INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

กาซิม สุลัยมานี ตอนที่1

กาซิม สุลัยมานี ตอนที่1

จรัญ มะลูลีม

แม้ว่าอิหร่านจะถูกบังคับให้ตอบโต้สหรัฐอันเนื่องมาจากการลอบสังหารนายพลกาซิม สุลัยมานี (General Qassem Solaimani) แต่ก็มีความไม่แน่นอนสำหรับอนาคตของทั้งสองประเทศว่าจะต้องมีสงครามต่อกันหรือว่าสงครามลูกผสม (hybrid war) โดยสหรัฐจะยังคงดำเนินต่อไปกันแน่

เชื่อกันโดยทั่วไปว่าในเวลานี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากที่จะมีใครเข้ามาแก้ไขความตึงเครียดที่มีอยู่ในเวลานี้ได้  การลอบสังหารสุลัยมานีก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอิหร่าน

งานฝังศพของสุลัยมานีมีผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลามข้ามวันข้ามคืนทั่วผืนแผ่นดินของอิหร่าน  คนนับล้านที่ออกมารวมตัวกันในที่สาธารณะต่างก็เรียกร้องให้มีการล้างแค้นให้กับนายพลผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเขา

อารมณ์ร่วมของพวกเขามิได้มาจากความรู้สึกที่ต้องการล้างแค้นให้นายพลผู้นี้เท่านั้น  แต่มันเป็นการระเบิดออกของพลังร่วมของผู้คนในประเทศที่ถูกข่มขู่ด้วยความตายจากสหรัฐมาตั้งแต่ปี 1979

ที่ผ่านมาสหรัฐข่มขู่คุกคามเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาลอิหร่านมาต่อเนื่องยาวนาน   ทำสงครามลูกผสมต่อต้านอิหร่านด้วยการคว่ำบาตร   ห้ามค้าขาย  ก่อวินาศกรรม  ลอบสังหารและคุกคามต่างๆ นาๆ

อิทธิพลของสงครามลูกผสมนี้ก่อให้เกิดความรู้สึกตึงเครียดอยู่ในอิหร่านตลอดเวลา

คนอิหร่านทุกคนไม่ว่าจะมีแนวความคิดที่มีต่อสาธารณรัฐอิสลามอย่างไรก็ตาม  ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสงครามประสาทอันทุกข์ทรมานที่สหรัฐมอบให้   ด้วยเหตุนี้การมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่นเพื่อสุลัยมานี  จึงเป็นการแสดงออกของความรู้สึกที่มีอยู่อย่างลึกซึ้งอันเนื่องมาจากการปิดล้อมของสหรัฐ

อะยาตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei)  ผู้นำจิตวิญญาณของอิหร่านร่ำให้เมื่องานฝังศพสุลัยมานีในกรุงเตหะรานมาถึงขั้นตอนสุดท้าย   มันเป็นน้ำตาที่ออกมาจากจิตใจของผู้นำที่มีความใกล้ชิดกับสุลัยมานีมาอย่างยาวนานนับจากสงคราม 8 ปี อิรัก-อิหร่าน (1980-1988) และเป็นหนึ่งในความโกรธเคืองที่ชาวอิหร่านมีต่อสหรัฐที่ยากที่จะลืมเลือนได้

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 แม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะตัดความช่วยเหลือการใช้เชื้อเพลิงแก่ชาวอิหร่านลงไปเพียงเล็กน้อยแต่ประชาชนก็ออกมาชุมนุมต่อต้านมาตรการอันเข้มงวดนี้อยู่ทั่วไป  การเข้าสลายการชุมนุมนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนจำนวนหนึ่ง

ศูนย์กลางของการประท้วงในเวลานั้นอยู่ที่เมืองอาห์วาซ (Ahwaz) อันเป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ใกล้กับเขตแดนอิรัก

เมื่อเรือนร่างของสุลัยมานีถูกนำเข้าเมืองอาห์วาซก็ปรากฏว่ามีผู้คนนับล้านๆ คนที่ต่างก็ออกมาตามท้องถนน

การจากไปของสุลัยมานีจึงเท่ากับเป็นการยืนยันว่าการที่เขาถูกลอบสังหารจากน้ำมือของสหรัฐได้นำเอาผู้คนมารวมตัวเข้าด้วยกัน   ความรู้สึกรักชาติถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแม้แต่ในเมืองที่ผู้คนเคยประท้วงการลดการช่วยเหลือด้านเชื้อเพลิงมาแล้วอย่างหนักหน่วงก็ตาม

นับตั้งแต่มีการปฏิวัติแห่งปี 1979 ตะวันตกได้สร้างพันธมิตรเอาไว้ทั่ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบๆ ชายแดนของอิหร่าน  ประเทศอาหรับแถบอ่าวเปอร์เซียได้รับการสนับสนุนจากประเทศตะวันตกให้ซัดดัม ฮุสเซ็น เป็นหัวหอกในการรุกรานอิหร่าน  ในขณะที่กลุ่มซึ่งต่อต้านสหรัฐรวมทั้งกลุ่มฏอลิบานเริ่มเติบโตขึ้นมาในอัฟกานิสถาน

เมื่อรัฐบาลสหรัฐโค่นกลุ่มฏอลิบานลงในปี 2001และโค่นรัฐบาลซัดดัมลงในปี 2003 สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านก็สามารถขยายตัวเข้าไปมีอิทธิพลเป็นครั้งแรก  โดยอิทธิพลนี้ได้ทะลุทะลวงจากเทือกเขาฮินดู กูช(Hindu Kush) ไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

สหรัฐเข้าทำสงความในภูมิภาคตะวันออกกลางในปี 2001 และปี 2003 และก็ได้รับชัยชนะทั้งสองครั้ง   ในเวลาต่อมากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (Revolutionary Guard Corps (IRCG)) ซึ่งมีสายสัมพันธ์อักลึกซึ้งกับพันธมิตรที่ใกล้ชิดในประเทศต่างๆ อยู่แล้ว  ไดขยายตัวเข้าไปทั้งในอัฟกานิสถาน อิรัก เลบานอนและซีเรีย

นายพล สุลัยมานี เข้ามารับบทบาทนี้ ซึ่งทำให้อิทธิพลของอิหร่านขยายตัวเข้าไปยังอัฟกานิสถาน อิรัก เลบานอนและซีเรียในช่วงเวลานั้น

สุลัยมานีทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มกอตาอิบ ฮิซบุลลอฮ์ (Kataits Hizbollah) ซึ่งให้กำเนิดโดยอัล-มุฮันดิส (al-Muhandis) หลังจากการมีการลุกฮือในโลกอาหรับที่รู้จักกันในนามอาหรับสปริงที่เกิดขึ้นในปี 2011 และสงครามได้ขยายเข้าไปในซีเรียนับจากปี 2012 เป็นต้นไป

นายพลสุลัยมานีได้รับการเชิญชวนจากนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลอิรัก  เพื่อมาหารือในเรื่องความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน   ขณะที่เขาถูกสังหารเขาถือหนังสือเดินทางทางการทูต

มีความเข้าใจกันโดยทั่วไปว่าซาอุดีอาระเบียมีความกระตือรือร้นที่จะทำให้ความตึงเครียดนี้ลดลงผ่านรัฐบาลอิรัก

นอกจากนี้การรณรงค์เพื่อให้เกิดแรงกดดันสูงสุดต่ออิหร่านได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อสถานภาพของอิหร่านอย่างไม่ต้องสงสัย    แม้ว่าซาอุดีอาระเบียมีความต้องการให้อิหร่านอ่อนแอลงไป  แต่ก็ไม่ต้องการให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบขึ้นมา

อย่างไรก็ตามการสังหารสุลัยมานีกลับส่งผลสะเทือนมากกว่าที่คาดคิดกันไว้เพราะมันทำให้โลกมองว่าสหรัฐคือผู้สังหารผู้ถือหนังสือเดินทางทางการทูตอย่างถูกต้อง  แสดงให้เห็นถึงความบ้าบิ่นของรัฐบาลทรัมป์

ด้วยเหตุนี้อิหร่านจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตอบโต้  พวกเขาได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้เข้าไปยังฐานทัพสหรัฐในอิรักสองแห่ง  ต่อมาสหรัฐมีความเร่งรีบที่จะส่งทหารมากขึ้นเข้าไปในภูมิภาค

แหล่งข่าวจากเอเชียใต้ยืนยันว่าหลังการจากไปของสุลัยมานีได้มีการหารือระหว่างอิหร่าน อิรัก สหรัฐและพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคอย่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล    รวมทั้งกาตาร์ทั้งวันทั้งคืน  ทั้งนี้ไม่มีฝ่ายใดต้องการให้เกิดสงครามอย่างเต็มรูปแบบ  แต่ดูเหมือนว่าสงครามเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้

ในทางหนึ่งสหรัฐยืนกรานว่าจะไม่ขยายการโจมตีออกไป แต่ในเวลาเดียวกันก็ข่มขู่อิหร่านอย่างบ้าคลั่ง  และยืนกรานว่าจะโจมตีอิหร่านหากอิหร่านตอบโต้

สิ่งที่ไม่อาจคาดหมายได้คือความหวาดหวั่นสำหรับคนอิหร่านและประชาชนที่อยู่ในประเทศอิหร่าน เมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าไปยังฐานทัพของสหรัฐในอิรัก

ผู้คนในประทศต่างวิ่งกรูกันขึ้นไปบนหลังคาเพื่อละหมาดขอพรจากพระเจ้า   มันเป็นช่วงขณะของความสุขสำหรับผู้คนที่มองเห็นความเป็นไปของสงครามล่วงหน้านี้

ธงสีแดงได้โบกสะบัดอยู่เหนือมัสญิดญัมการาน (Jamkaran Masque) ในเมืองกูม (Qom) อันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าสงครามอันยาวนานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น  ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดมาก่อนนับเป็นร้อยๆ ปีมาแล้ว

ในเวลาเดียวกันความรู้สึกไม่พอใจต่ออนาคตก็เข้ามาพร้อมกัน  นั่นคือการที่สหรัฐจะยังคงปิดกั้นอิหร่านต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นสงครามลูกผสมหรือสงครามตามรูปแบบก็ตาม  ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตามชาวอิหร่านต่างก็รับรู้ถึงความทุกข์อันหนักหน่วงที่เกิดกับพวกเขามายาวนาน

ทัศนคติของอิหร่านที่มีต่อโลกถูกสร้างขึ้นบนความทุกข์ยากที่อิหร่านได้รับนี้  รวมทั้งความมีเหตุผลในด้านการทูตที่อิหร่านมีพันธมิตรอยู่ทั่วโลก

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com