INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สบาย สบาย สไตล์เกษม: “นิกกี เฮลีย์”เผ่นหนี”ทรัมพ์”

1 nikki haley trump 586
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“นิกกี เฮลีย์”เผ่นหนี”ทรัมพ์”

กรณี”นิกกี เฮลีย์”เอกอัครราชทูตอเมริกันผู้มีวาจาจัดจ้าน ลาออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ อย่างกะทันหัน เมื่อค่ำวันอังคาร(๙ตค.)ที่ผ่านมานี้ นับเป็นอีกหนึ่งข่าวที่”ช็อกโลก”ได้อย่างแท้จริงครับ
เป็นอุบติการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากกับระดับผู้บริหารในสังกัดประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมพ์”ซึ่งได้รับสมญานามจากสื่อว่าเป็น”จอมคลั่งชาติ-ต้านกระแสโลกาภิวัฒน์” เพราะเขาเชื่อมั่น อย่างไม่กังขาว่า นโยบายนี้จะทำให้สหรัฐกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
นับมาแต่แรก ที่”ทรัมพ์”ขึ้นมาบริหาร ได้ประเทศราวสองปี จะพบว่ามีเจ้าหน้าที่ในระดับสูงพ้นจากตำแหน่ง ทั้งลาออกและไล่ออกรวม ๒๓ รายด้วยกัน รวมทั้ง”นิกกี เฮลีย์”
กระแสข่าวบอกว่า “นิกกี”บอกกับผู้ร่วมงานในตอนเช้าว่าเธอลาออกแน่ แล้วข่าวก็กลายเป็นจริง แม้ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ”จอห์น โบลตัน”และรัฐมนตรีต่างประเทศ”ไมค์ ปอมปีโอ”ก็ยังรู้สึกประหลาดใจเลย
คำถามที่ผุดขึ้นมาทันทีก็คือ ทำไมเธอลาออก ทั้งๆ เท่าที่ผ่านมา เธอดูเหมือนไปกันได้อย่างดีกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมพ์” แม้จะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก
หมายความว่า“ทรัมพ์”ว่าอะไร เธอก็ไม่จำเป็นต้องว่าตามหมด
ดังนั้น พอเธอประกาศลาออก “ทรัมพ์”ก็รีบจัดแถลงข่าวชี้แจง พร้อมกับเธอทันที คล้ายรู้ว่าถ้าปล่อยให้เนิ่นช้าไป จะเกิดการตีความในตัวเขา ไปในทางด้านลบ โดยชี้แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า รู้เรื่องนี้แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และว่าเธอต้องตัดสินใจเพราะทำงานมาสองปีแล้ว(ความจริงหนึ่งปีกับเจ็ดเดือน) จึงคิดว่า ไปเสียทีก็จะดี(กำหนดออกจากตำแหน่งหน้าที่จริงๆ ปลายปีนี้)
ตัวเธอเองก็บอกว่า เชื่อเช่นที่”ทรัมพ์”ว่าคือ เชื่อในกำหนดระยะเวลา ทั้งยังไม่มีแผนว่า จะไปไหนและทำอะไร
อีกอย่าง เธอไม่ยอมรับในขณะนี้ว่า จะลงแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในสองปีข้างหน้า ตามที่มีข่าวเล่าลือด้วย
เมื่อไม่มีคำอธิบายอย่างชัดเจนถึงเหตุผลในการลาออกของเธอ
ก็ได้เวลาที่นักวิเคราะห์ จะต้องออกมาสำแดงความเป็นไปได้ ถึงเหตุผลของการลาออก ว่าน่าจะมีอยู่สามประการ
ประการแรก ขณะที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ทั้งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ”จอห์น โบลตัน”และรัฐมนตรีต่างประเทศ”ไมค์ ปอมปีโอ”สังกัด”สายเหยี่ยว”หรือ”สายแข็ง”ในด้านนโยบายต่างประเทศนั้น แม้”นิกกี เฮลีย์”จะดูแข็งกร้าวในสหประชาชาติหรือในบรรดาฝ่ายบริหารรัฐบาลก็ตาม แต่เธอกลับส่งเสียงแสดงการเดิน”สายกลาง”ให้ปรากฏในบางครั้ง
ในช่วงปีแรกของการทำงานบริหาร เธอปะทะหลายหนกับ”ทรัมพ์”ที่ชัดก็คือการประกาศว่า จะใช้มาตรการลงโทษใหม่ๆ ต่อรัสเซีย ในข้อหาที่ว่ารัสเซียเป็นต้นตอการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย
ตามข่าวว่า “ทรัมพ์”โมโหมาก สั่งให้ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าว พร้อมกับแถลงว่า”นิกกี เฮลีย์”สับสน แต่เธอกลับบอกว่า”ไม่เคยสับสน”
คาดกันว่า เมื่อ”ทรัมพ์”ได้คนใหม่ๆ อย่าง”โบลตัน”และ”ปอมปีโอ”มา ตัวเธอก็คงจะถูก”หมายหัว”อยู่แล้วงเงียบ จึงชิงลาออก
เหตุผลประการที่ ๒ เป็นไปได้ว่า เธอต้องการหาเงิน
ในกรณีนี้ เป็นไปได้ว่า เธอใช้เวลาอันยาวนานทำงาน ที่มาจากการแต่งตั้งและได้รับเลือกตั้ง โดยก่อนที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐเซาธ์ แคโรไลนาในปี ๒๐๑๐ นั้นก็ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนแห่งรัฐมาแล้วหกปี
อาชีพที่ว่า ไม่ได้ทำให้เธอมีเงินมีทองใช้คล่องมือนัก เธอและสามี(ไมเคิล)ตกเป็นหนี้เป็นสินค่อนข้างจะมาก ตัวเลขเปิดเผยบัญชีหนี้สินในปีนี้ (๒๐๑๘)ระบุว่า เฉพาะหนี้บัตรสินเชื่ออย่างเดียวก็ปาเข้าไปราว ๒๕,๐๐๐-๖๕,๐๐๐ เหรียญแล้ว
ไหนจะต้องรับผิดชอบส่งเสียลูกสาวคนหนึ่งเรียนมหาวิทยาลัยและอีกไม่กี่ปี ลูกสาวอีกคนหนึ่งก็จะเข้ามหาวิทยาลัยตาม
คุณสมบัติเยี่ยงเธอ จึงเป็นที่ดึงดูดใจของธุรกิจเอกชน ที่พร้อมจะว่าจ้างเธอด้วยเงินรายได้ ตัวเลขเจ็ดหลักต่อปี
อีกอย่างมีรายงานว่ากลุ่มเฝ้าจับตามองด้านจริยธรรมหรือ”ซิติเซนส์ เรสปอนซิบิลิตี แอนด์ เอธิกส์”ในกรุงวอชิงตัน ได้ขอสอบสวนเธอ กรณีถูกกล่าวหา ว่ารับสินบนในรูปข้อเสนอ ให้ใช้เที่ยวบินฟรีเจ็ดเที่ยว จากกลุ่มนักธุรกิจในรัฐเซาธ์ แคโรไลนา
นี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอรีบลาออก
เหตุผลประการที่ ๓ ก็คือต้องการเสนอตัว ลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงสหรัฐคนแรกในคราวหน้า โดยจะช่วงชิงกับประธาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมพ์” แต่นักวิเคราะห์ก็ว่า ไม่มีทางหรอก ที่เธอจะกรุยทางไปสู่การทำ”ไพรมารี”หรือการหยั่งเสียงขั้นต้นได้
เพราะในเวลานี้ “ทรัมพ์”เป็นหนึ่งในประธานาธิบดีซึ่งเป็นที่นิยมชมชื่นของชาว”รีพับลิกัน” หากเธอเสนอชื่อลงแข่งก็จะพ่ายแพ้แก่”ทรัมพ์”ในการชิงชัยปี ๒๐๒๐แน่ๆ
“นิกกี เฮลีย์”เป็นใครมาจากไหน
ชื่อเดิมของเธอก็คือ “นิมระตา รันธะวา”เกิดเมื่อ ๔๖ ปีที่แล้วที่เมือง”แบมเบิร์ก”รัฐเซาธ์ แคโรไลนา จากบิดามารดาชาวสิกข์อพยพจากรัฐอมฤตสาร์ในอินเดีย บิดามีการศึกษาสูงระดับ ดร. ส่วนมารดาจบปริญญาโท ตัวเธอเองจบปริญญาตรีการบัญชีจากมหาวิทยาลัย”เคลมสัน”มีประสบการณ์ด้านการค้าและธุรกิจจากการทำร้านขายเสื้อผ้าของครอบครัวขณะเยาว์วัย(๑๒ ปี)
ได้รับเลือกเป็นส.ส.พรรครีพับลิกันแห่งรัฐเซาธ์ แคโรไลนาในปี ๒๐๐๔ นับว่าเป็นอเมริกันเชื้อสายอินเดียคนแรกที่ได้เป็นส.ส. สหรัฐ จนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าการรัฐในที่สุด
การหยิบยกประเด็นการลาออกของผู้ร่วมงานของ”ทรัมพ์”มาเขียนคราวนี้ มิได้มุ่งรายงานให้เห็น”โอกาส”ในการเข้าร่วมในขวนการทางการเมืองของ ผู้อพยพตั้งถิ่นฐาน ในสหรัฐที่เปิดกว้างมากๆเท่านั้น
แต่ใคร่จะสะท้อนให้เห็นการเลือกใช้คน ของ”ทรัมพ์”ในฐานะ”นักบริหาร”และ”ผู้นำ” ว่าเขาจะไม่ปรานีปราศรัยกับใครทั้งสิ้น หากไม่สามารถตอบสนองนโยบายของเขาได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคนๆ นั้นจะเก่งกล้าสามาถสักเพียงไร
เขาจะไม่”ปรองดอง”ด้วยอย่างเด็ดขาด
ผลก็คือ ทำให้งานเดินก้าวหน้าตามประสงค์ ตามกรอบ ตามนโยบายที่เขาวางไว้ ความสำเร็จเป็นอย่างไรกับสหรัฐโดยรวม ก็ได้เห็นกันแล้ว แม้ในบางเรื่องบางราว จะผิดหลักมนุษยชน เขาก็ไม่สนใจ
จึงใคร่ถามว่า “ผู้นำไทยเรา” น่าจะมีสักคนหนึ่งอย่างนี้ กับเขาบ้างไหม

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *