เหตุที่“ทรัมพ์”วางก้ามใส่อาเซียน

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เหตุที่“ทรัมพ์”วางก้ามใส่อาเซียน
ผมจะไม่เล่าย้อนละครับว่า รัฐบาลไทย ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงไร ในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้ง(ที่เท่าไรก็ไม่อยากจะจำ)ที่ผ่านมา ก็ได้แต่โล่งอก ที่การประชุมพ้นผ่านมาได้อย่างเรียบร้อย “โรงเรียนประวิตร”
ทั้งๆ ที่กังวลมาแรกว่า อาจเกิดเหตุไม่สงบขึ้น เช่น อาจมีการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิมนุษยชน”โชว์อวด”ผู้นำต่างชาติ
ก็ต้องขอบคุณใครก็ตาม ที่คิดจะก่อเรื่องกวน แต่ระงับหยุดยั้งไว้เสียได้ เข้าใจว่ารองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง เดิมทีคงกังวลใจอยู่ จึงออกข่าวเตือนหลายครั้ง พร้อมกับแพร่ภาพว่ามีการซักซ้อมกองกำลังป้องกันไว้แล้วเป็นอย่างดี ประกอบกับประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมพ์”ไม่ได้เดินทางมา ส่งเฉพาะเพียง”ตัวแทน”มาร่วมงาน ดังนั้นที่หวั่นเกรงกันว่า อาจจะมีการชุมนุมประท้วง”ทรัมพ์”กรณีตัดจีเอสพี ก็เลยไม่เกิดขึ้นเช่นกัน
ถามว่าผมได้ข่าวประท้วงนี้ มาจากแหล่งใด สบายใจได้เลยครับ ไม่มีแหล่งข่าวใด ๆ ทั้งนั้น ผมล้วน”มโน”เอาทั้งสิ้น ขออย่าได้สงสัยให้เสียสมอง
มีประเด็นเดียว ที่ผมจะพูดถึงในโอกาสนี้ ก็คือ กรณีที่”ทรัมพ์”ไม่มาร่วมประชุม ว่าเป็นเพราะเหตุอันใดกันแน่
-ลือกันขรม ในสื่อสังคมว่า”ทรัมพ์”ไม่มา เพราะขัดใจไทยที่รัฐบาลไทยยกเลิกสารเคมี กำจัดวัชพืชซึ่งบริษัทในอเมริกาผลิต อันได้แก่ พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอซ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคมศกนี้เป็นต้นไป
-ลือกันไปด้วยว่า เป็นเพราะไทยหันไปคบหากับจีนแนบแน่นมากขึ้น ไม่สนใจใยดีในมิตรสัมพันธ์อันยาวนานกับสหรัฐ ในขณะที่สองฝ่ายคือสหรัฐกับจีน กำลังทำสงครามการค้าระหว่างกันอย่างชนิดเอาเป็นเอาตาย
-ลือกันไปด้วยว่า สหรัฐยังคงเก็บความไม่พอใจไทยอยู่ลึกๆ ที่ไม่สนองตอบความต้องการ ขอใช้ไทยเป็นฐานทัพ โดยเฉพาะที่”อู่ตะเภา”หลังจากที่เคยใช้มาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงสงครามอินโดจีน ซึ่งอย่างน้อยที่สุด (หากเป็นได้) ก็อยากได้ไทย เป็นท่าจอดเรือ(Port of call) ใช้สำหรับเติมน้ำ เติมท่า เติมเสบียง เติมอาวุธ หากสหรัฐต้องทำสงครามกับจีนในอนาคต หรือไม่ก็ขอใช้เป็นเวทีตั้งท่าขู่จีนอยู่ในที หลังพยายามมาแล้ว ในการวิ่งล็อบบี้ในสมัยรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์”
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้”ทรัมพ์”ไม่มาเอง แม้โดยมารยาททางสากลแล้ว เขาน่าจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ด้วยการส่งรอง ประธานาธิบดี”ไมค์ เพนซ์” หรือรัฐมนตรีต่างประเทศ”ไมค์ ปอมเปโอ”มาทำหน้าที่แทน แต่ก็ไม่ทำ
กลับจำเพาะเจาะจง ส่งนายโรเบอร์ต โอเบรียน (Robert O’Brien)ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ มาประชุม”อาเซียน-สหรัฐ”ครั้งที่ ๗ แทน คล้ายๆ กับจะ”ตบหน้า”ไทยและอาเซียนไปพร้อมๆ กัน
จึงใคร่ถามว่า นี่มันอะไรกันหว่า ถ้าไม่ใช่การ”เหยียดหยาม”ทางการทูต เหมือนกับจะบอกว่า”พวกมึง(อาเซียน)ต่ำชั้น”ทำนองนั้น
ผมเข้าใจเอาเองว่า นี่เป็นสันดาน ที่น่าจะติดเชื้อมาจาก ท่านบิดาของ”ทรัมพ์”คือ”เฟรด ทรัมพ์”แต่เพิ่งจะมาปรากฏอาการป่วย ในรุ่นลูก เป็นที่ประจักษ์ต่อระดับสากล ก็คราวนี้
“เฟรด ทรัมพ์”นั้นเป็นอย่างไร ?
มีเรื่องเล่ากันว่า สมัยหนุ่มๆ “เฟรด ทรัมพ์”เป็นหนึ่งในหกคนที่ถูกจับกุมฐานละเมิดคำสังห้ามของตำรวจนิวยอร์ก ในการเดินขบวนร่วมกับกลุ่ม”คู คลักซ์ แคลน”(กลุ่มชาตินิยมผิวขาวต่อต้านชาว”แคธอลิก-ยิว-ผิวดำ)ในย่านควีนส์ แล้วถูกจับ(เหตุเกิดปี ๑๙๒๗) แต่ในที่สุด ได้รับการปล่อยตัว
จิตใจเหยียดผู้อื่นชนิดนี้ เลยติดมากับ”ทรัมพ์”ผู้ลูก แต่ดันผ่าเอามาใช้ ผิดที่ผิดทาง เลยจึงต้องเจอดี
เจอดีอย่างไร ?
เจอดีที่ว่า ไม่มีผู้นำชาติอาเซียนท่านใด ที่มาประชุมสุดยอดครั้งนี้ เข้าร่วมประชุมกับนายโอเบรียน นอกจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะเจ้าภาพ ผู้นำเวียดนาม ซึ่งจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้าและผู้นำลาว แค่สามคน
ส่วนผู้นำชาติอาเซียนที่เหลืออีกเจ็ดประเทศ ไม่ยอมมาร่วมประชุมด้วย นอกจากส่งตัวแทนมา ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดตามในรายละเอียดว่า ส่งระดับไหนเข้าร่วมประชุมบ้าง
มีรายงานเชิงวิพากษ์จากสำนักข่าวเกียวโดว่า “งานนี้รัฐบาลวอชิงตันมองว่า…เป็นเจตนาสร้างความอับอายต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์และจะเป็นผลกระทบต่อความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ”
ผมก็ว่า “ช่างหัวมั่นสิ”
สรุปว่า ลักษณาการ”วางก้าม”ของ”ทรัมพ์”เช่นนี้ มีแต่จะก่อให้เกิดความรังเกียจต่อบรรดานานาชาติไปเรื่อยๆ
ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าหากเขาได้รับการเลือกตั้ง เข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง ในสมัยที่ ๒ สังคมโลกจะปั่นป่วนมากขึ้นเพียงไร ถ้าเขายังไม่แก้ไขหรือทบทวนพฤติกรรม ให้ดีขึ้น
ยังคงนำเอา”สันดานดิบ”มาใช้ในทางการทูต หรือการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศ
ดังนั้น ทำใจกันไว้เถิดครับ หากเขาไม่ลาออกกลางคัน หรือถูกถอดถอนจากตำแหน่งเสียก่อน จากการสอบสวนหาหลักฐานเอาผิด ฐานใช้อำนาจไปในทางหนทางที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมา







