พลันโลกก็กลับ“ตึงเครียด”อีก
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย

หลังจากที่อึมครึมกันมาพักใหญ่ ในการเปิดฉากทำ”สงครามการค้า”ระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งกำลังตอบโต้กันอย่างจริงจังถึงพริกถึงขิง โดยต่างฝ่ายต่างตั้งกำแพงใส่กัน ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าขาเข้าที่ฝ่ายตรงกันข้ามส่งมาขาย
ก็มีข่าว”ทะลุกลางปล้อง”ออกมาจากโฆษก”วังเครมลิน”เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคมว่า ในเดือนหน้า(๑๑-๑๕ กันยายน)รัสเซียจะซ้อมรบครั้งใหญ่ ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในนาม”วอสต็อก-๒๐๑๘” นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็น โดยจะใช้กำลังพลทั้งสิ้นราว ๓๐๐,๐๐๐ นาย เพราะ”ปรากฏมีท่าทีที่ก้าวร้าวและไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย”เกิดขึ้น โดยโฆษกไม่ระบุว่าท่าทีที่ว่ามาจากใคร
ก็เห็นจะต้องร้องออกมา ด้วยความตกใจในภาษาไทยโบราณว่า”โอ้โฮ…เฮะ”เพราะเหตุการณ์นี้รุมเร้าให้โลกทั้งใบกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หวั่นเกรงว่าอาจจะเกิดสงครามระหว่างชาติอภิมหามหาอำนาจขึ้นมาจริงๆ
ในการนี้รัสเซียจะใช้รถถัง ๓๖,๐๐๐ คัน ซึ่งรวมทั้งยานยนตร์ลำเลียงพลหุ้มเกราะและยานเกราะใช้ในหน่วยทหารราบ และเครื่องบิน ๑,๐๐๐ ลำ มีการลำเลียงพลขนส่งทางอากาศและใช้กองเรือเข้าร่วมซ้อมรบ สองกองเรือ
โดยกำหนดพื้นที่ซ้อมรบ เอาไว้ตั้งแต่ไซบีเรีย ไปจนถึงพรมแดนด้านตะวันออกเช่นเมือง”ซือโกล”ไม่ไกลจาก”อูลันบาตอร์”เมืองหลวงของมองโกเลีย หมายแสดงศักยภาพของอาวุธที่ผลิตขึ้นมาใหม่เช่นรถถังล่าสุดที่ทันสมัย
ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นก็คือ จีนจะส่งกองกำลังทหาร พร้อมอาวุธยุทธภัณฑ์ครบมือรวมทั้งฝูงบินและเฮลิคอปเตอร์ ๓๐ เครื่องเข้าร่วมซ้อมรบกับรัสเซีย ด้วยกำลังพล ๓,๒๐๐ นาย
มองโกเลียก็จะเข้าร่วม แต่ไม่เปิดเผยจำนวนพลและเครื่องไม้เครื่องมือชัดเจน
เข้าใจว่า ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(๒๗สค.)กระทรวงกลาโหมสหรัฐจึงต้องเคลื่อนไหวตอบโต้ ด้วยการออกแถลงการณ์แบบฟ้าผ่าว่า
“ขอยกเลิก การระงับซ้อมรบประจำปี ในย่านคาบสมุทรเกาหลี” จากนี้เป็นต้นไป ส่วนจะมีการซ้อมรบต่อ ไปพร้อมกับกองกำลังของเกาหลีใต้ จะทำอีกเมื่อไร ก็ต้องเฝ้าดูกัน
เชื่อว่าก็ทำให้เกาหลีใต้ ต้องหัวปั่นไปเหมือนกัน เพราะยังทำงานสำคัญค้างคาไว้ คือการช่วยทำให้ชาวเกาหลี ที่ถูกพรากครอบครัวค้างอยู่ในเกาหลีเหนือตั้งแต่ครั้งสงครามเกาหลี กลับมา”รวมญาติ”กันในเกาหลีใต้
การระงับการซ้อมรบที่ว่า มีผลบังคับใช้มา หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมพ์”เปิดเจรจาขั้นสุดยอด กับผู้นำเกาหลีเหนือ “คิม จอง-อึน”ที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายนที่แล้ว พร้อมออกมา”คุยโม้”ฝ่ายเดียวว่า การเจรจาดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างดีมาก
แถมยังยกย่อง”คิม”เสียเลิศลอยว่า”เฉลียวฉลาดกล้าหาญ ชนิดที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
แต่ในระยะหลังๆนี้ แหล่งข่าวทหารของสหรัฐเองกลับยืนยันว่า ที่จริงเกาหลีเหนือ ไม่ได้ระงับการพัฒนาอาวุธปรมาณูและจรวดขนส่งหัวรบพิสัยไกล ตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ ด้วยการอ้างว่า ได้ทำลายสถานที่ทดลองไปแล้ว พร้อมกับพาสื่อสารมวลชนสากล เข้าไปตรวจสอบ เพื่อให้ประจักษ์เห็นจริง
ซึ่งก็เท่ากับเป็น ”การแสดงละครลวงโลก”แบบ”ขอไปที”นั่นเอง
เรื่องการกลับไปพัฒนาปรมาณูของเกาหลีเหนือดังกล่าว ได้รับการยืนยันจากข่าวกรองทางทหารของสหรัฐที่”ปูด”ออกมาหลายหน เพื่อเป็นการเตือน”ทรัมพ์” แต่เขาแสร้งทำเป็นไม่สนใจ
จนในที่สุด ทางการสหรัฐ ก็อดรนทนไม่ได้ เมื่อมีข่าวรัสเซียจับมือกับจีน จะร่วมซ้อมรบกัน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐจึงแถลงยกเลิกการระงับการซ้อมรบรอบๆคาบสมุทรเกาหลี โดยที่”ทรัมพ์”แสดงอาการ”ไว้เชิง” ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทั้งๆ ที่เขาเอง อาจสั่งให้ยกเลิกโดยตรง ในฐานะ”ผู้บัญชาการทหารสูงสุด”หรือ”จอมทัพ”
พิจารณาจากเหตุผลของโฆษกวังเครมลิน เปิดการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่ว่า”ปรากฏท่าทีหลายอย่างที่ก้าวร้าวและไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย”นั้น ตีความได้ว่าน่าจะหมายถึงท่าทีของกองกำลัง”นาโต” ซึ่งนำโดยกองทัพอเมริกัน ซึ่งก็ได้แสดงความไม่พอใจรัสเซียมานานแล้ว ตั้งแต่รัสเซียพยายามเข้าครอบงำยูเครน โดยอ้างว่าเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนในอดีต เพราะมีพลเมืองในยูเครนตะวันออกพูดภาษารัสเซีย จึงหนุนให้เกิดการกบฏและด้วยการเข้าผนวกคาบสมุทร”ไครเมีย”ก่อนหน้านั้นในปี ๒๕๕๗
“นาโต”จึงต่อต้านรัสเซีย ด้วยการ”บอยคอต”ทางการค้า
พร้อมกันนั้น”นาโต”นำโดยสหรัฐ ยังแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจเซียเป็นอย่างมาก จึงส่งทหารเพิ่มราว ๔,๐๐๐ นาย ไปประจำการในชาติต่างๆ ของยุโรปตะวันออก
ซึ่งรัสเซียเห็นว่า ไม่เป็นธรรมและถือว่าเป็นการคุกคาม
แม้ว่า โดยส่วนตัวของ”ทรัมพ์”ผู้นำสหรัฐ จะแสดงความมีมิตรไมตรีต่อ”วลาดิมีร์ ปูติน”ประธานาธิบดีรัสเซียอย่างมากก็ตาม ต่อกรณีที่ช่วยทำให้เขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี สหรัฐ แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งความเคลื่อนไหวทางทหารของรัสเซีย ตามความเป็นจริงได้
เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ก็เรื่องของส่วนตัว จะเอาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติมายุ่งเกี่ยวไม่ได้
พิจารณาดูเอา ก็แล้วกันว่า ระหว่าง”ทรัมพ์”กับ”ปูติน”ใครมีความเป็น”ผู้นำ”มากกว่าใคร
“ปูติน”ย่อมจะ”นั่งแท่น”อยู่เฉยๆ ไม่ได้ โดยไม่ยอมทำหรือ”ปฏิรูป”อะไร ให้เป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนผู้นำบางชาติ
ทีนี้”ทรัมพ์”ก็คงจะเข้าใจ”ปูติน”ดีขึ้นบ้าง แล้วกระมังครับ
ขอท่านผู้อ่าน โปรดระลึกเอาไว้ว่า ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่สัญญานว่าจะเกิดสงครามอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ทำให้โลก เกิดความตึงเครียดมากขึ้น ก็เท่านั้นครับ
ไม่มีใครคิดทำสงครามยิง แบบสงครามโลก ในตอนนี้แน่ แม้นทำ ก็จะพินาศย่อยยับกันไปทุกๆฝ่าย ไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเบ็ดเสร็จ







