เล่าเรื่องสงครามในเอธิโอเปีย

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เล่าเรื่องสงครามในเอธิโอเปีย
ขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัส”โควิด 19”โดยคาดว่าจะติดเชื้อสะสมถึง ๒๐๐ ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ หรือในจำนวนที่มากกว่านั้น
ทางอีกด้านหนึ่งของโลก ก็ยังมีการรบราฆ่าฟันกันไม่หยุด คือนอกจากในเมียนมาและในเยเมนแล้ว ก็ยังเกิดขึ้น ใน”แคว้นหนึ่ง”ของเก้าแคว้น(กับสองนครอิสระ)ในประเทศเอธิโอเปีย(ประชากรรวมกว่า ๙๘ ล้าน) ในทุกวันนี้
เอธิโอเปียเป็นชาติที่เต็มไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มากกว่า ๑๐ ชาติพันธุ์ คือมากกว่าในเมียนมาหลายเท่า อาทิ ชาติพันธุ์โอโมโร (๓๔.๔๙ %) อามฮารา (๒๖.๘๙ %) โซมาลิ (๖.๒๐ %) ทิเกรย์ (๖.๐๗ %) ฯลฯ เป็นต้น
ฉะนั้น เอธิโอเปียจึงมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นแบบไม่สิ้นสุด และมีมาตลอด แม้ก่อนหน้าที่การบันทึกประวัติศาสตร์จะเริ่ม
“แคว้นหนึ่ง”ที่ว่านั้นมีชื่อว่า”ทิเกรย์”(หรือ”ติกรัย”…แล้วแต่จะเรียก)ไม่พอใจรัฐบาลกลาง”แอดดิสอาบาบา”ของนายกรัฐมนตรี”อาบีย์ อะห์เหม็ด”ซึ่งแสดงความต้องการที่จะปฏิรูปทางการเมือง โดยผนวกเอาพรรคการเมืองที่เข้มแข็งของแคว้นทิเกรย์(“แนวร่วมประชาชนปลดแอกทิเกรย์” หรือ “ทีพีแอลเอฟ”) เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับ”แนวร่วมประชาธิปไตยประชาชนปฏิวัติแห่งเอธิโอเปีย”ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล (เดิมที “อะห์เหม็ด”มาจากพรรค”โอโรโมประชาธิปไตย”)
ความไม่พอใจนี้ สะท้อนออกมาด้วยการประท้วงของชาว”ทิเกรย์”ต่อรัฐบาลกลางหลายหน จนในที่สุดที่ตั้งทหารรัฐบาลกลางใน”ทิเกรย์”ก็ถูกกองกำลังของ”ทิเกรย์”ถูกโจมตีและเข้ายึดครอง
ซึ่งนั่นเป็น”ฟางเส้นสุดท้าย”ที่นายกฯ”อะห์เหม็ด”ส่งกำลังเข้าตีเพื่อตอบโต้และเข้ายึดพื้นที่
รากเหง้าแห่งปัญหานี้อธิบายได้โดยย้อนกลับดูระบอบรัฐบาลเอธิโอเปีย
นับแต่ปี ๑๙๙๔ เอธิโอเปียบริหารโดยระบอบสหพันธ์ โดยกลุ่มชาติพันธุ์ปกครองตนเองในแต่ละแคว้น
สำหรับในแคว้น”ทิเกรย์”นั้น “แนวร่วมประชาชนปลดแอกทิเกรย์”มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดระบอบนี้
ขณะเดียวกัน”แนวร่วมฯ”ที่ว่านี้ ก็เป็นหนึ่งในสี่พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสม(สี่ฝ่าย)เอธิโอเปียมามาตั้งแต่ปี ๑๙๙๑ เมื่อขับรัฐบาลทหารออกไปสำเร็จ
รัฐบาลเอธิโอเปียภายใต้รัฐบาลผสมจึงมีความมั่นคง แม้จะยังมีปัญหาในแง่”สิทธิมนุษยชน”และ”ระดับของความเป็นประชาธิปไตย”ซึ่งที่สุดปัญหานี้ แปรสภาพเป็นการประท้วง อันนำไปสู่การปรับครม.ส่งให้”อาบีย์ อะห์เหม็ด”ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“อะห์เหม็ด”จั้งพรรคขึ้นมาใหม่เรียกว่า”พรรคมั่งคั่ง”เพื่อเดินนโยบายการเมืองเสรี พร้อมปลดรัฐมนตรีจากแค้วน”ทิเกย์”ไปหลายนายในข้อหาคอรัปชั่นและทำงานแบบกดขี่
ขณะเดียวกัน เขาก็ยุติข้อพิพาทพรมแดนกับประเทศเอริเตรีย ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี ๒๐๑๙
แต่บรรดาผู้นำของ”ทิเกรย์”กลับมองว่า แผนการปฏิรูปของเขาเป็นความพยายามรวบอำนาจ(ดึงเข้าสู่ส่วนกลาง)และข้อสำคัญเป็นการทำลายระบบสหพันธ์(รัฐ)
ความคับข้องใจนี้มาถึงจุดสูงสุดเมื่อเดือนกันยายน ช่วงที่”ทิเกรย์”ท้ารัฐบาลกลาง เปิดมีการเลือกตั้งระดับภูมิภาค แต่รัฐบาลกลางไม่เอาด้วย บอกว่าผิดกฏหมาย เพราะได้เลื่อนการเลือกตั้งทั่วไป ไปแล้ว เพราะติดการแพร่ระบาดของ”โควิด 19”
ความแตกร้าวเพิ่มมากขึ้น เมื่อรัฐบาลลางตัดเงินอุดหนุนแคว้น”ทิเกรย์”ซ้ำบอกตัดความสัมพันธ์ในเดือนตุลาคม ทำให้ฝ่ายบริหารของ”ทิเกรย์”บอกว่านี่เข้าขั้น ที่จะต้องทำสงครามกันแล้วนะ
ความขัดแย้งยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อมีข่าวว่า กองกำลัง”ทิเกรย์”เข้าโจมตีที่ตั้งทหารเอธิโอเปียและปล้นอาวุธไปด้วย
“นี่พวกคุณข้ามเส้นแดงแล้วนะ”นายกฯ”อะห์เหม็ด”ว่า พร้อมส่งกำลังรัฐบาลสหพันธ์เผชิญหน้าทางการทหารทันที
นี้คือความเป็นมาและเป็นไปทั้งหมด ของความขัดแย้ง ทำให้เกิดสงครามภายในชาติที่ทำท่าว่าจะดีจะงามในด้านประชาธิปไตย
ซึ่งในหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ต่างฝ่ายต่างทำลายล้างกันชนิดไม่มีคุณธรรมอะไรทั้งสิ้น รวมทั้งการกักกันด้านอาหารและความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ที่จะเข้าไปช่วย เพื่อให้ถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ได้รับความเดือดร้อน
มีรายงานที่เล่าถึง การใช้การข่มขืน ที่กระทำต่อชาวบ้านของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างความอับอายขายหน้า เป็นที่น่าสมเพชยิ่งนัก
ในการนี้ปรากฏว่าประเทศ”เอริเทรีย”ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเอธิโอเปียส่งทหารเข้าช่วยยึดเมืองต่างๆ ของแคว้น”ทิเกรย์”ด้วย
สงครามจึงแผ่กระจายออกไป ในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ชาวบ้านราวสองล้านคนพลัดที่นาคาที่อยู่
ที่สำคัญมีอยู่ราว ๓๕๐,๐๐๐ คนที่เสี่ยงต้องเผชิญกับความอดอยากหรือทุพพิกภัย”โดยเฉพาะเด็กและทารก
แม้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีข่าวว่า ฝ่ายกองกำลัง”ทิเกรย์”รุกคืบได้เมืองหลวงของแคว้นคืน แต่ก็มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าข่าวที่ฝ่ายรัฐบาลกลางขอประกาศหยุดยิง ซึ่งยังไม่เป็นจริงขึ้นมา
สภาพการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า รัฐบาลกลางโดยการนำของ”อาบีย์ อะห์เหม็ด”ใจร้อนเกินไปที่จะรวมให้เอธิโอเปียเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่คำนึงถึง ความพรักพร้อมของแคว้นอื่นๆ ในรายละเอียด
ก็ยังไม่รู้ว่า จะมีการหยุดยิงจริงหรือไม่หรืออย่างไร ในขณะที่ชาติทั้งชาติเสียหายไปมากเหลือเกิน
ใคร่ถามทิ้งท้ายว่า น่าจะมีใคร ได้บทเรียนจากสงครามครั้งนี้บ้างไหม ครับ







