INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มหาวิทยาลัยมาเลเซียแซงไทย

มหาวิทยาลัยมาเลเซียแซงไทย
ไม่ใช่เหตุบังเอิญ
ศ. น.สพ. ดร. มงคล เตชะกำพุ*
*คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
*นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ 2560

“ผมเพิ่งเดินทางกลับจากการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อ 19-21 เมษายน 2561 มีหัวข้อหนึ่งที่ได้คุยกับรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยในมาเลเซียเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานวิจัยของประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการอุดมศึกษาของประเทศเรา”
ข่าวการที่มหาวิทยาลัยมาเลเซียแซงหน้า มี World ranking ที่ดีกว่ามหาวิทยาลัยของประเทศไทยทุกมหาวิทยาลัยสร้างความตระหนก และความกังวลต่อผู้บริหารประเทศและผู้บริหารการศึกษาระดับสูงของประเทศไทยพอสมควร ทั้งที่แต่ก่อนมหาวิทยาลัยในมาเลเซียต้องมาดูงานในประเทศไทย และตามหลังประเทศไทย
ฤา เหตุการณ์นี้จะเป็นลมพัดผ่าน หรือพายุซัดกระหน่ำมหาวิทยาลัยไทย ให้ตื่นขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง????
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทยมักจะเอามาเป็นตัวบ่งชี้ คือ Time Higher Education (THE) และ QS ranking ซึ่งจะมีตัวบ่งชี้ที่แตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกัน คือ จำนวนบทความตีพิมพ์ (publications) และการนำไปอ้างอิง (citation) ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ค่าน้ำหนักอื่นๆ ก็แล้วแต่ว่าจะให้ค่าน้ำหนักเท่าไรซึ่งจะแตกต่างกัน

ในส่วน THE 5 อันดับแรก คือ NUS (1) (Singapore), Peking U (2), Tsinghua U (3)., NTU (4) (Singapore) และ University of Hong Kong (5)
ส่วนของ QS ranking 5 อันดับแรก ก็จะเป็น NTU (1) และ NUS (2)(Singapore), มหาวิทยาลัยจากฮ่องกง [(HKST (3), U. of HK (5)] และ KAIST (S. Korea)

World Ranking University (THE 2017 and QS 2018)
Country N THE (2017) N QS (2018)
TOP 10
Asia Singapore 2 NUS (1), NTU (4) 2 NTU (1), NUS (2)
China 2 Peking (2), Tsinghua (3), 3 Tsinghua (6), Fudan (7), Peking (9)
Hong Kong 2 U. Hong Kong (5), HKST (6) 4 HKST (3) U. of Hongkong (5), City U. of Hong Kong (8), CUHK (10)
Japan 1 U. of Tokyo (7)
Korea 3 KAIST (8), SNU(9), Pohang (10) 1 KAIST (4)
…………………… …………………………………………… …………………………………………………..
Malaysia 1 UM (59) 5 UM (24), UPM (36), UKM (43), USM (46), UTM (49)
Thailand 2 Mahidol (97),
KMUTT (101-110) 5 CU (50), Mahidol (58), TU (97), CMU (112), KU (149), KMUTT (171)
UM = U. Malaya, UPM= U. Putra Malaysia , UKM= U. Kebangsaan Malaysia,
USM = U. Sains Malaysia, UTM= U. Teknologi Malaysia

อันดับของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะห้าแห่งในประเทศมาเลเซียดีขึ้น (UM, UPM, UKM, USM และ UTM) ดีขึ้นไม่ใช่เพราะความบังเอิญ

(https://www.easyuni.my/en/advice/five-malaysian-universities-among-qs-university-rankings-asia-2016-top-100-1629/)

รัฐบาลมาเลเซียได้ใช้แผน National Higher Education Strategic Plan 2020 และ The National Higher Education Action Plan 2007-2010 โดยใช้ Performance Based Funding (PBF) ตาม KPI จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่จากที่ KPI สัญญาไว้ (Ahmad and Farley, 2014) โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียมี World ranking ที่ดีขึ้นในด้านการวิจัย เป้าหมายทำให้มหาวิทยาลัยมาเลเซียขึ้นเป็น Top 25 ของเอเซีย มีมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 แห่งเป็น Top 100 และอีก 2 มหาวิทยาลัยเป็น Top 200 ภายในปี 2025

เหตุผลหลักคือ การที่รัฐบาลลงทุนวิจัยในระหว่างปี 2007-2015 ในวงเงิน 5.58 พันล้านริงกิต หรือเท่ากับ 44,640 ล้านบาท (1 ริงกิตมาเลย์ MYR = 8.0669 THB) แสดงในรูปด้านล่าง

โดยเริ่มต้นในปี 2007 รัฐบาลมาเลเซียเริ่มโครงการ Research University โดยมี 4 มหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมคือ Universiti Malaya (UM), Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM), Universiti Putra Malaysia (UPM), and Universiti Sains Malaysia (USM), with Universiti Teknologi Malaysia (UTM)
ต่อมาในปี 2010 Universiti Teknologi Malaysia (UTM) โดยเลียนแบบการให้ทุนของประเทศเกาหลีและสิงคโปร์ ให้มีการเน้นการวิจัย การนำผลงานวิจัยไปใช้เชิงพาณิชย์ การให้ทุนกับนักศึกษาปริญญาโทและเอก และหลังปริญญาเอก ขณะที่ของประเทศไทย เริ่มโครงการมหาวิทยาลัยแห่งชาติในปี 2011 ถึง 2015 ใช้เงินไปทั้งหมดสำหรับการขับเคลื่อนงานวิจัยถึง 4,538 ล้านบาท โดยใช้กับ 9 มหาวิทยาลัยวิจัยเท่ากับ 3,219 ล้านบาท หรือปีละ 643 ล้านบาท

ผลลัพธ์ที่ได้จากการลงทุนครั้งนี้ได้สรุปในรูปข้างล่างนี้

(ดัดแปลงจาก https://www.thestar.com.my/opinion/online-exclusive/whats-your-status/2016/12/23/10-things-about-malaysias-research-development-landscape-you-need-to-know/)

จากการสัมภาษณ์ Prof. Dato’ Dr. Muhamad Jantan รองอธิการที่กำกับดูแลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย Sains Malaysia (USM) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยในมาเลเซียมีความก้าวหน้า คือการลงทุนจำนวนมากต่อเนื่องของรัฐบาลให้กับ 5 มหาวิทยาลัยวิจัย และการประเมินผลงานของมหาวิทยาลัย อาจารย์และนักวิจัยในมหาวิทยาลัยอย่างเข้มงวด (Performance Based Funding, PBS) โดยหากมหาวิทยาลัยใuไม่สามารถเพอร์ฟอร์ม (perform) ตาม KPI ที่สัญญาไว้ ก็จะไม่ได้รับเงินจัดสรรทุนพิเศษจากรัฐบาลและหากอาจารย์ไม่เพอร์ฟอร์มก็จะได้รับการอบรมและช่วยเหลือ แต่หากยังไม่เพอร์ฟอร์มอีกก็ต้องถูกประเมินออก ไปอยู่ที่อื่น
ในความคิดของผมคิดว่า “ไม่ใช่ใครคิดเร็ว คิดก่อน หรือคิดช้ากว่าใคร แต่อยู่ที่ว่า คิดแล้วทำหรือไม่”
สิ่งนี้คือคำตอบที่ว่า การที่มหาวิทยาลัยมาเลเซียแซงหน้ามหาวิทยาลัยไทย ไม่ใช่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน


เอกสารอ้างอิง
Ahmad, Rahman Abd. and Farley, A. 2014. Funding Reforms in Malaysian Public Universities from the Perspective of Strategic Planning Farley ICIMTR 2013 International Conference on Innovation, Management and Technology Research, Malaysia, 22 – 23 September, 2013. Procedia – Social and Behavioral Sciences 129: 105 – 110
Amran, FH., Rahman, IKA., Salleh, K, Ahmad, SNS. And Haron , NH. 2014. Funding trends of research universities in Malaysia. International Conference on Accounting Studies 2014, ICAS 2014, 18-19 August 2014, Kuala Lumpur, Malaysia. Procedia – Social and Behavioral Sciences 164: 126 – 134

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com