INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

การสลายตัวตน(ฟะนาอ์)ในสำนักซูฟี(ตอนที่ ๒)

การสลายตัวตน(ฟะนาอ์)ในสำนักซูฟี(ตอนที่ ๒)

โดย ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน

ศูนย์อิสลามศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

 

แนวทางการอธิบายเชิงจิตวิทยาเกี่ยวกับการสลายตัวตน

มีแนวทางหนึ่งในการอรรถาธิบายแก่นแท้ของการสูญสลายคือ แนวทางของนักจิตวิทยา บนพื้นฐานทัศนะของนักจิตวิทยาที่มีแนวความคิดสุดโต่งคือ ทุกสิ่งที่บรรดาอาริฟได้รับมาจากการจาริกทางจิตวิญญาณและจากประสบการณ์ต่อมันนั้นไม่ใช่อื่นใดนอกจากเป็นปรากฏการณ์ทางจิตซึ่งการเกิดขึ้นของสภาพต่างๆเหล่านี้อยู่ในขอบค่ายของจิตและเป็นสภาวะทางจิตของพวกเขา อีกทั่งไม่สามารถนำสภาพและประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้มาสู่อยู่ในโลกของความเป็นจริงภายนอกได้ ในลักษณะเดียวกันนี้การสลายตัวตนก็นับอยู่ในสภาพเช่นนี้ด้วย และเป็นผลมาจากภาวะการใจจดใจจอและการจ้องพินิจพิจารนาอย่างหนักต่อสิ่งๆหนึ่งของผู้อุทิศตนเท่านั้น อย่างเช่น พระผู้เป็นเจ้า ผลลัพท์ก็คือการลงลืมต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่นอกเหนือจากพระองค์ เหมือนดั่งเช่น สภาพของบุคคลหนึ่งอันเนื่องมาจากผลของการให้ความสนใจและการรวบรวมสมาธิอย่างหนักต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงลืมสนใจสิ่งอื่นๆ ในช่วงขณะนั้นดูเหมือนกับว่าไม่มีสิ่งอื่นอยู่เลยนอกเหนือจากสิ่งที่เขากำลังให้ความสนใจอยู่เท่านั้น  แต่ภายใต้บรรทัดฐานทัศนะของนักจิตวิทยาที่มีใจเป็นกลาง คือ ถึงแม้ว่าประสบการณ์ทั้งหลายของบรรดาผู้อุทิศตนไม่ถือเป็นสภาวะทางจิตทั้งหมด แต่พวกเขายังเชื่อว่าสำหรับการสลายตัวตนยังจัดอยู่ในประเภทนี้  เพราะเหตุนี้ การให้คำจำกัดความเกี่ยวกับการสลายตัวตนเป็นเพียงคำเปรียบเทียบที่มีการอณุญาติให้ใช้เพื่อต้องการชี้ถึงสภาพการจมดิ่งอยู่ในแง่ของจิตวิทยาเท่านั้น

วิเคราะห์  ในการวิเคราะห์ทัศนะนี้สามารถที่จะกล่าวได้ว่า วิธีการอรรถาธิบายแบบสุดโต่งของแนวความคิดนี้ ด้วยกับคุณลักษณะเฉพาะทางญาณวิทยาและภาวะวิทยาที่มีเกี่ยวกับประสบการณ์และภาวะต่างๆทางอิรฟาน ถือได้ว่าไม่สามารถยอมรับทัศนะดั่งกล่าวได้ เหตุผลชี้แจงในเรื่องนี้ก็คือ หากว่าประสบการณ์ทั้งหลายทางอิรฟานเป็นแค่เพียงภาวะและรูปแบบที่อยู่ในขอบค่ายของจิตส่วนบุคคลของผู้อุทิศตนเท่านั้น แล้วผลกระทบของภาวะต่างๆเหล่านั้นในการประจักษ์แจ้งและการับรู้ต่อความเป็นจริงบางอย่างหรือในเรื่องการเปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์บางอย่างก็ต้องปราศจากการชี้แจงและการอรรถาธิบาย เพราะโลกส่วนตัวของทุกคนซึ่งที่หมายถึงอนาจักรของจิตนั้นขาดการต่อรองเชิงญาณวิทยาและเชิงภาวะวิทยากับโลกความเป็นจริงภายนอก  แต่สำหรับวิธีการอรรถาธิบายแบบเป็นกลาง แนวทางนี้ แม้ว่าในทางด้านบวกของมันไม่มีปัญหาอะไร นั่นก็คือ ในขณะที่ผู้อุทิศตนอยู่ในสภาวะได้รับประสบการณ์ทางอิรฟานปราศจากความสนใจต่อความหลากหลายและสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระผู้เป็นเจ้า แต่ว่าในด้านลบมีช่องโวซึ่งสามารถจะโต้แย้งได้ว่า การมีสภาพการจมดิ่งอยู่ทางจิตไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับคุณลักษณะเฉพาะทางญาณวิทยาและภาวะวิทยาของมันเลย คือว่า หากสามารถที่จะหาคำจำกัดความเชิงญาณวิทยาและภาวะวิทยาจากภาวะอันเป็นทิพย์ที่ได้รับมาได้การอรรถาธิบายของนักจิตวิทยายังใช้ไม่ได้และไม่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม มีคำจำกัดความของบรรดาอาริฟบางคนได้เน้นถึงการอรรถาธิบายเกี่ยวกับการสลายตัวตนสู่พระผู้เป็นเจ้าวางอยู่บนพื้นฐานลักษณะเฉพาะตามแนวทางเชิงจิตวิทยา เช่นคำจำกัดความของท่านเชคอุบัยดุ้ลลอฮ ฮัยดรี “การสลายตัวตน คือ การลืมสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระองค์” (บันทึก ซับดะตุ้ร ริซาอิล ฟารูกียะฮ์ ,ข้อเขียน หน้าที่๘๙) หรือการให้คำจำกัดความของท่านเชค อะมัด ซัรรูก “การสลายตัวตน คือ การสร้างความเชื่อต่อสิ่งที่เป็นสิ่งอื่นๆทั้งหมดกับสิ่งที่ตัวเราอยู่กับมันว่า ไม่มีในแง่ของการดำรงอยู่ และการไม่อยู่ในแง่ของการปรากฏตัว…” (อะฮ์มัดซุรูก วัซซุรูกียะฮ์,  หน้าที่ ๒๓๐)   การอธิบายเหล่านี้มองสาระที่แท้จริงของการสลายตนเป็นเรื่องของจิตวิทยา ที่อยู่ภายใต้การส่งผลจากฐานภาพของความเป็นบ่าวเกี่ยวพันกับพระผู้เป็นเจ้าที่เป็นเป้าหมายด้านในของอาริฟ  หรือคำจำกัดความของ อับดุลคะรีม ญีลี ว่า “การสลายตัวตน ในความหมายทางเทคนิคของอิรฟาน หมายถึง การสูญเสียภาวะความรู้สึกของบุคคลนั้นอันเกิดจากตัวเขาเองและไม่ได้มาจากสาเหตูอื่นใดที่เป็นสิ่งจำเป็นของมัน” (หนังสือ อินซาน คามิล ฟี มะริฟะติล อะวาคิร วัล อะวาอิล  เล่มที่ ๑  หน้าที่๔๙) เพราะว่า หากพิจารนาความหมายโดยผิวเผินของการคำจำกัดความอันนี้แล้ว โดยผิวเผิน ข้อเท็จจริงของการสลายตัวตนคือการลืมและการขาดการรับรู้ของผู้อุทิศตนจากความเป็นตัวของตัวเองและอวัยวะสังขารจำเป็นอื่นๆเคียงข้างการมีอยู่ของเขาซึ่งถือเป็นภาวะทางจิตวิทยา แต่ว่าดั่งที่ได้กล่าวเน้นย้ำไปแล้ว ว่า คุณลักษณะภาวะทางจิตวิทยาอันนี้ ด้วยเหตุผล จากสภาวะการจมดิ่งอยู่ หรือ มาจากเหตุของความรักความหลงใหลแบบสุดโต่ง มิได้ขัดแย้งกับการมีอยู่ของคุณลักษณะต่างๆในเชิงญาณวิทยาและภาวะวิทยาของการสลายตัวตนเลย

แนวทางการอรรถาธิบายเชิงจริยศาสตร์ค่านิยมทางศิลธรรมของการสลายตัวตน

อีกทัศนะหนึ่งที่นำเสนอเกี่ยวกับแนวทางการอรรถาธิบายข้อเท็จจริงของการสลายตัวตน ซึ่งบรรดาอริฟได้รับมา คือการอรรถาธิบายภาวะอันเป็นทิพย์นี้บนพื้นฐานของคุณลักษณะทางจริยธรรมและการสร้างค่านิยมที่มีต่อคุณลักษณะด้านการปฏิบัติของผู้อุทิศตน  การอธิบายของบรรดาอาริฟบางท่านที่เกี่ยวพันกับการให้คำจำกัดความประสบการณ์การสลายตัวตนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลกระทบต่างๆทางจริยธรรม หมายความว่า หนึ่ง ในขณะที่อยู่ในภาวะอันเป็นทิพย์ของการสลายตัวตนนั้น แรงจูงใจและการเชิญชวนจากตัวตนจะไม่เป็นที่มาของคุณลักษณะและการปฏิบัติของผู้อุทิศตนอีกต่อไป และการปฏิบัติของเขาทั้งหมดถูกจัดวางอยู่บนพื้นฐานของความต้องการและคำสั่งเสียจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น และสอง เจตนารมณ์ของเขาจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้าและสิ่งเดียวที่เขาแสวงหาคือการยืนหยุดอยู่ตามความต้องการและความประสงค์ของพระองค์ ทั้งตัวเองจะระมัดระวังประพฤติปฏิบัติตนอยู่บนหลักการคำสั่งใช้และห้ามของพระองค์ ทั้งคำสั่งใช้และห้ามเขาจะกลายเป็นสิ่งที่สะท้อนคำสั่งใช้และห้ามของพระผู้เป็นเจ้า

โดยสรุปก็คือ การสลายตัวตนสู่พระองค์อัลลอฮ์ หมายความว่า การสร้างจริยธรรมตามแบบศิลธรรมของพระองค์เจ้า มิได้หมายความว่า สรรพสิ่งอันหลากหลายลบออกจากการรับรู้ของผู้อุทิศตนและรับรู้ความเป็นเอกภาพเข้ามาแทน หรือมีลักษณะที่การดำรงอยู่ของสรรพสิ่งทั้งหายสู่ภาวะการดำรงอยู่แห่งพระผู้เป็นเจ้า  การอรรถาธิบายแบบนี้มีความใกล้เคียงกับคำจำกัดความของบรรดาอาริฟบางท่านมากเลยทีเดียว อย่างเช่น คำจำกัดความของท่านอะบูบักร บะกะลาบอสี ซึ่งท่านกล่าวว่า “การสลายตัวตน คือ การสูญสิ้นซึ่งการยึดมั่นถือมั่นจนไม่มีสิ่งใดหลงเหลือสำหรับเขา” หรือคำจำกัดความของท่านกอชีรี ท่านกล่าวว่า “การสลายตัวตน คือ การออกห่างอย่างสิ้นเชิงจากการล่วงละเมิด”  และคำจำกัดความของท่านฮัญวีรี ที่ว่า “การสลายตัวตน คือ การสูญสลายเจตนาของบ่าวสู่เจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้า มิใช่การสูญสลายตัวตนจริงของบ่าวเข้าสู่ภาวะการดำรงอยู่ของพระองค์” และก็เช่นเดียวกับคำอธิบายของท่านเชคฟะรีดุดดีน อัฏฏอร ท่านกล่าวว่า “การสลายตัวตนตามทัศนะตะเซาวุฟ คือ การละขาดจากคุณสมบัติของมนุษย์และอารมณ์ใฝ่ต่ำและเจตนารมณ์เฉพาะของเขา แล้วทุกความคิดของเขาและการปฏิบัติของเขาเพื่อพระองค์และโดยพระองค์” (อับดุลวะฮาบ  อัศศาม หนังสือ อัตตะเซาวุฟ วะ ฟะรีดุดดีน อัฏฏอร, หน้าที่ ๑๑๒) และคำจำกัดความที่ชัดเจนกว่านี้คือคำจำกัดความของท่านญัรญอนี ในหนังสือ อัตตะรีฟาต มีว่า “การสลายตัวตน คือ การยับยั้งตนเองจากคุณลักษณะที่น่ารังเกียจเหมือนดั่งที่การคงอยู่คือการตบแต่งด้วยคุณลักษณะที่น่าสรรเสริญ” (หนังสืออัตตะรีฟาต หน้าที่ ๑๗๖) และเช่นเดียวกับคำจำกัดความนี้ที่ท่านเชควะลียุ้ลเลาะฮ์ ดะฮ์ละวี ได้อธิบายไว้ว่า “การสลายตัวตน คือ การสูญสลายจากสิ่งที่เป็นคัดค้านต่อเจตนารมณ์ของอัลลอฮ์อันเป็นบาปใหญ่และระมัดระวังตนในเรื่องที่เป็นบาปเล็กและทุกสิ่งทุกอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงพอพระทัยอันเป็นความเพลิดเพลินทางโลก (หนังสือ อัตตัฟฮีมาต อัลอิลาฮียะฮ์ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๕๒) และการอรรถาธิบายอีกที่หนึ่งท่านกล่าวว่า “การสลายตัวตน คือ การสูญสลายจากความชื่นชมเพลิดเพลินจากทุกสิ่งทุกอย่างนอกจากความชื่นชมเพลิดเพลินในการสดุดีต่อพระองค์และการระมัดระวังขัดเกลาตนเอง จนไม่ลงเหลือแม้ความชื่นชมเพลิดเพลินในการคร่ำครวญสำหรับเขาเพื่อมุ่งหมายความให้สนใจความลับของเขาต่อพระผู้เป็นเจ้า” (เดิม เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๑๙๓)

วิเคราะห์ ในการศึกษาทัศนะนี้ก็เช่นเดียวกันกับทัศนะแรกที่เราจะต้องอธิบายว่า ถึงแม้ว่าผลที่ได้รับจากจริยธรรมและค่านิยมต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ได้รับแฝงมาและเป็นผลของประสบการณ์การสูญสลายตัวตนในอิรฟานก็ตาม แต่ว่าการเชื่อว่าคำจำกัดความของการสูญสลายตัวตนจำกัดอยู่เฉพาะผลของจริยธรรมและค่านิยมในการตัดสินของมันเท่านั้น หนึ่ง ไม่มีความสอดคล้องกับคำจำกัดความอื่นๆของบรรดาอาริฟที่มีแง่มุมของญาณวิทยาและภาวะวิทยาอยู่ด้วย และสอง หากว่าสามารถได้รับการอรรถาธิบายและแยกแยะวิจัยข้อเท็จจริงของการสลายตัวตนที่มีการอธิบายทั้งในแง่มุมของญาณวิทยา–และภาวะวิทยารวมอยู่พร้อมทั้งชี้แจงถึงค่านิยมทางจริยธรรมด้วย แน่นอนที่สุดการอรรถาธิบายนี้จะเหมาะสมกว่าทัศนะที่อธิบายเชิงจริยธรรม แต่ว่า อย่างไรก็ตาม คิดว่า แนวทางที่ปราศจากการอรรถาธิบายเชิงญาณวิทยาและขาดระบบทางภาวะวิทยาที่สามารถจะอธิบายการสลายตัวตนภายใต้พื้นฐานนั้นเป็นสาเหตุให้บางท่านหันเข้าพึ่งวิธีการอรรถาธิบายเชิงจริยธรรมเกี่ยวกับการสลายตัวตนในอิรฟาน

.           แนวทางการอธิบายเชิงศาสตร์ซูฟีวิทยาเกี่ยวกับการสลายตัวตน

เป็นแนวทางการอรรถาธิบายอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการสลายตัวในสำนักอิรฟาน คือ วิธีการอรรถาธิบายที่ในระหว่างบรรดาอาริฟได้ให้ความสำคัญและแพร่ลายมากกว่าแนวทางการอรรถาธิบายในลักษณะอื่นๆ อาจจะมีสาเหตุที่ว่า หนึ่ง การอรรถาธิบายทั้งหลายของบรรดาอาริฟจะเน้นอยู่บนบรรทัดฐานของการประจักษ์แจ้ง(ชุฮูด)การตรัสรู้ถึงประสบการณ์ในการสลายตัวตน เพราะฉะนั้นการอรรถธิบายเชิงจิตวิทยาและเชิงจริยศาสตร์เป็นการอรรถาธิบายที่ไม่สามารถให้คำจำกัดความที่น่าพอใจและสมบูรณ์ได้ และสอง การไม่มีการอรรถาธิบายเชิงภาวะวิทยาที่เพียงพอในลักษณะที่สอดคล้องกับปัญญาในขณะที่บางคำจำกัดความของอาริฟบางท่านพูดถึงมันอยู่   เราจะพูดถึงรายละเอียดมากกว่านี้พร้อมไปกับนำเสนอทัศนะอื่นๆต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตาม บนพื้นฐานของทัศนะนี้บรรดาอาริฟอันเนื่องมาจากผลของการปฏิบัติฝึกฝนอบรมตนทางจิตวิญญาณ การขัดเกลาตนเองและเดินทางผ่านขั้นและต่ำแหน่งต่างๆของการจาริกทางจิตจิตวิญญาณจนบรรลุผลสำเร็จสู่ขั้นสูงได้เห็นข้อเท็จจริงหนึ่งซึ่งข้อเท็จจริงนี้ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยหนทางด้านผัสสะ จินตนาการ และพลังแห่งสติปัญญา เรารู้ดีอยู่แล้วว่า พลังการรับรู้ทางผัสสะทั่วไป พลังแห่งจินตนาการ และพลังแห่งสติปัญญาสามารถรู้จักโลกในมุมด้านความหลากหลาย(กิษรัต) และการเผชิญหน้าของมนุษย์ต่อการดำรงอยู่สรรพสิ่งทั้งหลายมันสะท้อนภาคของความหลากหลายและความแตกต่างกันแก่เขา  ดังนั้น ส่วนใหญ่รูปลักษณ์หน้าตาของโลกที่ต้องเผชิญหน้าต่อโลกแห่งผัสสะคือภาคที่เป็นภาวะความหลากหลาย แต่ว่าในการมองด้วยจินตนาการและสูงกว่านั้นสติปัญญาจะมีภาวะอันเป็นเอกภาพที่ปกครองภาวะอันหลากหลายนี้อยู่ สติปัญญาสามารถที่จะรับรู้ถึงภาวะเอกภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ในสิ่งที่ถูกสัมผัสอันเป็นความหลากหลายได้ คุณอาลี คุณมานะ เด็กชายอุมัร นางสาวซาร่า และคนอื่นๆอีกนับพันคน จากมนุษย์ในมุมมองของผัสสะถือเป็นสิ่งมีอยู่อันหลากหลายที่มีความแตกต่างและแยกกันอย่างเห็นได้ชัด แต่สติปัญญาสามารถพินิจพิจารณาได้ถึงความเป็นเอกภาพแห่งชนิดของมันที่ซ่อนอยู่ภายในความหลากหลายเหล่านั้นได้ โดยที่ภาวะเอกภาพอันนี้มิได้คัดค้านอะไรต่อมันเลย ในขณะที่การมองเห็นภาวะเอกภาพด้วยปัญญาต่อสรรพสิ่งอันหลากหลายที่มีอยู่อันเป็นความหลากหลายที่รับรู้จากผัสสะคือการบรรลุสู่แก่นแท้ของความจริงที่ละเอียดลุ่มลึกกว่า ซึ่งนับอยู่ในระดับของนักปราชญ์และนักปรัชญา พวกเขาที่สามารถรับรู้ถึงอณาจักรของเอกภาพแห่งสติปัญญาซึ่งอยู่เหนือกว่าความหลากหลายแห่งผัสสะ ข้อเท็จจริงที่ตามทัศนะของประชาชานทั่วไปถูกซ่อนไว้  เพราะเหตุนี้ ภาวการณ์ดำรงอยู่มีองค์ประกอบรวมสองแง่มุมด้วยกัน คือ ภาวะความหลากหลาย และ ภาวะเอกภาพ โดยที่ตามมุมมองของคนทั่วไป ภาวะความหลากหลายมีชัยเหนือกว่าเอกภาพที่ถูกหลงลืม แต่ในมุมมองเฉพาะของบรรดานักปราชญ์และนักปรัชญา ซึ่งใช้มองสรรพสิ่งทั้งหลายด้วยสติปัญญา  ภาวะเอกภาพมีชัยเหนือกว่าความหลากหลาย ในสภาพเช่นเดียวกัน สามารถพินิจพิจารณาความสัมพันธ์นี้ต่อผลิตผลของสติปัญญากับภาวะอันเป็นทิพย์ของการประจักษ์แจ้งทางอิรฟาน ความเป็นจริงก็คือ ผู้อุทิศตนด้วยกับการเปิดตาใจและจิตของตัวเองจนได้รับความสำเร็จบรรลุสู่การประจักษ์แจ้งต่อภาวะเอกภาพซึ่งตอนนี้มีความละเอียดและลึกกว่าเอกภาพทางสติปัญญา ในลักษณะหนึ่งที่ความแตกต่างและความหลากหลายที่สติปัญญาภายใต้พื้นฐานสิ่งเหล่านั้นจึงได้รับภาวะเอกภาพ ที่เหนือขึ้นไปคือภาวะเอกภาพซึ่งอยู่บนฐานของความหลากหลายทางสติปัญญาที่ถูกกล่าวมา อันเป็นเอกภาพที่เป็นจุดกำเนิดของความหลากหลายของสรรพสิ่งทั้งหลาย เป็นเอกภาพที่เป็นหน้ากระจกซึ่งสามารถเห็นความหลากหลายทั้งหมดได้ เช่นนี้เอง ผู้อุทิศตนได้รับการประจักษ์แจ้งต่อตัวเองและสรรพสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดภายใต้ภาวะเอกภาพแห่งความเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่ได้กล่าวถึงมาแล้ว และการอรรถาธิบายของเขาเกี่ยวกับขั้นและตำแหน่งนี้ว่าการสลายตัวตน มิได้หมายถึงความไม่มี, ความว่างเปล่า, การดับสูญและการสูญสลายของสารัตถะของตัวเองหรือสรรพสิ่งอื่นที่มีอยู่ ทว่า ความเป็นอมตะและการมีชัยเหนือกว่าแห่งการปรากฏอยู่และการสำแดงออกมาของพระผู้เป็นเจ้าในลักษณะของคุนาณุภาพและการิยาการกระทำของพระองค์ในอนาเขตแห่งความหลากหลายของสรรพสิ่งที่มีอยู่ทั้งหลายจึงเป็นเหตุให้มองผ่านสิ่งเหล่านั้นไปสู่ภาวะทิพย์ที่มาจากการมีชัยของการประจักษ์แจ้งในภาวะเอกภาพแห่งการอภิบาลของพระผู้เป็นเจ้า  ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า การสลายตัวตน เป็นคุณลักษณะของผู้อุทิศตน เพราะว่า ในการประจักษ์แจ้งของเขานั้นทั้งตัวเองและสรรพสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดสูญสลายสู่การประจักษ์แจ้งต่อพระผู้เป็นเจ้าและคุณานุภาพอันสัมบูรณ์ของพระองค์ และก็มิใช่เป็นคุณลักษณะของสรรพสิ่งอื่น ณ ที่นี้อาจเกิดคำถามว่า สรรพสิ่งที่มีอยู่จะสูญสลายสู่ภาวะแห่งพระเจ้าได้อย่างไร? ดังนั้น การสูญสลาย ตามทัศนะของบรรดาอาริฟคือภาวะของการประจักษ์แจ้งมิใช่ภาวะแห่งการดำรงอยู่ มีทัศนะของอาริฟบางท่านที่ชี้ถึงความหมายของคำจำกัดความในลักษณะนี้ อย่างเช่น ทัศนะของซัยยิดฮัยดัร ออมุลี ในกรณีของ การสลายตัวตนท่านอธิบายว่า “การสูญสลาย คือ การสลายตัวตนทางอิรฟานมิใช่หมายถึงการสูญสลายของโลกความเป็นจริงภายนอก เพราะหากเป็นเช่นนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” (หนังสือ คัตมุ้ลเอาลิยา หน้าที่ ๕๐๓) หรือว่า “การสลายตัวตน คือ การประจักษ์แจ้งภาวะแห่งพระผู้เป็นเจ้าโดยปราศจากสิ่งถูกสร้าง” (หนังสือ อีกอสุ้ลฮิมัม ฟี ชัรฮิ้ล ฮิกัม เล่มที่ ๒, หน้าที่ ๒๓๕) และเช่นเดียวกัน คำจำกัดความของท่านเชคกัยศะรี ท่านอธิบายว่า “การสลายตัวตนมิได้หมายความถึง……การสูญเสียความเป็นจริงของบ่าวผู้นั้นอย่างแท้จริง แต่กรณีนี้หมายถึงการสูญสลายแง่มุมความเป็นมนุษย์ของเขาสู่แง่มุมความเป็นพระผู้เป็นเจ้า” (ข้อความบันทึก อิฏลอกกุ้ลกุยูด ฟี ชัรฮ มิรอาติ้ลวุญูด ,  หน้ากระดาษที่ ๗๖) หรือคำจำกัดความลักษณะนี้ เช่น “การสูญสลายตัวตน คือ การประจักษ์แจ้งการสูญสลายของตัวตนที่แท้จริงของท่านสู่การดำรงอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า และการประจักษ์แจ้งกริยาการกระทำสู่เจตนารมณ์ของพระองค์อย่างแท้จริง และการประจักษ์แจ้งสภาวะอันต่อเนื่องแห่งเจตนารมณ์อันนั้นในทุกๆสรรพสิ่งที่มีการดำรงอยู่แห่งสภาวะความเป็นไปได้ ทั้งทางด้านภายนอกของมัน และความเป็นจริงของมัน รวมทั้งอาตมันที่แท้จริงของมัน” (หนังสือ มะอาลิมุ้ลฏอรีก อิลั้ลลอฮ์, หน้าที่ ๓๙๘) หรือ “การสลายตัวตน คือ การดับการประจักษ์แจ้งความหลากหลายด้วยสภาพที่เป็นสากลโดยการผ่านสื่อของการกการได้รับการประจักษ์แจ้งถึงผู้ทรงเอกะ” (ข้อความบันทึก ของท่านอิม่าม, เล่มที่ ๒, หน้าที่ ๔๔)

มีนักเขียนผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ที่เลือกการอรรถาธิบายนี้คือท่านอะบุ้ลอุลาอ์ อะฟีฟี ตามทัศนะของเขา การสลายตัวตนตามความเข้าใจทั่วไปของอิรฟานมิได้หมายถึงความไม่มี กรสูญสลาย อันเกิดจากความตายหรือจากสภาวะที่คล้ายกับมัน ทว่า เป้าหมายที่หนึ่ง คือ การสลายตัวตนหมายถึงการเป็นบ่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจในทางจริยธรรม และสอง การประจักษ์แจ้งพระผู้เป็นเจ้าในภวันค์แห่งการดำรงมอยู่ในลักษณะหนึ่งที่มองไม่เห็นอะไรนอกจากพระองค์ ท่านอะฟีฟีเขียนว่า “การสลายตัวตนตามความหมายของบรรดาซูฟี หมายถึง สภาวะซึ่งผลของการตั้งเจตนารมณ์แลบุคลิคภาพและความรู้สึกโดยตัวตนและทุกสรรพสิ่งนอกเหนือจากพระองค์มีการดำเนินอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะเปลี่ยนเป็นสภาวะที่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพระผู้เป็นเจ้าและจะไม่รู้สึกสัญต่ออะไรเลยนอกจากพระองค์ และกริยาการกระทำของเขา เจตนรมณ์ของเขา…นั่นก็คือ เขาจะไม่เห็นอะไรเลยในสภาวะแห่งการดำรงอยู่นอกจากพระผู้เป็นเจ้า” (หนังสือ อัตตะเซาวุฟุ้ลอิสลามี, หน้าที่ ๑๘๒)

Facebook Comments Box
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com