INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

 คุยกันปลายฤดูฝน

46354743764276273458538 
คุยกันปลายฤดูฝน
เมื่อไม่นานมานี้เอง ที่หนุ่มสาววัยรุ่น นุ่งกางเกงขาแคบๆแบบโรบินฮู้ด บางครั้ง ยังสงสัยว่า เขาใส่และถอดกางเกงได้ยังไงเพราะแคบขนาดหุ้มขาได้พอดี ตอนนั้น ก็ใส่กันหลายคน พอมาขณะนี้ ดูการประกวดร้องเพลง วันอาทิตย์ค่ำ เมื่อ ๒ ครั้งก่อน หนุ่มที่เข้าประกวดแต่งตัวใส่เสื้อนอกอย่างดี แต่นุ่งกางเกงขากว้างพลิ้วลม ตอนแรกคิดว่าเป็นค่านิยมเฉพาะตัว แต่พอมาสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีผู้เข้าประกวด นุ่งเกงเกงหลวมๆ พริ้วลมอีกคนหนึ่ง ดูดีมาก และเมื่อไปเดินที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว  แหล่งรวมวัยรุ่น  ก็เห็นสาวๆแต่ละกลุ่ม นุ่งกางเกงหลวมๆ พริ้วลมกันทั้งนั้น แฟชั่นน่าจะเปลี่ยนแล้ว ตอนนี้
สำหรับคนแก่ๆที่อายุมาก หลายๆคนรูปร่างหน้าตายังเป็นวัยรุ่น แต่งตัวตามสมัยนิยมได้  แต่บางคน ไม่ใส่กางเกงขาแคบๆ เพราะมองดูเหมือนจิ้งเหลน หรือกิ้งก่า สำหรับผมไม่ได้ตามใคร เพราะนุ่งกางเกงเก่าๆสมัยทำงาน บางตัวตั้งแต่ตอนทำงานใหม่ๆ ร่วม ๕๐ ปีมาแล้ว ก็ยังนุ่งอยู่ ยกเว้นตอนอยู่เชียงใหม่ นุ่งกางเกงยีนส์เป็นหลัก เพราะซักแล้วไม่ต้องรีด  การแต่งตัว ไม่ได้ทำให้เราถูกมองดีขึ้นหรือแย่ลง ยังไงหน้าเหี่ยวๆก็ฟ้องคนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งไม่มีใครสนใจ ยกเว้น ถ้าเราลืมรูดซิบกางเกง เราอาจจะถูกมองพิเศษกว่าตอนอื่น ก็ถูกหาว่าตั้งใจโชว์
ยังไงก็ตาม ถ้าอยู่บ้านทั้งวัน อาจจะทำให้มึนหัว ต้องออกไปข้างนอกบ้าง และใช้รถ เพราะจอดไว้เฉยๆนานๆคงจะไม่ดี และไม่คุ้มค่า ถ้าเรามีรถ แต่ไม่ใช้ รถก็จะเสื่อมสึกหรออยู่ดี แบบนี้เอง ก็ต้องหาเรื่องไปต่างจังหวัด แล้วขับของเราไป  แต่ที่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีแท็กซี่บริการทั่วๆไปหลายคัน ก็พบปัญหาที่บางเวลารถติดมาก เดินทางเป็นชั่วโมงๆ เมื่อ ๒-๓ วันก่อน ผมนั่งแท็กซี่จากบ้านที่อยู่แถวบางเขน ไปธุระที่กระทรวงเกษตรฯ ถนนราชดำเนินนอก ระยะทาง จากบ้านไป ๑๖ กิโลเมตร จ่ายค่าแท็กซี่ไป ๒๔๐ บาท หรือ กิโลเมตรละ ๑๕ บาท ที่เป็นแบบนี้ เพราะเดินทางระยะเวลา ๗ โมงเศษๆ ซึ่งรถติดมาก ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง กว่าจะถึงที่หมาย ราคานี้ รวมถึงจอดที่ปั๊มน้ำมัน เมื่อโชเฟอร์ขอเข้าห้องน้ำด้วย  ซึ่งเราก็เห็นใจ เพราะนั่งมานาน ความจริง ปัจจุบัน สามารถประหยัดการเดินทาง โดยใช้รถไฟฟ้า แล้วไปต่อแท็กซี่ที่สถานีใกล้ๆจุดหมาย แต่ที่ไม่อยากขึ้นไปตอนชั่วโมงเร่งด่วน เพราะเกรงใจผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เห็นว่า วัยเราไม่ควรไปเบียดใครในรถไฟฟ้าอีกแล้ว
กล่าวถึงโทรศัพท์มือถือกับชีวิตประจำวัน เริ่มต้นเรื่องแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์ เดี๋ยวนี้ บางแห่ง ไม่ต้องมีคิว จะใช้บริการเมื่อไหร่ โทรเรียกมารับที่หน้าบ้าน หรือ แล้วแต่จุดรับส่งที่จะเข้าใจกัน  นอกจากนั้น เมื่อขึ้นรถลงเรือ พอมีเวลา ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อมูลต่างๆ หนังสือพิมพ์ ก็แข่งขันไม่ได้ แล้วโทรศัพท์ยังมีโปรแกรมพยากรณ์อากาศ เครื่องคิดเลข ภาพยนต์ทั้งเก่าและใหม่จากประเทศต่างๆ ตลอดจนส่งข้อมูลข่าวสาร และทำธุรกรรมด้านการเงิน ในปัจจุบันนี้ ที่ศูนย์อาหารในศูนย์การค้าหลายแห่ง ปฏิเสธการจ่ายเงินสด แต่ให้ใช้ app ของธนาคารที่เรา download ในมือถือส่อง QR code ของร้านค้า ซึ่งจากมือถือเหมือนกัน   ทั้งนี้ รวมถึงค่าจอดรถในศูนย์การค้าบางแห่งด้วย สำหรับการโอนเงินจากมือถือเราไปเข้ามือถืออื่นๆนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ถ้ามี internet และ app ของธนาคารไทย ก็สามารถส่งเงินได้เสมอๆ
ตั้งแต่มี app เป๋าตังค์ และโครงการคนละครึ่ง จนถึง ไทยช่วยไทยพลัสในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือดีมากๆ ตั้งแต่ ซื้อ ขาย ซ่อมแซม อุปกรณ์เสริม เพราะประชาชนทั่วไปต้องใช้ในชีวิตประจำวัน และเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ผมเคยออกไปเดิน ที่ถนนซอยหน้าบ้านตั้งแต่ ตี ๔ ได้เห็นธุรกิจที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่เรียกแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์ เพื่อไปข้างนอก บางคนสั่งอาหารที่เปิดบริการทั้งคืน ซึ่งมี Grab มารับอาหารไปส่งถึงที่พัก คนกวาดถนนที่เริ่มงานตั้งแต่ตี ๔ พอทำงานเหนื่อย ก็นั่งพัก ดูโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ เมื่อหายเหนื่อยแล้วจึงทำงานต่อ เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ฝนตกน้ำท่วม แล้วลดในตอนเช้า ทำให้ ใบไม้ และขยะบนถนน ซึ่งลอยมาจากกองที่รอรถขยะมารับ เยอะมาก วันนั้นคงทำงานเหนื่อยน่าสงสาร แต่ก็ยังมีเวลาเปิดโทรศัพท์ดูข่าวสารตอนพักเหนื่อยอยู่บ้าง เรื่องโทรศัพท์มือถือที่กล่าวมาแล้วนี้ ยังไม่รวมงานต่างๆ เช่น งานช่าง งานวิชาการ ธุรกิจต่างๆ ล้วนแต่ใช้เป็นเครื่องมือประจำตัวของทุกคน
สำหรับผม ตอนที่ไปหาหมอ เมื่อได้ยื่นใบนัด และข้อมูลต่างๆให้เจ้าหน้าที่แล้ว ก็ต้องรอเรียก ให้เข้าไปพบหมอ ในตอนนั้นแหละที่ว่างๆ บางครั้งเป็นชั่วโมงหรือกว่านั้นอีกนาน จึงควักโทรศัพท์มือถืออกมานั่งดู เคยเปิดเสียงดังเพราะหูเสื่อม ไม่ได้ยิน จนคนที่นั่งใกล้ๆต้องลุกมาเตือน แต่ถ้ารู้ตัวและจำได้ ก็จะปิดเสียงตั้งแต่เปิดโทรศัพท์ ปัญหาที่เกิด คือ เมื่อเสร็จแล้ว ออกไปธุระต่อหรือกลับบ้าน ก็ลืมเปิดเสียง ใครโทรมา ก็ไม่ได้ยิน จนต้องไปที่ร้านโทรศัพท์ของยี่ห้อนั้น เพื่อปรึกษาช่าง ว่าโทรศัพท์เราทำไมจึงเงียบ คนโทรมาไม่ได้ยิน  เมื่อช่างเปิดปุ่มที่ปิดเสียงเท่านั้น ก็ได้ยินชัดแจ๋ว นึกสงสารตัวเองที่ขี้ลืม ต้องไปร้านโทรศัพท์ซึ่งอยู่ไกลบ้าน
อยู่บ้านว่างๆ ก็ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ เห็นว่าร่องความกดอากาศ ได้เคลื่อนลงมาที่ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ซึ่งจะต้องเคลื่อนลงไปเรื่อย ความจริงผมคิดว่า ไม่ได้เคลื่อนหรอก เพียงแต่โลกเริ่มเอียงหันด้านล่าง (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ) เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ด้านบนของเราสลับกับด้านล่าง ก็จะมีอากาศเย็น และยิ่งเหนือขึ้นไป ก็ยิ่งหนาว พร้อมกับมีกลางวันสั้น เพราะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ เมื่อสมัยตอนเด็กๆ พอมีอากาศเย็น ก็นึกดีใจ เพราะอากาศดี และมีเทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงอากาศเย็นนี้บ่อย เป็นวันเวลาแห่งความสุข แต่พอแก่ตัว เจออากาศเย็น เกรงว่าจะแพ้อากาศ เป็นหวัด และเนื้อตัวแตกคัน รวมทั้งมือแตกเป็นแผล ทั้งนี้ เพราะสถานที่อยู่ของเราที่ถูกสร้างมานานนี้ ไม่ได้ป้องกันอากาศเย็น แต่รับอากาศร้อนมากกว่า อย่างไรก็ตาม ยินดีที่กาลเวลาและอากาศเปลี่ยน ผ่านไปเรื่อยๆ จะสิ้นสุดสำหรับเราเมื่อไหร่ อย่าให้รู้ตัวเลย
บู๊  คนเคยหนุ่ม
กรุงเทพฯ   ๑๘ กันยายน  ๒๕๖๙
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *