ตะวันตกบิดเบือน ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2

ตะวันตกบิดเบือน ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2
เสธ.นิรนาม
ผู้เขียนเป็นนักศึกษาประวัติศาสตร์โดยเฉพาะประวัติศาสตร์สงคราม เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพ แต่การศึกษาประวัติศาสตร์จะต้องมีใจที่เป็นกลางจึงจะมองประวัติศาสตร์ได้อย่างเที่ยงตรง และจะเป็นบทเรียนสำหรับอนาคตที่ดี
หากประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือน การนำเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้ก็ย่อมไร้ประโยชน์ และสร้างความเข้าใจที่ผิดๆต่อไป
ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจที่เห็นการเตรียมการเฉลิมฉลองชัยชนะครบรอบ 75 ปี สงครามโลกครั้งที่ 2
มันเป็นสงครามของพันธมิตรที่ต่อต้านระบอบนาซีของฮิตเลอร์และระบบขุนศึกของญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนชัยชนะนี้ควรได้รับการจดจำและเรียนรู้ มันจึงเป็นการเฉลิมฉลองของประชาชนชาวโลกที่จะมีขึ้นในปี ค.ศ 2020 สำหรับชาวโลกที่ไม่สนับสนุนลัทธิคลั่งชาติและลัทธิขุนศึก
อย่างไรก็ตามสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นไม่นานนักหลายคนที่ผ่านสงครามนี้ยังมีชีวิตอยู่และอีกหลายคนยังเกิดทัน
แต่อิทธิพลของการฉกฉวยประโยชน์จากสงครามนี้นับว่ามีความสำคัญในการเปลียนแปลงโฉมหน้าของภูมิรัฐศาสตร์โลก เราได้เห็นการจัดระเบียบโลกใหม่ ด้วยการจัดตั้งองค์การสหประชาชาติซึ่งเป็นองค์การเพื่อควบคุมด้านการเมืองของโลก เราเห็นการจัดตั้ง WORLD BANK และ IMF เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมเศรษฐกิจโลก
ที่มาของผลสัมฤทธิ์ถูกออกแบบมาจากการประชุมที่ยัลต้าปอร์ตสดัม และที่บริตันวูด สำหรับประเทศผู้ชนะสงครามและขยายแนวคิดไปสู่ประเทศต่างๆทั่วโลก ในฐานะผู้นำในโลกสมัยใหม่ยุคศตวรรษที่ 20ถึงปัจจุบัน
ที่น่าประหลาดใจคือบริษัทเอกชนของสหรัฐ (ไม่รู้ไปจ้างจีนทำหรือเปล่า) ได้สร้างของที่ระลึกถึงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่สร้างหายนะให้มนุษย์ชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ในจำนวนของที่ระลึกบริษัทแห่งนี้ได้ผลิตเหรียญที่ระลึกออกมามีรูปธงของพันธมิตรที่ได้รับชัยชนะจากสงคราม
ที่ว่าน่าประหลาดคือบนเหรียญมีแต่ธงของสหรัฐเด่นเป็นสง่าบดบังบางส่วนของธงอังกฤษ และที่แอบอยู่หลังสุดคือธงฝรั่งเศสแต่ไม่ปรากฎธงของสหภาพโซเวียตที่ได้ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่2 และต้องสูญเสียกำลังพลในการสู้รบกับกองทัพที่เข้มแข็งที่สุดของนาซีอยู่กว่า 3 ปี ถ้านับไปแล้วทั้งกำลังพลและประชาชนล้มตายนับล้าน
หากมองว่าไม่ได้ตั้งใจก็ยากจะเชื่อถือ แต่เบื้องลึกมองได้ว่านักการเมืองและสื่อกระแสหลัก ต้องการกลบวีรกรรมของทหารชาวโซเวียต ด้วยการบิดเบือนประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 2
และในการสร้างข่าวหรือภาพยนต์สงครามหลายเรื่องก็พยายามให้เห็นภาพว่าสหาภาพโซเวียตเป็นผู้ร้ายหรือผู้รุกรานในสงครามนี้เหมือนๆกับนาซีเยอรมัน
ในฐานะนักศึกษาประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์การสงครามแม้จะไม่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ก็ตามและต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบแต่ประวัติศาสตร์ก็คือบันทึกที่ควรจะเที่ยงตรงที่สุดไม่ใช่การบิดเบือนหวังประโยชน์ทางการเมือง อนึ่งผู้เขียนยังไม่ลืมการบุกอาฟกานิสสถานของสหภาพโซเวียตเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว และยังไม่ลืมว่าสหภาพโซเวียตประกาศสงครามกับญี่ปุ่นเพียง 1 วันก่อนสงครามยุติ
ข้อพิจารณาง่ายๆ ก็คือในการตัดสินคดีที่นูเรมเบร์ก ต่ออาชญากรสงครามนาซี ใครอยู่ฝ่ายไหน ใครเป็นฝ่ายโจทย์และใครเป็นฝ่ายจำเลย
และในการตัดสินคดีที่ได้วางพื้นฐานอยู่บนหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ แน่นอนว่าโจทย์คือผู้ที่ได้รับชัยชนะในสงครามนั้นคือกองกำลังพันธมิตร ทั้งฝ่ายตะวันตกและกองกำลังของสหภาพโซเวียติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลย
ดังนั้นจึงต้องไม่ลืมว่าชัยชนะเกิดจากการทุ่มเทเสียสละของกองกำลังเหล่านั้น ที่ต้องพลีชีพในสงคราม
แต่ใครเล่าที่รบกับ กองทัพนาซีเยอรมันที่แข็งแกร่งถึง 3 ปี และตั้งยันนาซีไว้ได้จนไม่อาจแบ่งกำลังได้อย่างเพียงพอไปรับศึกฝ่ายตะวันตกที่ นอมังดี
ในขณะที่สหรัฐและอังกฤษเพิ่งเปิดแนวรบในยุโรบในปี ค.ศ 1944 ก่อนสงครามยุติไม่นานนัก
ด้วยเหตุนี้แม้จะมีความพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์อย่างความแต่จริงก็ย่อมปรากฏ ด้วยเอกสารหลักฐานต่างๆ
ใครเล่าที่บุกเช้ายึดเมืองหลวงของอาณาจักรไรซ์ที่ 3 กองกำลังใครเล่าที่ไปโบกธงเหนือเมืองไรซ์สตัค (เบอร์ลิน) เมืองหลวงของนาซี ถ้าไม่ใช่โซเวียตรัสเซีย
เหตุที่มีความพยายามที่จะตัดโซเวียตออกจากการมีส่วนร่วมในชัยชนะของสงครามโลกครั้งที่2 อาจเพียงเพราะต้องการเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อไม่ให้ผู้นำในยุคนั้นต้องรับผิดชอบต่อการสมคบคิดในการตกลงกับฮิตเลอร์ให้กรีฑาทัพเข้ายึดออสเตรีย ยึดครองเชคโกสโลวารเกีย บุกฝรั่งเศสและโปแลนด์ และความพยายามที่จะโน้มน้าวให้นาซีบุกโซเวียตรัสเซีย
จึงไม่น่าแปลกใจที่สหภาพยุโรปและนาโต้จะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามมติของสมัชชาใหญ่ องค์การสหประชาชาติในเรื่องการประกาศชัยชนะต่อระบอบนาซี และพยายามหลีกเหลี่ยงที่จะพูดถึงความจริงเบื้องหลังของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการฉ้อฉลและสร้างปัญหามากมายจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อันนำมาสู่การสูญเสียอย่างมหาศาลต่อมวลมนุษย์ชาติ


