INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

“อาเซียน”หาทุนสู้ไวรัสแต่“ทรัมพ์”ตัดเงินอนามัยโลก

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

“อาเซียน”หาทุนสู้ไวรัสแต่“ทรัมพ์”ตัดเงินอนามัยโลก

ใครเคยประชุมระยะทางไกล ที่เรียกว่า “เทเลคอนเฟอร์เรนซ์”กันบ้างไหมครับ

ผมเคยมาครั้งหนึ่ง นานมากแล้ว ตั้งแต่ยังทำงานอยู่”สยามรัฐ” จัดโดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ว่าด้วย”การควบคุมอาวุธปืนในอเมริกา”­ ซึ่งที่นั่นสามารถค้าอาวุธปืนได้โดยเสรี โดยผมและคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นั่งอยู่ที่สำนักข่าวสารอเมริกันหรือ“ยูซิส”ถนนวิทยุ ขณะที่เจ้าหน้าอเมริกันผู้รู้เรื่องปัญหาอาวุธปืนดี นั่งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี

ช่างสะดวกสบายดีจริงๆ ในการพูดจาหารือ หรือถกเถียงซึ่งจะเรียกว่าการ”สัมมนา”เพื่อแสดงความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปก็ว่าได้ โดยไม่ต้องเสียเวลา หรือเสียค่าเครื่องบิน หรือเสียที่ค่าพัก

เพียงแต่ใช้เครื่องมืออีเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย เป็นสื่อกลาง ก็ใช้ได้และรู้เรื่องกันได้แล้ว

เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายนที่ผ่านมานี้ ก็เกิดอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ใช้ประโยชน์จาก”เทเลคอนเฟอร์เรนซ์”อีกเช่นกัน เพื่อทำ Social Distancing ป้องกันไวรัส

นั่นก็คือการประชุมสุดยอด “อาเซียน+๓” ในวาระพิเศษ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ”ไวรัสโคโรนา”

ในเวลาเดียวกันนี้ ก็เกิดวิวาทะครั้งใหญ่ ชนิดที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมพ์”กับองค์กรอนามัยโลก หรือ World Health Organization หรือ WHO ถึงขั้นแตกหัก โดย”ทรัมพ์”สั่งการมิให้รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุน WHO หรือ”อนามัยโลก”อีกต่อไป

โดยอ้างว่า”อนามัยโลก”ไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ในการแก้ไขปัญหาไวรัส

ท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริดของคนทั้งโลก ว่าทำไม”ทรัมพ์”จึงลุแก่โทษะถึงขนาดนั้น หรือว่า เขาบ้าไปแล้ว

ผมว่าเขาไม่บ้าหรอก เขาเล่นการเมือง โดยเอาความปลอดภัยของมนุษย์ทั้งโลก เป็นเดิมพัน

อีกสักครู่ จะมาว่ากันต่อ ถึงสาเหตุความเป็นมา ในประเด็นนี้ครับ

การประชุมแบบ”เทเลคอนเฟอร์เรนซ์”ที่ทำขึ้นคราวนี้ มีนายกรัฐมนตรีเวียดนาม”เหวียน ซวน ฟุก”เป็นประธาน ทั้งนี้เป็นไปตามตำแหน่งหมุนเวียนรายปี เรียงกันไปตามลำดับอักษรภาษาอังกฤษในบรรดาสมาชิกประเทศ(๑๐ ชาติ)

โดยฝ่ายไทยซึ่งมีนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเล่นบทสำคัญ โดยเป็นผู้นำเสนอหัวข้อการประชุมตั้ง ”กองทุนแห่งอาเซียนเพื่อการตอบโต้(ไวรัส)” โดยผู้นำชาติอาเซียนทั้งหมด ๑๐ ชาติลงนามในคำประกาศหกข้อ เพื่อร่วมมือต่อสู้กับ”ไวรัสโคโรนา”

อย่างไรก็ดีในการประชุมครั้งนี้ ยังมีอีก”สามชาติคู่เจรจา”ที่เกี่ยวข้องกับโรคไวรัส เข้ามามีส่วนรับรู้และผิดชอบด้วย อาทิ จีน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น จึงเรียกว่าเป็นการประชุมสุดยอด”อาเซียน+๓” โดยผู้นำการบริหาร(รัฐบาล)แต่ละชาติเข้าร่วมประชุม”เทเลคอนเฟอร์เรนซ์”จากเมืองหลวงของตน

ที่ประชุมนี้ แม้จะตกลงกันในหลักการได้แล้ว แต่ก็ยังไม่กำหนดว่าจะตั้งกองทุนเป็นจำนวนเงินเท่าไรและน่าจะได้มาจากไหน อย่างไรแน่ชัด แต่ที่สำคัญมากก็คือ มุ่งหยุดยั้งการแพร่ระบาดเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่จะต้องทำติดตามมา ก็คือจัดตั้งศูนย์สำรองเวชภัณฑ์ โดยอีกทางหนึ่ง จีนให้คำมั่นสัญญาว่า ยินดีจะส่งผ่านประสบการณ์ต่างๆ รวมทั้งผลงานการวิจัยและความช่วยเหลือทางเทคนิคให้

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีจีน”หลี่เค่อเฉียง”ถือโอกาสแถลงย้ำว่า”ทุกชาติจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในการตอบโต้การแพร่ระบาดอย่างไร้ขอบเขตของไวรัส”

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าการแพร่ระบาดนี้ เริ่มต้นจากเมือง”อู่ฮั่น”ในจีน จากนั้นก็ไปยังเกาหลีใต้และชาติอื่นๆ แล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก

ปรากฏว่าจีน ใช้เวลาสามเดือนกว่าๆ ก็หยุดไวรัสไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าใครๆ ในโลกระดับหนึ่ง ด้วยการใช้ความเด็ดขาดและเข้มงวดแบบคอมมิวนิสต์ เป็นเครื่องมือ ซึ่งกระทำได้สำเร็จ

แม้ขณะที่เขียนเรื่องนี้ หวั่นกันอยู่ว่า จะมีการระบาดในจีนซ้ำอีกระลอก หรือหลายระลอก จากกรณีที่คนจีนจากที่อาศัยอยู่ตามที่อื่นๆ ในโลก(ซึ่งยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่)เดินทางกลับบ้าน แล้วพาเอาเชื้อไวรัสกลับไปจีนด้วย

ที่ขอย้ำก็คือ กรณีแพร่ระบาดในจีน นับเป็นตัวอย่าง โดยชาติต่างๆ สามารถนำมาลอกเลียนข้อดีหลายๆอย่างของจีนใช้ในการป้องกัน ในการรักษาและในการ”ล็อกดาวน์” มาใช้เป็นต้นแบบ หรือนำมาดัดแปลง เพื่อต่อสู้กับไวรัส

ดังนั้น จึงสมควรจะเลิกมีอคติกับคนจีน นับแต่บัดนี้ เป็นต้นไป โดยเฉพาะในบรรดาผู้นำตะวันตกและผู้คนในชาติตะวันตก การแก้ไขการแพร่ระบาดไม่ควรมีพรมแดนใด ๆ มาขวางกั้น

ย้อนกลับไปพูดถึงกรณี”ทรัมพ์”สั่งงดจ่ายเงินสนับสนุน”อนามัยโลก”ด้วยความโกรธ

เรื่องมีอยู่ว่า “ทรัมพ์”แสดงความไม่พอใจอนามัยโลกมาแต่แรก โดยกล่าวหาว่ามีความผิดพลาดไม่ประเมินอย่างรอบคอบต่อการแพร่ระบาดครั้งแรกที่”อู่ฮั่น” เขากล่าวหาว่าจีนเองไม่โปร่งใส หากอนามัยโลกจัดการอย่างดี ก็จะสามารถสกัดกั้นไว้โรคเอาไว้ได้และจะมีคนตายน้อย เศรษฐกิจโลกก็จะไม่เสียหายมาก

โดยสรุปแล้ว”ทรัมพ์”กล่าวหาว่าอนามัยโลกเบี่ยงเบนเข้าข้างจีนนั่นเอง

กรณีนี้ ทางผู้นำนวยการอนามัยโลกเองอดรนทนไม่ได้ ก็แถลงตอบโต้ว่า”ทรัมพ์”อย่าเอาไวรัสมาเล่นการเมือง”

ผลก็คือ”ทรัมพ์”สั่งระงับการอุดหนุนอนามัยโลกทันทีตามที่เป็นข่าวพร้อมให้เหตุผลว่า ”ล้มเหลวในการทำหน้าที่ขั้นพื้นฐาน”

ตามตัวเลขที่ปรากฎนั้น เมื่อปีที่แล้วสหรัฐสนับสนุนอนามัยโลกเป็นจำนวนเงิน ๔๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ นับว่ามากที่สุดในบรรดาชาติต่างๆ คิดเป็นร้อยละ ๑๕ ของงบประมาณ ส่วนจีนบริจาคให้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาที่ ๗๖ ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

และที่ไม่รู้แน่ๆ ก็คือไทยบริจาคให้อนามัยโลกเท่าไรและเมื่อไรบ้าง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ความเดือดร้อนจึงจะเกิดขึ้นแน่ๆ กับอนามัยโลก ในระยะเวลาจากนี้ไป ผลงานต่างๆ ก็จะด้อยประสิทธิภาพตามไปด้วย

กรณีนี้หากตั้งคำถามว่า เลขาธิการสหประชาชาติ”อันโตนิโย กูเตอร์เรซ”ในฐานะตัวแทนองค์กรต่างๆ ในสังกัดสหประชาติ มีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง

ตอบว่าปฏิกิริยามีแค่เพียง”แบ๊ะ แบ๊ะ”พูดจาอะไรไม่ออก นอกจากอ้อมแอ้มว่า”ไม่ใช่เวลาที่จะมาตัดทรัพยากรของอนามัยโลก”เท่านั้น

ณ ที่นี้ ก็ใคร่จะวิจารณ์”ทรัมพ์”อย่างตรงไปตรงมาเพียงสั้นๆ ว่า การนำเอาการเมืองไวรัสมาเล่น โดยโยนความผิดให้อนามัยโลกอย่างเต็มเปานั้น นอกจากไร้คุณธรรมแล้ว ยังถ่อยสถุล ชนิดที่ไม่มีใครเขาทำกัน ในยามที่โลกทั้งใบ กำลังเชิญกับความทุกข์ยากลำบากอย่างนี้

กลับเบี่ยงเบนความผิดพลาดของตัวเองให้คนอื่น โดยไม่ใส่ใจป้องกันและเตรียมการมาแต่เนิ่นๆ จนเกิดภาวะแพร่ระบาดอย่างไฟลามทุ่ง ในสหรัฐ โดยแก้ตัวเมื่อแรกเริ่มว่า เหมือนกับไข้หวัดธรรมดา ไม่มีอะไร

ผลเป็นอย่างไร คงจะเห็นกันแล้ว เฉพาะในขณะที่เขียนเรื่องนี้(๑๕เมษายน) คนอเมริกันเสียชีวิตแล้ว ๒๖,๐๖๔ ราย(ยอดสูงสุดนำลิ่วชาติใดๆ ในโลก) ติดเชื้อ ๖๑๔,๒๔๖ ราย เข้าลักษณะ America First จริงๆ

ช่างน่าสมเพชและน่าสงสาร ชาวอเมริกันประเภทที่”ไม่รู้เหนือ-รู้ใต้”ยิ่งนัก

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งต่อไป ที่กำลังจะมีขึ้นในปลายปีนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร คงจะช่วยบ่งบอกได้ว่า

แท้จริงแล้ว คนอเมริกัน”เสียงส่วนใหญ”จะ”เฉลียวฉลาด”(smart)หรือ”โง่เซอะ”(dumb)กันแน่ หากเลือก”ทรัมพ์”เข้ามาเป็นประธาธิบดีอีก โดยไม่ได้รับบทเรียนจากความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ที่เขากระทำขึ้นจากกรณีไวรัส

ณ ที่นี้ขอพูดเพียงว่า God Bless America, not Trump. Amen.

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com