วิปริตครับวิปริต

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
วิปริตครับวิปริต
ผมหมายถึงความวิปริตในทางธรรมและทางโลก
ในทางธรรมนั้น ที่วิปริตไม่ใช่ตัว”ธรรมะ”นะครับ
แต่เป็นผู้ปฎิบัติธรรมะ ซึ่งผมหมายถึงพระสงฆ์องค์เจ้าหลายรูป ซึ่งต้องซวดเซเพราะถูกสตรี(ทั้งงามและไม่งาม)คุกคาม
เข้าทำนอง”ผู้ชายเล่นพระเครื่องแต่ผู้หญิงเล่นพระคน”
ที่ยกเว้น เห็นจะมีเพียงคนเดียวที่”ผู้หญิงเช่นพระเครื่อง”ก็คือ”ไดอาน่า อริส” หรือ” “อริส สารีวงษ์” เซียนพระหน้าใหม่ที่โด่งดังเอามากๆ
เอาเป็นว่า”สงฆ์หลายรูปซวดเซ”ออกนอกลู่นอกทางเพราะ”ผู้หญิงเล่นพระคน”นับตั้งแต่”เจ้าคุณแย้ม”วัดไร่ขิงเป็นต้นมา
แล้วยังกรณี”สีกากอล์ฟ”ที่ทำให้พระต้องสึกหรือ”ลาสิกขา”ถึง ๑๓ รูปเป็นอย่างน้อย…..โฮ
จึงขอวิงวอนสตรีรูปงามและไม่งาม(แต่เสน่ห์แรง)ว่า ยังไงๆ ก็ให้เหลือพระสงฆ์ดีๆ เอาไว้ให้ชาวบ้านเคารพนับถือกันบ้าง
งดเว้นอย่าเอาพวกท่านมาเป็น”เครื่องเล่น”เสียหมด……บาป
เพราะพวกท่านไม่ใช่พระอิฐพระปูนเนี่ย
ยังดีที่”พระพยอม”วัดสวนแก้ว ที่ผมเคารพแลนับถือไม่โดนไปด้วย…….ฮา
เข้าใจคงเป็นเพราะท่านไม่ค่อยจะมีสตางค์กระมัง
และท่านก็อาวุเสโสมากแล้ว
ท่านจึงอยู่ยงคงกระพันมาได้ จนถึงทุกวันนี้
ไม่เสียแรงเป็นลูกศิษย์ลูกหาท่านพุทธทาสเช่นเดียวกันกับ”หลวงพ่อปัญญา”วัดชลประทานรังสฤษดิ์
ซึ่งเคยไปจำพรรษาที่วัดอุโมงค์เชียงใหม่เช่นเดียวกัน เพียงแต่จะพร้อมกันหรือไม่ ผมไม่แน่ใจครับ
ผมจำได้แต่ว่าวัดอุโมงค์แห่งนี้มี”สัปปายะ”(คืออยู่แล้ว”สบาย”)เหมาะสมที่จะไปบำเพ็ญภาวนามากและผมเอง ก็เคยไปชมบรรยากาศอันวิเวกอยู่สองครั้งสองครา ด้วยมีความติดใจชื่นชอบ
ส่วนวิปริตในทางโลกนั้น ก็จะต้องยกตัวอย่าง”โดนัลด์ ทรัมป์”ผู้นำสหรัฐเลยละครับ
ยกมาให้เห็น เพียงกรณีเดียวเท่านั้น
ล่าสุดนี่วิปริตเอามากๆ ที่ขึ้นพูดในที่ประชุมสมัชซาใหญ่สหประชาชาติในหลายประเด็นที
ดูจะ”อหังการ์”ไปหมด
เข้าทำนองว่า”กูคนเดียวเท่านั้นที่ถูกต้อง คนอื่นล้วนไม่ถูกต้อง”
“ทรัมป์”บอกว่าเวลานี้ สหรัฐก้าวเข้าสู่ยุคทองแล้ว ตัวเขาเองก็สามารถหยุดสงครามไว้ได้เจ็ดแห่งและว่าเขาน่าจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
จากนั้นเขาก็ใช่เวทีของสหประชาชาติ โจมตีสหประชาชาติเอง โดยกล่าวว่า
“ยูเอ็นๆไม่เคยช่วยเขาสร้างสันติภาพได้เลย”
พร้อมตั้งคำถามว่า”ยูเอ็นมีเป้าประสงค์อะไรบ้าง แม้จะมีเป้าประสงค์อยู่มากมาย แต่ก็ไม่เคยทุ่มเททำอะไร เท่าที่ทำทั้งหมดมีอยู่แต่เพียงในแผ่นกระดาษ ที่ไม่มีการติดตาม มีแต่ถ้อยคำที่ว่างเปล่า ไม่สามารถยุติสงครามอะไรได้”
เขาโจมตีต่อว่ายูเอ็นช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่หวังว่าจะเข้าไปอยู่ในสหรัฐ ยูเอ็นจึงสมควรที่จะยุติการรุกรานสหรัฐได้แล้ว จงอย่าทำให้พวกนี้เกิดขึ้นมา อีกต่อไปและไม่ต้องจุนเจือช่วยเหลือทางการเงินด้วย
เขาอ้างถึงนักวิเคราะห์ ที่เคยถามไถ่ถึงประสิทธิภาพของยูเอ็น ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทุกวันนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความยุ่งเหยิงติดขัดในคณะมนตรีความมั่นคง ตลอดจนความเป็นเจ้าขุนมูลนายที่ไม่ตอบสนองอะไรได้เลยในคณะมนตรีฯ
“ทรัมป์”ประณามยูเอ็นโดยลืมไปว่า ตัวเขาเอง ก็คือต้นเหตุให้ยูเอ็นเป็นเช่นที่เขาว่า
และอีกปัญหาหนึ่งก็คือการที่สหรัฐใช้สิทธิวีโต้ยับยั้งญัตติต่างที่สหรัฐไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะญัตติที่เกี่ยวของกับการช่วยเหลือชาวกาซา ทางด้านมนุษยธรรม
ก็เลยทำให้อิสราเองเหิมเกริมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกาซา โดยไม่มีใครกล้าลงโทษมาจนทุกวันนี้
“ทรัมป์”กล่าวโดยเชื่อว่า คนที่เข้มแข็งอย่างเขาเท่านั้น ที่จะแก้ไขได้ โดยไม่ต้องใช้องค์กรต่างๆ ที่ยูเอ็นมีอยู่ ในการแก้ไขปัญหา โดยมาตรการหลายๆ ฝ่ายร่วมกันในการแก้ไข
“ทรัมป์”พูดโดยเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าตัวเขาเองก็คือต้นเหตุแห่งปัญหาของยูเอ็น
ยกตัวอย่างเช่น เขาตัดเงินช่วยเหลือ ปล่อยให้องค์กรต่างๆ ของยูเอ็นต้องดิ้นรนลดรายจ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมช่วยเหลือทางมนุษย์ธรรมทั่วโลก
ที่ตอนนี้แห้งเหือดไปหมด
“ทรัมป์”วิจารณ์ยุโรปโดยไม่เกรงใจว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการที่ยุโรปเปิดพรมแดนต้อนรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัย โดยย้ำถึงจุดยืนของเขา ที่ต่อต้านนโยบายการเปิดพรมแดนเพื่อรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยต่างๆ โดยบอกว่า
“พวกคุณต้องยุติสิ่งนี้ได้แล้ว”
ความกร่างของ”ทรัมป์”ดังที่เล่ามา โดยย่นย่อนี้สะท้อนความวิปริตในจิตใจเขาที่ว่า”
ทุกคนต้องฟังตูละเว้ย…. เฮ้ย”
“กูนี่แหละที่ใหญ่คับฟ้า ทุกคนต้องฟัง”
ใครไม่ฟัง ก็ไม่ใช่พวกกูอะไรทำนองนั้น
สรุปแล้ว ความวิปริตในโลกทุกวันนี้ ยังจะเกิดขึ้นต่อไปที่นั่นที่นี่ทั้งในทางธรรมและทางโลก
แต่ผมก็ดีใจนะครับ ที่ผู้นำไทยคนหนึ่งยุติความวิปริตของท่านได้แล้วในระดับหนึ่ง ด้วยการยินยอมติดคุกแต่โดยดี
ทั้งนี้ ด้วยการชี้ขาดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(ชื่อยาวจริง…พับผ่าสิเอ้า)
ก็ได้ก็ขอให้ท่าน เมื่อออกมาแล้ว จะได้สติบรรลุธรรม เลิกทำตัววิปริตได้ตลอดไปนะขอรับ
หากทำได้ ผมจะยกท่านขึ้นเป็น”วีรบุรุษ”ด้วยตัวผมเองเลยทีเดียว โดยไม่รั้งรอ
สำหรับวันนี้ ผมเองก็ใช่ว่าจะธรรมดา
คือคิดและเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ด้วยความวิปริตในสติปัญญา ด้วยเหมือนกัน
เอาเรื่องในประเทศและต่างประเทศ มาเขียนๆ ปนเปกันไว้จนได้ ในเรื่องเดียว
ถ้าไม่เรียกว่า”วิปริต”แล้วจะเรียกว่าอะไร…….ฮา







