สบาย สบาย สไตล์เกษม: แผนเขย่าบัลลังก์ซาอุฯเริ่มแล้ว ?

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
แผนเขย่าบัลลังก์ซาอุฯเริ่มแล้ว ?
ขณะที่สื่อกระแสหลักของโลกเฝ้าจับตาดู ปฏิกิริยาของมกุฎราชกุมารซาดีอาระเบีย เจ้าชาย”มุฮัมมัด บิน ซัลมาน”(เอ็มบีเอส)จะดำเนินการอย่างไรต่อ กับแรงกดันของตุรกี โดยล่าสุดประธานาธิบดีตุรกี”เรเซบ ตอยยิบ เออร์โดกัน” เรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียส่งตัวผู้ต้องสงสัย ๑๘ รายที่ร่วมมือกันสังหารนักข่าวชาวซาอุฯ”จามาล คาช็อกกี”ในสถานกงสุลในนครอิสตันบูล เพื่อนำไปดำเนินคดีเอง เพราะเหตุเกิดบนแผ่นดินตุรกี โดยยังไม่มีการตอบสนองใด ๆจากซาอุดีอาระเบียนั้น นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้เปิดเผยว่า ร่างของ”คาซ็อกกี”ซ่อนไว้ที่ไหน
ก็มีข่าวเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคมว่า บุคคลสำคัญที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง”เอ็มบีเอส”ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารได้ออกเดินทางจากสถานที่”กบดาน”ในกรุงลอนดอน กลับไปกรุงริยาดในซาอุดีอาระเบียแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่สหรัฐและอังกฤษเดินทางไปด้วย เพื่อประกันความปลอดภัย
คนสำคัญผู้นี้ก็คือเจ้าชาย”อะห์มัด บิน อับดุลอาซิส” วัย ๗๖ ทรงเป็นพระอนุชาพระองค์เล็กของกษัตริย์”ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็น”น้องชายพ่อ”นั่นเอง
ถามว่าทรงเดินทางกลับไปทำไม ท่ามกลางความเสี่ยง(ชีวิต)อย่างใหญ่หลวงเช่นนี้
ตอบว่า ไปเพื่อหาทางเจรจาลดทอนอำนาจ”เอ็มบีเอส”บางประการ รวมทั้งอาจเสนอพระองค์เองขึ้นแทนในตำแหน่งมกุฎราชกุมาร หรือเสาะแสวงหาคนอื่นที่เหมาะสมแทน หลังจากที่ถูกวิพากษ์อย่างมากว่า คนหนุ่มเลือดร้อนอย่าง”เอ็มบีเอส”ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ แม้จะมีแผนปฏิรูปประเทศให้ทันสมัย
นับว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากทางการเมืองของซาอุดีอาระเบียเวลานี้ โดยเฉพาะในยาม”หน้าสิ่วหน้าขวาน”ต้องเผชิญกับความท้าทายในสงครามกลางเมืองในเยเมน ต้องเผชิญหน้ากับอิหร่านและกับรัฐอาหรับที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายด้วยกันเอง
ในขณะเดียวกันก็ต้องมาเผชิญกับปัญหาการเมืองภายในซึ่งไม่ควรจะมี
ถามว่า “ข่าว”การเดินทางกลับซาอุดีอาระเบีย ของเจ้าชาย”อะห์มัด บิน อับดุลอาซิส”น่าเชื่อถือเพียงไร
ตอบว่า น่าเชื่อถือพอสมควรเลยทีเดียว เพราะสื่อเดียว ที่นำเสนอข่าวนี้ ก็คือ “มิดเดิล อีสต์ อาย”หรือ “เอ็มอีอี”สำนักข่าวออนไลน์ ซึ่งนำเสนอในลักษณะ”ข่าวเจาะ”
ตามปกติ”เอ็มอีอี”จะเสนอเฉพาะ เพียงข่าวในตะวันออกกลางเท่านั้น เพื่อบริการผู้ที่สนใจด้านนี้จริงๆ มีสำนักงานอยู่ใน”ลอนดอน” มีความเป็นอิสระ ไม่นำเสนอข่าวเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
คนที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นบรรณาธิการก็คือ “เดวิด ฮาร์สต์”อดีตหัวหน้านักเขียนฝ่ายกิจการต่างประเทศของหนังสือพิมพ์”เธอะ การ์เดียน”นั่นเอง ส่วนผู้อำนวยการคือ”จามาล เบสซัสโซ”ในอดีตคือผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและทรัพยากรบุคคลของสำนักข่าว”อัลจาซีรา
แต่ในสายตาของซาอุดีอาระเบียกลับมองว่า“เอ็มอีอี” ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก”กาตาร์”หรือ”กอตอรฺ”ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ขณะที่เล่าลือกันว่ารัฐบาลกาตาร์หนุนหลังขบวนการ”มุสลิมภราดรภาพ”ซึ่งไม่เป็นที่โปรดปรานของซาอุดีอาระเบีย
จะอย่างไรก็ตาม หากเป็นไปตามข่าวที่ว่า เจ้าชาย”อะห์มัด บิน อับดุลอาซิส”ทำไมจึงกล้าเสี่ยง
คำตอบได้มาจากข่าวของ”เอ็มอีอี”เช่นกันว่า”เจ้าชาย”ทรงหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐและอังกฤษแล้วและแนะนำว่าสมควรที่จะไปช่วงชิงบัลลังก์ พร้อมจะประกันความปลอดภัยให้
ซึ่งก็หมายความว่า ทางการสหรัฐและอังกฤษจะต้องรู้เห็นเป็นใจด้วยอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้เสียความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งการ”ตีสองหน้า”เช่นนี้ ทั้งสองชาติถนัดอยู่แล้ว
อีกผลหนึ่งที่กล้าไปเพราะเชื่อมั่นว่า ความเป็น”น้องกษัตริย์”จะประกันความปลอดภัยได้ และสามารถพูดจาได้กับ”พี่ชาย”ได้
ข้อเท็จจริงประการหนึ่งก็คือ กวาดกวาดล้างใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในขณะที่คนอื่นๆ รวมทั้งเจ้าชายอีกหลายพระองค์ถูก”เอ็มบีเอส”กวาดล้างไปด้วยเป็นจำนวนมากนั้น ก็ไม่ปรากฏว่า มีการแตะต้องใด ๆ ต่อลูกๆ ของกษัตริย์อับดุลอาซิส (พระบิดาของกษัตริย์ซัลมาน-กษัตริย์องค์ปัจจุบัน) แม้บางพระองค์ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศเช่นเจ้าชาย”อะห์มัด”ทั้งนี้ด้วยเพราะ อาจยังนับถือว่า”เป็นอาเป็นลุง”กันอยู่
แผนการของเจ้าชาย”อะห์มัด”จะสำเร็จหรือไม่ จะได้รับกาสนับสนุนจากใครและอย่างไร หากข่าวนี้เป็นความจริง
เชื่อว่าอีกไม่ช้าก็คงจะมีข่าวติดตามมา
หากไม่มีข่าว เงียบหายสนิทไปเลย ก็สามารถบอกได้ว่า
ข่าวนี้คือข่าวเท็จ







