INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วัฒนธรรมสมัยนิยมของอินเดีย ตอนที่ 7

วัฒนธรรมสมัยนิยมของอินเดีย ตอนที่ 7

จรัญ มะลูลีม

ช่วงทศวรรษ 1990 มีดาราภาพยนตร์อินเดียรุ่นใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาในแวดวงภาพยนตร์บอลลีวู้ดอย่างเช่น ชาฮ์ รูก ข่าน (Shah Rukh Khan) สัลมาน ข่าน (Salman Khan) จูฮี เชาว์ลา (Juhi Chaula) ชีรันชีวี (Chiranjivi) เป็นต้น

ทั้งนี้พระเอกและนางเอกในภาพยนตร์อินเดียจะมีทั้งชาวมุสลิมและชาวฮินดูควบคู่กันมาโดยตลอด  ดารารุ่นใหม่จะใช้เทคนิคใหม่ๆ มาประกอบเพื่อดึงดูดผู้ดู  และยกระดับภาพยนตร์อินเดียด้วยเทคนิคการถ่ายทำใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

สำหรับอินเดีย มุมใบคือพื้นที่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เรียกว่าบอลลีวู้ดเพราะเป็นศูนย์กลางของวงการภาพยนตร์เคียงคู่ไปกับการผลิตภาพยนตร์อินเดียในรัฐอื่นๆ ของประเทศที่รู้จักกันในนาม Hindi Film  ซึ่งเป็นชื่อทั่วๆ ไปที่เรียกภาพยนตร์อินเดีย  แม้จะเรียกว่า Hindi Film หรือภาพยนตร์ภาษาฮินดี  แต่ในความเป็นจริงบทสนทนาในภาพยนตร์จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นบอลลีวู้ดโดยเฉพาะหรือ Hindi Film โดยทั่วไปจะมาจากภาษาอุรดู (Urdu) ซึ่งอุรดูกับฮินดีสื่อกันได้ โดยฮินดีเขียนด้วยอักษรเทวนาครีย์  ส่วนอูรดูใช้ตัวอักษรอาหรับ

ภาษาอุรดูถูกใช้อย่างกว้างขวางโดยชาวมุสลิม เป็นส่วนผสมที่มาจากภาษาสันสกฤต อาหรับและเปอร์เซีย เชื่อกันว่าเป็นภาษาแห่งวัฒนธรรมโดยเมืองลัคเนา (Lucknow) เมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่มีผู้คนจำนวนมากใช้ภาษาอุรดูได้อย่างไพเราะ

อุรดูได้ชื่อว่าเป็นภาษาแห่งบทกวีและงานศิลปะ   ทั้งอุรดูและฮินดีเมื่อนำมาพูดคุยจะมีความแตกต่างไม่มากนัก  หากแต่มีการเขียนคนละแบบ

มุมใบเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์อินเดียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  ภาพยนตร์อินเดียส่วนใหญ่จะมาจากเมืองมุมใบหรือบอมเบย์เดิมนั่นเอง   สำหรับภาษาที่ใช้ในภาพยนตร์อินเดียได้แก่ ฮินดี อุรดูและอังกฤษ

ภาพยนตร์เรื่องแรกของอินเดียคือหริสจันทรา (Harishchandra) สร้างขึ้นในปี 1913 ปัจจุบันอินเดียผลิตภาพยนตร์ไม่ต่ำกว่า 200 เรื่องต่อ 1 ปี เริ่มจากภาพยนตร์ขาวดำมาเป็นภาพยนตร์สี จนถึงปัจจุบันภาพยนตร์จากบอลลีวู้ดมีไม่ต่ำกว่า 2000 เรื่องที่เป็นที่รู้จักกันในภูมิภาคต่างๆ ของโลก

ส่วนประกอบของภาพยนตร์อินเดียที่สำคัญได้แก่ ดนตรี และการนำเอาส่วนประกอบของชีวิตจริงมานำเสนอซึ่งได้แก่ ความรัก ความตลกขบขัน ความโลดโผน บางครั้งสิ่งที่อยู่นอกเหนือธรรมชาติก็ถูกนำเสนอเช่นกัน  เนื้อหาของภาพยนตร์อินเดียที่ได้รับความนิยมจำนวนไม่น้อยจะอยู่ในรูปของบทแสดงที่มีเพลงประกอบดนตรี  (melodrama)

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงในระยะหลังไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องหรือเทคนิคการถ่ายทำจะมาจากอิทธิพลของฮอลลีวู้ด    ทั้งนี้มีนักแสดงจำนวนหนึ่งของอินเดียที่มีโอกาสแสดงในฮอลลีวู้ดมาแล้ว  อย่างเช่นอิรฟาน ข่าน (Irfan Khan) เป็นต้น

อิรฟาน ข่าน เป็นนักแสดงอินเดียที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในบอลลีวู้ดของอินเดีย จากเรื่อง Lunch Box ที่โด่งดังไปทั่วโลก และในโลกของฮอลลีวู้ด   ซึ่งเขาประสบความสำเร็จจาก Life of Pi  Slumdog Millionaire  (เป็นภาพยนตร์รางวัลออสการ์) The Amazing Spiderman    Jurassic World  และ The Warrior นอกจากนี้เขายังมีบทบาทอยู่ในละครโทรทัศน์ของอินเดียอีกด้วย  อิรฟาน ข่าน เพิ่งจากไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน (2020) ในวัย 53 ปี ด้วยโรคติดเชื้อในลำไส้

ภาพยนตร์อินเดียส่วนหนึ่งได้รับความนิยมอยู่ในสหรัฐ ยุโรปและแอฟริกา แต่ไม่ค่อยได้รับความสำเร็จสำหรับชาวโอเชียเนีย (Oceanic) อย่างเช่นอินโดนีเซียหรือฟิจิ (Fiji) อย่างไรก็ตามในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ภาพยนตร์บอลลีวู้ดได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองลงมาจากภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ด

ปี 2017 มีภาพยนตร์อินเดียถูกสร้างขึ้น 1,986 เรื่อง   เป็นภาพยนตร์จากบอลลีวู้ด 364 เรื่อง  โดยรายได้ของภาพยนตร์อินเดียส่วนใหญ่จะมาจากภาพยนตร์บอลลีวู้ด   และภาพยนตร์อินเดียโดยทั่วไป (Hindi films) ซึ่งรวมกันเป็นร้อยละ 43    ส่วนภาพยนตร์จากรัฐทมิฬ นาฑู  เตลูกูและภูมิภาคอื่นๆ รวมกันเป็นร้อยละ 21

บอลลีวู้ดเป็นศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์ของโลก   ในปี 2001 มียอดขายตั๋วจากภาพยนตร์อินเดีย รวมทั้งบอลลีวู้ดอยู่ในราว 3.6 พันล้านใบทั่วโลก  เปรียบเทียบกับภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดที่ขายตั๋วได้ 2.6 ล้านใบ

จากภาพยนตร์บอลลีวู้ดยังคงเน้นความเป็นอินเดีย (Hindustani) โดยเฉพาะในหมู่ประชาชนที่พูดฮินดีและอุรดู   แม้ว่าภาพยนตร์สมัยใหม่ของบอลลีวู้ดจะมีการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นก็ตาม

ภาพยนตร์ทำเงินของบอลลีวู้ดตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา มักเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาอุรดูและฮินดี เรียกว่ามัสสะลาฟิล์มหรือภาพยนตร์ที่ผสมผสานหลายๆ บทแสดงเข้าด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ โรแมนติกดราม่าและเพลงประกอบภาพยนตร์

Masala films โดยทั่วไปจะเต็มไปด้วยเพลง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับภาพยนตร์เพลงของฮอลลีวู๊ดที่ตกต่ำลง  บอลลีวู้ดจะมีเพลงมากกว่า

ในขณะที่ภาพยนตร์คู่ขนานแนวศิลปะและเพื่อชีวิตจะหลีกเลี่ยงการใช้เสียงเพลง  ในทศวรรษ 1930 อินเดียผลิตภาพยนตร์ราว 200 เรื่อง

กิสาน กันยา (Kisan Kanya-สาวชาวไร่) เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สี่เรื่องแรกที่เข้าฉายในปี 1937 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาของการต่อสู้เพื่อเอกราชจากอังกฤษของอินเดีย (1857-1947)

ทศวรรษ 1950 ถือว่าเป็นยุคทองของภาพยนตร์บอลลีวู้ด ภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องมีอยู่หลายเรื่องนับจากทศวรรษ 1960 ถึงตอนต้นทศวรรษ 1970  ซึ่งเป็นจุดกำเนิดสำคัญของบอลลีวู้ด

สิ่งนี้รวมทั้งเนื้อเรื่องที่ครอบคลุมบรรยากาศของภาพยนตร์อินเดียในตอนนั้น ในสองรูปแบบคือชายภาพยนตร์แนวอารมณ์รักอันหวานชื่นของหนุ่มสาว  และภาพยนตร์บู๊โลดโผน

ทศวรรษ 1970 คำว่าบอลลีวู้ด ถูกเรียกขานกันโดยทั่วไป ซึ่งบ่งบอกถึงภาพยนตร์เชิงพาณิชย์  ในทศวรรษ 1980 และ 1990 ภาพยนตร์ที่ใช้เสียงเพลงและความผูกพันในครอบครัวกลับมาอีก

ภาพยนตร์เรื่องดิลวาเล ดุลฮาเนีย เลจัยเองเก (Diwale Dullhania Le Jayenge – คนใจใหญ่จะได้เจ้าสาวไปครอง) เข้าฉายและกลายเป็นภาพยนตร์บอลลีวู้ดที่ทำรายได้ถล่มทลายและเป็นภาพยนตร์อินเดียที่สร้างประวัติศาสตร์ด้านรายได้ให้กับวงการมาจนถึงทุกวันนี้

แม้แต่ในปัจจุบันภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังถูกนำมาฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ของเมืองมุมใบที่ชื่อมาราธา มันดิร ทั้งๆ ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1995

บอลลีวู้ดเป็นที่รักของคนอินเดียมายาวนานจวบจนปัจจุบันและประสบความสำเร็จตลอดมาพร้อมกับสร้างดาราใหม่ๆ ขึ้นมาจำนวนมากและยังส่งแรงบันดาลใจสู่ภาพยนตร์ต่างประเทศอีกด้วย  รวมทั้งภาพยนตร์ของ Danny Boyl ที่ชื่อ Slumdog Millionaire  ซึ่งชนะรางวัล Golden Globes และอีกแปดรางวัลจากออสการ์ (Academy Awards) ผู้กำกับอย่าง Baz Luhrmann จากภาพยนตร์ Moulin Rouge กล่าวว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงที่มีอยู่ในภาพยนตร์บอลลีวู้ด

สมัยทอง (1940-1960) ของภาพยนตร์อินเดียมีภาพยนตร์ที่โด่งดังอยู่หลายเรื่องอย่างเช่นไปซ่า  (Pyaasa – เงิน) และคาฆัร เก พูล (Kaaqaz ke Phool – ดอกไม้กระดาษ) กำกับโดยกูรู ดัตต์ (Guru Datt) เขียนโดยอับร็อร อัลวี (Abrar Alvi) อะวารา (Awaara – โต๋เต๋ และศรี (Shree ท่านที่เคารพ) ซึ่งกำกับโดยราช กาปูร (Raj Kapoor ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) เป็นภาพยนตร์ที่เขียนโดยควาจา อะห์มัด อับบาส (Khwaja Ahmad Abbas) นักเขียนคนสำคัญของอินเดียและอาน (Aan – การเคารพตัวเอง)  ซึ่งกำกับโดยเมห์บูบ ข่าน (Mehboob Khan) นำแสดงโดยดารามุสลิม ผู้มีชื่อเสียงอย่างดิลิพ กุมาร (Dilip Kumar)

ภาพยนตร์เหล่านี้นำเสนอปัญหาสังคม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นแรงงานในอินเดียที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง   ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องอวารา นำเสนอความเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคืนวันอันทุกข์ทรมานและความใฝ่ฝัน  และภาพยนตร์เรื่องไปซ่า เป็นภาพยนตร์ที่วิพากษ์ชีวิตในเมืองที่แล้งน้ำใจ

Mother India หรือในชื่อไทย ธรณีกรรณแสงสร้างในปี 1957 เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องเอารัต (Aurat – สตรี) ของปี 1940 เป็นภาพยนตร์อินเดียเรื่องแรกที่ได้รับการเสนอเข้าชิงออสการ์หรือ Academy Award ในฐานะภาพยนตร์ต่างประเทศที่ดีที่สุดแม้จะประสบความพ่ายแพ้ไปแค่เพียงหนึ่งคะแนนก็ตาม

ธรณีกรรณแสงเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมยาวนานนับทศวรรษ  เป็นการนำเอาชีวิตของโจรกลับใจมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com