INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ปัญหากัมพูชาแก้ไขได้อย่างไร

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
ปัญหากัมพูชาแก้ไขได้อย่างไร

ในช่วงต้นของเรื่องนี้ ผมจะเขียนโดยยึดหลักไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายใด Impartiality อันเป็นหนึ่งในหลัก”จรรยาบรรณสากล”ของสื่อมวลชนในระบอบประชาธิปไตยเสรีครับ

ในช่วงหลัง จึงจะเป็นการวิเคราะห์และแสดงความเห็น

จึงขอเริ่มด้วย:-

๑. ตามที่เกิดการปะทะกันครั้งใหม่ล่าสุดตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชาที่พรมแดน ณ พื้นที่ซึ่งต่างอ้างว่าเป็นของตนนั้นทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ต่างอ้างว่าอีกฝ่ายเริ่มต้นยิงก่อน

เป็นการปะทะที่เกิดอย่างรุนแรงเป็นครั้งที่ ๒ (หลังการปะทะกันครั้งแรกเมื่อ ๒๘ พค.๖๘) หลังจากที่ฝ่ายไทยอ้างว่ากัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์( ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘) บ่อยครั้ง รวมทั้งการยั่วยุ เช่นการวางทุ่นระเบิดบกซึ่งผิดข้อตกลงออตตาวาคือสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อห้ามการใช้ สะสม ผลิต และโอน ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาโดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา”ฮุน มาเนต”กล่าวหาว่าไทยสับปลับปากกับใจไม่ตรงกันต่อการกำหนดเส้นเขตแดนและใช้กำลังทหารต่อต้านพลเรือนกัมพูชาบนแผ่นดินที่ไทยอ้างว่าเป็นดินแดนของตน

๒. การสู้รบขณะที่เขียนอยู่นี้เกิดต่อเนื่องเป็นวันที่ ๔ (เมื่อ ๑๐ ธค.๖๘)โดยทั่วไปแล้วฝ่ายไทยได้เปรียบยึดได้แผ่นดินคืนเพราะมีอาวุธพร้อมกว่าทั้งทางบกทางเรือทางอากาศ แต่กัมพูชาก็ตอบโต้อย่างไม่หวั่น ณ พื้นพรมแดนติดกัน เกิดการอพยพหนีของพลเรือนทั้งสองฝ่าย ความเสียหายของแต่ละฝ่าย ยังไม่ปรากฏชัด ยังประเมินไม่ได้

๓. การต่อสู้ทางการการทูตเป็นไปอย่างต่อเนื่องในการให้ข้อมูลต่อนานาชาติในการนี้ไทยเน้นย้ำข้อมูลในแง่การป้องกันและการตอบโต้ที่พอเหมาะพอควรโดยยึดหลักฏหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ขณะที่กัมพูชายังคงอ้างเหตุผลว่าไทยรุกรานดินแดนตนและว่าที่ต้องทำสงครามเพราะปกป้องประชาชนในเขตพิพาท

ต่อไปนี้เป็นการวิเคราะห์ด้วยข้อมูลและความเห็นครับ

ความขัดแย้งเรื่องพรมแดนที่เกิดขึ้นมากว่า ๑๐๐ ปีนี้ จะไม่เกิดขึ้น หากสองฝ่ายประนีประนอมกันฉันเพื่อนบ้านที่ดี ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังสุดก็เพราะรัฐบาลของทั้งสองผ่าย ใช้กรณีนี้แสวงหาประโยชน์ทั้งในทางการเมืองและผลประโยชน์ของนักการเมืองแต่ละฝ่าย เป็นการเฉพาะหน้า ไม่คิดจะสร้างสันติภาพถาวรระหว่างกัน ในระยะยาวแต่อย่างไร

๔. โดยมีเหตุผลชัดเจนว่า“ระบอบฮุนเซน”ใช้สงครามนี้ สร้างความนิยมให้เกิดขึ้นต่อการสืบราชวงศ์”ฮุน”ที่ระยะหลังๆ ที่เสื่อมความนิยมลงมาก ทั้งนี้ ดูได้จากการ

๔.๑ เตรียมตัวคนในตระกูล”ฮุน”สืบต่ออำนาจและแผ่อำนาจครอบงำเศรษฐกิจ โดยใช้กาสิโนเป็นเครื่องมือ สะสมทุนเงินอย่างเร็ว โดยพลันและ

๔.๒ เข้าครอบงำรวบอำนาจในกองทัพโดย”ฮุนเซน”ผู้อยู่ในอำนาจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมานาน ๓๘ ปี ปัจจุบันมียังคงมีฐานะผู้นำชาติตัวจริงเหนือนายกรัฐมนตรี”ฮุน มาเนต ในตำแหน่งรักษาการประมุขแห่งรัฐและประธานคณะองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว เขาแผ่อิทธิพลเพื่อการรวบอำนาจอย่างเด็ดขาด เริ่มด้วยการการบ่อนทำลายกลไกประชาธิปไตย มาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมกับเจ้ารณฤทธิ์ หลังการเลือกตั้งปี ๒๕๓๖
ระหว่างนั้น นอกจากทำลายเจ้ารณฤทธิ์แล้ว ก็ได้ทำลายพรรคการเมืองฝ่ายค้านด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการลอบสังหารรวม ทำลายและปิดปากสื่อมวลชนอิสระ ใช้ญาติเข้าควบคุมสื่อเกือบทุกชนิดเสียเอง ออกข่าวด้านเดียวให้ชาวบ้านเชื่อถือเท่านั้น

๕.ไทยนั้น ไม่คาดคิดว่าจะเกิดสงครามนี้ แม้จะมีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้นตลอดมา เพราะมีความประมาทและด้วยความมีน้ำใจอันดีเพราะเห็นว่ากัมพูชาเป็นชาติเพื่อนบ้าน ที่ต้องคบหายาวนานตลอดไปในอนาคต จึงพยายามอดออมประนีประนอม มิให้เกิดปัญหา แต่ก็กลับกลายเหตุให้กัมพูชาค่อยๆรุกเงียบเข้าครอบครองดินแดนไทย ทั้งๆ ที่รัฐบาลไทยทุกรัฐบาลรู้ แต่กลับเฉย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
๖.กรณี”อุ๊งอิ๊งคลิปหลุด”เมื่อ ๑๕ มิย.๖๘ เลยทำให้รู้กันว่านักการเมืองไทยกับ””ระบอบฮุนเซน”นั้น เกื้อหนุนกันอยู่ในทางการเมืองและผลประโยชน์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติมาก

หากมองไปในขณะนี้แล้ว แทบไม่มีนักการเมืองไทยหรือพรรคการเมืองไหน แม้แต่พรรคที่เป็นตัวแทนทหาร ที่ไม่เคยมีความสนิทชิดเชื้อกับ”ระบอบฮุนเซน”แต่ที่สนิทใกล้ชิดกันมากที่สุดก็คือ”ระบอบทักษิณ”ครับ

๗.การปะทะกันครั้งแรกเมื่อ ๒๘ พค.๖๘ ที่สามเหลี่ยมมรกต สะท้อนความตั้งใจของ”ระบอบฮุนเซน”ที่ต้องการจะเอาปัญหาพรมแดนเข้าไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อชี้ขาดว่าพื้นที่ในทะเลที่เกาะกูดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชาอันจะนำไปสู่การมีผลประโยชน์ได้เสียจากก๊าซและน้ำมันใต้ทะเลแถบนั้นตามที่ข่าวหลายกระแสระบุว่า”ระบอบทักษิณ”มีส่วนเกี่ยวข้องในผลประโยชน์นี้ เพราะเขาพยายามพูดหลายหนที่จะขุดเอาขึ้นมาใช้ แต่ไม่ทันใจ”ฮุนเซน”ที่พยามทวงคำมั่นสัญญา

๘.การปะทะครั้งแรกที่นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพในช่วงหลังนี้คือ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อ ๒๘ พค.๖๘ โดยฝ่ายกัมพูชาจงใจโจมตีเป้าหมายพลเรือน หมายให้ไทยตอบโต้อย่างรุนแรง เพื่อจะได้นำไปใช้เป็นหลักฐานร้องเรียนศาลโลกให้ชี้ขาดพรมแดน ที่หวังว่ากัมพูชาจะได้ดินแดนและผนวกบางส่วนคือเกาะกูดเข้าไว้ แต่กลับอ้างว่าต้องทำลายชุมชนไทยเพราะเข้าใจผิดว่าทหารไทยรุกล้ำ จึงเปิดฉากยิง ทำให้เกิดการปะทะสั้นๆ และยุติลงด้วยการโทรศัพท์ประสานงานกันระหว่างนายทหารระดับสูง นำไปสู่ข้อตกลงเบื้องต้น อันนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์

๙. ดังนั้น จึงจะเห็นว่ารัฐบาลผสมนำโดยพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะรัฐบาลรักษาการณ์ซึ่งมี”ภูมิธรรม เวชยชัย”เป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการณ์จึงมีท่าทีอ่อนข้อให้”ระบอบฮุนเซน”อย่างเห็นได้ชัด

๑๐. แม้แต่”รัฐบาลอนุทิน”แรกๆ ก็อ่อนข้อให้กัมพูชา โดยหลีกเลี่ยงที่จะไม่สั่งการด้านการทหารและการทูตโดยตรง แต่มอบอำนาจให้ฝ่ายทหารและฝ่ายต่างประเทสทำงานแก้ไขปัญหาไปตามที่เห็นว่าเหมาะสม ผ่านทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ต้องการรับผิดชอบใดๆ
จนในที่สุดก็รู้เบื้องหลังพฤติกรรมนี้ โดยการเปิดเผย”ฮุนเซน”เองว่า เคยเป็นมิตรที่ดีกันมาก่อนกับ”อนุทิน”ในขณะที่มีรายงานว่ารัฐมนตรีร่วมรัฐบาล”อนุทิน”บางนาย หรือแม้แต่ตัว”อนุทิน”เอง อาจมีผลประโยชน์ได้เสียทางธุรกิจในกัมพูชา เลยไม่กล้าสั่งใช้มาตรการรุนแรงและเด็ดขาดเอง
ต่อเมื่อสถานการณ์เข้าขั้นรุนแรง นายกฯ”อนุทิน”ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ จึงประกาศให้ใช้มาตรการทุกอย่างจัดการกับกัมพูชา ซึ่งก็ถูกมองว่านั่นคือการหาเสียงเพื่อคะแนนนิยมในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น หาได้มีความจริงใจไม่

๑๑.ทางออกปัญหากัมพูชา
๑๑.๑ ยืดสงครามให้ยาวนาน โดดเดี่ยวกัมพูชาทางเศรษฐกิจ ทางสังคมและทางการทูต อย่างต่อเนื่อง ปล่อยให้การเมืองภายในของกัมพูชาจัดการกับ”ระบอบฮุนเซน”จนถูกโค่นล้มไปในที่สุด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก โดยไทยเองก็ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากในการนี้ทางด้านการทหารในการรักษาความมั่นคง
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องหาทางว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ติดพรมแดนสามารถกลับถิ่นฐาน ไปทำมาหากินตามปกติ หรือสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ระหว่างอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ
๑๑.๒ ใช้การลอบสังหารจัดการกับ”ฮุนเซน”ซึ่งไม่น่าจะยากนักสำหรับการลงทุนหาข่าวสถานที่หลบซ่อน หรือวางแผนร่วมมือกับกลุ่มการเมืองหรือนักการเมืองกัมพูชาฝ่ายค้านที่ต่อต้าน”ระบอบฮุนเซน”

ผมมีความเห็นส่วนตัวตามประสาชาวบ้าน เช่นนี้ละครับ

ท่านผู้อ่านมีความเห็นเป็นอย่างไร โปรดอย่านิ่งเฉย ช่วยกันสนับสนุนหรือคัดค้านหรือประณามผมด้วยก็ได้

จะขอบคุณมากๆเลยครับ…….ฮา

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *