สหรัฐ – อิหร่านจากอดีตถึงปัจจุบัน ตอนที่ 6

สหรัฐ – อิหร่านจากอดีตถึงปัจจุบัน ตอนที่ 6
จรัญ มะลูลีม
ปัญญาชนเสรีนิยมที่ได้รับความเคารพผู้นี้ยืนยันว่าซาอุดีอาระเบียทำให้อิหร่านมองดูเหมือนสวรรค์อย่างแท้จริง เมื่อเปรียบเทียบอิสราเอลกับอาชญากรรมที่เลวร้ายในกาซาและที่อื่นๆ แล้วควรทีพันธมิตรจะสอนอิหร่านให้มีพฤติกรรมที่ดีอย่างนั้นหรือ
บางทีการให้การยอมรับก็ไม่ได้มีเหตุผลไปเสียทั้งหมดเมื่อเราพิจารณาบันทึกด้านสิทธิมนุษยชนกับรัฐบาลต่างๆ ที่สหรัฐนำมาใช้และสนับสนุนทั่วโลก
ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่ารัฐบาลอิหร่านคุกคามประชาชนของตน แม้ว่ามันจะน่าเสียใจแต่ก็มิได้ทำลายสถิติในเรื่องนี้และไม่ได้ตกลงมาในระดับเดียวกับพันธมิตรที่เป็นที่ชื่นขอบ (ของสหรัฐ) แต่นั่นมิได้เป็นเรื่องที่สหรัฐสนใจและแน่ละมิได้เป็นเรื่องที่อิสราเอลและซาอุดีอาระเบียสนใจเช่นกัน
ทันทีที่อิหร่านโค่นรัฐบาลของชาฮ์ในปี 1979 สหรัฐก็หันไปสนับสนุนการโจมตีโดยซัดดัม ฮุสเซ็นที่โหดเหี้ยมต่ออิหร่าน
โรนัลด์ รีแกนไปไกลถึงขั้นปฏิเสธอาชญากรรมครั้งใหญ่ของซัดดัม รวมทั้งการโจมตีในสงครามเคมีต่อประชาชนชาวเคิร์ด ซึ่งเรแกนอ้างว่าเป็นการกระทำของอิหร่าน
เมื่อซัดดัมถูกสอบสวนภายใต้การดูแลของสหรัฐ อาชญากรรมที่น่ากลัวและเรื่องอื่นๆ ที่สหรัฐได้มีส่วนร่วมในการทำผิดก็ค่อยๆ ถูกนำออกมาจากการถูกกล่าวหาที่มุ่งไปที่อาชญากรรมอันน้อยนิดของเขา การฆาตกรรมชาวชีอะฮ์ 148 คนในปี 1982 เป็นบันทึกอันน่าสยดสยองของซัดดัม ฮุสเซ็น
ซัดดัมนั้นเป็นดังเพื่อนที่มีค่าของสหรัฐ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับการยอมรับอย่างที่อิสราเอลเท่านั้นเคยได้รับมาก่อน นั่นคือการโจมตีเรือของสหรัฐ USS Stark ในปี 1987 สังหารลูกเรือไป 37 คนโดยไม่ต้องรับโทษ
อิสราเอลก็ทำแบบเดียวกันในปี 1967 ด้วยการโจมตีเรือ USS Liberty ในขณะที่อิหร่านยอมแพ้ในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากสหรัฐใช้ปฏิบัติการ Praying Mantis กับเรือของอิหร่านในน่านน้ำของอิหร่านเอง
ปฏิบัติการนี้จบลงด้วยการยิงเครื่องบินพลเรือนบนน่านฟ้าของอิหร่าน จากเรือ USS Vincennes โดยไม่มีการคุกคามใดๆ จากอิหร่านที่น่าเชื่อถือเกิดขึ้นเลย มีผู้ถูกสังหารไป 290 คน ต่อมามีการมอบรางวัล Legion of Merit ให้กับผู้บัญชาการเรือ Vincennes สำหรับ “การกระทำที่น่าสรรเสริญ และ “สำหรับการรักษาไว้ซึ่งความสงบและบรรยากาศของการเป็นมืออาชีพ”
ในช่วงที่มีการโจมตีเครื่องบินเกิดขึ้นนั้น “เราได้แต่ยืนขึ้นอย่างหวาดหวั่นในสิ่งที่ได้เห็น และในสิ่งที่ได้รับการยอมรับจากชาวอเมริกัน!” ทิล รากู (Thill Raghu) วิพากษ์
หลังจากสงครามสหรัฐยังคงสนับสนุนซัดดัม ฮุสเซ็นศัตรูเบื้องต้นของอิหร่านต่อไป ประธานาธิบดีบุชที่ 1 และรัฐบุรุษบุช ยังได้เชิญวิศวกรนิวเคลียร์ของอิรักไปเยือนสหรัฐเพื่อฝึกการผลิตอาวุธต่างๆ อันเป็นการคุกคามต่ออิหร่านเป็นอย่างมาก
การแซงก์ชั่นอิหร่านมีความหนักหน่วงขึ้น ทั้งการแซงก์ชั่นบริษัทต่างชาติที่มีข้อตกลงกับอิหร่าน รวมทั้งปฏิบัติการในการห้ามอิหร่านจากระบบการเงินระหว่างประเทศอีกด้วย
ในไม่ช้าไม่นานมานี้ ความเป็นปรปักษ์ได้ขยายไปสู่การก่อวินาศกรรมด้วยการสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ (คาดกันว่าโดยอิสราเอล) และสงครามไซเบอร์ ซึ่งประกาศขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
กระทรวงกลาโหมประกาศว่าสงครามไซเบอร์เป็นการก่อสงครามที่สามารถตอบโต้ได้โดยใช้ทหารตามข้อตกลงของนาโต้ (องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ) ซึ่งให้การยอมรับในเดือนกันยายนปี 2014 ว่าการโจมตีทางไซเบอร์ อาจนำไปสู่การป้องกันร่วมกันตามอำนาจข้อบังคับที่มีอยู่ของนาโตเมื่อเราเป็นเป้า แต่มิได้เป็นผู้กระทำความผิด
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยุติธรรมที่จะเสริมว่ากระบวนการนี้ได้ยุติลง ประธานาธิบดีบุชที่ II ได้มอบของขวัญหลายอย่างให้อิหร่านด้วยการทำลายศัตรูสำคัญของอิหร่าน ทั้งซัดดัม ฮุสเซ็นและฏอลิบาน
ดูเหมือนจะมีหลักฐานแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ว่าอิหร่านจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ ในปี 2005 ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อะลีคอเมเนอีออกฟัตวา (คำวินิจฉัย) ต่อต้านการมีอาวุธนิวเคลียร์
แล้วทำไมจากความเชื่อนี้ชาวอิหร่านถึงอยากที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่ไม่เคยมีอยู่ของพวกเขาเล่า?
เราสามารถตัดสินด้วยตัวของเราเองได้ว่าทำไมผู้นำอิหร่านจึงปฏิเสธ ที่อยู่เหนือคำถามในอดีตก็คือพวกเขามีความตั้งใจดังกล่าว ในเมื่อได้มีการย้ำอย่างเปิดเผยจากผู้อำนาจหน้าที่สูงสุด ซึ่งรายงานต่อนักหนังสือพิมพ์ต่างประเทศว่าอิหร่านจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ “อย่างแน่นอนและเร็วกว่าที่คิดไว้”
บิดาของโปรแกรมพลังงานนิวเคลียร์และอดีตผู้นำขององค์การพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่านมีความมั่นใจว่าแผนการของการเป็นผู้นำก็คือการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ สำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) ก็ยังรายงานว่า “ไม่เป็นที่สงสัย” เลยว่าอิหร่านจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาหากประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านทำ (อย่างที่พวกเขาทำ)
ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ชาฮ์ อันเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดที่เพิ่งอ้างถึง ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสหรัฐ ดิ๊ก เชนีย์ (Dick Cheney) โดนัล รัมสเฟลด์ (Donal Rumsfelf) เฮนรี่ คิสซิงเจอร์ (Henry Kisnenger) กดดันมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้หาแนวทางสำหรับความพยายามเหล่านี้
จากความพยายามดังกล่าวมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology (MIT) จึงทำข้อตกลงกับชาฮ์เพื่อรับนักศึกษาของอิหร่านเข้าศึกษาในโปรแกรมวิศวกรรมนิวเคลียร์เพื่อให้ได้รับเงินอุดหนุนจากชาฮ์ โดยได้รับการปฏิเสธอย่างมากจากองค์กรนักศึกษา
แต่ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคณะในการพบปะกันซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคณะเก่าคงจะจำกันได้ดี เมื่อถูกถามในภายหลังว่าทำไมเขาจึงสนับสนุนโปรแกรมเหล่านี้ภายใต้ชาฮ์แต่เวลานี้กลับปฏิเสธ คิสซิงเจอร์ตอบอย่างจริงใจว่าเวลานั้นอิหร่านเป็นพันธมิตร
เมื่อปัดความคลุมเครือออกไปแล้วอะไรคือการคุกคามที่แท้จริงจากอิหร่านที่เป็นแรงบันดาลใจต่อความหวาดกลัวและโกรธเคืองอิหร่าน? พื้นที่ธรรมชาติที่จะตอบก็เป็นฝ่ายข่าวกรองของสหรัฐ เมื่อย้อนกลับไปสู่การวิเคราะห์ว่าอิหร่านมิได้ใช้การข่มขู่ทางทหาร
ทั้งนี้หลักการทางด้านยุทธศาสตร์ของอิหร่านก็คือการป้องกันและโครงการนิวเคลียร์ ที่ถือว่าเป็น “ส่วนกลางของยุทธศาสตร์แห่งการยืนยัน”
แล้วใครเล่าที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการยืนยันของอิหร่าน? เชื่อว่าคำตอบนั้นง่ายๆ นั่นคือรัฐอันธพาลที่อาละวาดอยู่ในภูมิภาคและไม่ต้องการที่จะยอมให้กับมารใดๆ ที่นำหน้าอยู่ไกลในเรื่องนี้คือสหรัฐและอิสราเอล โดยซาอุดีอาระเบียพยายามอย่างที่สุดที่จะเข้าร่วมสโมสรด้วยการรุกรานบาห์เรนเพื่อสนับสนุนขบวนการปฏิรูปของเผด็จการ ซาอุดีอาระเบียเองในเวลานี้ก็กำลังโจมตีด้วยการสังหารชาวเยเมนจนก่อให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมอยู่ที่นั่น
วิเจย์ ตั้งคำถามต่อไปอีกว่า ศ.ชอมสกี้จะพูดอีกสักเล็กน้อยเกี่ยวกับ “รัฐอันธพาลเหล่านี้ได้ไหม?” เหนืออื่นใด มันไม่ได้เป็นลักษณะของรัฐอันธพาลตามแบบฉบับแต่อย่างใด คำคำนี้พัฒนาขึ้นในปี 1994 โดยที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแอนโธนี เลค (Anthory Lake) ที่อ้างไปถึงเกาหลีเหนือ คิวบา อิรัก อิหร่านและลิเบีย รายการของศ. ชอมสกี้ไม่ได้รวมอำนาจเหล่านี้ จะมีก็แต่สหรัฐ อิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย
ศ. ชอมสกี้ตอบว่าสิบห้าปีก่อนศาสตราจารย์ด้านการปกครอง ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ทางการเมืองที่มีชื่อเสียง แซมวล ฮันติงตัน (Samuel Huntington) เตือนโลกส่วนใหญ่เอาไว้ในวารสาร Foreign Affairs ว่า “สหรัฐกำลังกลายเป็นมหาอำนาจอันธพาล” ด้วยการพิจารณาถึง “การคุกคามขนานใหญ่ที่มีต่อสังคมของพวกเขาแต่เพียงอย่างเดียว“
คำพูดของเขาได้รับการสะท้อนออกมาอย่างสั้นๆ โดยสมาคมรัฐศาสตร์อเมริกันโรเบิร์ต เจอร์วิส (Robert Jervis) ซึ่งให้ข้อสังเกตว่า ในสายตาส่วนใหญ่ของโลกนั้น” ความจริงแล้วรัฐโดยเบื้องต้นที่เป็นอันธพาลก็คือสหรัฐ”







