INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ประท้วงฝรั่งเศส : สาเหตุมีมากกว่าที่เห็น

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ประท้วงฝรั่งเศส : สาเหตุมีมากกว่าที่เห็น

ใช่หรือไม่ว่า ทุกวันนี้ เวลาซื้อข้าวของเครื่องกินเครื่องใช้ คนไทยเราต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ได้ของน้อยลง เมื่อเทียบกับหลายปีก่อนๆ ไม่ว่าจะซื้อจากห้างสรรพสินค้า หรือจากร้านค้าย่อย แม้ไม่มีตัวเลขแน่ชัด แต่ก็รู้สึกชัดเจนว่า เงินเดือนหมื่นสองหมื่น ที่ดูจะมากมายในแง่ชาวชนบทในเวลานี้นั้น ช่างด้อยคุณค่าลงมากเหลือเกิน  บางทีมากจนเกินจริง เสียด้วยซ้ำ

ชาวฝรั่งเศสที่ออกมาประท้วงอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ในสามสุดสัปดาห์ต่อเนื่องที่ผ่านมา ในชุด”เสื้อกั๊กเหลือง”ก็มี ความรู้สึกเช่นนั้น คือรู้สึกว่าตัวเองจนมาก จนทนไม่ไหวแล้ว เพราะดำรงชีพด้วยความลำบากมากยิ่งขึ้น ทำมาหากินก็ฝืดเคือง

เป็นความรู้สึกที่เป็น”ฟางเส้นสุดท้าย”จริงๆ

เลยเกิดปฏิกิริยารุนแรง เมื่อปะทะกับตำรวจปราบจลาจล แล้วแสดงความโกรธ ด้วยการตีชิงร้านค้า เผารถ เผาอาคาร นับเป็นการประท้วงที่น่ากลัวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเคยมีมาตลอดเวลาในประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาตินี้

ตามข่าวรายงานที่ว่าเป็นการประท้วงการขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เป็นเพียงเหตุปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนปัญหาทางเศรษฐกิจภายในของชาติ ซึ่งถึงแม้ฝรั่งเศสจะเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความมั่งคั่งในระดับต้นๆ ของโลก(อันดับที่ ๗ ) แต่เหตุไฉนคนระดับ”รากหญ้า” จึงไม่พอกินพอใช้

ต่อไปนี้เป็น”ตัวอย่าง”ในการสะท้อนปัญหา ว่ามาจากทั่วทุกมุมของประเทศ

“พวกเรามา(ปารีส)ประท้วงรัฐบาลเพราะการขึ้นภาษี แต่ไม่ใช่เฉพาะภาษีเชื้อเพลิง(“ฟางเส้นสุดท้าย”)เท่านั้น เราโดนมามากหายเรื่อง พวกเราเงินเดือนต่ำแต่ต้องจ่ายภาษีสูง แล้วยังมีเรื่องอื่นที่ผสมปนเปเข้ามาอีก ที่ทำให้เรายิ่งจนลง ขณะที่รัฐมนตรีทุกคนเงินเดือนงาม เช่นดียวกับเงินเดือนประธานาธิบดี ผมไม่ได้ต่อต้านคนรวย เพียงแต่อยากเห็นความเป็นธรรมในการกระจายความมั่งคั่งในสังคมฝรั่งเศส คราวที่แล้ว ผมปล่อยบัตรลงคะแนนให้ว่างเปล่า ผมไม่สนับสนุนพรรคไหน เพราะไม่เชื่อว่าพรรคไหนหนุนประชนมากกว่าตนเอง”

นี่คือคำสัมภาษณ์ของชาวปารีส ”อิดีร์ คเณศร์” ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ตกงานวัย ๔๒ ปี ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์”เธอะ การเดียน”

“เหนือสิ่งอื่นใด ประธานาธิบดี”มาครง”ไม่ฟังคนฝรั่งเศสระดับชาวบ้าน ไม่เข้าใจความกังวลของพวกเขาในการดำรงชีวิตประจำวัน เวลาเขาปรากฏตัวในโทรทัศน์ เรารู้สึกว่า เขาไม่เหมาะสมกับชาวเรา ฉันไม่โหวตเสียงให้เขา ไม่ใช้สิทธิ์มาพักหนึ่งแล้ว หากต้องโหวตเมื่อไร ฉันเป็นพวกขวา ขวาตรงกลาง”

คือถ้อยคำของ“ฟลอเรนซ์”สตรีวัย ๕๕ คนงานบริษัทขนส่งทางอากาศนอกกรุงปารีส

“ทุกอย่างน่าเบื่อครับ เราทำงาน เราจ่ายภาษี แต่ทุกอย่างมันมากไป จะยกตัวอย่างให้ฟัง เมื่อเร็วๆนี้ ป้าผมตาย ทิ้งเงินไว้ ๖๐,๐๐๐ ยูโร ทำงานมาทั้งชีวิตและได้จ่ายค่าภาษีและค่าอะไรต่างๆไปแล้ว หลังสุดรัฐเก็บภาษีเงินเก็บเธอไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ยุติธรรมหรือ”

“บรูโน บริลเนลลี”ช่างไม้วัยเกษียณอายุ ๖๖ เชื้อสายอิตาเลียน จากเมือง”ลียง”ซึ่งออกมาประท้วงด้วย พรรณาความ

“ดิฉัน”แชร์”รถกัน มาที่กรุงปารีส เพื่อประหยัด อีกอย่างใช้รถหลายคัน ทำให้โลกต้องเปรอะเปื้อนมากขึ้น(จากการปล่อยไอเสีย) พวกเรา”เสื้อกั๊กเหลือง”เป็นตัวแทนคนจน ตัวแทน sans-dents”คนไร้ฟัน”(หมายถึงอะไรก็ไม่รู้) ตัวแทนผู้มีรายได้ต่ำ ซึ่งล้วนแต่ถูกย่ำยี”

“มารี เลอ-มวน”ครูวัย ๖๒ จาก”โปรวอง”บอกกับผู้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ไปร่วมประท้วง

“ผมโชคดี ที่ได้เป็นข้ารัฐการ ผมไม่ได้มาประท้วงเพราะต้องจ่ายค่านั่นค่านี่  ผมมาทำหน้าที่แทนคนอื่น ที่ต้องทุกข์ยาก อย่างคุณยายผม ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จากอัตราภาษีใหม่ ที่เก็บจากเงินบำนาญ และก็มาประท้วงการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงด้วย  แต่ผมไม่หวังหรอกครับ ว่า”มาครง”จะฟังเรา”

“มาร์ค มุยล์โซส์”ครูวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์วัย ๒๔ จาก“ไลชี”สมาชิกพรรคฝ่ายขวา “เดอบูต์ ลา ฟรองซ์”ให้ปากคำ

จากตัวเลขของ “วิกิพีเดีย”ระบุว่า ชาวฝรั่งเศสราว ๙ ล้านคน (จากทั้งหมด ๖๔ ล้าน)มีความเป็นอยูต่ำกว่าเส้นขีดระดับความยากจน (มิน่า จึงไม่ค่อยมีพรรคการเมืองใดใส่ใจคนจน) แต่พวกเขาก็ได้สำแดงพลังของพวกเขาให้ปรากฏแล้ว

ถามว่า พวก”เสื้อกั๊กเหลือง”มาจากไหน

ตอบว่ามาจากกลุ่มต่อต้านการขึ้นภาษีน้ำมันซึ่งสวมใส่เสื้อกั๊กสีเหลือง“จิเลต์ ฌอง” gilets jaunesซึ่งเริ่มต้นในต่างจังหวัดก่อน แล้วเคลื่อนไหวนัดกันไปชุมนุมในกรุงปารีส

คนกลุ่มนี้เป็นคนในชนบทที่มีภารกิจในแต่ละวัน ต้องขับรถระยะทางไกลๆ ไปทำงานตามไร่นา ซึ่งจะต้องใช้เชื้อเพลิงมาก ต่อมา คนทำงานในอาชีพอื่นๆ และแม้แต่”ชนชั้นกลาง”เข้ามาร่วมขบวนการด้วย เพราะได้รับผลกระทบเช่นกัน

โดยเฉพาะชนชั้นกลางนั้น บ่นมากว่า สถานะความเป็น”ชนชั้นกลาง”ที่เคยอยู่อย่างสะดวกสบายในอดีตได้หมดสภาพไปแล้ว พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้คล่องตัวเหมือนเดิม และเท่าที่อยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพียงปะทะปะทังเอาตัวรอดไปวันๆเท่านั้น

น่าสังเกตว่า กลุ่ม”เสื้อกั๊กเหลือง”ไม่มี”ผู้นำ”เป็นตัวตน แต่ร่วมมือกัน ผ่านเครือข่าย”สื่อสังคม”เป็นหลัก

ถามว่าอะไรคือสาเหตเริ่มแรกในการประท้วง

ตอบว่า ก่อนหน้านี้(จำวันที่ไม่ได้)ประธานาธิบดีฝรั่งเศส”เอ็มมานูเอล มาครง”ประกาศขึ้นภาษีขจัดโลกร้อน(green tax) ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป ส่งผลให้ขึ้นภาษีเชื้อเพลิง ซึ่งโดยนัยแล้วก็คือการส่งสัญญาน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน ด้วยการลดแก๊สซึ่งปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ถามว่า สถานการณ์ของการประท้วงเป็นอย่างไร

ณ วันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมา  กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสประเมินว่ามีผู้ออกมาประท้วง(ทั่วประเทศ) ในวันสุดสัปดาห์(๑ธค.) ๑๓๖,๐๐๐ คน เพิ่มจาก ๒๘๐,๐๐๐ ในการประท้วงสองสุดสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งผู้ประท้วงเห็นว่า “มาครง”เป็นประธานาธิบดีของ”คนรวย” เพราะได้ผ่อนคลายภาษีความมั่งคั่งซึ่งเกิดประโยชน์แก่คนรวย และแก้ไขกฎหมายแรงงาน ที่ให้ประโยชน์นายจ้างมากกว่าลูกจ้าง

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ขณะที่หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสอย่าง”เลอ โมนดฺ”ไม่สนใจที่จะตีพิมพ์ลงข่าวแพร่หลายไปทั่วโลก จะมีแต่สื่อมวลชนอย่าง”ซีบีเอส”ในสหรัฐ ที่แพร่ข่าวทางโทรทัศน์ว่า

กลุ่มประท้วง”เสื้อกั๊กเหลือง”ประกาศคำสัญญาว่า จะสู้ต่อ แม้ทางการจะระงับแผนขึ้นค่าเชื้อเพลิง ขณะที่รายงานข่าว ยังคงมีการประท้วงขึ้นที่เมือง”มาร์เซย”และ”ตูลูส”โดยเฉพาะที่”มาร์เซย์”มีคุณยายวัย ๘๐ ถูกกระป๋องแก๊สน้ำตา กระแทกหน้าเสียชีวิตไปคนหนึ่ง ตายรวมเป็นสี่คน นับแต่เกิดการประท้วงสามครั้งต่อเนื่อง

เป็นอันว่า การประท้วงได้ผลในระดับหนึ่ง คือรัฐบาลรับฟังและจะแก้ไข

ถามว่า ถ้าเกิดการประท้วงต้านเชื้อเพลิงแพง ขึ้นในไทยกะทันหัน ตามที่บ่นๆ กันมา รัฐบาลจะแก้เกมอย่างไร

แต่ผมเชื่อว่า ไม่มีคนไทยคนไหน กล้าทำ ไม่ว่าจะในรัฐบาลใด

ขนาดถูกเอารัดเอาเปรียบราคาข้าวในครั้งที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข็ด แต่จะเลือก”พรรคต้นเหตุ”มาเป็นรัฐบาลอีก

เซอะจริงๆ ครับ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *