INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อารยธรรมอิสลามกับวิทยาการด้านปรัชญาและตรรกวิทยา ปรัชญาอิสลาม : อัตลักษณ์และคุณค่าทางปัญญา ตอนที่ 2

 

อารยธรรมอิสลามกับวิทยาการด้านปรัชญาและตรรกวิทยา

ปรัชญาอิสลาม : อัตลักษณ์และคุณค่าทางปัญญา ตอนที่ 2

 

 ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน

ศูนย์อิสลามศึกษา  วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

 

 

อัตลักษณ์ปรัชญาอิสลาม-

ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วว่าแท้จริงประวัติการกำเนิดการใช้ความคิดของมนุษยชาติ ถือว่าได้มาพร้อมกับการสร้างมนุษย์ กล่าวคือมนุษย์เกิดมาพร้อมกับการมีความคิดและเป็นสัตว์มีปัญญา  และเมื่อไหร่ที่มนุษย์ได้ดำเนินชีวิตและใช้ชีวิต ก็จะใช้การคิดและการใช้หลักสติปัญญาในการตัดสินและการกระทำหรือไม่กระทำ ดังนั้นจึงถือว่าการใช้ความคิดและการมีปัญญาเป็นอัตลักษณ์พิเศษของมนุษย์

การสืบค้นและประมวลกระบวนการใช้ความคิดทั้งหลายของมนุษยชาติที่เกี่ยวพันธ์กับเรื่องญาณวิทยา เรื่องของภวันต์(สิ่งมีอยู่) หรือความเชื่อต่อเรื่องปฐมเหตุแรกและเหตุสุดท้าย หรือในเรื่องการค้นพบว่าด้วยหลักคิดที่มีต่อโลกและโลกพ้นวิสัย  จะพบว่าร่องรอยนั้นได้รับอิทธิพลมาจากความฐานความเชื่อที่แฝงติดมากับในศาสนาหรือในนิกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  จึงทำให้มีนักวิชาการอีกกลุ่มได้ยอมรับว่า  แนวคิดทางปรัชญาที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาตินั้นมาจากฝากฝั่งตะวันออกไม่ใช่จากฝั่งตะวันตก

นักประวัติศาสตร์ด้านปรัชญาเชื่อว่า ร่องรอยเก่าแก่ที่สุดด้านปรัชญา คือในยุคกรีกโบราณ ประมาณ๖ร้อยปีก่อนคริสตศักราช  และในยุคนั้นมีนักปรัชญาและนักคิดจำนวนหนึ่งได้พูดถึงเรื่องของภวันต์ เรื่องความมีอยู่ พูดถึงเรื่องความจริงสูงสุด ปฐมเหตุแรก และเหตุสุดท้าย  และได้มีการวิพากษ์และพิพาทระหว่างกันอย่างกว้างขวางจนทำให้โลกของปรัชญามีสีสันต์มากขึ้น

ในช่วงเริ่มต้นการก่อตัวทางปรัชญานั้น รูปแบบและเนื้อหาทางปรัชญาไม่ได้เป็นระบบ  คือไม่มีหัวข้อที่ลึกหรือกระชับและเป็นเอกเทศ

รุ่งอรุณแสงแห่งอิสลาม

เข้าสู่ศตวรรษที่หก ถือว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นของโลก นั่นคือเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์โลกก็ว่าได้และในภูมิประเทศของคาบสมุทรอาหรับ นั่นคือ การประสูติศาสดาอิสลามและการมาของศาสดาองค์ใหม่ คือศาสดามุฮัมมัด เป็นศาสดานำสาส์นแห่งทางนำแก่มวลมนุษยชาติ ถูกแต่งตั้งมาจากพระเจ้า โดยศาสดาผู้นี้ได้เรียกร้องเชิญชวนมนุษยชาติสู่ความศานติและทางนำ และก้าวแรกของการเรียกร้อง คือเชิญชวนให้เข้าสู่การมีความรู้ การเรียนรู้และให้ออกห่างจากความอวิชชา  และถือว่าฐานะสูงส่งยิ่งนัก สำหรับผู้ที่ได้เรียนและศึกษา อ่านออกเขียนได้ และถือว่าเป็นอารยธรรมและมีวัฒนธรรม เป็นบ่อเกิดความก้าวหน้าแก่โลก  และศาสดาได้กล่าวสนับสนุนให้เหล่าสาวกสนอกสนใจต่อการศึกษา โดยเรียกร้องให้มีการเรียนการสอนจากแรกเกิด จนหลุมฝังศพ  หรือมีวจนะว่าให้เรียนศึกษาแม้อยู่ไกลถึงเมืองจีน หรือสนับสนุนให้ลงทุนต่อการศึกษา ถึงแม้ว่าจะเกิดความยากลำบาก ต้องเลือดตกยางออกก็ตาม

มุสลิมภายใต้ร่มเงาแห่งคำสอนของศาสดาอิสลามและลูกหลานของพระศาสดา พวกเขาได้สนับสนุนและส่งเสริมให้ศึกษาเรียนรู้ต่อวิทยาการต่างๆ  จนกระทั้งในยุคต่อมาได้ทำการแปลตำราต่างชาติ ไม่ว่าจากกรีกโบราณ โรม เปอร์เซีย เป็นภาษาอาหรับอย่างกว้างขวางทีเดียว และยังได้สร้างงานวิจัยค้นคว้า จนเกิดผลสำเร็จเกินคาด  และเกิดปรากฏการณ์ทางศาสตร์ใหม่ๆ ไม่ว่า วิชาด้านเรขาคณิต พิชคณิต  ฟิสิกข์ เคมี และนวัตกรรมต่างๆอีกหลายสาขาวิชา

เหตุปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดการตื่นตัวในโลกอิสลามต่อการเรียนรู้และการศึกษาหาความรู้ คือทางการเมือง  กล่าวคือ เนื่องจากระบอบการปกครองรัฐอิสลามในยุคคอลีฟะฮ์ ภายใต้การปกครองของราชวงศ์บะนีอุมัยยะฮ์และบะนีอับบาส พวกเขาได้สกัดกั้นบทบาททางวิชาการและทางการเมืองต่อลูกหลานศาสดา แต่ต้องการไม่ให้ความสำคัญต่อลูกหลานของศาสดา ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นคือทายาทแห่งศาสดา เป็นที่กำเนิดแห่งวิทยาการ เป็นสถานที่การประทานวะฮยู  ดังนั้นผู้ปกครองจึงได้เชิญนักวิชาการต่างชาติ ผู้รู้อื่นๆเข้ามาอยู่ในราชสำนักทำหน้าที่สอนและให้ความรู้ เพื่อมิให้ประชาชนหันไปสนใจบรรดาลูกหลานของศาสดา จึงทำให้ศาสตร์และวิทยาการที่ใหล่บ่ามาจากเปอร์เซีย โรม และกรีก เข้าสู่โลกอิสลามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ความคิดทางวิชาการและความเห็นต่างในศาสนาและวิชาการในด้านปรัชญาและวิชาการอื่นๆเข้ามาอย่างหลีกเล่ยงไม่ได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นมิตรและบางครั้งก็มีเจตนาร้ายแอบแฝงอยู่  จนทำให้นักวิขาการมุสลิมต้องหันมาโต้ตอบและปกป้องจากความแปลกปลอมบางอย่างที่เข้ามา และบทบาทของมุสลิม(โดยเฉพาะ)จากลูกหลานของศาสดาได้โต้ตอบและทำให้ด้านปรัชญามีบทบาทและสีเข้มมากขึ้นในโลกอิสลาม

ตัวอย่างหนึ่งจากนักเทววิทยามุสลิมที่มีจุดยืนทางด้านเทววิทยาที่แตกต่างกัน จึงได้นำปัญหาทางปรัชญาเข้ามาช่วยในการตีความและสร้างความเข้าใจต่อด้านเทววิทยา ถึงแม้ว่าอาจจะมีบางสำนักที่มีความเชื่อที่สุดโต่งอยู่บ้าง  แต่ก็ด้วยการนำทฤษฎีทางปรัชญามาแก้ปัญหาของเทววิทยา ได้ผลเกินคาด จนทำให้สำนักคิดทางเทววิทยามีกลิ่นอายทางปรัชญามากยิ่งขึ้น

ด้วยกับการขยายอาณาเขตของรัฐอิสลามและมีวัฒนธรรมแบบพหุ ทำให้มีความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อ ทำให้ปรากฏของศูนย์กลางวิชาการในโลกอิสลามมากยิ่งขึ้น และกรอปกับได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนนักวิชาการ ตำรา ห้องสมุด อีกทั้งยังได้นำตำราต่างชาติมาแปลเป็นภาษาอาหรับในศาสตร์และแขนงต่างๆ จากภาษาอินเดีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษากรีกโบราณ ฮิบรู ภาษาซีเรีย ทำให้ศาตร์ปรัชญาได้ขยับความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทีเดียว จนทำให้เกิดตำรามากมายด้านปรัชญามาจากนักปรัชญาขาวอิสกันดาเรีย  กรีก และอื่นๆถูกแปลเป็นภาษาอาหรับ

ในยุคก่อนตัวปรัชญาในโลกอิสลาม ถือว่ายังยุ่งยากอยู่พอสมควรกับการศึกษาปรัชญาและยังไม่เกิดระบบ เนื่องจากไม่มีการบัญญัติศัพท์หรือศัพท์ทางเทคนิคที่เป็นที่ยอมรับของนักแปลทั้งหลาย  แต่การวิจัยและการค้นคว้าด้านปรัชญายุ่งยากยิ่งกว่า  แต่ก็ไม่นานนัก จนเกิดนักปรัชญาอย่าง อบูนัศน์ ฟารอบี   อิบนุสีน่า ได้เพียรพยายามอย่างนักในการสร้างวาทกรรมทางปรัชญาและเรียบเรียงตำรา จนได้เกิดเป็นตำราและมีการเรียนการสอนในยุคของพวกเขา  และด้วยกับความปรีชาสามารถและพรสวรรค์ของทั้งสองทำให้การอธิบายปัญหาทางปรัชญามีความเข้มข้มและก้าวหน้าไปไกลมากทีเดียว อีกทั้งยังได้ต่อยอดประเด็นปัญหาต่างๆทางปรัชญาได้อย่างล้ำลึกทีเดียว จนกระทั้งได้ผสมประสานกับหลักคิดทางศาสนาอย่างไม่ขัดแย้งต่อกันและกัน แต่ยังได้เสริมกันและกัน โดยเฉพาะการนำหลักปรัชญาของเปลโตและอริสโตเติลมาอรรถาธิบาย จนเกิดลัทธิเปลโตใหม่ ในอิสกันดาเรีย และมีแนวคิดทางด้านฌานวิทยา ด้านรหัสยะนัยเข้ามามีบทบาทของฝั่งตะวันออก จนได้แนวคิดใหม่อย่างน่าพิศวง ซึ่งลึกซึ้งกว่าปรัชญาตะวันตกและปรัชญาตะวันออก เพระว่าได้บูรณาการเข้าด้วยกันระหว่างปรัชญาอริสโตเติลแบบเหตุผลนิยมและแบบระหัสยะนัย จนเป็นเอกลักษณ์แนว”มัชชาอียะฮฺ” เหตุผลนิยมจัด

อีกครั้งหนึ่งในโลกอิสลามมีการวิพากษ์ปรัชญาอย่างรุนแรง กระแสการต้านอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน เช่น อิมามฆัซซาลี  อบุลบะรอกาต แบกแดดี อิมามฟักรุ รอซี ได้ถล่มสำนักมัชชาอียะฮ์ และอีกฟากหนึ่ง ท่านซุรอวัรดีน ได้ฟื้นฟูปรัชญาเปอร์เซียโบราณ ตลอดจนนิยมในปรัชญาเปลโตยิ่งนัก ทำให้ปรากฏสำนักใหม่เกิดขึ้นเรียกว่า “สำนักอิชรอกียะฮ์” ซึ่งมีสีเข้มข้นในปรัชญาของเปลโตอย่างมาก  และทำให้ปรัชญามีการปฎิรูปและเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และก้าวหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง

จนกระทั้งเวลาผ่านไปหลายศตวรรษ ทำให้นักปรัชญามุสลิมเกิดขึ้นมากมาย เช่น ท่านคอญะฮ์นะศีรุดดีน ตูซี มุฮักกิกเดาวานี  ซัยยิดศอ็ดรุดดีน ดัชกี  เชคบะฮาอี    มีรดาม็อด   ได้ปฎิรูปปรัชญอิสลามอีกครั้ง และได้ให้ความสนใจต่อปรัชญาอย่างเอาจริงเอาจัง  จนกระทั้งมาถึงยุคของมุลลา ศ็อดรอ ได้นำเสนอปรัชญาแนวใหม่ ที่ได้รวมระหว่างสองสำนัก และได้ปฏิรูปสองสำนัก ทั้งสำนักมัชชาอียะฮ์และสำนักอิชรอกียะฮ์ อีกทั้งได้นำหลักรหัสยะนัยด้านอิรฟานเข้าด้วยกัน จนปรากฏเป็นแนวใหม่และยิ่งใหญ่กว่า ภายใต้ชื่อ”ฮิกมะตุลมุตะอาลียะฮ์” (حكمة المتعالية) หรือสำนักปรัชญาปรีชาญาณสูงส่ง

สำหรับปรัชญาอิสลามก็เช่นเดียวกันผ่านระยะเวลาของการก่อตัวและการถูกตำหนิบ้างถูกต่อต้านบ้างในบางยุคบางสมัย เลยทำให้ในช่วงเริ่มต้นยังไม่เป็นระบบเหมือนปรัชญาอื่นๆ  จนกระทั้งว่าปรัชญาอิสลามได้ตกผลึกและเข้มแข็ง และนำเสนออัตลักษณ์และรูปแบบที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นเอกลักษณะ มีความเป็นตัวตน จนปรากฏเป็นอัตลักษณ์ของปรัชญาอิสลามที่น่าสนใจทีเดียว ดังที่นักปรัชญาได้พยายามกล่าวถึงอัตลักษณ์ของปรัชญาไว้ว่า คือ

1.)ศาสตร์ปรัชญามีรูปแบบในการค้นหาหรือสืบสวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ด้วยวิธีของเหตุผล ทางสติปัญญาด้วยการพิสูจน์เชิงตรรกะ ซึ่งแตกต่างกับวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้การทดลองเป็นเครืองมือในการพิสูจน์ หรือวิชาการทางด้านศาสนศาสตร์ ใช้หลักฐานทางศาสนาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ จากอัลกุรอานหรือวจนะแห่งท่านศาสดา

2.)ศาสตร์ปรัชญามุ่งเน้นสืบค้นหาความจริงแท้ของสิ่งที่มีอยู่ โดยค้นหาความจริงต่างๆของสิ่งที่มีอยู่และสืบสวนคุณลักษณะของสิ่งที่มี โดยหลักฐานทางปรัชญาหรือทฤษฏีเชิงปรัชญา โดยออกห่างจากหลักการคาดเดาคิด หรือการสุ่ม หรือการกำหนดกฏเกณท์ต่างๆขึ้นมาเอง.

3.)ศาสตร์ปรัชญาเป็นเสมือนเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ศาสตร์อื่นๆได้รับความสะดวกในการค้นคว้าหรือวิจัยด้านต่างๆเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและการสืบค้นหาความจริงที่กำหนดระเบียบวิธีวิจัยตามหลักตรรกะวิธี

เป้าหมายของปรัชญาอิสลาม

เป้าหมายใกล้สุดของศาสตร์ๆหนึ่งนั้น คือ ทำให้มนุษย์รู้จักถึงเนื้อหาของมันที่ได้กล่าวถึงในวิชานั้นๆ  และเป็นการดับกระหายความอยากรู้  เพราะว่าธรรมชาติของมนุษย์คือเป็นสัตว์ใฝ่เรียน อยากรู้อยากเห็น  เพราะว่า สัญชาตญาณของมนุษย์คือเป็นผู้แสวงหาความจริง  และปรารถนาในการจะเรียนรู้  ดังนั้นเป้าหมายหนึ่งของการศึกษาเรียนรู้(ต่อปรัชญา)คือการสนองต่อความอยากจะรู้ของสัญชาติญาญ ถึงแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมีสัญชาติญาณที่ไม่เท่ากันก็ตาม

แต่ทว่าโดยทั่วไปแล้วทุกๆศาสตร์จะมีเป้าประสงค์และมีเป้าหมาย(เฉพาะ) โดยจะลำดับเรียงไว้  โดยที่เป้าหมายนั้นอาจจะไปสร้างความพอใจหรือสนองตอบในชีวิตทางวัตถุหรือชีวิตทางจิตวิญญาณ หรือการสนองตอบความอยากทางธรรมชาติหรือทางสัญชาตญาณดั้งเดิมบริสุทธิ์   ดังนั้นการเรียนรู้ปรัชญา ด้วยกับการเข้าถึงและรู้จักแท้ทางปรัชญาและทางเทวปรัชญา บวกกับมีความมุ่งมั่นทางจิต ทางการใฝ่ถึงการประจักษ์แจ้งทางจิตควบคู่ด้วยกัน  จะส่งผลทางธรรมชาติ โดยบังเกิดผลต่างๆทางพลานุภาพและความยิ่งใหญ่ และวิทยปัญญา และเข้าถึงพระเมตตาแห่งพระเจ้า

ทุกๆศาสตร์และองค์ความรู้นั้น มีสาระธรรมและคำสอนที่ทรงคุณค่า  ดังนั้นปรัชญา คือกุญแจสำคัญของการนำพาไปเข้าถึง(สาระธรรม)ที่มิมีวันจบสิ้น และเป็นความโชคดีของชีวิตและเป็นขุมทรัพย์ที่มิมีวันหมด  อีกทั้งเป็นรากฐานของความีสิริมงคล นั่นคือ “ต้นไม้แห่งความดีงาม” โดยที่จะทำให้ความดีงามประเภทอื่นๆทั้งทางปัญญาและทางจิตวิญญาณ มีความสมบูรณ์และพัฒนาสู่ความสูงส่ง นั่นคือนำไปสู่ความสูงส่งทางจิตวิญญาณขั้นสูงต่อพระผู้เป็นเจ้า  และจะยังประโยชน์และมีบทบาทยิ่งใหญ่ที่สุดในการเตรียมพร้อมให้พัฒนาสู่ความสมบูรณ์และความสุงส่งของความเป็นมนุษย์

แท้จริงปรัชญายังประโยชน์ช่วยให้ผู้เรียนและผู้เข้าถึงปรัชญาปลอดภัยจากการยุยงของมารร้าย ให้หลงทาง จากลัทธิวัตถุนิยม หรือลัทธิปฏิเสธพระเจ้า และปกป้องเขาจากความผิดพลาดและการหลงผิดต่างๆทางความคิด  และปรัชญาจะยังแสงกำลังติดอาวุธทางปัญญาให้เขาต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้ามอย่างไม่มีวันพ่ายแพ้ อีกทั้งจะทำให้เขาเข้าจู่โจมกับฝ่ายตรงกันข้ามต่อความคิดที่บิดเบือนนั้นได้อย่างมั่นคง

ด้วยเหตุนี้ปรัชญาอิสลาม มีบทบาทในการพิสูจน์ และการสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าสูงยิ่งนัก  มีทั้งบทบาทการปกป้อง และบทบาทการโจมตีฝ่ายศัตรู(ทางเหตุผลปัญญา) และยังได้เป็นเครื่องมือในการเผยแผ่วัฒนธรรมอิสลามให้กว้างไกล และทำลายวัฒนธรรมที่ต่อต้านอิสลาม อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อหาของปรัชญาอิสลาม

ทุกสิ่งที่อุบัติในเอกภพนี้หากมองจากมิติต่างๆ ทุกด้านจะถูกปกครองด้วยกับกฎเกณฑ์เฉพาะที่ถูกกำหนดมาและตรวจสอบในศาสตร์ต่าง ๆ อย่างเช่นมนุษย์ กฎเกณฑ์ที่จะมีต่อมนุษย์ กล่าวคือ มนุษย์จะถูกนำมาวิจัยและศึกษาบนพื้นฐานของขอบเขตเนื้อหาและเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับสารีระหรือวิญญาของมนุษย์เท่านั้น เช่น มนุษย์มีร่างกายที่ไม่มีความจำเป็นต่ออุณหภูมิตามกฎของสิ่งมีชีวิตอื่น หรือมนุษย์ต้องกินอาหารที่ไม่เหมือนกับอาหารของสัตว์อื่นๆ

หากเราศึกษากฎเกณฑ์อื่น ๆ ของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ตามคำอธิบายของแพทยศาสตร์หรือมานุษยวิทยา ถือว่าเป็นกฎหนึ่งของการเข้าใจตัวมนุษย์ดังนั้นกฎดังกล่าวไม่ได้เป็นกฎสำหรับทุกสิ่ง(ที่อุบัติ)แต่จะครอบคลุม เป็นเพียงเฉพาะเรื่อง และเราจะเรียกหลักวิชาการเรื่องของการศึกษาในปรัชญาว่า เนื้อหาเฉพาะ เป็นเนื้อหาของการสืบค้นเฉพาะเรื่องหนึ่งเรื่องใด

ภายหลังจากคำอธิบายทั้งหมดเราสามารถกล่าวได้ว่า สิ่ง(ที่อุบัติ)เนื่องจากมีลักษณะของปริมาณที่ต่อเนื่องจึงอยู่ภายใต้กฎเกนของศาสตร์ด้านการแพทย์บ้างหรือด้านอยู่ในกฏเกณท์ของศาสตร์ด้านมานุษยวิทยาบ้างและอื่นๆ และเนื่องจากสิ่ง(ที่อุบัติ)มีลักษณะของการมีชีวิตจึงอยู่ภายใต้กฎชีววิทยา

ดังนั้นศาสตร์ต่าง ๆจะกล่าวถึง สิ่งเฉพาะที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎเกณฑ์ของศาสตร์นั้น ๆ เพียงอย่างเดียว

เรากล่าวแล้วว่ากฎเกณฑ์ของศาสตร์(ต่าง ๆ มีเนื้อหาเฉพาะหรือเรียกว่า”ภวันต์เฉพาะ”ที่นำมาถกหรือมาพูดคุยกัน และในตรงนี้มีคำถามว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีกฎเกนท์ที่ไม่จำเป็นต้องพูดหรือกล่าวเฉพาะถึงคุณลักษณะหนึ่ง แต่ครอบคุลมไปยังสิ่งต่างๆ เป็นกฎระเบียบสากล ว่าด้ายเรื่องของ “ภวันตภาพ” (الوجودية) จะนำเอากฎเกณฑ์ที่เป็นเรื่อง สากล” ในภาษาปรัชญาจะกล่าวเรียกลักษณะของภวันต์ว่า

“ภาวะของกฎเกณฑ์สำหรับสิ่งที่เป็นภวันต์”(الموجود بما هو الموجود) โดยวิชาทางด้านปรัชญานี่แหละเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบค้นและการวิจัย โดยใช้กฎเกณฑ์ของปรัชญาอยู่ในประเภทต่างๆของปรัชญา อย่างเช่นกฎเกณฑ์ของหลักสาเหตุและผลของเหตุ ดังประโยคที่ว่า “ทุก ๆ ภวันต์ใหม่ มีความจำเป็นต่อเหตุปัจจัย-(الممكن يحتاج الي العلة และนี่คือทฤษฏีหรือกฏทางปรัชญาที่สามารถจะนำมาใช้ได้ครอบคลุมทุก ๆ สิ่งที่มีอยู่จะไม่มีความแตกต่างไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต และกฏเกณฑ์ที่เป็นหลักสากลที่ว่านั้น คือ เนื้อหาของปรัชญา หรือเรียกตามภาษาอาหรับคือ

“สืบค้นหาภวันต์ ตามภาวะของกฏเกณฑ์สำหรับสิ่งที่เป็นภวันต์”(อับดุรรอซูล อุบูดียัต แปลโดย ไซหนับ ศักดิ์กิตติชา 2560. ปรัชญาอิสลามเบื้องต้น  กรุงเทพฯ. สถาบันการแปล มหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุศตอฟา แห่งอิหร่าน ประจำกรุงเทพฯ)

ปรัชญาอิสลามนั้นมีขอบเขตและขอบข่ายที่ชัดเจน เนื่องจากรูปแบบและลักษณะเฉพาะของศาสตร์นั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหรือการนำเสนอหรือเนื้อหา ดังนั้นในปรัชญาอิสลามได้แบ่งเนื้อทางปรัชญาออกไปอีกดังนี้

๑)ฟัลซะฟะตุล-ฮูลา คือเนื้อทางปรัชญาในมุมมองอิสลาม ว่าด้วยเรื่องภวันตภาพ (วุยูด) ว่าด้วยเรื่องภวันต์จำเป็น(วายิบุลวุยูด) ภวันต์พึ่งพา(มุมกินุลวุยูด) และเรื่องอื่นๆที่เป็นทฤษฎีทางปรัชญา   นักปรัชญากลุ่มผู้นี้ถูกเรียกว่า”ฟัยละซูฟ” เช่น อัลฟารอบี ,อิบนุซีน่า อิบนุรุชด์ และคนอื่นๆฯลฯ และนักปรัชญาดังกล่าวได้ถกเถียงเรื่องความจริงสูงสุด ความมีอยู่จริงของพระเจ้า สืบค้นถึงธรรมชาติของเอกภพ(อะลัม)    ดังนั้นนักปรัชญากลุ่มดังกล่าวได้ยึดปัญญาเป็นหลักในการ จนกระทั้งความรุ่งเรืองได้มาถึงยังสมัยการปกครองของคอลีฟะฮ์อับบาซียะฮ์ ผ่านยุคสมัยต่างๆมาอย่างน่าชื่นชมและได้ดำรงอยู่อย่างน่าภาคภูมิจนถึงวันนี้

๒. ฟัลซะฟะตุลฮิลาฮียะฮ์  ว่าด้วยหมวดและเนื้อหาที่สืบค้นในเรื่องพระเจ้า พระคุณลักษณะพระเจ้า   โดยเน้นการอ้างทฤษฎีทางปรัชญาในการพิสูจน์ และได้นำหลักตรรกะวิธีเข้ามาเสริมในอรรถาธิบาย ซึ่งเรียกส่วนนี้ว่า”เทวปรัชญา”

ปรัชญาฎอบีอียะฮ(กลุ่มนักปรัชญาด้านธรรมชาติวิทยา)

ปรัชญาอิสลามอีกสาขาหนึ่งที่มุสลิมให้ความสนใจมากคือพิภพวิทยา หรือธรรมชาติวิทยา(อิลมุ ฏอบีอะฮ) ในขณะที่โลกตะวันตกในสมัยนั้นยังไม่เป็นที่ถูกรู้จักกันมากนัก วิชานี้ว่าด้วยทุกสิ่งที่มีอยู่ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต  และวิชานี้ได้แตกออกไปเป็นหลายสาขา เช่นถ้าพูดถึงสิ่งที่มีชีวิต เรียกว่า ชีววิทยา  ถ้าเกี่ยวกับโรคเรียกว่า แพทยศาสตร์

เมื่อได้มีการแปลตำราแพทย์ของกรีกมาเป็นภาษาอะหรับ ทำให้วิชาแพทย์ของชาวมุสลิมปะปนกับปรัชญากรีก ด้วยเหตุนี้นายแพทย์มุสลิมที่มีความชำนาญด้านแพทย์และด้านปรัชญาเรียกว่า”ฟัยละซูฟ” หรือ”หะกีม”

ท่านอิบนุ ซีน่า และอิบนุรุชด์ ได้มีตำราปรัชญาด้านธรรมชาติวิทยาไว้อย่างละเอียด เช่นของท่านอิบนุซีน่า ในหนังสือ”อัลอิชารอตอว่า อัตตันบีฮาด” และผู้ที่มีความชำนาญในศาสตร์แขนงนี้เรียกว่า”ฎอบีอียูน”

ปรัชญาสำนักซูฟี(สำนักฌาณนิยม)  

นักปรัชญาทางด้านตะซัววุฟ เรียกตัวเองว่า ซูฟี ซึ่งสำนักนี้มีความแตกต่างกับนักปรัชญาด้านอภิปรัชญาและด้านเทววิทยามาก เพราะพวกเขามีความนิยมด้านจิตวิญญาณและการจาริกเพื่อบรรลุถึงการประจักษ์แจ้ง

สำนักซูฟีถือว่าเป็นสำนักคิดหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของอิสลาม มีปรัชญาแห่งแนวทางและมุมมองเกี่ยวกับพระเจ้าหรือหลักชะรีอะฮแตก ต่างกับกลุ่มอื่นๆ ปรัชญาของซูฟีหรือตะซัววุฟไม่ใช้ปัญญาหรือทฤษฎีทางปรัชญา แต่ใช้ความรู้สึก(อัซ-ซูก)หรือสัญชาตญาณ(instinct)หรือการใช้รูปแบบแห่งการจาริกทางด้านจิตวิญญาณเพื่อค้นหาความจริงแท้    สำนักซูฟีมีวิถีและหลักการดำเนินสู่พระผู้เป็นเจ้าออกเป็นหลายระดับ แม้ว่าพวกเขาจะมีเป้าหมายเหมือนกันคือพระเจ้า  จนทำให้สำนักซูฟีแตกออกเป็นหลายแขนง มีสำนักย่อยเกิดขึ้นมากมาย

สำนักซูฟีหรือสำนักฌาณนิยมอิสลามได้ถือกำเนิดมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งทำให้สำนักนี้คงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือหลังจากที่พระท่านศาสดามุฮัมมัดได้เสียชีวิต บรรดาสาวกของท่านที่ได้นิยมในด้านรหัสยะและอยู่ในแนวทางซูฟี ก็ได้รวมตัวและนำหลักปฏิบัติธรรมแห่นวิถึการการจาริก จนทำให้เกิดการยอมรับของบรรดาสาวกท่านอื่นๆ และได้ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น จนนำไปสู่การพัฒนาถึงขั้นสูงสุด นั่นก็คือสำนักระหัสยนิยมได้เป็นที่ยอมรับของโลกอิสลาม จนกลายเป็นสำนักทางปรัชญาหนึ่งของอิสลาม ซึ่งบุคคลที่มีบทบาทในสมรภูมินี้ ได้แก่ มุญิดดีน อิบนุอะรอบีได้ชื่อว่าบิดาแห่งรหัสยะนัยอิสลาม และต่อมาสาขาวิชาตะซัววุฟหรืออิรฟานถูกจัดเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาการอิสลาม

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในยุคปัจจุบันปรัชญาได้ก้าวหน้าและวิวัฒนาการไปไกลมาก และปรัชญาไม่ใช่เพียงวิชาหรือสาขาหนึ่งเท่านั้น แต่มีสาขาย่อยแยกออกไปอย่างกว้างขวาง และจะพบว่าวิชาปรัชญาอิสลามยังคงมีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลาอีกทั้งทรงคุณค่าที่มิมีวันเสื่อมคลายลงไปได้เลย     และถือได้ว่าการสนอกสนใจต่อปรัชญาถือว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษของมนุษย์และถือว่าเป็นการตอบสนองสัญชาตญาณบริสุทธิ์ของมนุษย์ที่ได้ถูกสร้างมา ดังคำกล่าวของอริสโตเติลที่กล่าวไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์แห่งปัญญา เป็นสิ่งมีชีวิตที่แสวงหาความรู้และเป็นสัญชาตญาณบริสุทธิ์ของมนุษย์ที่มีจริตแห่งการค้นคว้าและการใช้ความคิดและการเพ่งพินิจและด้วยการวิเคราะห์ผ่านการกลั่นกรอง จะเห็นว่าสรรพสัตว์ต่างๆนั้นใช้ประสาทสัมผัสในการรับรู้หรือใช้สัญชาตญาณที่มาจากการสัมผัสภายนอก ส่วนมนุษย์นั้นจะใช้หลักคิดทางสติปัญญาใช้เหตุผลในการสรุปหรือในการกระทำ ซึ่งในบางครั้งบางคราวมนุษย์ก็จะใช้ประสบการณ์ในการตัดสินและการรับรู้ แต่ด้วยการวิจักษ์จากประสบการณ์นั้นจะให้ความรู้แค่เพียงส่วนย่อยที่เขาได้รับประสบการณ์มาเท่านั้น แตกต่างกับการใช้ปัญญา การใช้หลักคิดทางปรัชญาจะให้ความรู้ที่เป็นสากล

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com