INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เรือดำน้ำ กับ เงิน (นะ…ไม่ใช่กระดาษ)

ซื้อเรือดำน้ำ

ผมทราบข่าว สนช. อนุมัติงบประมาณในการซื้อเรือดำน้ำแล้ว 4 หมื่นกว่าล้านบาท และรัฐบาลยังมีแผนที่จะซื้ออีก 3 ลำ โดยทั้งหมดจะซื้อจากจีน ขณะที่ประเทศไทย จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ (ตอนนี้ใช้งบขาดดุลไปแล้ว หลายแสนล้าน) และยังมีแผนจะทำอย่างนี้ไปอีก 7 ปี!!!
อย่าลืมว่า กระเป๋าเราในปัจจุบัน มีหนี้สาธารณะเกิน 50% ของจีดีพี (มูลค่าเบื้องต้นของรายได้ประชาชาติ) ถ้าทำอีก 7 ปี หนี้สาธารณะจะเพิ่มเป็นเท่าไร นี่เป็นคำถาม ที่รัฐบาลต้องตอบประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินภาษีให้เขาหายสงสัย…
ในส่วนของเรื่องซื้อเรือดำน้ำ ยิ่งจำเป็นต้องอธิบาย…
1. ยุทธศาสตร์ชาติของเรา เราคิดว่าจะรบกับใคร?
2. การใช้เรือดำน้ำเป็นยุทธวิธีทางรุก แต่เราเน้นตั้งรับ จำเป็นต้องใช้จริงไหม?
3. ถ้าเช่นนั้น จริงๆ แล้วเราจะเอาเรือดำน้ำมาดำเพื่ออะไร (ลาดตระเวน หรือคุ้มกันกองเรือ)
4. การมีเรือดำน้ำ 4 ลำพอเพียงไหม หรือต้องซื้ออีก (อีกเท่าไร…)
5. ทำไมถึงซื้อเรือดำน้ำจีน (ซึ่งเทคโนโลยีไม่อาจทัดเทียมกับของเยอรมัน สหรัฐฯ หรืออังกฤษ)
6. ถ้าคำตอบคือเขาไม่ขายให้ ก็ช่วยชี้แจงว่าเป็นเพราะอะไร
หากเราพิจารณาถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว เรายังมีทางเลือกอีกมากในการปกป้องแผ่นดินไทย เช่น การใช้โดรนทั้งทางอากาศและใต้น้ำ หรือระบบป้องกันภัยตามชายฝั่ง ที่ใช้ควบคู่กับจรวดนำวิถีมีสไซล์ ซึ่งระบบป้องกันนี้ยังสามารถตรวจจับการลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมายทั้งหลาย และการลักลอบทำประมงได้ด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นเรามีพันธมิตร เช่น สหรัฐฯ ถึงขนาดที่จะมีการฝึกการรบร่วมคอบบร้าโกลกันแล้ว แม้จะมีท่าทีขัดแย้งกันทางความคิดเห็นด้านการเมืองก็ตาม กับจีนเราก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร ถ้าต้องการเอาใจจีนด้วยการซื้อเรือดำน้ำ เอาเงินนั่นไปซื้ออย่างอื่นที่เกิดประโยชน์แก่ประเทศมากกว่านี้ไม่มีหรือ แน่นอนเรื่องค่าคอมมิชชั่นถ้ามี จีนจะไม่มีวันเปิดเผยต่อสาธารณะ เหมือนตะวันตก อย่างกรณีโรลส์ –รอยซ์ ฉะนั้นจึงไม่ใช่ปัญหา
อนึ่งกระทรวงกลาโหมควรทบทวนการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ ด้วยการจัดซื้อที่ให้มีการผูกพันหรือชดเชยทั้งด้านการถ่ายโอนเทคโนโลยี การฝึกบุคลากร การลงทุนร่วม ในการสร้างชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์สำคัญตลอดจนแผนการซ่อมบำรุงร่วม นอกจากนี้ยังอาจขยายตัวไปถึงการลงทุนในการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งที่เกี่ยวโดยตรงหรือเกี่ยวพันธ์ทางอ้อม ซึ่งในขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศกำลังพัฒนาดำเนินการอยู่ หาไม่แล้วก็ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจเป็นได้แค่ “ผู้ซื้อ” ที่ต้องรอเขาขายให้ ขณะที่เพื่อนบ้านกลายเป็น “ผู้ขาย” ก็เป็นได้
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *