INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นาซีภายในหรือคานธีภายใน

1767417014938

นาซีภายในหรือคานธีภายใน

อิดิธ อีเกอร์ จะมองความกล้าหาญทางศีลธรรมเป็นกรอบความคิดภายใน
ที่สำคัญเพื่อการต่อต้านผลกระทบของการลดทอนมนุษย์ของระบราชการ
และอำนาจนิยม มุมมองของเธอได้ถูกสร้างส่วนใหญ่โดยการอยู่รอดชีวิตภายในเอาชวิทซ์ของเธอเธอจะยืนยันว่าระบบราชการ โดยเฉพาะตัวอย่าง
รัฐบาลนาซี ได้แสวงหาที่จะลดบุคคลลง เป็นเพียงแค่ตัวเลขหรือฟันเฟือง
ภายในเครื่องจักรเท่านั้น ด้วยการลอกพวกเขาออกจากความเป็นมนุษย์ของพวกเขาเธอเชื่อว่ายามจำนวนมากถูกล้างสมองที่จะกระทำความโหดร้าย
ต่ออิดิธ อีเกอร์แล้วการเลือกที่ดีที่สุดคือตัดสินใจที่จะตอบสนองอย่างไรต่อพลังภายนอกเช่นนี้ แทนที่จะกลายเป็นเหยื่อของมัน เธอได้อ้างอย่างมี
ชื่อเสียงต่อเอาชวิทซ์เป็นห้องเรียนยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ ตรงที่เธอได้เรียนรู้ว่าในขณะที่ระบบสามารถเอาออกไปทุกสิ่งทุกอย่างจากภายนอก เเต่มันไม่สามารถเอาออกไปได้อิสระภาพภายในที่จะเลือกทัศนคติของตนเองได้ อิสระภาพที่แท้จริงเป็นความสามารถที่จะเลือกเราคิดเเละรู้สึกย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของเรา ไม่มองถึงการจำกัดและระบบราชการที่มันเป็นอยู่อย่างไร
ความเป็นวีรบุรุษต้องการความกล้าหาญทางศีลธรรมที่ยิ่งใหญ่ กระทำอย่างเด็ดขาดภายในช่วงเวลาที่สำคัญต่อสู้ความไม่ยุติธรรม การยกโทษไม่ได้ถูกมองเป็นการอภัยโทษต่อผู้กระทำชั่วเช่นฮิตเลอร์หรือยามแต่่เป็นของขวัญต่อตัวเองที่จะปลดปล่อยภาระของความไม่พอใจและการรักษา
อีดิธ อีเกอร์ ได้ใช้อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ และมหาตมะ คานธี เป็นการเปรียบต่อ
ความสามารถสองขั่วที่มีอยู่ภายในบุคคลทุกคน : ความสามารถเพื่อความ
เกลียดและการตัดสิน – นาซีภายใน – เเละความสามารถเพื่อความรักและ
ความเห็นอกเห็นใจ – คานธีภายใน
เธอได้สอนว่าอิสระภาพเป็นการเลือกทางจิตใจระหว่างพลังภายในสองอย่าง นาซีภายใน และคานธีภายใน ได้เสนอแนะว่าบุคคลทุกคน มีความสามารถต่อทั้งดี – คานธีภายใน – และชั่ว – นาซีภายใน – และอิสระภาพ
จะมาจากการเลือกอย่างเเรก เธอกล่าวว่าอิสระภาพจะหมายถึงการเลือก
ทุกช่วงเวลาไม่ว่าเราเอื้อมมือไปคว้านาซีภายในหรือคานธีภายในของเรา
ต่อความรักที่เราได้กำเนิด หรือความเกลียดที่เราได้เรียนรู้ บุคคลไม่ได้กำเนิดด้วยบาปหรือความเกลียด สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมทีเรียนรู้
เธอได้ใช้ฮิตเลอร์ และคานธี เป็นตัวแทนความสามารถของมนุษย์โดยทั่วไปต่อความเกลียดอย่างมาก และความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง เธอมองทั้งสองเป็นการเลือกภายในที่บุคคลทุกคนเผชิญประจำวัน เธอมอง
ฮิตเลอร์เป็นสัญลักษณ์อย่างแท้จริงของความเกลียดที่เรียนรู้ และความสามารถ เพื่อการตัดสิน ความโหดร้าย และการตกเป็นเหยื่อ เธอเชื่อว่าบุคคลไม่ได้เกิดมาที่จะเกลียดชังแต่ได้เรียนรู้มัน กระบวนการที่เธอได้สังเกตุภายในยามนาซีที่ถูกล้างสมอง เธอมองด้วยความสงสาร เพราะว่าพวกเขาเป็นนักโทษของอุดมการณ์ที่เกลียดชังด้วย
คานธีภายในแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดของมนุษย์ ความรักและความเห็นอกเห็นใจโดยธรรมชาติที่เราเกิดมาด้วยก่อนการเรียนรู้ความเกลียดของ
เรา ปรัชญาคานธีของความไม่รุนแรงและการควบคุมตัวเองสอดคล้องกับถ้อยคำที่สำคัญของอิดิธ อีเกอร์ การเลือกที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ของชีวิตอย่างไร เธอเน้นย้ำว่าในขณะที่เราไม่สามารถอยู่เสมอที่จะเลือกสถาวะภายนอกของเราได้เราสามารถเลือกการตอบสนองของเราได้ การเลือกคานธีภายในเป็นการปฏิบัติตลอดเวลาของการเอื้อมไปหยิบความรักที่เราเกิดมาด้วย แทนที่จะเป็นความเกลียดที่เราอาจจะได้เรียนรู้

1767417009731

บอบไอเกอร์ ซีอีโอก่อนหน้านี้ของดิสนี่ย์และอิดิธ อีเกอร์ ผู้รอดชีวิตโฮโลคอสท์และนักจิตวิทยาได้ร่วมความคิดที่เหมือนกันรวมศูนย์อยู่ที่ความสำคัญของการเลือกความยืดหยุ่นของมนุษย์การมองโลกในแง่ดี คุณค่าของความเคารพ ความคิดร่วมกันเหล่านี้ของพวกเขาได้ถูกนำแสดงอย่างเเพร่หลาย เนื่องจากหนังสือของพวกเขาทั้งสองคน “The Rise of a Lifetime” ของบอบ ไอเกอร์ และ”The Choice”ของอิดิธ อีเกอร์ถูกแนะนำโดยบิลล์ เกตส์

หลักการที่สำคัญของผลงานของอีดิธ อีดกอร์ เกี่ยวกับการมุ่งเน้นอำนาจของการเลือก การสร้างความยืดหยุ่น การค้นหาอิสระภาพภายใน แม้เเต่

ภายในสถานการณ์ที่เลวร้าย สามารถจะมองเห็นได้โดยการเปรียบเทียบ

กับวิถีทางความเป็นผู้นำของบอบ ไอเกอร์ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นของเขาต่อการคิดไปข้างหน้า การสร้างนวัตกรรม และการจัดการวิกฤติด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

เมื่อบอบ ไอเกอร์ เป็นซีอีโอของดิสนีย์ ระหว่างช่วงเวลาที่ยุ่งยากด้วยขวัญที่ตกต่ำลง เขาได้มุ่งที่ทิศทางในอนาคต แทนที่จะถกเถียงต่อความล้มเหลวที่ผ่านมา มันสอดคล้องกับความคิดของอิดิธ อีเกอร์ของการก้าวไปข้างหน้า ด้วยการแสดงความรับผิดชอบ การเลือกที่จะมองไปข้างหน้า ทั้งสอง มุ่งเน้นว่าในขณะที่เหตุการณ์เลวร้ายอาจจะเลยพ้นการควบคุม การตอบสนองของเราต่อมันอยู่ภายในอำนาจของเรา – อำนาจการเลือกของอีเกอร์ – เปรียบเทียบ การมองโลกในแง่ดี ของบอบ ไอเกอร์

พวกเขาให้คุณค่าความสำคัญของความยืดหยุ่นและกาเปลี่ยนแปลงความท้าทายไปสู่โอกาสเพื่อการเจริญเติบโตและความมุ่งหมาย การส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจ และการตระหนักตัวเองสำคัญต่อการนำทางความเกี่ยวพันของมนุษย์ที่ซับซ้อนไม่ว่าอยู่ภายในสภาพแวดล้อมการบำบัดหรือห้องประชุมคณะกรรมการบริษัทการยืนยันปลดปล่อย

ไปความรู้สึกที่จำกัด เช่น การยกโทษความโกรธของอีเกอร์การหลีก

เลี่ยงการมองโลกในแง่ลบของบอบ ไอเกอร์ เพื่อที่จะมุ่งอนาคต

อิดิธ อีเกอร์ ได้สอนว่าเราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ภายนอก แต่เราสามารถควยคุมการตอบสนองของเรา บอบ ไอเกอร์ กล่าวถึงการเผชิญวิกฤติหลายอย่าง และเลือกการตอบสนองของเขาต่อมันอย่างไร แทนที่จะตกอยู่ภายในความตื่นตระหนกได้สะท้อนการมุ่งเน้นของอิดิธ อีเกอร์

ต่อการเลือกทัศนติตัวเองภายในสถานการณ์ใดก็ตาม

บอบ ไอเกอร์ ได่ประยุกต์ใช้สิ่งนี้ด้วยการรักษาการมองโลกในแง่ดีที่่ไม่

ลดละ แม้แต่ระหว่างวิกฤติของบริษัทการมุ่งเน้นความเป็นไปได้ในอนาคต แทนที่จะเป็นความพ่ายแพ้ในอดีตการตัดสินใจของบอบ ไอเกอร์ ที่ซื้อพิกซาร์ มาร์เวล และลูคาสฟิล์ม สะท้อนการเลือกที่จะรับเอาการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะกลัวมัน เขายืนยันว่่าผู้นำต้องเลือกอยู่ในระดับแนวหน้า แทนการตกเป็นเหยื่อของการลบล้างของอุตสาหกรรม

1767417021778

ภายในผลงานของเธอ อิดิธ อีเกอร์ อภิปรายการจำคุกทางใจของการยึดติดตัวตนเก่า บอบ ไอเกอร์ สะท้อนสิ่งนี้โดยการแสดงอำนาจของการเลือกด้วยการตัดสินใจอย่างกล้าหาญและเสี่ยงภัยการยอมรับแอนนิเมชันของดิสนี่ย์ กำลังดิ่นรนต่อสู้ และเลือกที่จะซื้อ พิกซาร์ มาร์เวล ลูคาสฟิล์ม และทเวนตี่เฟริสท์ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ และเปิดตัวดิสนี่ย์ + บริการสตรีมมิ่ง เขาได้เลือกที่จะก้าวบริษัทภายในทิศทางใหม่ แทนที่จะยังคงผูกติดอยู่กับ

โมเดลธุรกิจในอดีต บอบ ไอเกอร์ จะแสดงความรับผิดชอบการเลือกที่เขา

ได้ทำรักษาอัตตาของเขาภายในการตรวจสอบ แทนการกล่าวโทษบุคคลอื่น ถ้าอะไรผิดพลาดไป

ปรัชญาการเลือกอิสระภาพของอิดิธ อีเกอร์ จากบาดแผลทางใจ : ในขณะที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในอดีต เราสามารถจเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ภายในปัจจุบัน และรับเอาความเป็นไปได้อย่างไร กลยุทธ์ของไอกอร์เกี่ยวพันกับการมองมองอนาคต และได้วางตำแหน่งดิสนี่ย์อยู่ระดับ แนวหน้าของอุตสาหกรรม ได้แสดงการเลือกที่จะมุ่งศักยภาพในอนาคตแทนที่จะถูกจำคุกด้วยความสำเร็จ หรือความล้มเหลวที่ผ่านมา สะท้อนวิถีทางของบอบ ไอเกอร์ต่อการบริหารเดิมพันสูง เขามองความเป็นผู้นำเป็นลำดับของการเลือกที่จะให้ความสำคัญเนื้อหาคุณภาพสูง และเทคโนโลยีนวัตกรรม อย่างเช่น ดิสนี่ย์+ทั้งที่เป็นความเสี่ยงภัยของการกินเนื้อตัวเองของกระเเสรายได้ที่มีอยู่

1767417019292

เมื่อบอบ ไอเกอร์ กลายเป็นซีอีโอของดิสนีย์ ระหว่างช่วงเวลาที่ท้าทาย

ด้วยขวัญที่ตกต่ำ และการเเข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น เขาได้เลือกที่จะไม่โต้เถียง

ความผิดพลาดในอดีตแต่เขาได้ถ่ายทอดอย่างชัดเจนเส้นทางไปข้างหน้า บนพื้นฐานการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง การรับเอาเทคโนโลยี และการขยายตัวไปทั่วโลก แทนที่จะพยายามแก้ไขทีละน้อย แอนนิเมชันที่กำลังต่อสู้ของดิสนีย์ บอบไอเกอร์ ได้เลือกอย่างกล้าหาญ เพื่อที่จะซื้อพิกซ่าร์ บริษัทแอนนิเมชั่ที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุด ณ เวลานั้น มันเป็นการเลือกอย่างรอบคอบที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางโคจรของบริษัทและเพิ่มคุณภาพเนื้อหาเป็นสองเท่า

บอบ ไอเกอร์ ได้สร้างสภาพเเวดล้อมตรงที่บุคคลถูกให้ “อนุญาติที่จะล้มเหลว” ถ้ามันได้นำพาไปสู่นวัตกรรมแสดงการเลือกที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมของการคิดสร้างสร้างสรรค์และการให้อำนาจ แทนที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวของการลงโทษต่อความผิดพลาด มุ่งเน้นที่การให้อำนาจบุคคลของเขาไล่ตามความคิดที่ทะเยอทะยาน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมตรงที่ความเสี่ยงภัยที่คำนวณได้ถูกกระตุ้น เขาได้ให้คุณค่าความสามารถเหนือ

ประสบการณ์

หลักการของบอบ ไอเกอร์ คือ การปฏิบัติบุคคลด้วยความยุติธรรม และความเห็นอกเห็นใจ เขาสร้างสภาพแวดล้อมตรงที่บุคคลรู้สึกได้ยินและให้โอกาสครั้งที่สองเพื่อความผิดพลาดที่ซื่อสัตย์ การส่งเสริมวัฒนธรรมของความไว้วางใจแทนที่จะเป็นความกลัวมันสะท้อนการมุ่งเน้นของอิดิธอีเกอร์

ต่อความเห็นอกเห็นใจและศักดิ์ศรีของมนุษย์ บอบ ไอเกอร์ ได้กระตุ้นการค้นหาความมุ่งหมายของคุณเองนำทางการตัดสินใจและการกระทำความเป็นผู้นำของบอบ ไอเกอร์ถูกขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนรวมศูนย์อยู่ที่การสร้างเนื้อหา นวัตกรรมเทคโนโลยี และการขยายตัวทั่วโลก

ความรู้สึกของความมุ่งหมายนี้ และการเเสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่ลด

ละ ได่นำทางการตัดสินใจที่สำคัญหลายอย่างของเขา อย่างเช่น การเปิดตัวดิสนีย์ + บริการสตรีมมิ่ง บอบ ไอเกอร์ ได้อ้างอยู่บ่อยครั้งการสอนของ

อิดิธ อีเกอร์ว่า การมองโลกในเเง่ดีเป็นการเลือก ภาบในหนังสือของเขา The Ride of a Lifetime และการสัมภาษณ์ที่หลากหลาย เขาได้มุ่งเน้นว่า แม้ว่าภายในวิกฤติที่เดิมพันสูงอย่างเช่นการซื้อที่เสี่ยงภัยของพิกซาร์หรือการเปิดตัวดิสนี่ย์ + ผู้นำต้องเลือกอย่างมีจิตสำนึก เส้นทางแห่งความหวังและวิสัยทัศน์ แทนที่จะเป็นอัมพาติด้วยความกลัวความล้มเหลว

อิดิธ อีเกอร์ ได้กล่าวเกี่ยวกับอำนาจของ “ช่องว่าง” ช่วงเวลาตรงที่เราสามารถเลือกที่จะตอบสนองอย่างไรต่อสิ่งเร้าที่กำหนดให้ใดก็ตาม บอบ ไอเกอร์ ได้ประยุกต์ใช้สิ่งนี้ด้วยการปฏิบัติวิถีทางอย่างสงบและวัดได้ต่อความเป็นผู้นำมักจะใช้ช่วงเวลาที่จะสะท้อนก่อนการตอบสนองต่อการลบ

ล้างของอุตสาหกรรมหรือความล้มเหลวภายใน อิดิธ อีเกอร์ สอนว่า เราไม่ได้เป็นเหยื่อของสถานการณ์ของเรา ถ้าเราไม่ได้เลือกที่จะเป็น และบอบ

ไอเกอร์ ได้ดำเนินการสิ่งนี้ด้วยการให้อำนาจบุคคลของเขา ที่จะเสี่ยงภัยคำนวณได้ และการตัดสินใจของพวกเขาเองส่งเสริมสภาพแวดล้อมตรงที่บุคคลถูกกระตุ้นเเสวงหาความคิดที่ทะเยอทะยาน แทนที่จะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้

บอบ ไอเกอร์ ได้มองหลักการแกนของผลงานของอิดิธ – อิสระภาพนั้นเป็นการเลือก – เป็นเครื่องมือที่สำคัญเพื่อความเป็นผู้นำและความยืดหยุ่นส่วนบุคคล เขาเชื่อว่าผู้นำจะต้องเลือกการมองโลกในแง่ดีอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าอยู่ภายในสถานการณ์ที่เลวร้ายเขายืนยันว่าอารมณ์ของผู้นำจะแพร่

เชื้อได้ เลือกที่จะมุ่งความเป็นไปได้ แทนที่จะเป็นผู้ตกเป็นเหยื่อของสถาน

การณ์ บันดาลใจความคิดของการออกไปจากกรอบความคิดนักโทษและ

อิดิธ อีเกอร์ ได้กล่าวว่า ในขณะที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ เรามีอำนาจที่จะเลือก เราคือใครในปัจจุบัน บอบ ไอเกอร์ ประยุกต์ใช้โดยการมองไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ หมุนดิสนีย์ ไปสู่อนาคตดิจิตอลด้วยบริการสตรีมมิ่ง แทนที่จะพยายามป้องกันโมเดลธุรกิจมรดก ที่ไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป

อีกเเล้ว

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *