ชวนดูทีวี ซีรีย์“สถาบันสถาปนา”สะท้อนสันดานมนุษย์

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ชวนดูทีวี ซีรีย์“สถาบันสถาปนา”สะท้อนสันดานมนุษย์
ผมได้ดูแล้วครับ “สถาบันสถาปนา”หรือ Foundation ละครโทรทัศน์อเมริกันฟอร์มยักษ์ ดัดแปลงจากนวนิยายวิทยาศาสตร์ เขียนโดย”ไอแซค อาซีมอฟ” สร้างโดย”เดวิด เอส โกเยอร์”ให้“แอพเพิลทีวี พลัส” เริ่มแพร่ภาพ(ตั้งแต่วันที่๒๔ กันยายน ๒๕๖๔)ฤดูกาลที่ ๑ ( Season 1) ทั้งหมดมี ๑๐ ตอน (10 episodes)จบ
แต่จะทำต่อ ในฤดูกาลที่ ๒ ที่ ๓ หรือมากกว่านั้นอีกเท่าไร ผมยังไม่ได้ยินมา
ดูแล้วทำให้ผมมีความพึงใจมาก แม้เนื้อหาสาระไม่ต้องตรงตามหนังสือเป๊ะๆ แต่การถ่ายทอดเป็นภาษาหนัง ช่างเยี่ยมยอดจริง โดยเฉพาะฉากที่ตัวละคร ไม่ว่า”มนุษย์”หรือ”หุ่นยนตร์”แสดงได้สมจริง บางตอนทำให้น้ำตาซึม
คอหนังแนว”แอคชั่น”ที่ไม่ชอบภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ คงไม่ชื่นชมนัก แต่การสะท้อนอุบัติการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกยุค ด้วยความนำสมัยของเทคโนโลยีใหม่ๆแปลกตา ดูแล้วก็คุ้มค่า
จึงอยากชี้ชวนให้หามาชมดู เผื่อจะเปลี่ยนใจ มาชอบหนังประเภทนี้ก็ได้
เท่ากับเป็นการเปิดขอบฟ้าแห่งความรอบรู้และจินตนาการ ให้เปิดกว้างออกไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะฉากดาวน้ำท่วมดาว”ซินแนกซ์” ที่ปล่อยให้เกิดภาวะโลกร้อนจน”เอาไม่อยู่” ภายใน ๑๓๐ กว่าปี เป็นอาการเดียวกันกับที่โลกเรากำลังเผชิญในขณะนี้ ตามที่มีคำพยากรณ์ว่าน้ำจะท่วมโลก(เป็นเบื้องต้น)ภาย ๕๐ ปี
แต่ก็ยังไม่เห็นมีใครกลัวและป้องกันแก้ไขจริงจัง เอาแต่เถียงและเกี่ยงกันอยู่ระหว่างชาติมหาอำนาจชั้นนำ
ฉากการ”จัมพ์อวกาศ”ของยานเดินทาง ณ สถานที่หนึ่งสู่สถานที่หนึ่งอันไกลโพ้นนับเป็นหลายๆ หมื่นๆปีแสง แม้จะไม่”โดยพลัน”เทียบได้เช่นการทำงานของเครื่องย้ายมวลสาร (Teleporter) ในหนัง Star Trek (ซึ่งยังไม่มีอยู่จริง)
ฉากอลังการของศูนย์กลางจักรวาล โดยเฉพาะฉาก”สตาร์ บริดจ์” ที่ก่อสร้างใหญ่โตมโหฬาร เสมือนเมืองในอวกาศ แต่มีฐานรากตั้งอยู่บนดาว”ทรานทอร์”ดาวเคราะห์หลวงในใจกลางของจักรวรรดิสากล (Galactic Empire) ที่จักรพรรดิพำนักอาศัยและบริหารปกครอง ต้องเดินทางด้วยลิฟท์โดยสารนานกว่า ๑๐ ชั่วโมงจึงจะถึงพื้นผิวดาวและส่วนรากฐานที่ลึกลงไป
ถ้าจะว่าไปแล้วนวนิยายเรื่องนี้”ล้ำสมัย”มากๆ เสียด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะกรณีที่ใช้คณิตศาสตร์ทำนายอนาคตล่วงหน้าได้นับพันๆ หมื่นๆ ปี ได้อย่างแม่นยำ
ถ้าจะว่าไปแล้ว หนังสือ”คลื่นลูกที่สาม”ของ“อัลวิน ทอฟเลอร์”น่าจะได้รับแรงบันดาลใจ จากนวนิยายเรื่องนี้ ไม่มากก็น้อย เพราะเรื่องของ”ทอฟเลอร์”ได้ทำนาย”พลัง”แห่งการสนเทศข้อมูลข่าวสารโดยเทคโนโลยีไว้ได้ถูกต้องอย่างน่าทึ่ง สามารถนำความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว(ด้วยพลังข้อมูลข่าวสารที่ว่า)มาใช้ ผ่านเทคโนโลยีล่าสุดด้วยประโยชน์“มหาศาล” กระทบถึงกันหมด ทั้งในแง่เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม ในปัจจุบัน
จนเกิดภาวะ”ช็อก”ทางสังคมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในการเรียกร้องสิทธิสรีภาพที่คนรุ่นใหม่ ที่เริ่ม”จะไม่ฟัง”หรือเชื่อถือค่านิยมดั้งเดิมที่ใช้ในการรักษาความศรัทธาและความสงบสันติเอาไว้
ผมนับเป็นแฟน “ไอแสค อาซีมอฟ”มาเนิ่นนาน พอๆ กับที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ”กิมย้ง”ผู้เขียนมังกรหยกสามภาค จึงอ่านนวนิยายของเขา (อาซีมอฟ)หลายเล่มอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับหุ่นยนตร์
แต่สำหรับ”สถาบันสถาปนา”นั้น ผมถือเป็นนวนิบายชั้นครูของนวนิยายวิทยาศาสตร์ทั่วไป เหมือนกับที่”มังกรหยก”ที่กลายเป็นต้นแบบนิยายกำลังภายในทั้งหลาย ที่เขียนตามๆกันมา
หนังสือ“สถาบันสถาปนา” หรือในชื่อภาคภาษาอังกฤษที่ว่า Foundation ก็มีสามภาคเหมือนกัน (เพียงแต่ เอามาเขียนขยายต่ออีกสี่ภาค)
ถามว่าละครโทรทัศน์ต่อเนื่อง(TV Series)เรื่อง”สถาบันสถาปนา” มีเนื้อหาสาระอย่างไร
ตอบว่า เป็นเรื่องราวของนักปฏิวัติเสรีภาพที่ต้องการให้ดาวเคราะห์นับแสนๆล้านดวงเป็นอิสระจากการปกครองระบอบเผด็จการรวบอำนาจของจักรพรรดิราชวงศ์”คลีออน”ที่ปกครอง”ดารกาจักร” ในช่วงที่มนุษยชาติแพร่เผ่าพันธุ์ไปตั้งถิ่นฐานอยู่บนดวงดาวทั่วจักรวาล โดยกุมวิทยาการก้าวหน้าที่เลิศล้ำไว้ในกำมือ
ในขณะที่บางดวงดาวที่อยู่ชายขอบจักรวาลและล้าหลัง อย่างดาว”ซินแนกซ์” การล่วงรู้วิทยาการบางสาขาถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดหลักศาสนาหรือผิดกฎหมาย มีความผิดถึงขั้นประกอบอาชญากรรมร้ายแรง ต้องระวางโทษสูงสุดด้วยการประหาร
การเรียนรู้วิทยาการต่างๆ มีได้อย่างอิสระที่ดาวเมืองหลวงอย่างดาว”ทรานทอร์”ก็จริง
แต่ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่สามารถนำไปทำนายอนาคตชี้ว่า”จักรวรรดิสากล”จะล่มสลายภายใน ๕๐๐ ปีและกว่าจะกอบกู้อารยธรรมเดิมกลับคืนมาจะต้องใช้เวลา ๓,๐๐๐ ปีนั้น คุกคามการดำรงอยู่ของราชวงศ์ที่สืบต่อกันมานาน(ด้วยการ”โคลนนิง”จากจักรพรรดิองค์แรก)มา ๑๒ รัชกาลแล้ว เพราะฉะนั้น จึงผูกขาดอำนาจตลอดมาและหวังจะสืบอำนาจต่อด้วยการอ้างเหตุผลว่าเพื่อ”ความมั่นคงและสงบสุข”
การกวาดล้างผู้ประกาศคำทำนายและบรรดากลุ่ม”ผู้เลื่อมใส”จึงเกิดขึ้น เพื่อตัดรากถอนโคน
ความสนุกจึงเกิดขึ้น จากการแย่งอำนาจ ด้วยการใช้สติปัญญาและความรุนแรงเชือดเฉือนกัน ระหว่างสองกลุ่มคือกลุ่มสืบทอดกับกลุ่มต่อต้าน
นี่คือการสะท้อนว่า ไม่ว่ายุคไหนๆ ”เผด็จการ”มักยกเอา”ความสงบสุข”มาอ้าง เพื่อการสืบทอดอำนาจ ทั้งนั้น
“ทีวี ซีรีย์” ชุดนี้ ว่าไปแล้ว เป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่สร้างขึ้นมาเพื่อปลุกระดมหนุนการปฏิวัติรัฐประหาร
แต่ดูแล้ว ก็ได้ความคิดที่แปลกใหม่ น่าท้าทาย
ใครเป็นคนรุ่นใหม่ (หรือเก่า) สมควรหามาดูให้ได้ นะครับ
รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริงๆ







