ทฤษฎี “ถังเน่า”

ทฤษฎี “ถังเน่า”
แนวคิด “เเอปเปิ้ลเน่าลูกเดียวภายในถัง” ที่เป็นต้นกำเนิดต่อวัฒนธรรมเป็นพิษ เกิดมาจากทั้งสุภาษิตโบราณ และการวิจัยทางจิตวิทยาสมัยใหม่
สุภาษิตต้นกำเนิด “เเอปเปิ้ลเน่าลูกเดียวจะแพร่เชื้อเพื่อนบ้านของมันอย่าง
รวดเร็ว” ได้ถูกบันทึกครั้งแรกเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ ค.ศ 1340 และได้นิยม
แพร่หลายโดย เบนจามิน แฟรงคลิน ภายในสิ่งพิมพ์ของเขา 1736 Poor Richard’s Almanack เขาได้ใช้ถ้อยคำว่า แอปเปิ้ลเน่าทำให้เพื่อนของเขา
เสียหาย มันหมายความว่าเพื่อนไม่ดีคนหนึ่งสามารถมีอิทธิพลไม่ดี หรืือทำ
ให้เกิดความยุ่วยากต่อทั้งกลุ่มถ้อยคำจะมีพื้นฐานทางวิทยาศสตร์ว่ามันได้ถ่ายทอดความจริงทางชีววิทยาตามตัวอักษร แอปเปิ้ลที่เน่าเปื่อยจะปล่อยแก้สอีธิลีนและเชื้อราทำให้ผลไม้ล้อมรอบเน่าเปื่อย
สำนวนไทย ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง การเปรียบเทียบวิถีชีวิตคน
ไทยสมัยก่อนที่ผูกพันกับการหาปลา โดยใช้ข้อง เครื่องจักสานใส่ปลาที่จับได้ เมื่อปลาหลายตัวอยู่รวมกันภายในข้อง ถ้าปลาตัวหนึ่งเน่าลง กลิ่น

เหม็นนั้นจะกระจายไปติดปลาตัวอื่นจนทำให้ปลาทั้งข้องเหม็นตามไปด้วย
สุภาษิตนี้ได้ถูกประยุกต์ใช้โดยตรงต่อสถานที่ทำงานสมัยใหม่ได้อธิบายว่า “บุคคลเป็นพิษ” คนหนึ่งสามารถจะมีผลกระทบที่เสียหายต่อวัฒนธรรมบริษัท ประสิทธิภาพ และความสำเร็จอย่างไร มันมักจะถูกอ้างเป็น ผลกระทบของเเอปเปิ้ลเน่า
การศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตันเมื่อ
2006 นำโดยนักวิจัย วิลล์ เฟลฟส์ พบว่าสมาชิกของทีมเป็นพิษคนเดียวสามารถลดผลการปฏิบัตงานของทีมลง 30 – 40% หรือมากว่าพฤติกรรม
ที่ไม่ดีแพร่กระจายอย่างไวรัสเมื่อสมาชิกของทีมคนอื่นได้เริ่มต้นทำตาม
พฤติกรรม ถอนตัวออกไป หรือสูญเสียพลัง
แนวคิดของ “ถังเน่า” ได้ถูกพัฒนาต้นกำเนิดโดยนักจิตวิทยาสังคม ฟิลิป ซิมบาร์โด อาจารย์จิตวิทยา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มองว่าทำไมบุคคลที่ดี ผูกพันกับการกระทำที่เลว เขายืนยันว่าพฤติกรรมที่ไม่ดีมักจะเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมหรือระบบเป็นพิษ – ถังเน่า – ไม่ใช่นิสัยโดยกำเนิดของบุคคล – แอปเปิลเน่า – รากฐานต้นกำเนิดต่อเเนวคิดนี้ ฟิลลิป ซิมบราโด ได้มอบหมายนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างสุ่มต่อบทบาทเป็นผู้คุมหรือนักโทษภายในคุกจำลอง
สภาพเเวดล้อมได้นำพาอย่างรวดเร็วผู้คุมที่จะยุ่งเกี่ยวกับพฤตกรรมที่ซาดิสหยาบคายไปสู่นักโทษ การแสดงอำนาจทางสถานการณ์สามารถ
ืทำให้กระทำชั่วได้อย่างไร พลังสภาพแวดล้อมและสถานการณ์สามารถ
กดดันบุคคลธรรมดาที่ดีไปสู่การกระทำที่ไม่ดีได้ มันได้ท้าทายข้อยืนยัน เเอปเปิ้ลเน่า” ที่อ้างถึงการกระทำที่เลวต่อบุคคลเป็นพิษไม่กี่คนเท่านั้น ถังได้อ้างถึงบริบททางองค์การ สังคม หรือวัฒนธรรม ได้แก่จริยธรรม ความเป็นผู้นำ และพลวัตรกลุ่มขององค์การ

วัฒนธรรมเป็นพิษของไนกี้ ได้ถูกอ้างถึงอยู่บ่อยครั้งภายในสิ่งตีพิมพ์
และการอภิปราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากสองด้านที่สำคัญของการวิจารณ์
การใช้เเรงงานเด็กและสภาวะการทำงานที่เลวภายในลูกโซ่อุปทานต่าง
ประเทศของมันระหว่าง ค.ศ 1990 และ ค.ศ 2000 และต่อมาเรื่องอื้อฉาว
ของการเลือกปฏิบัติและการลวนลามทางเพศ ภายใน ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทเมื่อ ค.ศ 2018
ไนกี้ ได้เผชิญกับการวิจารณ์ที่สำคัญต่อแรงงานเด็ก เเละสภาวะการทำงานเป็นพิษภายในโรงงานต่างประเทศของบริษัทระหว่าง ค.ศ 1990
และ ค.ศ 2000 ที่ได้สร้างการรับรู้ภายนอกของวัฒนธรรมเป็นพิษภาย
ในลูกโซ่อุปทานของบริษัืทตรงที่ไนกี้ได้ถูกกล่าวหาการใช้ลูกโซ่อุปทาน
ทั่วโลกหาประโยชน์จากคนงาน รวมไปจนถึงแรงงานภายในโรงงานนรก สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และการจ่ายค่าจ้างที่ต่ำที่นำไปสู่การต่อต้านทางสาธารณะอย่างมากทำลายภาพพจน์ของบริษัท
ภายในการตอบสนองต่อแรงกดดันทางสาธารณะ บริษัืทได้ดำเนินการการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อลูกโซ่อุปทานของมันและได้สร้างมาตรฐานแรงงานอุตสหกรรมอย่างกว้างขวา ระหว่างปลายศตวรรษที่ 20 รายงานการตรวจสอบและนักเคลื่อนไหวแรงงานได้เปิดเผยถึงการใช้แรงงานเด็กภายในโรงงานรับจ้างผลิตของไนกี้ภายในเอเชีย เมื่อ ค.ศ 1996 วารสารไลฟ์ ได้รายงานแสดงภาพที่ตกตะลึงของเด็กชายชาวปากีสถาน อายุ 12 ปี กำลังเย็บลูกฟุตบอลไนกี้ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังของการเคลื่อน
ไหวต่อต้านโรงงานนรก
โรงงานภายในประเทศ เช่น เวียตนาม อินโดนีเซีย และปากีสถาน ดำเนินงานผู้รับจ้างผลิต มีสภาวะการทำงานที่เลว บังคับทำงานล่วงเวลา และการทำร้ายทางร่างกาย และการใช้คำพูดที่หยาบคาย คนงานได้รับค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำตามกฏหมายหรือไม่เพียงพอต่อค่าครองชึพพื้นฐาน ถูกรับรู้กัน
เป็นการแข่งขันไปสู่ระดับต่ำเพื่อแรงงานถูกที่สุดเริ่มแรกไนกี้จะไม่ยอมรับความรับผิดชอบ ยืนยันบริษัืทจะมีการควบคุมที่จำกัดเหนือการปฏิบึติทางแรงงานของผู้รับจ้างผลิตอิสระ การขาดการควบคุมนี้ได้ถูกมองเป็นความล้มเหลวเป็นระบบ สร้างการรับรู้ต่อวัฒนธรรมเป็นพิษ
ผู้ก่อตั้งไนกี้ ฟิล ไนท์ เริ่มแรกพยายามป้องกันการปฏิบัติของบริษัืทด้วย
การยืนยันว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 14 เหรียญ ภายในการเผชิญกับเเรงกดดันทางสารธารณะอย่างเข้มข้น และการลดลงภายในยอดขาย และราคาหุ้น จน
ฟิล ไนท์ ได้ยอมรับปัญหาย่างเปิดเผย ภายในคำแถลง 1998 ยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ไนกี้ ได้กลายเป็นความหมายเดียวกับค่าจ้างทาส ทำงานล่วงเวลาบังคับ และการล่วงละเมิดและได้ให้สัญญาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
เช่นการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำแก่คนงานโรงงานเป็น 18 เหรียญกับรองเท้าและ
16 เหรียญกับเครื่องเเต่งกาย การเปลี่ยนแปลงไนกี้จากท่าทางไม่ยอมรับ
ไปสู่ความรับผิดชอบ และเปิดตัวความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท

เมื่อ ค.ศ 1996 วารสารไลฟ์ ได้พิมพ์เรื่องราว “Six Cents an Hour” ของ
ซิดนี่ย์ แชนเบิรก และได้แสดงภาพที่มีชื่อเสียง ของเด็กอายุสิบสองปี ชื่อทาริก กำลังเย็บลูกฟุตบอลไนกี้ภายในปากีสถานและพบว่าทาริกและเด็กคนอื่นได้รับค่าจ้าว 60 เซ็นต์เท่านั้นต่อการเย็บลูกฟุตบอลไนกี้ทั้งวัน ภาพได้สร้างความตกตะลึงแก่ประชาชนอย่างมาก ภาพไม่เพียงแต่การใช้แรง
งานเด็ก แต่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องทำงานภายในสภาวะการทำงานที่เลวร้ายด้วย
ฟิล ไนท์ ยอมรับ ผลิตภัณฑ์ไนกี้ได้กลายเป็นความหมายเดียวกับค่าจ้างทาส บังคับทำงานล่วงเวลา และล่วงละเมิดตามอำเภอใจ ฟิล ไนท์ กล่าวว่า ผมเชื่อมั่นอย่างแท้จริงผู้บริโภคอเมริกันไม่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ผลิตภายใต้สภาวะที่ไม่เหมาะสม เราจะทำลายมันและสัญญาจะเปลี่ยนแปลง มันจะ
เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากกว่าที่พวกเขาคิดกันไนกี้และเเรงานเด็กได้
กลายเป็นการเชื่อมโยงที่ลบไม่ออก ภายในความตระหนักทางสาธารณะ
บทความของวารสารไฟล์ “Six Cents an Hour” โดย ซิดนี่ย์ ชานเบิรกที่ เขาได้ถูกรู้จักกันดีที่สุดจากการตรวจสอบของนิวยอร์ค ไทม์ของเขาเกี่ยว
กับทุ่งสังหารของเขมร
ซิดนี่ย์ ชานเบิรก เดินทางไปปากีสถานและเปิดเผยผู้ส่งออกลูกฟุตบอลที่เสนอเด็ก 150 เหรียญถึง 180 เหรียญ เป็นคนงานแก่เขาเสมือนทาสตาม
ที่ชานเบิรก ได้รายงานว่า ภายในปากีสถาน เด็กอายุหกปีถูกขายและถูกขายต่อเหมือนกับเครื่องตกแต่งบ้าน และถูกลงโทษต่อความต้องการที่จะกลับบ้าน
คำบรรยายภาพ : เด็กไม่เพียงแต่ง่ายที่จะข่มขู่ท่านั้น พวกเขาเป็นคนงานราคาถูกที่สุดด้วย ทาริก อายุสิบสองปี เด็กคนหนึ่งของแรงงานเด็กจำนวนมากว่าจ้างภายในอุตสาหกรรมลูกฟุตบอลของปากีสถานที่ผลิตห้าล้านลูกต่อปีแก่ตลาดอเมริกัน เย็บชิ้นหนังภายในมาฮอตรา เขามีรายได้ 60 เซ็นต์ต่อหนึ่งลูก และต้องใช้ทั้งวันที่จะเย็บได้หนึ่งลูก
แหล่งที่มา : ซิดนี่ย์ แชนเบิรก 1996 บนสนามเด็กเล่นของอเมริกา “การยิงประตูฟุตบอลของเด็กทุกคนคือคะแนน ภายในปากีสถาน เด็กเย็บลูกฟุต
บอล หกเซ็นต์ต่อชั่วโมง การยิงปะตูคือความอยู่รอด”
คำบรรยายภาพ : ซิลกิ อายุสามปี มือของเธอเล็กมากจนเธอไม่สามารถจะเย็บลูกฟุตบอลได้ แต่เธอได้เริ่มต้นเย็บลูกฟุตบอล เพื่อที่จะช่วยเหลือแม่ และน้องสาวสี่คนของเธอ ด้วยกันพวกเขามีรายได้ 75 เซ็นต์ต่อวันทำงานภายในบ้านกระท่อมของพวกเขา อินเดีย
เมื่อรถจี้ปของเรามาถึงมาฮอทรา หมู้บ้านแห่งหนึ่งภายในปากีสถาน ผมได้มองเห็นเด็กหลายคน กำลังเย็บชิ้นหนังหกเหลี่ยม เป็นลูกฟุตบอลไนกี้ เด็กอายุสิบสองปี ทาริก นั่งยองอยู่ข้างหน้า ออกมาจากภายในที่ชื้นเพื่อที่จะสูดอากาศ ณ ที่เท้าของเขาเป็นลูกฟุตบอลหลายลูก ที่มีโลโกไนกี้สวูช และในไม่ช้าลูกฟุตลอลเหล่านี้จะเข้าไปสู่ร้านค้าและสนามภายในอเมริกา
ผู้นำทางของผม ได้บอกว่าผมไม่ควรจะบอกอาชีพที่แท้จริงขอผม และให้บอกว่าผมเป็นชาวอเมริกันที่ได้สนใจจะเปิดโรงงานภายในปากีสถาน เพื่อการผลิตลูกฟุตบอลส่งออก แม้ว่าจะไม่ซื่อสัตย์ แต่เป็นความปลอดภัย
เมื่อไม่นานมานี้นักหนังสือพิมพ์อเมริกันคนหนึ่ง ไดัถูกคุกคามและทำร้ายจากการรายงานข่าวแรงงานเด็ก หัวหน้าคนงานอายุสิบเก้าปี ที่มีน้องชายเป็นเจ้าของโรงงานภายในหมู่บ้านแห่งนี้ ได้กล่าว่า เขาสามารถจัดหาคนงานแก่ผมได้ แต่ผมต้องจ่ายเงินที่เป็นหนี้สินของคนงานแต่ละคนแก่น้องชายของเขา หนี้สินที่เกิดขึ้นจากการนำตัวพวกเขามาจากพ่อแม่ นายจ้างเรียกว่าค่าจ้างจ่ายล่วงหน้า แต่คนงานไม่กี่คนเท่านั้นสามารถหลุดพันจากหนี้สินได้
แรงงานเด็กมีอยู่โดยทั่วไปภายในประเทศที่ยากจนไม่ว่าเป็นปากีสถาน และต่อมาอินเดีย ผมได้ถูกบอกจากนายจ้างว่าเด็กมีมือที่คล่องแคล่ว และนิ้วที่ว่องไว ทำให้พวกเขามีพรสวรรค์กับงานบางอย่างเช่นการถักพรมและการเย็บลูกฟุตบอล ถ้าเด็กมีพรสวรรค์แล้ว ทำไมพวกเขาได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ใหญ่ คำตอบคือ เด็กเป็นที่ต้องการและผูกมัด และการนำมาเป็นทาสอย่างเปิดเผย เพราะว่าต้นทุนของพวกเขาไม่สูง
เมื่อผมได้เดินทางต่อไปอีก ผมได้มองเห็นสภาวะที่น่ากลัวมากกว่ามาฮอทรา เด็กอายุหกปีซื้อมาจากพ่อแม่ 15 เหรียญ ได้ขายและขายต่อราวกับ
เครื่อวตกแต่ง ประทับตรา เฆี่ยนตี เมื่อต้องการกลับบ้านเด็กอายุสิบสองปีคนหนึ่งทำอิฐ นับตั้งแต่เขาได้ถูกขายจากพ่อที่ยากจนหกปีที่แล้ว ฟันของเขาผุพัง ผมทาสีแดง และขาดอาหาร กล่าวอย่างอารมณ์ไม่ดีว่าเนื่องจาก
ผมไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผมไม่สามารถไปที่ไหนได้ ผมกลายเป็นนักโทษไปแล้ว

เมื่อ ค.ศ 1990 ไนกี้ เผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและการต่อต้านทางสาธารณะของการใช้โรงงานรับจ้างผลิตภายในประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินโดนีเซีย และเวียตนาม ได้ถูกกล่าวหาของการมีมาตรฐานแรงงานต่ำ การกล่าวหาได้รวมถึง การใช้แรงงานเด็ก การจ่ายค่าจ้างต่ำมาก การ
ทำงานล่วงเวลาบังคับ การละเมิดทางร่างกายและวาจา สภาวะการทำงานไม่ปลอดภัย
ทฤษฎีถังเน่า เป็นแนวคิดภายในจิตวิทยาสังคม ได้ถูกพัฒนาโดยฟิลิป
ซิมบาร์โด อาจารย์มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ได้ยืนยันว่าสถานการณ์และ
สภาพเเวดล้อม ไม่ใช่เพียงแค่นิสัยที่บกพร่องโดยกำเนิดของบุคคล นำพา
พวกเขาไปยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เลวหรือขาดจริยธรรม ทฤษฎี แอปเปิ้ล
เน่า เป็นการอธิบายสมัยเดิม เสนอเเนะว่าพฤติกรรมที่ไม่ดีเกิดจากข้อบก
พร่้องของนิสัยของบุคคลไม่กี่คน – แอปเปิ้ลเน่า – ฟิลิป ซิมบาร์โด ท้าทาย
การยืนยันนี้ว่าสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ – ถังเน่า – เป็นสาเหตุอย่าง
แท้จริงของพฤติกรรมไม่ดี สามารถทำให้บุคคลธรรมดาที่ดีทำชั่วได้
ภายในกรณีศึกษาเรื่องอื้อฉาวของไนกี้เกี่ยวกับลูกโซ่อุปทานเป็นพิษได้เสนอแนะว่าระบบและโมเดลธุรกิจของบริษัท ขึ้นอยู่กับการจ้างภายนอกต่อตลาดเเรงานถูกที่สุดเพื่อการทำกำไรสูงสุด สร้างสภาพแวดล้อมตรงที่การกระทำที่ผิดเหล่านี้เเทบจะหลีกเลี่ยง ไม่ได้มองถึงเจตนาของผู้จัดการโรงงาน ที่การขาดการควบคุมโดยตรงจากไนกี้ ทำให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นระบบที่เจริญเติบโต เเรงกดดันอย่างเป็นระบบเพื่อการทำกำไรสูงสุดภายในลูกโซ่อุปทานโลก ได้นำพาไปสู่การกระทำที่ผิดของเเรงงานอย่างกว้างขวางเมื่อวัฒนธรรมบริษัทของไนกี้ได้ให้ความสำคัญการทำกำไรสูง
สุด และการลดต้นทุนเหนือสิ่งอื่นใด มันได้สร้างถังเน่าที่ละเลยการปฏิบัติ
ที่ขาดจริยธรรมโดยซัพพลายเออร์โมเดลธุรกิจของไนกี้ขึ้นอยู่กับการจ้างภายนอก 100% แก่ซัพพลายเออร์อิสระ
การวิจารณ์ยืนยีนว่ากลยุทธ์นี้จะยอมให้ถังยังคงเป็นพิษ โดยความห่างไกลของไนกี้จากสถาวะเเรงงานจริงอย่างเช่น ค่าจ้างทาส ทฤษฎี ถังเน่า เป็นกรอบข่ายทางจริยธรรมที่ยืนยันว่าพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมภายในองค์การ เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมขององค์การ – ถังเน่า – ไม่ใช่การกระทำของบุคคลไม่กี่คน – แอปเปิ้ลเน่า – ตามกรณีศึกษาของ
ไนกี้ ทฤษฎีถังเน่าได้ถูกใช้วิเคราะห์การกล่าวหาของลูกโซ่อุปทานเป็น
พิษเหล่านี้
วิกฤติ วัฒนธรรมเป็นพิษของไนกี้ ไปถึงจุดเดือดเมื่อ ค.ศ 2018 มักจะถูกอ้างเป็นตัวอย่างที่ดีมากของทฤษฎี ถังเน่า ภายในจิตวิทยาองค์การ แม้ว่า
ทฤษฎี แอปเปิ้ลเน่า ได้ตำหนิการกระทำที่เลวส่วนบุคคลที่เป็นปัญหาไม่กี่คน ทฤษฎีถังเน่าจะยืนยันว่าสภาพแวดล้อม ความเป็นผู้นำ และวัฒนธรรมขององค์ค์การสาม่ารถกระตุ้นพฤติกรรมหรือทำให้เป็นปรกติพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมได้
การกล่าวหาการเลือกปฏิบัติทางเพศ การลวนลามทางเพศ วัฒนธรรม
บอยส์ คลับ ของไนกี้ ได้ถูกเปิดเผยเมื่อ ค.ศ 2018 ทฤษฎี ถังเน่า ได้ถูกใช้อธิบายทำไมพฤติกรรมเหล่านี้ได้เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงการตำหนิจากบุคคลไปสู่สภาพเเวดล้อมและวัฒนธรรมองค์การสถานการณ์ ค.ศ 2018 ของไนกี้ มักจะถูกอ้างเป็นตัวอย่างที่ดีมากของวัฒนธรรม “ถังเน่า” ตรงที่วัฒนธรรม บอยส์ คลับ ที่เเพร่หลาย และการขาดความรับผิดขอบ ทำให้เกิดพฤติกรรมการเหยียดเพศและการเลือกปฏิบัติทางเพศ
ทฤษฎีถังเน่าได้ช่วยอธิบายทำไมปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่นานหลายปีทั้งที่ไนกี้จะมีภาพพจน์ของการให้อำนาจและการครอบคลุม วิกฤติไม่ได้เป็น
เพียงแค่เกี่ยวกับผู้บริหารไม่ปรกติไม่กี่คน – แอปเปิ้ลเน่า – ข้อเท็จจริงคือว่าการล่วงละเมิดทางเพศได้แพร่หลาย และผู้บริหารอาวุโสได้รับรู้มันว่า ถัง -วัฒนธรรมบริษัท – ที่เป็นปัญหา การแสดงข้อยืนยันว่าสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมขององค์การไม่ใช่เพียงแค่แอปเปิลเน่าไม่กี่ลูก – บุคคลเป็นปัญหา – รับผิดชอบการส่งเสริมพฤติกรรมที่ผิด
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







