ไปผสมเทียมแพะที่ร้อยเอ็ด
ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. มงคล เตชะกำพุ
ที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงแพะแกะ นำโดยคุณตุลาวุฒิ หนองสูง ที่มีสมาชิก 25 ราย มีแพะเลี้ยงประมาณ 500 ตัว ส่วนใหญ่เป็นแพะลูกผสม ที่มีพันธุกรรมของแพะพื้นบ้านอยู่ ความมุ่งหวังกลุ่มวิสาหกิจนี้ต้องการเลี้ยงแพะพันธุ์ดีจำนวนเพิ่มขึ้น และมีตลาดส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศลาว เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเวียดนามหรือประเทศจีน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร. สุกัญญา ลีทองดี เป็นอาจารย์สอนที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จบปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิตที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จบปริญญาโทที่ภาควิชาสูติศาสตร์ฯ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และปริญญาเอกทางระบบสืบพันธุ์ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน เรียกว่าเป็นคนสามมหาวิทยาลัย เป็นผู้ที่บุกเบิกงานด้านการผสมเทียมแพะในภาคอีสาน และมีเครือข่ายเกษตรกรหลายจังหวัดในภาคอีสาน เป็นผู้แนะนำผมให้เข้ามารู้จักกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะแกะที่จังหวัดร้อยเอ็ด
การมาทำการผสมเทียมที่ร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งในแผนของโครงการการพัฒนาประสิทธิภาพเทคโนโลยีการแช่แข็งตัวอ่อนแกะและการจัดตั้งต้นแบบธุรกิจผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางระบบสืบพันธุ์ สนับสนุนทุนโดย สวก. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)ร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัด พรชัย อินเตอร์เทรด เพื่อนำเอาองค์ความรู้ไปช่วยเหลือเกษตรกร และจะช่วยในการปรับปรุงพันธุ์ให้แก่แพะของเกษตรกรให้มีพันธุกรรมที่ดีขึ้น จากสายพ่อพันธุ์ และสร้างต้นแบบธุรกิจ ผลักดันการเลี้ยงแพะแกะในประเทศไทย
ในการผสมเทียมนี้ ทางโครงการได้รับความอนุเคราะห์น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ดีสายพันธุ์บอร์และแองโกล นูเบียน จากสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ซึ่งมีพันธุกรรมดีและปลอดโรค รวมทั้งทีมงานจากศูนย์ผสมเทียมท่าพระ จังหวัดขอนแก่นได้เข้ามาร่วมกันเป็นสามประสาน คือ จุฬาฯ มหาสารคามและกรมปศุสัตว์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรครั้งนี้
ผสมเทียมดียังไง
การผสมเทียมดีตรงที่อย่างน้อยแก้ปัญหาเลือดชิดให้แก่ฟาร์มเกษตรกรที่มีพ่อพันธุ์จำกัด ช่วยป้องกันโรคที่อาจเกิดจากการแลกเปลี่ยนพ่อพันธุ์ไปมาระหว่างฟาร์ม และยังช่วยปรับปรุงพันธุ์จากน้ำเชื้อที่ได้จากพ่อพันธุ์ที่มีพันธุกรรมสูงได้
ขั้นตอนของการผสมเทียมแพะประกอบด้วย
หนึ่ง คัดเลือกแม่พันธุ์ที่ไม่ตั้งท้อง มีความสมบูรณ์ของร่างกายและทางระบบสืบพันธุ์ และเป็นแพะที่ควรคลอดมาแล้วอย่างน้อย 2 เดือน ผ่านการตรวจโรคปลอดบรูเซลโลซีส
สอง ปรับวงจรการเป็นสัดให้พร้อมๆ กัน โดยใช้ฮอร์โมนควบคุม ทำให้สามารถมาทีเดียวผสมได้หลายตัว
สาม ทำการผสมเทียมในแพะที่เป็นสัด ปกติก่อนการตกไข่ โดยทำการวางยาซึม หรือยาสลบทั่วตัว
การผสมเทียมด้วยการใช้กล้องลาปาโรสโคปได้รับการยอมรับว่าให้ผลการผสมติด ตั้งท้องที่สูงกว่าการผสมผ่านคอมดลูก เนื่องจากคอมดลูกของแพะและแกะจะค่อนข้างคด และบางตัวไม่สามารถสอดท่อผสมเทียมผ่านคอมดลูกได้ ปกติจะใช้เวลาตั้งแต่วางยาสลบจนถึงเสร็จสิ้นตัวละไม่เกิน 20-30 นาที
จากการผสมเทียมไปแล้วเกือบสามสิบตัวใน 3 ฟาร์ม ก็รอผลว่าจะผสมติดสักกี่ตัว และเมื่อติดแล้วก็ต้องรอว่าคลอดมาลูกแพะที่เกิดขึ้นหน้าตาจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอคอยกันต่อไปครับ













