อาฟริกาใต้เป็นรัฐที่ล้มเหลว ?

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
อาฟริกาใต้เป็นรัฐที่ล้มเหลว ?
ตกใจครับที่อยู่ๆ วันนี้(๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔)ก็มีข่าวจากอาฟริกาใต้ยืนยันว่า ได้เกิดจลาจลขึ้นตามเมืองต่างๆในประเทศ ทำให้ต้องมีการปราบปรามอย่างเด็ดขาด จนถึงขั้นนองเลือด
รายงานระบุว่า ขณะที่เขียนเรื่องนี้ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วรวม ๗๒ ราย ถูกจับกุม ๑,๒๓๔ ราย โดยประธานาธิบดี”ไซรีล รามาโฟซา”แถลงว่า ฝูงชนได้ปิดกั้นทางหลวง มีการวางเพลิง ตีชิง บุกปล้น ร้านค้า ย่านธุรกิจและคลังสินค้า ในหลายเมือง ของจังหวัด”ควาซูลู นาทัล”และ”เคาเต็ง”อันเป็นพื้นที่ซึ่งคะแนนชาวบ้านสนับสนุน”จาคอบ ซูมา”อดีตประธานาธิบดี(ผิวดำ)คนที่ ๔ ของอาฟริกาใต้และอดีตนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เช่นเดียวกันกับ”เนลสัน แมนเดลา” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงมาตังแต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่“จาคอบ ซูมา”ยอมมอบตัวต่อตำรวจ เพื่อดำเนินคดีเขา ในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่กลับถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งจำคุก ๑๕ เดือนฐานหมิ่นศาล(ที่ไม่ยอมไปมอบตัวแต่แรก)
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ฝูงชนได้บุกเข้าตีชิงร้านค้าใน”โซเวโต”เมืองเล็กๆนอกนครโจฮานเนสเบอร์ก”(หรือ”โจเบอร์ก”)เมืองหลวงของจังหวัด”เคาเต็ง” แล้วเหยียบกันเอง ตายไป ๑๐ ราย
หลังสุดทางการต้องส่งทหารเข้าช่วยระงับเหตุ เพราะตำรวจเอาไม่อยู่ จำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อระงับการจลาจลให้อยู่มือ
ไม่มีใครคิดเลยว่า จะเกิดความวุ่นวายรุนแรงกันถึงขนาดนี้ แม้จะเคยเกิดขึ้นในอดีตคือก่อนคริสต์ทสวรรษที่ ๑๙๙๐ ก่อนจะยกเลิก”การแบ่งแยกสีผิว”ที่เรียกว่า Apartheid
ถามว่ามีอะไรอีกหรือไม่ นอกเหนือไปจากเหตุผลที่เกิดความไม่พอใจที่มีการจับ”จาคอบ ซูมา”และถูกสั่งจำคุก
คำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็คือ ยังมีเหตุผลอื่นอีก ที่ทำให้ชาวบ้านลุกฮือ เช่น
นอกจากคำพูดของประธานาธิบดี”รามาโฟซา”ที่หลุดออกไปว่า “การจลาจลเกิดจากฝีมือของกลุ่มชาติพันธุ์(“ซูลู”อันเป็นเผ่าพันธุ์ที่”จาคอบ ซูมา”สังกัด)”ซึ่งเท่ากับน้ำมันไปราดลงบนกองเพลิงแล้ว ก็ยังมีปัญหาการตกงานและความยากจนข้นแค้น ที่สั่งสมสร้างความคับข้องใจมาอย่างเนิ่นนาน ในหมู่ชนสีผิว ที่ยากลำบากจะแก้ไข
ก่อนปี พ.ศ.๒๕๓๕ อันเป็นปีที่ไทยเปิดมีความสัมพันธ์ทางการทูต ผมเอง เคยได้รับเชิญไปเยือนอาฟริกาใต้ในฐานะนักข่าว เพื่อสร้างความเข้าใจและสายใย เพื่อกรุยทางไปเปิดความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอาฟริกาใต้ กล่าวได้เลยว่าสภาพความเป็นอยู่ของคนสีผิวทั่วไปสมัยนั้น ย่ำแย่อย่างไร มาจนถึงวันนี้ เมื่อผมมองด้วยสายตาธรรมดาๆ ไม่ลึกซึ้งอะไรแล้ว ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้จะมีประธานาธิบดีเป็นคนสีผิวนำการปกครองและบริหารมาแล้วห้าคน อย่างต่อเนื่องในก็ตาม
นั่นเป็นเพราะเหตุใด
ตอบว่า นั่นเป็นเพราะทรัพยากรส่วนใหญ่ ตลอดจนที่ดินและเศรษฐกิจชาติยังคงอยู่ในกำมือของชนผิวขาวอันเป็นชนกลุ่มน้อย
การสร้างเมืองบริวารที่เรียกว่า township รอบๆ เมืองใหญ่ เพื่อให้คนสีผิวอยู่อาศัย แทนที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่กลับจะสร้างปัญหาตามมา ในแทบทุกด้าน รวมทั้งปัญหาสาธารณูปโภค การศึกษาและอื่นๆ ติดตามมา
ความพยายามกระจายเงินทุน ลงสู่ชนชั้นรากหญ้า ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก ในที่สุดเงินทุนก็ละลายสูญหาย จากภาวะหนี้อันไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ผิดอะไรกับกองทุนหมู่บ้านของไทยเรา ที่ชาวบ้านโกงกันเอง ด้วยการไม่ส่งดอก-ส่งต้น ในที่สุดกองทุน ก็ต้องหดหายไปตามสภาพความเป็นจริง รัฐบาลกลางต้องแทงบัญชีสูญ
นี่ยังไม่รวมถึงกระแสความทุกข์ยากที่กระหน่ำซ้ำเติม จากการแพร่ระบาดของโรค”โควิด 19” ซึ่งกวาดล้างโค่นล้มระบบเศรษฐกิจโดยรวมทั้งกระบวน
ถามว่าอาฟริกาใต้ตกอยู่ในข่าย”รัฐล้มเหลว”แล้วอย่างเมียนมาหรือไม่
ว่ากันถึงขั้นที่สุด ก็นับว่า “ยังไม่เป็น”เพราะยังรักษาอธิปไตยแห่งดินแดนเอาไว้ได้ แม้จะเกิดความวุ่นวายภายในก็ตามเพราะยังสามารถควบคุมไว้อยู่
สารานุกรม”วิกิพีเดีย”ระบุว่า รัฐล้มเหลว(failed state)หมายถึงรัฐที่ไม่สามารถบริหารการปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่สามารถดำรงรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยภายใน มีความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมอย่างรุนแรง มีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย รัฐบาลและกลไกรัฐขาดความมั่นคง จนไม่สามารถบริหารประเทศและแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จได้
เพราะฉะนั้น อาฟริกาใต้ จึงไม่อยู่ในภาวะที่ชาติใดๆหรือองค์กรใดๆ จะสามารถถือโอกาสเข้าแทรกแซง(นัยว่าเพื่อสร้างความสงบสันติ)
เฉกเช่นเดียวกับราชอาณาจักรไทย ที่จะไม่มีคนกลุ่มใด จะมาเขย่าสร้างความร้าวฉาน โดยอ้างสิทธิเสรีภาพ ในยามที่บ้านเมืองเปราะบางเพราะความอ่อนแอทางเศรษฐกิจที่หดตัวด้วยโรคร้าย
เพราะเช่นนั้น คนไทยจึงต้องตั้งสมาธิให้ดีๆ
พึงตั้งรับสถานการณ์ทุกประการ ด้วยสติ ในทุกลมหายใจ
ขอให้ชาติไทยจงจำเริญยิ่งยืนนาน







