INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

รีวิวหนังสือ“ในหนึ่งแผ่นดิน”โดย ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

รีวิวหนังสือ“ในหนึ่งแผ่นดิน”โดย ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล

เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมไม่ได้ไปร่วมงานฉลองวันเกิดครอบรอบ ๗๒ ปีของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ตามที่ได้เชิญมาอย่างเป็นทางการ ก็เลยไม่ได้รับแจกหนังสือเรื่อง”หนึ่งในแผ่นดิน”

แต่โชคดียังเป็นของผม โดยเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม เพื่อนร่วมรุ่นธรรมศาสตร์(๒๕๐๗) ห้องA1 พร้อมเจ้าของหนังสือยกขบวนรวม ๑๒ คน ไปเยี่ยมผมถึงบ้าน ฐานที่ไม่ได้เจอะเจอกันมานาน เลยได้รับหนังสือเล่มนี้ จากมือคนเขียนเอง

ผมอ่านคร่าวๆ แล้วเที่ยวหนึ่ง ได้รับทั้งความรู้ (เพิ่มเติมในหลายประเด็นที่ไม่เคยรู้และไม่มีโอกาสรู้) และความบันเทิง แม้สำบัดสำนวนจะเป็นทางการไปบ้าง ระมัดระวังที่จะไปพาดพิงกล่าวโทษใคร แต่ข้อมูลที่ได้นั้น สามารถเอาไปอ้างอิง เป็นเรื่องเป็นราวได้เลยละครับ

เสียอย่างเดียว ต้องอ่านไปพักสายตาไป เพราะสายตาผู้สูงอายุอย่างผม(๗๕ ย่าง ๗๖) ค่อนข้างจะย่ำแย่เอามากๆ

หนังสือเล่มนี้นับเนื่องเป็นการเขียนอัตชีวประวัติ แบบตัดตอนจบเอาเฉพาะในหัวข้อที่กำหนด ตามที่ผู้เขียนตั้งใจจะเขียนให้ออกมาอย่างนั้น ไม่ได้เขียนเรื่อยเปื่อย ไร้จุดมุ่งหมาย

มีน้อยมากที่เขียนเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว เช่นการเรียนสมัยเด็กๆ รวมทั้งการเรียนและทำกิจกรรมนอกเรียนในธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นเบ้าหล่อหลอมบรรยากาศแห่งความเป็นธรรม ที่ผู้เขียนเรียกว่า”จิตวิญญานของธรรมศาสตร์” ทำให้ผู้ที่จบออกมาแล้ว สมควรเกิดจิตสำนึกในการสร้างความเป็นธรรมต่อสังคมและชาติบ้านเมือง         สาระส่วนใหญ่ที่เขียน เป็นเรื่องเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยที่ผู้เขียนรับรู้ได้ ตลอดจนเหตุการณ์ที่น่าสนใจ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เช่นเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งผู้เขียนเข้าไปมีบทบาทใน ครม.ชุดต่างๆ รวมเจ็ดคณะ ทั้งในฐานะโฆษกรัฐบาล  ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการและรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งในยุคที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(๒๕๔๔-๒๕๔๙)ด้วย

แต่ที่นับว่ามีความสำคัญก็ได้แก่ในหัวข้อดังต่อไปนี้คือ “ วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ” / IMF / ผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจต่อสถาบันการเงิน /  วิกฤตศรัทธาต่อธนาคารแห่งประเทศไทย / พันธบัตรช่วยชาติ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ ผู้เขียนได้นำมาเล่าต่อด้วยภาษาง่ายๆ ว่าอะไร ทำไมและอย่างไร ไม่ใช่อ่านแล้ว ยากจะทำความเข้าใจเช่นที่พบใน “วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี”(ที่ต้องพยายามตีความอีกทีหนึ่ง) สมกับเป็น”ติวเตอร์”เก่า สมัยเรียนธรรมศาสตร์

โดยเฉพาะในหัวข้อ IMF ที่ยื่นมือเข้าช่วยแก้ไขปัญหา”วิกฤตต้มยำกุ้ง” อะไรๆ ก็ราบรื่น แต่มีในบางเรื่องที่ปรากฎว่าเข้ามาแทรกแซงโดยไม่เกรงใจ (คงถือตัวว่าเป็น”เจ้าหนี้”) ซึ่งผู้เขียน(ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ในฐานะที่ปรึกษาองค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงินหรือ ปรส.) แสดงความเห็นว่า เข้าไปก้าวก่ายกระทำตามใจชอบ กระทำตนเป็นผู้รู้เหนือผู้อื่น หรือแม้แต่ในเรื่องที่คนท้องถิ่นรู้ความจริงมากกว่า

ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่ ดร.มหาธีร์ โมฮัมมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในสมัยโน้น จึงปฏิเสธความช่วยเหลือของ IMF หันไปแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง อย่างแน่วแน่และสำเร็จลุล่วง

หัวข้อที่น่าสนใจมากอีกหนึ่งหัวข้อซึ่งผู้เขียน(ม.ร.ว.ปรีดิยาธร)เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงก็คือ “วิกฤตศรัทธาต่อธนาคารแห่งประเทศไทย”

เรื่องมีอยู่ว่า “วิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐“ ส่งผลให้ความศรัทธาที่ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเสื่อมถอยไป เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย เลือกที่จะปกป้องค่าเงินบาทโดยใช้ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ จนเกือบหมดกระเป๋าเหลือเพียง ๒,๘๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๔๐ (จากเดิมที่เคยมีอยู่ ๓๙,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ก็ไม่สามารถหยุดความเสื่อมค่าของเงินบาทได้  จึงต้องปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัวตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม

สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้ธุรกิจต่างๆ ซวดเซและล้มลงมากหลายผู้คนตกงานกันเป็นแถว ซึ่งผู้เขียนได้ขยายความไว้อย่างละเอียด

ส่งผลให้ตัวผม(เกษม)เอง ก็ต้องพลอยออกจากการทำงานที่”เครือเนชั่น”ในฐานะส่วนหนึ่งของพนักงานที่ถูก”เททิ้ง”นับร้อย เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ผู้เขียน(ม.ร.ว.ปรีดิยาธร) เล่าว่า เพื่อฟื้นฟูความศรัทธาของธนาคารแห่งประเทศไทยกลับคืนมาให้เป็นที่น่าเชื่อถือตามเดิม ก็จะต้องทำเรื่องใหญ่ๆให้สำเร็จลุล่วงตามแต่โอกาสจะอำนวย

ส่วนจะทำได้หรือไม่ อย่างไรนั้น ขอให้ท่านผู้อ่านไปหาหนังสือเล่มนี้อ่านเอาเอง…อิ อิ

ยังมีอีกหัวข้อหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประเทศคือ”พันธบัตรช่วยชาติ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท”

เรื่องก็คือ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้ใช้เงินไปในการแก้ไขปัญหาการล้มลงของสถาบันการเงินทั้งระบบ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยกองทุนฟื้นฟูจัดหาเงินกู้จากแหล่งต่างๆ และต่ออายุเงินกู้เหล่านั้นหมุนเวียนมาหลายปีแล้ว กระทรวงการคลังในสมัยรัฐมนตรีธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ ได้ออกพันธบัตรระยะยาวกู้จากสาธารณชน ได้เงินมา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาให้กองทุนฟื้นฟู เพื่อลดหนี้ที่กู้แบบหมุนเวียนลงไปได้ส่วนหนึ่ง  จากนั้นกองทุนฟื้นฟูก็ออกพันธบัตรอีก ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้ลดยอดหนี้อีก แต่ก็ยังกู้หมุนเวียนจากแหล่งทุนต่างๆ อีกราว ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยรู้ว่า จะไม่สามารถชำระหนี้ได้หมด เพราะจำนวนเงินที่คาดว่าจะได้จากการขายสินทรัพย์ (สินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ )ที่ดำเนินการโดยองค์ปฏิรูปสถาบันการเงินหรือ ปรส.เพื่อนำเงินมาล้างหนี้ของกองทุนฟื้นฟูคงจะได้ไม่ครบตามจำนวน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้กระทรวงการคลังออกพันธบัตรระยะยาว อย่างน้อย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนำเงินมาลดยอดหนี้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเขียนว่า “ผมได้นำเรื่องเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนั้น ซึ่งไม่ขัดข้องแต่ให้ผมนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง ซึ่งในที่สุดนายกรัฐมนตรี(ทักษิณ ชินวัตร) ก็ไม่ขัดข้อง”

ผู้เขียนเล่าว่างานนี้ ต้องผ่านด่านที่ค่อนข้างยากพอสมควร หากสภาพแวดล้อมไม่ลงตัว เพราะที่ปรึกษานายกฯ(อดีตข้าราชการกระทรวงการคลัง)ไม่เห็นด้วยและรัฐมนตรีคลังก็วางเฉย เพราะคงไม่เชื่อว่า จะขายพันธบัตรได้ครั้งเดียว ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เลยชี้แจงว่าถ้าขายในตลาดการเงิน ปกติตามกระทรวงการคลังเคยทำ ก็จะขายไม่หมดจริง แต่คราวนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรับผิดชอบ ในการขายให้แก่ประชาชนผู้ออมเงินทั่วไป

เพื่อให้การนี้สัมฤทธิผลไปทั่ว ผู้เขียนคือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ในฐานะผู้การธนาคารแห่งประเทศไทยจึงประชุมขอความร่วมมือ จากบรรดาผู้บริหารธนาคารพาณิชย์สองครั้ง ซึ่งได้รับความรวมมือเป็นอย่างดีที่จะช่วยขาย

จากนั้น จึงเชิญบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หกฉบับ มาขอความร่วมมือ ให้ช่วยเขียนสนับสนุน ถึงผลดีที่จะเกิดจากการปลดพ้นภาระหนี้สินทั้งกับผู้ออมทรัพย์และเพื่อชาติบ้านเมือง ก่อนกำหนดวันนำพันธบัตรออกขาย ตามที่”หลวงตามหาบัว”ช่วยตั้งชื่อว่า”พันธบัตรช่วยชาติ”ปรากฏว่าสามารถขายได้เกินกว่าที่กำหนดไว้เดิมที่ ๓๐๕,๐๐๐ ล้านบาทเสียด้วยซ้ำ

นี้ก็เป็นอีกหนหนึ่ง ที่ช่วยกู้ความศรัทธาที่สาธารณชนมีต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือดีกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้ ก็นำมาสรุปให้อ่าน แต่เพียงสังเขปเท่านั้น รายละเอียดโดยพิศดาร ต้องหาอ่านเอาจากหนังสือ “ในหนึ่งแผ่นดิน”เขียนโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ครับ

หนังสือเล่มนี้ ไม่วางขายครับ ราคาหน้าปก ๓๐๐ บาท ๒๑๒ หน้า ขอซื้อได้ จากสำนักข่าวอิศรา เบอร์โทรหมายเลข ๐-๒๒๔๑-๓๑๖๐ เบอร์โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๓๑๖๑ และสำนักข่าวไทยพับลิก้า เบอร์โทร ๐๒ ๙๗๐ ๖๙๙๘ อีเมล์ info@thaipublica.org

สวัสดีครับ

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com