INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วอน”ทรัมพ์”เลิกเล่นสกปรก

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

วอน”ทรัมพ์”เลิกเล่นสกปรก

รวดเร็วดีครับ แม้ไม่ทันควัน ในการแก้แค้น โดยเมื่อตอนเช้ามืดวันพุธ(๘มค.)ตามเวลาในไทย อิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธ ซึ่งผมก็ไม่รู้แน่ชัดว่า”ยี่ห้อ”อะไรแน่ เพราะอิหร่านสามารถผลิตได้เองอย่างหลากชนิด จำนวนหลายสิบ”ลูก” โจมตีฐานทัพอิรัก ที่เมือง”อีร์บิล”(Irbil)และฐานทัพ”อัล อัสซาด”อันเป็นที่ตั้งของกองกำลังทหารสหรัฐและพันธมิตร เพื่อตอบโต้สหรัฐ ตามที่ได้ประกาศเอาไว้ หลังนายพลกัสเซม สุเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามหรือ” ไออาร์จีซี”(แยกตัวออกมาจากกองทัพอิหร่าน)และเจ้าหน้าที่อีกหลายนาย ถูกโจมตีอย่างเลือดเย็นด้วย”โดรน”เสียชีวิตไป เมื่อวันศุกร์ที่ ๓ มค.ที่ผ่านมา ในกรุงแบกแดด ขณะเดินทางไปเจรจาสันติภาพ

ทั้งนี้ เป็นการโจมตี ตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมพ์” ซึ่งอ้างเหตุผลว่า กระทำไป เพื่อการป้องกัน(ทหารสหรัฐ)ตนเอง ให้พ้นจากการเตรียมโจมตีของกองกำลัง ภายใต้การดูแลของ”สุเลมานี”

โดยที่ผ่านๆ มา”สุเลมานี”ให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผย แก่กองกำลังชาวเคิร์ด(ที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์)และกองกำลังทหารอาสาชีอะห์ในอิรัก ซึ่งตั้งตนเป็นศัตรูกับสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่า”สุเลมานี”มีส่วนอย่างสำคัญ ในการปราบปรามกองกำลัง”ไอซิส”(ที่สหรัฐในสมัย”ฮิลลารี คลินตัน”เริ่มให้การอุปถุมภ์) จนพ่ายแพ้ไป ก็ตามที

ดูไปก็แปลกๆ นะครับ ที่ยังต้องมีทหารอเมริกันอยู่ในอิรัก แม้”ทรัมพ์”เอง ประกาศถอนทหารออก จากทั้งอิรักและซีเรียให้หมด โดยอ้างว่าสหรัฐ ”ไม่ใช่ตำรวจโลก”แต่ในอีกทางหนึ่ง กลับยังต้องเหลือทหารไว้ในอิรัก

ทำให้ถูกมองในทางลบว่า เพื่อรักษาผลประโยชน์ เกี่ยวกับแหล่งน้ำมันดิบ ที่นักธุรกิจอเมริกันเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ก็ยังมีความเป็นไปได้ ที่อาจคอยแอบอุดหนุนกลุ่ม”ไอเอส”อย่างลับๆ ด้วย ถึงแม้ว่า จะลอบสังหารผู้นำกลุ่ม”ไอเอส”คือ”อบูบากัรฺ อัล-บักดาดี”ไปแล้ว ในฐานะ”ผู้ก่อการร้าย”เนื่องจากสหรัฐถูกติฉินมาก ในประเด็นที่กลุ่มนี้ ใช้ความโหดเหี้ยมในการลงโทษ เช่นการเผาเชลย การฆ่าตัดคอศัตรู ซึ่งเป็นพฤติกรรมอันแสนจะป่าเถื่อน เกินกว่าโลกปัจจุบัน จะยอมรับได้

จนเมื่อไม่กี่วันมานี้ หลังการลอบสังหาร”สุเลมานี” สภาอิรักก็ผ่านกฎหมาย ห้ามมีกองกำลังต่างชาติ ปรากฏว่าหลายชาติที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ เช่น แคนาดา ก็เริ่มถอนตัวออกจากอิรัก

แต่”ทรัมพ์”ยังดันทุรัง”โวยวาย”ขออยู่ต่อ โดยตั้งเงื่อนไขว่า จะให้ทหารอเมริกันอยู่ไป จนกว่าอิรัก จะคืนค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่สหรัฐลงทุนก่อสร้างไว้ในอิรักทั้งหมด

ดังนั้น รัฐบาลไทยคณะใด ที่ใคร่จะเชื้อเชิญสหรัฐ เข้ามาตั้งฐาน อยู่แถวอู่ตะเภาหรือที่อื่นๆ ในอนาคต โปรดพึงสำเหนียกเอาไว้ด้วย จากบทเรียนนี้

จนในที่สุด ฐานทัพสองแห่ง อันเป็นที่ตั้งทหารอเมริกันก็ถูกอิหร่านถล่มขีปนาวุธใส่ เป็นการแก้แค้น ในปฏิบัติการที่ตั้งชื่อให้อย่างสวยหรูว่า”เพื่อการพลีชีพ(ให้ศาสนา)ของ”สุเลมานี” เมื่อเช้ามืดวันพุธ(๘มค.)ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีรายงานอย่างละเอียด ถึงระดับความเสียหายหรือบาดเจ็บล้มตาย ก็เลยไม่รู้ว่าคุ้มค่ากับความแค้นหรือไม่

งานนี้ อิรักเลยต้องอ่วมอรทัย เพราะกลายเป็นสนามรบ ในการทำสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ไปแล้วอย่างเรียบร้อย

สังเกตพบว่า การโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน ต่อสหรัฐเที่ยวนี้ เป็นไปตามขนบของการสงครามสากล ที่ควรจะเป็น ตามที่นายมุฮัมมัด จาวัด ซารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ประกาศไว้ว่า จะไม่ตอบโต้ในลักษณะ”นอกกฎหมาย” อย่างที่สหรัฐกระทำกับ”สุเลมานี”โดยการลอบสังหาร

เลยกลายเป็นที่ถกเถียงกันว่า การฆ่า”สุเลมานี”กับพวกนั้นเข้าข่าย”ก่ออาชญากรรมสงคราม”หรือเปล่า แม้”ทรัมพ์”เองจะยืนกรานว่า “ไม่ผิด”อ้างว่าเป็นการทำสงครามเพื่อป้องกันตัว

ถามว่าในประเด็นนี้ ตามหลักกฎหมายสากลนั้น ว่าไว้อย่างไร

ตอบว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามกฎบัตรสหประชาชาติ กำหนดให้”รัฐป้องกันตนเองได้ ถ้าการโจมตีด้วยอาวุธบังเกิดขึ้น”

เมื่อตัวบทกฎหมาย กำหนดไว้อย่างนี้ ปัญหาก็คือ แต่ละรัฐ”ตีความ”สาระในข้อกฎหมายอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน

กรณีฆ่า”สุเลมานี”สหรัฐอ้างว่า ทำไปเพื่อป้องกันตนเองให้พ้นจากการโจมตีที่ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว  พฤติกรรมนี้ถ้าพิสูจน์ได้หลักฐานแน่นหนายืนยันว่าจริง ก็ย่อมถูกต้องและกระทำได้ภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ

แต่ถ้าฝ่ายกล่าวหา มีหลักฐานโตแย้งจน”ตีตก”ว่า ไม่ใช่การโจมตีที่”ใกล้เข้ามาเต็มที่” หรือไม่ใช่การโจมตี”โดยพลัน” จำเลยก็ต้องถูกตัดสินว่าผิดและต้องถูกลงโทษ

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ ที่อิหร่านจะฟ้องร้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อสอบสวนดำเนินคดี”ทรัมพ์”และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิด ในกรณีโจมตีสังหาร”สุเลมานี”กับพวก

ซึ่งก็จะต้องติดตามดูต่อไปว่า อิหร่านจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่และอย่างไร

สำหรับผมขอประณาม”ทรัมพ์”อีกครั้งครับ ว่ากระทำอย่างโหดเหี้ยมเกินกว่า มนุษย์ธรรมดาที่มีศาสนาจะทำกัน

แต่เอ…หรือว่า”ทรัมพ์”ไม่นับถือศาสนาเลย

นี่ถ้าหาก”ทรัมพ์”ยังคงเล่นสกปรก ไม่เลิกนิสัยเลวๆ ใช้วิธีลอบฆ่า ลอบสังหารอย่างนี้อีก สักวัน ผมจะเดินทางไปทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดีซี ท้ายิงตัวต่อตัว ที่”โรส การ์เดน”ให้โด่งดัง ไปเลยละครับ

ผมเอาจริงนะ อย่าหัวร่อ

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com