ใช้ถ้อยคำว่า กรงเหล็ก เขาได้เตือนอันตรายของกรงเหล็กของระบบราชการ ตรงที่บุคคลถูกติดกับดักโดยกฏและระเบียบการที่ตายตัว จำกัดเสรีภาพและความเป็นอิสระของพวกเขา
ระบบราชการของการฆ่าของฮันนาห์ อาเรินดท์มักจะถูกแปลความหมายเป็นตัวอย่างกรงเหล็กของเเมกซ์ เวเบอร์สามารถแสดงภายในสถานการณ์ที่รุนแรงตรงที่ความไม่เป็นส่วนบุคคลของระบบราชการสามารถสนับสนุนการกระทำที่น่ากลัวอย่างไร โดยบุคคลที่เเยกออกมาจาก ผลตามมาของการกระทำของพวกเขา ทั้งสองแนวคิดได้แสดงระบบราชการสามารถลดทอนความเป็นมนุษย์ของบุคคลลง โดยการลดการตัดสินใจทางศีลธรรม
ที่ซับซ้้อนเป็นงานธุรการอย่างไรการนำบุคตลมีส่วนร่วมภายในการกระทำที่เป็นภัย โดยไม่พิจารณาสิ่งที่พัวพันของมัน
กรงเหล็กอ้างถึงการเปรียบเทียบอธิบายการมีเหตุผล และการเป็นระบบ
ราชการเพิ่มขึ้นของสังคมสมัยใหม่สามารถติดกับบุคคลภายในระบบของ
กฏและข้อบังคับที่ตายตัวอย่างไร การจำกัดความเป็นอิสระ และความคิด
สร้างสรรค์ของพวกเขา คล้ายมากกับการกักอยู่ภายในกรงเหล็ก เเมกซ์
เวเบอร์ มองระบบราชการ เป็นกลไกพื้นฐานที่ขับเคลื่อนกรงเหล็ก ตรงที่
องค์การขึ้นอยู่กับลำดับชั้นที่ตายตัว กฏที่เป็นทางการ การเกี่ยวพันกันที่
ไม่เป็นส่วนบุคคล เพื่อที่จะบรรลุประสิทธิภาพสูงสุด

โฮโลคอสท์เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุชาวยิวโดยระบบราชการนาซี ดำเนินการระหว่าง ค.ศ 1933 และ ค.ศ 1945 โฮโลคอสท์ เป็นส่วนที่สำคัญของอุดมการณ์นาซีระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลนาซีได้ใช้ระบบการของรัฐบาลเยอรมัน ดำเนินการนโยบายกำจัด เเละฆาตกรรมอย่างมีระบบชาวยิวหลายล้านคนระหว่างโฮโลคอสท์ นาซี ใช้ระบบราชการของรัฐบาลของพวกเขาสร้างศูนย์การฆ่ามวลชนภายในค่ายกักกัน
ถ้อยคำ ระบบราชการของฆาตกรรม ได้อ้างถึงการใช้ระบบราชการของรัฐบาลนาซีวางแผนและดำเนินการการฆ่ามวลชนของชาวยิวยุโรประหว่าง
สงครามโลกครั้งที่สอง นาซี ได้เรียกแผนที่จะฆ่าชาวยุโรปของพวกเขาว่า
ไฟนอล โซลูชั่น พวกเขาดำเนินการแผน ผ่านการยิงมวลชน ห้องรมแก้ส และการปฏิบัติอย่างโหดร้าย
การวางแผนของโฮโลคอสท์ เพื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว มีจุดที่สำคัญอย่างหนึ่ง ณ การประชุมวันน์เซ เมื่อ ค.ศ 1942 ผู้เข้าร่วมสองคนเท่านั้นจะ
มีส่วนร่วมเเท้จริงภายในการฆ่าใดก็ตาม ผู้เข้าร่วมคนอื่นเกี่ยวพันภายใน
การวางแผน และองค์การของโฮโลคอสท์ กลุ่มที่สองของนายทหารนี้ต่อมาได้ถูกเเยกประเภทเป็นฆาตกรโต๊ะทำงาน อดอล์ฟ ไอชมันน์ ได้ถูกมองเป็นต้นแบบของฆาตกรโต๊ะทำงาน
แม้ว่าการแต่งตั้งของเขาเป็นฆาตกรโต๊ะทำงาน อดอล์ฟ ไอชมันน์ได้ออกจากโต๊ะเเละสำนักงานของเขา และเดินทางไปค่ายกักกัน กลายเป็นเกี่ยวพันอย่่างเข้มแข็งและรู้อย่างแน่นอนอะไรกำลังเป็นอยู่ที่นีด้วยเหตุผลเช่นนี้ นักประวัติศาสตร์บางคนไม่เห็นด้วยกับไอชมันน์เป็นฆาตกรโต๊ะทำงานเมื่อเขามีความสนใจภายในกระบวนการของโฮโลคอสท์ด้วย
ระบบราชการนาซีเกี่ยวพันภายในโฮโลคอสท์จะผ่านทางเอสเอส กองทัพ
เยอรมัน และองค์การอื่น โฮโลคอสท์ เป็นการปฏิบัติการฆาตกรรมมวลชน
ที่เกี่ยวพันกับบุคคลเเละองค์การจำนวนมากในฐานะของบุคคลรับผิดชอบเครื่องมือ การขนส่งของไรช์ที่สาม ของการขับไล่มวลชน และการสังหารชาวยิวยุโรปสองล้านคน ณ ค่ายเอาชวิทซ์-เบียร์เคอเนา และค่ายกักกันอื่น อดอล์ฟ ไอชมันน์ ได้ถูรับรู้เป็นศูนย์กลางของไฟนอล โซลูชันของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์
การฆ่าบุคคลหลายล้านคนจากข้างหลังโต๊ะทำงานของเขา – ฆาตกรโต๊ะ
ทำงาน ผุดขึ้นภายในใจทันทีว่า เป็นอดอล์ฟ ไอชมันน์ เขาได้ ถูกเรียกเป็นฆาตกรโต๊ะทำงานเพราะว่าอดอล์ฟ ไอชมันน์วางแผนและสร้างโฮโลคอสท์
จากข้างหลังโต๊ะทำงานของเขา โดยไม่ได้มีสวนร่วมส่วนบุคคลภายในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ความคิดเกี่ยวกับระบบราชการของแมกซ์ เวเบอร์ เกี่ยวพันต่อความเข้าใจ
อดอล์ฟ ไอชมันน์เป็นฆาตกรโต๊ะทำงาน และระบบราชการของการฆ่าของโฮโลคอสท์ การแสดงไอชมันน์ของฮันนาห์ อาเรินดท์ อยู่บนส่วนหนึ่งของความคิดเกี่ยวกับระบบราชการของเเมกซ์ เวเบอร์ ความคิดเกี่ยวกับระบบราชการของเเมกซ์ เวเบอร์สามารถถูกใช้ ที่จะเข้าใจระบบราชการกลาย เป็นยุ่งเกี่ยวภายในการฆ่ามวลชนอย่างไร ฮันนาห์ ใช้ความคิดของเเมกซ์
เวเบอร์เกี่ยวกับระบบราชการ พรรณาไอชมันน์เป็นข้าราชการที่เเยกออก
มาจากเป้าหมายในที่สุดของเครื่องจักนาซี
ฮันนาห์ อาเรนดท์ ได้ใช้ถ้อยคำ ฆาตกรโต๊ะทำงาน คำครั้งแรกเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ ค.ศ 1966 และต่อมาฆาตกรโต๊ะทำงาน ได้ถูกแปลเป็นภาษาเยอรมันว่า “Schreibtischtater” ฮันนาห์ จะเป็นนักคิดทางการเมืองของศตวรรษที่ 20 เธอเกิดภายในครอบครัวเยอรมัน-ยิว และถูกบังคับให้ออกไปจากเยอรมันเมื่อ ค.ศ 1933 เธอทำงานเพื่อองค์การผู้อพยพยิวภายในปารีสแปดปี เมื่อ ค.ศ 1941 เธอได้อพยพไปสู่อเมริกา มาตกรโต๊ะทำงาน
เป็นถ้อยคำเยอรมันที่สำคัญมากที่สุดถ้อยคำหนึ่งภายในภาษาเยอรมันเมื่อศตวรรษที่ 20. มันได้ถูกรวมเข้าไว้พจนานุกรมมาตรฐานของเยอรมันเมื่อต้น ค.ศ 1970

แมกซ์ เวเบอร์ ได้แนะนำแนวคิดทางสังคมวิทยาของกรงเหล็ก เขาสร้างถ้อยคำกรงเหล็กขึ้นมา แสดงความหมายของความมีเหตุผลที่เพิ่มสูงขึ้นภายในชีวิตทางสังคม โดยเฉพาะภายในสังคมทุนนิยมทางตะวันตก กรงเหล็กแสดงถึงความรู้สึกของบุคคลที่ถูกกับดัก ควบคุม และลดความเป็นมนุษย์โดยระบบที่ควบคุมเรา บนพื้นฐานของประสิทธิภาพ ความมีเหตุผล ความเป็นระเบียบ และการควบคุม
แมกซ์ เวเบอร์ อธิบายการกลายเป็นระบบราชการของความเป็นระเบียบทางสังคมว่าเป็นโพลาร์ ไนท์ ของความมืดที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง เนื่องจากเหตุผลที่กล่าวมาเหล่านี้ เราจะมีวิวัฒนาการของกรงเหล็กกลายเป็นสังคมที่มีความเป็นระเบียบทางเทคนิค ความไม่ยืดหยุ่น และการลดคุณค่าของมนุษย์กรงเหล็กคือกลุ่มของกฏและกฏหมายที่เราทุกคนต้องทำตามระบบ
ราชการได้ขังเราไว้ภายในกรงเหล็ก
การจำกัดความเป็นอิสระและศักยภาพของมนุษย์ มันจะเป็นวิถีทางของสถาบัน เราไม่มีทางเลือกต่อไปอีกแล้ว เมื่อระบบทุนนิยมได้เกิดขึ้น มันจะคล้ายกับเครื่องจักรที่เราถูกลากเข้าไปโดยไม่มีทางเลือก มันจะลดบุคคลทุกคนลงเป็นฟันเฟืองภายในเครื่องจักรทางระบบราชการ บุคคลจะเพียงแต่ถามว่าเขาจะปฏิรูปตัวเขาเองให้เป็นฟันเฟืองที่ใหญ่ขึ้นอย่างไรเท่านั้น ความลุ่มหลงต่อการกลายเป็นระบบราชการตามความหมายนี้ ขับเคลื่อนเราไปสู่ความสิ้นหวัง
ต้นกำเนิดของถ้อยคำกรงเหล็ก มาจากภาษาเยอรมันคือ “Stahlhartes Gehause” แมกซ์ เวเบอร์ ไม่เคยใช้ถ้อยคำนี้ด้วยตัวเขาเอง ทาลคอทท์ พาร์สัน นักสังคมวิทยา ชาวอเมริกันได้แปลเป็นคำว่า กรงเหล็ก จากการแปลหนังสือของแมกซ์ เวเบอร์เมื่อ ค.ศ 1930 ชื่อ Protestant Ethic and the Spirit of Capitalism เมื่อ ค.ศ 1922 หนังสือ Economy and Society ชองแมกซ์ เวเบอร์ ได้ถูกพิมพ์เผยแพร่ หนังสือเล่มนี้ได้ถูกมองว่าเป็นตำราทางสังคมวิทยายิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20
กรงเหล็กของเเมกซ์ เวเบอร์ ได้เข้ามาสู่อดอล์ฟ ไอช์มาน อย่างไร แมกซ์ เวเบอร์ และฮันนาห์ อาเรินดท์ จะเป็นนักคิดทางการเมืองเยอรมันที่สำคัญสองคนของศตวรรษที่ยี่สิบ ท่ามกลางนักวิชาการ ฮันนาห์ อาเรินดท์ ถูกผลกระทบของเเมกซ์ เวเบอร์ต่อการคิดและการเขียนของเธอมากเธอได้
รับเอาวิธีการอุดมคติของเเมกซ์ เวเบอร์และได้เป็นเครื่องมือการวิเคราะห์สำคัญที่สุดของเธอต่อการเขียนบุคคล ที่สังคมรังเกียจ ชาวยิว และการวิเคราะห์ระบบเผด็จการ
อดอล์ฟ ไอข์มันน์ นายทหารเยอรมัน นาซีติดกับดักภายในกรงเหล็กของเเมกซ์ เวเบอร์ของการยอมจำนนอย่างไม่สนใจต่อความมีเหตุผลของระบบราชการ ฮันนาห์ อาเรินดท์ ใช้ฉากหลังการสอบสวนภายในอิสราเอลของ
อดอล์ฟ ไอชมันน์ การสำรวจระบบราชการของสนับสนุนพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมอย่างไร้สติ โดยบุคคลธรรมดาเชื่อมโยงกับมัน แม้ว่าอดอล์ฟ
ไอชมันน์เป็นข้าราชการเอสเอสระดับกลางเท่านั้นผู้กล่าวหาอิสราเอลของเขา และหนังสือพิมพ์โลกแสดงเขาเป็นซาตานต่อบทบาทของเขาภายในรัฐบาลนาซี
แต่กระนั้นภาพของสื่อได้ขัดเเย้งคุณลักษณะเด่นที่สุดอย่างเดียวของ
อดอล์ฟ ไอชมันน์ เขาเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้เเสดงคุณลักษณะส่วนบุคคลที่น่ากลัวใดเลย มันเป็นปัญหาที่ลำบากของศีลธรรมและกฏหมายมายาวนานที่บุคคลบางคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ถูกสั่งการโดย
ผู้บังคับบัญชา ภายในสภาพแวดล้อมทางทหาร เรามีสายการบังคับบัญชาระบุไว้ชัดเจน และการไม่เชื่อฟังคำสั่งสามารถนำไปสู่การสะท้อนกลับมา
อย่างรุนเเรง มันไม่น่าประหลาดใจที่คำกล่าวอ้างว่าผู้บังคับบัญชาสั่ง หรือเพียงแค่ทำตามคำสั่งถูกใช้โดยนาซีเผชิญการสอบสวน
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองการป้องกันของอาชญกรรมนาซีมักจะอยู่บนพื้นฐานของการเชื่อฟังนั่นคือพวกเขาเพียงแค่ทำตามคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาของพวกเขา เราต้องการที่จะลากเส้นระหว่างผู้นำรับผิดชอบ และบุคคลเช่นผมถูกบังคับเป็นเพียงเครื่องมือภายในมือของผู้นำ…..ผมไม่ได้เป็นผู้นำที่รับผิดชอบ และไม่รู้สึกตัวผมเองผิด อดอล์ฟ ไอช์มาน กล่าว ณ การสอบสวนอาชญกรรมสงคราม อดอล์ฟ ไอช์มันน์ได้ถูกกล่าวหาต่อการจัดการขนส่งมวลชนชาวยิวไปสู่ค่ายกักกัน การป้องกันของอดอล์ฟ ไอช์
มันน์ และบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวหาจะอยู่บนพื้นฐานการเชื่อฟังภายในความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิต
Cr : รศ สมยศ นาวีการ


