จำลอง ดีเอ็นเอ วิจัย : สร้างพลังนักวิจัยรุ่นใหม่
จำลอง ดีเอ็นเอ วิจัย :
สร้างพลังนักวิจัยรุ่นใหม่
ศาสตราจารย์ น.สพ. ดร. มงคล เตชะกำพุ
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หน่วยพื้นฐานของชีวิตคน สัตว์ และพืช คือ ดีเอ็นเอ ที่ค้นพบโดย Watson &Crick (1953) ได้เปิดโลก DNA technology อย่างมากมายจากศตวรรษสู่ศตวรรษ
ดีเอ็นเอ มีลักษณะเหมือนบันไดลิงที่พันไปทางขวา เชื่อมต่อกันสองข้าง และมีการจำลองขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา เพื่อให้ชีวิตคงอยู่ต่อ การจะทำวิจัยก็เช่นกันต้องมี ดีเอ็นเอ ของการวิจัยอยู่ในหัวใจ คือ ชอบที่จะทำ ไม่ใช่ทำเฉพาะสิ่งที่ชอบ ดีใจที่เห็นผลสัมฤทธิ์เมื่อผลวิจัยออกมา
โอกาสต่อไปของผมนี้ คือ การนำเอาองค์ความรู้ด้านการวิจัยและการบริหารวิจัยไปช่วยสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่
Þ ผมเป็นคนที่มีดีเอ็นเอของการทำวิจัย คือชอบที่จะทำวิจัย สนุกที่จะทำ สนุกที่จะออกพื้นที่ หาโจทย์มาทำวิจัย เพราะบางครั้งคำตอบของปัญหาต่างๆ ก็มาจากการทำวิจัย
Þ ตั้งแต่จบมาก็ทำวิจัย เรียนเมืองนอกที่ฝรั่งเศส อยู่สำนักเทคนิควิชาการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ก็ทำวิจัย มาอยู่จุฬา ฯ ก็ทำวิจัย เรียกว่า วิจัยตั้งแต่หนุ่มจนแก่ แม้งานวิจัยของผมจะไม่ติดอันดับโลก แต่ก็นำมาใช้เพื่อการเรียนการสอน เอาไปใช้ประโยชน์ และสร้างนักวิจัยใหม่ๆ ได้พอสมควรและเป็นความภูมิใจลึก ๆ เมื่องานวิจัยบางชิ้น ชาวบ้านได้ประโยชน์จากที่เราทำให้เขา เช่น โครงการหมูหลุมที่น่าน เป็นต้น
Þ งานวิจัยนั้นมีหลายแบบ ทั้งงานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยจำเพาะ และงานวิจัยเอาไปใช้งาน ซึ่งแบบหลังนี่ผู้บริหารประเทศชอบนักชอบหนา ยิ่งยุคสี่จุดศูนย์มุ่งสู่นวัตกรรมสร้างประเทศ
Þ แต่สิ่งที่ประเทศเรายังขาด คือ นักวิจัยที่จะมาจะสร้างประเทศให้เป็นประเทศที่ผลิตนวัตกรรมการสร้างนักวิจัยหรือการจำลอง ดีเอ็นเอ ของการวิจัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทัศนะของผม
ในตลอดปีที่ผ่านมา (2560) ผมได้พยายามสร้างกลุ่มนักวิจัยเพื่อนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ จากการเป็นที่ปรึกษาด้านวิจัยของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ลงพื้นที่สร้างงานวิจัยร่วมกับสวนสัตว์สงขลา และศูนย์ผลิตน้ำเชื้อแพะ สงขลา
และจากทุนวิจัยโครงการ “การพัฒนาประสิทธิภาพเทคโนโลยีการแช่แข็งตัวอ่อนแกะ และการจัดตั้งต้นแบบธุรกิจผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางระบบสืบพันธุ์”ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)ซึ่งแม้ไม่ได้อยู่ในข้อเสนอโครงการ แต่คิดว่าถ้าเราไม่อาศัยโอกาสนี้แล้ว จะไปทำเมื่อไหร่กัน
การลงพื้นที่วิจัยไปผสมเทียมให้กับแพะชาวบ้าน ดูจะเป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งการสร้างกลุ่มวิจัยคนรุ่นใหม่ สร้างบัณฑิตปริญญาโทและเอก และการบริการ เรียกว่า “วิจัยเชิงบริการ (Service research)”คือวิจัยไปด้วย บริการไปด้วย รวมทั้งผลิตบัณฑิตไปทำทั้งฟาร์มในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดร้อยเอ็ด และปีหน้านี้จะมีแผนวิ่งไปอีกหลายจังหวัด
ทีมวิจัยหนุ่มสาวในการออกช่วยเหลือผสมเทียมแพะในอำเภอบ้านดุง ร้อยเอ็ด ที่ประสบความเสียหายจากน้ำท่วม
และล่าสุดเมื่อวันที่ 22ธันวาคม 2560ณ ห้องประชุมภาควิชาสัตวศาสตร์ อาคาร AG08 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีการจัดประชุม“การสร้างกลุ่มนักวิจัยรุ่นใหม่ตามเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย: RUN for New GEN” ระหว่างนักวิจัยรุ่นใหม่และรุ่นเก่าอย่างผมด้วยการสนับสนุนของเครือข่ายพันธมหาวิทยาลัยวิจัย (Research University Network, RUN) โดยมีแนวคิดของการสร้างกลุ่มวิจัยเชิงบูรณาการ ที่ทำงานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำด้วยการนำเอาแนวคิดวิจัยเชิงบริการไปใช้ ตัวอย่างเช่น การวิจัยผสมเทียมแพะในภาคอีสาน หรือโครงการหมูหลุมที่จังหวัดน่าน เป็นต้นพยายามให้งานวิจัยมีการผลกระทบเชิงสังคม (social impact) และเชิงเศรษฐกิจ (economic impact)เพื่อให้เกษตรกร ชาวบ้านที่เป็นฐานรากของประเทศมีรายได้มากขึ้น
แนวคิดในสร้างพีรามิด (Research DNA Pyramid)โดยมีอาจารย์ที่มีประสบการณ์การวิจัยอยู่ตรงตำแหน่งยอดพีรามิด และไล่เลียงลงมาตามลำดับจนถึงนักศึกษาระดับปริญญาตรี โทและเอกจะเป็นการสร้างระบบการจำลองดีเอ็นเอวิจัยได้ และถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านการวิจัยจากรุ่นสู่รุ่นได้
ทั้งนี้ได้มีไปเยี่ยมศูนย์วิจัยและผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งพ่อพันธุ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตำบลท่าพระ ขอนแก่น ของกลุ่มนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อหาแนวทางสร้างความร่วมมือกับทางกรมปศุสัตว์ในการวิจัยร่วมกันในอนาคตและยังได้โจทย์วิจัยขึ้นมาอีกด้วย
การสร้างกลุ่มนักวิจัยถือเป็นอนาคตของการวิจัยไทย ที่จะมีการสืบทอดเหมือนกับการจำลอง ดีเอ็นเอ ซึ่งต้องใช้เวลาและแรงกายแรงใจอีกมาก หวังว่าวิธีนี้จะช่วยประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง



















