INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

โลก”ปีนี้-ปีหน้า”ในสายตาผม

สบาย สบาย สไตล์เกษม
โลก”ปีนี้-ปีหน้า”ในสายตาผม
เกษม อัชฌาสัย

เวียนมาครบจะเกือบหนึ่งปี ปัญหาของโลกใบนี้ แทบจะไม่คืบหน้า ไม่ว่าจะในด้านสันติภาพและการป้องกัน-แก้ไขความแปรปรวนของภูมิอาศให้ดีขึ้นในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมก็ยิ่งย่ำแย่ลง

ความเป็นอยู่ของชาวโลกส่วนใหญ่ยิ่งลำบากมากขึ้น เพราะการเอารัดเอาเปรียบของชนชั้นผู้นำในแทบจะทุกประเทศ

ที่ผมว่านี้ มาจากความรู้สึกที่เกิดจากการสังเกตส่วนตัวครับ ไม่อ้างอิงตัวเลขและข้อมูลอะไรทั้งสิ้น เพื่อความเข้าใจง่ายๆของพวกเรา……ชาวบ้านธรรมดา

ซึ่งก็ง่ายต่อการเขียนของผมด้วย

ในแง่สันติภาพนั้นมองจากภาวะสงครามยูเครนกับสงครามกาซาที่ยังคงดำเนินอยู่ ไม่นับสงครามอื่นๆ ในอาฟริกาที่เกิดขึ้นที่นั่นที่นี่และกระไอสงครามที่ดูจะคุกรุ่นอยู่เหนือเวซุเอลา จากการคุกคามของสหรัฐ ชาตินักล่าเมืองขึ้นในรูปแบบใหม่

ความพยายามทำให้เกิดสันติภาพโดยประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัลด์ ทรัมป์”ที่พยายามทำตัวเหนือใครๆ ด้วยการแสดงบทบาทเป็นโซ่ข้อกลางทำให้เกิดการหยุดยิง อันจะเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพนั้น ไม่ประสบความสำเร็จใดๆ เลย ไม่ว่าในยูเครนหรือกาซาที่ถูกครอบงำหมาย”ลบ”ความเป็นรัฐปาเลสไตน์ให้หมดไป เพราะอิสราเอลและสหรัฐต่างเกื้อหนุนในเรื่องนี้

หรือแม้แต่กัมพูชาที่พิพาทพรมแดนกับไทย ตามที่”ทรัมป์”อ้างว่าเกิดสันติภาพแล้วเพื่อนำไปเป็นหลักฐานขอรางวัลโนเบล

พฤติกรรมเหนือใครนี้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันในวงการระหว่างประเทศ เมื่อเขาเรียกผู้นำชาติใดก็ได้ไปพบที่ทำเนียบชาวแล้วตบหลังตบไหล่แสดงความเป็น”พี่ใหญ่”แสดงอำนาจข่มให้ปรากฏ

ล่าสุดก็คือประธานาธิบดี”อะห์มัด อัชชะเราะอ์“แห่งซีเรีย ซึ่งครั้งหนึ่งเขาคือผู้ก่อการร้ายที่มีค่าหัวแพงในสายตาของสหรัฐ แต่ตอนนี้”ทรัมป์”พยายามต้อนเขาให้เป็น”ลูกกะโล่”ใต้อาณัติ โดยไม่ถามเขาสักคำว่าเต็มใจหรือไม่

จะเห็นว่า การทูตออกแนวนักเลงของ”ทรัมป์”ที่อาศัยภาษีนำเข้าเป็นอาวุธ เพื่อทำให้ใครกลัวเกรงหรือไม่แค่ไหน แต่ก็คงเห็นกันแล้วว่าไม่ได้ผลเสมอไปเช่นกรณที่นายกฯ”อนุทิน”ไม่ยอมเต้นเล่นตามบทที่”ทรัมป์”ร่วมเขียนกับ”อันวาร์ อิบรอฮีม”นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่พยายามให้ไทยลงนามสันติภาพกับกัมพูชา

ในขณะที่จีนพยายามหลบเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ว่ากับใครๆทั้งนั้น เน้นใช้การทูตแทนสงครามและการเผชิญหน้า เพื่อเดินหน้าการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในที่ดูจะย่อหย่อนลงในระยะหลัง ยังไม่สามารถกระจายความจำเริญไปทั่วถึง ตามที่ตั้งใจเอาไว้

ดีที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังออมชอมกันท่ามกลางกันแย่งชิงอำนาจเงียบๆ ในคณะกรรมการโปลิตบุโร ของพรรคคอมมิวนิสต์ แม้ในช่วงที่คุกคามด้านภาษีอย่างหนักจากสหรัฐ

และการที่”ทรัมป์”ใช้ภาษีขาเข้าเป็นอาวุธนี่เอง คือตัวป่วนเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้ ผลก็คือทำให้คนอเมริกันที่พี่งพาอาศัยการบริโภคสินค้าจากต่างชาติพลอยต้องเดือดร้อนมากขึ้นเพราะค่าครองชีพรัดตัวแน่นในปัจจุบัน เข้าหลัก”ทุกขโต ทุขถานัง”แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า”ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”

การขึ้นภาษีของ”ทรัมป์”ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่อยู่แล้วจากผลของสงครามยูเครน ที่ร่อแร่จากการโจมตีอย่างต่อเนื่องของรัสเซีย

ชาติต่างๆ จึงต้องพยายามเอาตัวรอดด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจของตนเอง เช่นไทยซึ่งพึ่งพาอุตสากรรมการท่องเที่ยวเป็นแกนนำ ก็ต้องหันมาใส่ใจต่อการหาตลาดใหม่ๆ สำหรับสินค้าการเกษตร ที่ยังพอจะพึ่งพาได้อยู่ โดยเฉพาะจากข้าวในฐานะสินค้าหลักในการส่งออก

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดในโลกใบนี้เป็นการส่วนรวมก็คือภาวะโลกร้อนอันส่งใหเกิดสภาพภูมิอากาศแปรปรวนชนิดสุดขั้วที่กระชั้นถี่ขึ้น ในแต่ละปีอย่างเห็นได้ชัด ในรูปของดินฟ้าอากาศ เช่นพายุฝนตกที่ชุกผิดฤดูกาลตามปกติ ก่อให้เกิดอุทกภัยและความแห้งแล้งกันดารไปทั่วโลก

ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ การละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลกรวมทั้งที่ขั้วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นในทะเล จนกระทั่งค่อยๆกลืนแผ่นดินบางส่วนลงไปอยู่ใต้ทะเลเช่นในหมู่เกาะมัลดีฟส์ ให้เป็นที่ประจักษ์ ณ บัดนี้แล้ว

และก็ไม่รู้ว่ากทม.เราเองจะจมอยู่ใต้น้ำด้วยเมื่อไร ในขณะที่นคร”จาการ์ตา”ของอินโดนีเซีย ค่อยๆจมลงแล้วราว ๔๐ เปอร์เซ็นต์และต้องขยับย้ายเมืองหลวงไปยัง”นูซันตารา”ในกาลิมันตันตะวันออกบนเกาะบอร์เนียว

ในขณะที่การประชุมแก้ไจและลดปัญหาโลกร้อน ที่จัดขึ้นทุกปี โดยสหประชาชาติก็ไม่มีความคืบหน้าอันสู่ไปยังการลงมือแก้ไขสักเท่าไร โดยเฉพาะสหรัฐโดยการนำของ”ทรัมป์”ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วยในครั้งหลังสุดที่บราซิล

ชาติที่เข้าร่วมประชุมก็ขาดความสามัคคีปรองดองในการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะชาติที่ปล่อยก๊าซพิษออกสู้ชั้นบรรยากาศมากๆ

ก็ได้แค่คาดหมายว่า เห็นที่จะป้องกันการแก้ไขปัญหาภูมิอากาสแปรปรวนอะไรไม่ได้เลยและไม่สามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมโลกได้ในอนาคตด้วย

ถามว่าโลกในปีหน้า น่าจะเป็นอย่างไร

ตอบสั้นๆ ว่า ก็คงจะซ้ำๆ กับที่เป็นมา ทั้งในแง่ในเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภาวะแปรปรวนสุดขั้วของภูมิอากาศและถ้าหากสงครามยุโรปกับรัสเซียยังไม่บังเกิด จนกลายเป็นสงครามที่ใหญ่โตไปมากกว่านี้

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ช่วยกันมีความหวังว่าโลกจะดีขึ้นแม้สภาพความเป็นจริงไม่ค่อยจะเห็นอนาคตที่ดีกว่าสักเท่าไร

และก็เตรียมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันได้แล้ว โดยเริ่ม”เคาต์ ดาวน์”ตั้งแต่วันนี้เลยครับ

เตรียมตัวฉลองกัน ตามมีตามเกิด ด้วยสติสัมปชัญญะ แล้วแต่สถานะส่วนตน

ฉลองกันยาวๆ เลยตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาส เรื่อยไปจนเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงอีกไม่นานเกินรอ

“เมอรี คริสต์มาส”และ”สวัสดีปีใหม่”ล่วงหน้าครับ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com