แนวทางและนโยบายที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรชั่วร้ายทางเศรษฐกิจ

แนวทางและนโยบายที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรชั่วร้ายทางเศรษฐกิจ
โดย รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
ความนำ
ปัญหาเศรษฐกิจ เชื่อมโยงใกล้ชิดกับปัญหาการเมือง และสังคม หากการเมืองไม่ดี สังคมไม่มีความสงบ เศรษฐกิจย่อมได้รับผลกระทบ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จะมีสภาพที่ลำบาก ถ้าการทุจริตคอรัปชั่นมีมาก นโยบายเศรษฐกิจ ก็จะไม่สามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีนโยบายตอบสนองที่ใช้เทคโนโลยี ใช้ความได้เปรียบเปรียบเทียบของประเทศ เป็นประโยชน์ มาปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การแก้ปัญหาความตกต่ำทางเศรษฐกิจ คงเป็นไปได้ยาก
ในตอนนี้ของบทความ จะกล่าวถึงนโยบายที่จะทำให้ประเทศไทย หลุดพ้นจากวงจรชั่วร้ายทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยไม่ลงลึกถึงมาตรการ และหน่วยงานในการดำเนินนโยบาย ตามหัวข้อต่อไปนี้:
ก. การปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ข. การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ค. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ง. การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
จ. การขจัดปัญหาการทุจริตและคอรัปชั่น
ฉ. การแก้กฎหมาย กฎระเบียบ และการบังคับใช้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
ช. นโยบายตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลก
และการใช้ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของประเทศให้
เป็นประโยชน์
การปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
วัตถุประสงค์ของการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญประการหนึ่ง คือทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลุดพ้นจากความอดอยากยากจน ชีวิตมีความปลอดภัย ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และทรัพย์สินระหว่างประชาชนมีน้อย ในการนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญเติบโต โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนทุกคนมีโอกาสทำมาหาเลี้ยงชีพ เข้าถึงบริการศึกษา สาธารณสุข มีสวัสดิการช่วยเหลือผู้ยากไร้ จัดสรรงบประมาณเพียงพอ ต่อการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน แต่ไม่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินให้กับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนซึ่งสร้างภาระทางการคลังแก่ประเทศ ล้วนเป็นนโยบายแต่พึงมี
นโยบายการปรับปรุงคุณภาพของประชาชนในประเทศที่มีคนยากจนอย่างหนึ่ง คือ การพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจนของประชาชน ที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ เรื่องนี้ ประสบการณ์ของประเทศจีน ที่ทำให้คนจีนหลายร้อยล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนที่เรียกว่า“การขจัดความยากจนอย่างตรงจุด” เป็นนโยบายที่น่าสนใจมาก
ลักษณะสำคัญของนโยบาย “การขจัดความยากจนอย่างตรงจุด” ของประเทศจีน คือ :
1. มีโยบายระดับชาติที่ชัดเจน โดยหน่วยงานทุกภาคส่วนในรัฐบาลมีหน้าที่ในการดำเนินนโยบาย จัดตั้งกองทุนที่ใช้ในภารกิจขจัดความยากจน มีความชัดเจนในเรื่องความรับผิดชอบ ทำการลงทุน สร้างสิ่งสาธารณูปโภค และกิจกรรมเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า บริการ ให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา สาธารณสุข ส่งเสริมการงาน อาชีพ และการเคลื่อนย้ายทางสังคม
2. ขจัดความยากจนอย่างตรงจุด มีการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อทราบถึงสภาพและปัญหาในแต่ละพื้นที่ และรู้ว่าประชาชนควรได้รับการช่วยเหลือในลักษณะใด ส่งทีมงานที่ประกอบด้วยข้าราชการ นักศึกษา และบุคคลากรจากองค์กรอื่น เข้าศึกษาสภาพและปัญหาในเขตชนบท ในบางพื้นที่ ทีมงานศึกษานี้ จะฝังตัวอยู่ในพื้นที่นานแรมปี
3. เมื่องานขจัดความยากจนดำเนิน ไปได้ระยะหนึ่ง จะมีการติดตาม ตรวจสอบในระดับพื้นที่ ครัวเรือน และบุคคล เพื่อประเมินผล แล้วแก้ไขปรับปรุงโยบายและมาตรการต่างๆ ให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
4. หลายภาคส่วนประสานร่วมมือกัน นอกจากหน่วยงานของรัฐบาลแล้ว สถานประกอบการ และองค์กรในเอกชน ต่างมีส่วนร่วมในภารกิจขจัดความยากจนในลักษณะต่างๆ เช่น สถาบันการเงิน ก็ให้ความช่วยเหลือโดยให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ลงทุน และสร้างที่อยู่อาศัย
5 . ในการดำเนินการนโยบายขจัดความยากจน มีการใช้เทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย การสื่อสาร การคมนาคม และเรื่องอื่นๆ เช่น สนับสนุนการขายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง และผลิตผลเกษตรออนไลน์ โฆษณาแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร และบอกเส้นทางที่จะเข้าถึงพื้นที่ได้สะดวก ระบุสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเล่าเหตุการณ์ และตำนานต่างๆในอินเตอร์เน็ต
6. นโยบายการพัฒนาชนบท เน้นการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนในเขตชนบททุรกันดารด้วย การพัฒนาชนบทจึงทำควบคู่กับการขจัดความยากจน ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน การพัฒนาชนบทเน้นการแก้ปัญหาชาวชนบทรอบด้าน โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างความสัมพันธ์ ระหว่างภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ประสานการพัฒนาเมืองกับชนบท มีแผนพัฒนาชนบทดิจิตัล (ค.ศ. 2019-2024) นำเทคโนโลยีดิจิตัลสนับสนุนการพัฒนาชนบทในการผลิต (การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ประมง ป่าไม้ สินค้าหัตถกรรม) สร้างสิ่งสาธารณูปโภค เชื่อมโยงระหว่างการเกษตร อุตสาหกรรม บริการ และระหว่างเมืองกับชนบท จัดการระบบนิเวศน์ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม มีแผนการลงทุน เพื่อสร้างไร่นาที่ทันสมัย ยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนในเขตชนบท โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล ที่มีคนยากจนอยู่มาก
นโยบายการพัฒนาชนบทของประเทศจีน ดำเนินการในขนาดที่ใหญ่มาก ใช้กำลังเงินและกำลังคนมากมาย และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะประสบผลสำเร็จได้ในระดับหนึ่งแล้ว ก็ยังมีการดำเนินการต่อไป
ประสบการณ์การขจัดความยากจนและการพัฒนาชนบทของประเทศจีน น่าจะนำมาปรับใช้กับประเทศอื่น รวมทั้งประเทศไทยได้ แม้ระบอบการปกครองจะแตกต่างกัน
ข้อคิดที่ได้จากการศึกษาประสบการณ์การขจัดความยากจน และการพัฒนาชนบทของจีน คือ: มีนโยบายระดับชาติ ที่มีการดำเนินการจริงจังและต่อเนื่อง มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการดำเนินงาน มีการรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด มีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ใช้เทคโนโลยี เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายด้านต่างๆ มีการประเมินผล และแก้ไขปรับปรุงตามความเหมาะสม
สิ่งต่างๆเหล่านี้ ประเทศไทยน่าจะทำได้ หากมีความตั้งใจจริง ประเทศจีนมีขนาดประเทศทั้งทางด้านพื้นที่และประชากร มากกว่าไทยหลายสิบเท่า สภาพทางภูมิศาสตร์โดยเฉลี่ย ก็ไม่ดีกว่าประเทศไทย เมื่อประเทศจีนสามารถทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้?
ปัญหาสำคัญของการดำเนินนโยบายการขจัดความยากจน และการพัฒนาชนบทในประเทศไทย คือ รัฐบาลสมัยต่างๆ ไม่ได้ให้ความสนใจต่อการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจนมากนัก แม้ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลหลายชุด จะมีนโยบายช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในเขตชนบทบ้าง เช่น การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก.) กองทุนหมู่บ้าน และชุมชน การพักชำระหนี้ ประกันรายได้เกษตรกร และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่นโยบายบางอย่างทำเพื่อการหาเสียง และมีปัญหาในการปฏิบ้ติ แม้จะมีบางนโยบายที่ใช้แก้ปัญหาอย่างได้ผล แต่ไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง และมักถูกเลิกล้มไปเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายที่ทำต่อเนื่องกันบ้างมักเป็นนโยบายการให้เงิน และให้สวัสดิการที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนยากจนได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่สามารถขจัดความยากจนอย่างยั่งยืน
การพัฒนาเศรษฐกิจหลายสิบปีที่ผ่านมา มีผลทำให้รายได้เฉลี่ย ของประชาชนไทยสูงขึ้น สัดส่วนของคนที่อยู่ใต้เส้นความยากจน ลดลง แต่ความเหลื่อมล้ำในรายได้ ทรัพย์สิน ระหว่างประชาชน ยังมีอยู่มาก และสูงขึ้น ในสี่ห้าปีที่ผ่านมา จากการระบาดของโรคโควิด การเสื่อมถอยของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยได้ชะลอตัวลงมาก กลุ่มคนจนมีมากขึ้น แม้ไม่ถึงกับต้องอดอยาก แต่ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เสื่อมทรุดลงมาก การขจัดความยากจน และการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มที่มีรายได้ตํ่า จึงเป็นสิ่งควรทำ รัฐบาล ควรมีนโยบาย การพัฒนาชนบท และขจัดความยากจนโดยมีมาตรการปฏิบัติ ที่ชัดเจน นโยบายการขจัดความยากจนตรงจุดของประเทศจีน อาจนำมาปรับใช้กับไทยได้ โดยรัฐบาลไทยควรทำการศึกษานโยบายของจีนอย่างละเอียด แล้วนำมาปรับเป็นนโยบายและมาตรการ แล้วไปนำสู่การปฎิบัติ ความคิดนี้เคยมีผู้นำเสนอมาแล้ว แต่มีคนเห็นว่า สภาพของจีนแตกต่างกับไทยมาก สิ่งที่ทำได้ในประเทศจีน อาจนำมาใช้ในประเทศไทยไม่ได้ แต่ในความจริง แม้ประเทศจีนจะถือว่ายังเป็นประเทศสังคมนิยม แต่หลังจากการปฏิรูปในปลายทศวรรษ 1970 ประเทศจีน มีการใช้ระบบตลาดอย่างกว้างขวาง และมีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเสรี และถ้าพิจารณารายละเอียดของนโยบายการขจัดความยากจนของจีนแล้ว จะ พบว่า นโยบายนี้ น่าจะนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้ แม้จีนจะมีพื้นที่ใหญ่กว่าไทยเกือบยี่สิบเท่า มีประชากรมากกว่าไทยกว่ายี่สิบเท่า พื้นที่ที่มีคนจนอยู่มากบางแห่งเป็นพื้นที่ทุรกันดาร บางแห่งอยู่บนภูเขา เมื่อเทียบกับจีนแล้วการคมนาคมการสื่อสาร ติดต่อกับพื้นที่ต่างๆของประเทศไทย น่าจะทำได้สะดวกกว่าจีนมาก
การดำเนินนโยบายการขจัดความยากจนในประเทศประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทงบประมาณมากภายในปีเดียว แต่อาจค่อยๆทยอยทำเป็นรายอำเภอและจังหวัด ปัญหามีอยู่ว่า รัฐบาลไทยมีความตั้งใจ ที่จะขจัดความยากจนจริงหรือไม่ เมื่อรัฐบาลบางชุด ยินดีใช้เงินหลายแสนล้านบาท แจกคนทั้งประเทศภายในเวลาไม่กี่เดือน กระตุ้นให้ประชาชนมีการใช้จ่าย ซื้อสินค้าและบริการ ทำไมจะใช้งบประมาณนี้ ไปพัฒนาชนบท และขจัดความยากจนไม่ได้ ?
สิ่งควรทำในนโยบายการพัฒนาชนบท และการขจัดความยากจนในประเทศไทย คือ:
1. มีนโยบายระดับชาติที่ชัดเจน สั่งการให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนมีหน้าที่ในการดำเนินนโยบาย จัดงบประมาณที่จะใช้ในการขจัดความยากจน มีระบบที่กำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
2. ลงทุนสร้างสิ่งสาธารณูปโภค กิจกรรมอุตสาหกรรม เกษตร การค้า บริการ ในเขตชนบท และมีการให้ความช่วยเหลือดูแล ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และส่งเสริมการงานอาชีพ
3. มีนโยบาย และมาตรการขจัดความยากจนที่ตรงจุด มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อทราบถึงสภาพ และปัญหาแต่ละพื้นที่ เพื่อให้รู้ว่า ประชาชนควรได้รับการช่วยเหลือในลักษณะใดบ้าง
4.ส่งทีมงานที่ประกอบด้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักศึกษา และบุคคลจากองค์กรอื่น เข้าศึกษาสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ และร่วมมือกัน ดำเนินนโยบายเพื่อแก้ปัญหา ในบางพื้นที่ทีมการศึกษานี้อาจจะต้องอยู่ประจำในพื้นที่เป็นเวลานาน
5. เมื่อมาตรการขจัดความยากจนลักษณะต่างๆดำเนินไปได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ทั้งในระดับพื้นที่ ครัวเรือน และบุคคล แล้วแก้ไขปรับปรุงนโยบาย และมาตรการ เพื่อจะได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด
6.. หลายภาคส่วนประสานร่วมมือกันทำงาน นอกจากหน่วยงานของรัฐแล้ว สถานประกอบการเอกชน องค์กรในภาครัฐและเอกชน ควรมีส่วนร่วมในภารกิจขจัดความยากจนในลักษณะต่างๆ สถาบันการเงิน ก็ให้ความช่วยเหลือให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ประชาชนนำเงินไปชำระหนี้ และลงทุนในการผลิต การจำหน่ายและการสร้างที่อยู่อาศัย
7. ในการดำเนินการนโยบายขจัดความยากจนนี้ ควรใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ทั้งด้านการผลิต การจัดจำหน่าย การสื่อสารคมนาคม รวมทั้งในเรื่องอื่นๆ เช่น ขายผลิตผลการเกษตรและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง ออนไลน์
ในประเทศไทย สถานประกอบการธุรกิจบางแห่ง มีการทำกิจกรรมในลักษณะต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคม ( CSR) เอ็นจีโอ (NGOs)หรือองค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาลบางแห่ง ก็สนใจทำกิจกรรมการพัฒนาชนบท ถ้ารัฐบาลมีนโยบายขจัดความยากจนชัดเจน น่าจะมี หน่วยงานเหล่านี้ ที่สนใจมีส่วนเข้าร่วมภารกิจการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจนนี้
นโยบายการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจน หากทำได้สำเร็จ ชาวชนบทจำนวนมาก จะมีรายได้ที่สูงขึ้น และมีอำนาจซื้อมากขึ้น การพัฒนาชนบท และการขจัดความยากจน จึงมีส่วนระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยได้
การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อาจพิจารณาได้จากเป้าหมายของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค คือ การเจริญเติบโต สภาพการจ้างงาน เสถียรภาพราคาสินค้า การกระจายรายได้และทรัพย์สิน ที่ไม่เหลื่อมลํ้ากันมากเกินไป ดุลการค้า และดุลการชำระเงินระหว่างประเทศที่สมดุล
การบริหารประเทศ ต้องทำให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับที่เพียงพอต่อการดูดซับแรงงานที่ออกสู่ตลาดแรงงาน ไม่มีเงินเฟ้อ หรือเงินฝืด ที่รุนแรง รักษาความสมดุลภาคเศรษฐกิจต่างประเทศโดยไม่ขาดดุลหรือเกินดุลในดุลและดุลการชำระเงินมาก จนส่งผลเสียต่อประชาชน และภาคธุรกิจ
นอกจากนั้น รัฐยังต้องลงทุนในสินค้าสาธารณะ และสิ่งสาธารณูปโภค ที่จำเป็นต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ธุรกิจภาคเอกชนไม่สนใจ จัดหา ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และมีภาคเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ หากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำ หรือติดลบต่อเนื่อง มีอัตราการว่างงานสูง มีเงินเฟ้อ หรือเงินฝืดรุนแรง ชีวิตเป็นความเป็นอยู่ของประชาชน จะได้รับผลกระทบมาก จนอาจเกิดความไม่สงบ มีสภาพสังคม การเมือง ที่ไม่มีเสถียรภาพ
แนวทางสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ คือส่งเสริมการบริโภค การลงทุน และการส่งออก มีการใช้จ่ายในกิจกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เช่น การศึกษา สาธารณสุข พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำลังคน มีการใช้ทรัพยากร อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสิ่งสาธารณูปโภคที่จำเป็น
หากเศรษฐกิจมีความเจริญเติบโต ปัญหาการว่างงานจะมีน้อย แต่ถ้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีอัตราสูง ประชาชนและรัฐบาลมีการใช้จ่ายมาก ก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการ อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้ ในกรณีนี้ รัฐบาลต้องมีนโยบายและมาตรการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ แต่ไม่ใช่การควบคุมราคาที่อาจทำให้สินค้า บริการ ขาดแคลนมากขึ้น นโยบายที่ควรใช้ คือ ส่งเสริมการแข่งขัน ป้องกันการผูกขาด ให้สินค้าและบริการ มีการไหลเวียนคล่องตัว ปราบปรามธุรกิจ ที่ขายสินค้า บริการในลักษณะที่เอาเปรียบผู้บริโภค
การรักษาดุลยภาพในเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในทางการค้า คือ ส่งเสริมการส่งออกในสินค้าและบริการ และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ามากเกินไป แต่ไม่ใช่ด้วยการขึ้นภาษีศุลกากร ปกป้องผู้ผลิตในประเทศ สิ่งที่พอทำได้ คือ กำหนดภาษีศุลกากรระดับสูงในสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ไม่จำเป็น แต่กำหนดภาษีตํ่าในเครื่องจักร อุปกรณ์ และสินค้า ที่จำเป็นต่อการผลิต และการบริโภค ที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ ส่งเสริมการส่งออกที่ไม่ใช่การอุดหนุนผู้ส่งออก แต่เป็นการส่งเสริม เพื่อให้ผู้ส่งออกแข็งแรงขึ้น ด้วยการรวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ในตลาดต่างประเทศ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการขนส่ง สนับสนุนการส่งออกสินค้าที่ต่างประเทศต้องการ เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ผลไม้ ผลิตผลการเกษตรอื่นๆ และสินค้าอุตสาหกรรม การส่งออกบริการ ไม่ได้หมายถึงไปขายบริการในต่างประเทศ แต่อาจรวมถึงการส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างประเทศด้วย บริการที่จะสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศ คือ การท่องเที่ยว ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีอากาศอบอุ่นตลอดปี คนไทยมีอัธยาศัยดี มีประเพณีวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าหัตถกรรม ที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ มีบริการทางการแพทย์คุณภาพดีเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ถ้ามีกลยุทธ์การตลาดที่ดี บริการต่างๆเหล่านี้ อาจเป็นบริการส่งออก ที่สำคัญของประเทศได้
การรักษาความสมดุลในดุลการชำระเงิน นอกจากไม่มีการขาดดุลในดุลการค้าและบริการมากเกินไปแล้ว ต้องรักษาความสมดุลย์ในบัญชีทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศด้วย ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งการลงทุนโดยตรงในการผลิตสินค้า และบริการ และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีบรรยากาศการลงทุนดี มีสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่มั่นคง ไม่มีความขัดแย้งภายในประเทศ ที่จะสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ การส่งเสริมการลงทุน ต้องเลือกกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างการจ้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศ และเพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการลงทุนนั้น ( การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จะมีการกล่าวถึงในตอนสถานการณ์โลก และนโยบายการตอบสนอง)
การรักษาความสมดุลย์ในบัญชีทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ส่วนหนึ่งขึ้นกับมีระดับอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย ที่เหมาะสม คือ ค่าเงินไม่สูงหรือต่ำเกินไปและไม่ผันผวนมาก อัตราดอกเบี้ยในประเทศ ไม่สูงกว่าต่างประเทศมาก จนทำให้มีเงินทุนไหลเข้า และคนไทย ต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาก หรือมีอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่ากว่าต่างประเทศมาก จนทำให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศ
การลดความเหลื่อมล้ำการกระจายรายได้ และทรัพย์สินของประชาชนกลุ่มต่างๆ มีความสำคัญไม่น้อยกว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจจะมีการเจริญเติบอัตราสูง แต่ถ้าคนกลุ่มหนึ่งมีรายได้สูงมาก มีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ในขณะที่ประชาชน จำนวนมาก มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต ถ้าเป็นเช่นนี้ สังคมจะไม่สงบสุข นโยบายที่มีส่วนในการลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และทรัพย์สิน คือ การเก็บภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้าที่ผู้มีรายได้สูงถูกเก็บภาษีอัตราสูงและผู้มีรายได้ต่ำถูกเก็บภาษีอัตราต่ำ และการเก็บภาษีทรัพย์สินที่จัดเก็บจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยผู้มีทรัพย์สินมากต้องเสียภาษีมาก ซึ่งมีนโยบายมาหลายปีแล้ว แต่การเก็บภาษีทรัพย์สิน ยังมีปัญหามาก และเก็บได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย วิธีการจัดเก็บภาษีเงินได้ และภาษีทรัพย์สินในปะเทศไทย ยังต้องปรับปรุงอีกมาก โดยเฉพาะในด้านที่ลดการหลีกเลี่ยงภาษี
นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มีหลายอย่าง เช่น นโยบายการเงิน การคลัง การค้า อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น
นโยบายการเงิน การคลัง เป็นนโยบาย ที่มีความสำคัญในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นต่อภาคการเงิน มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมาก ถ้าประชาชน ไม่เชื่อมั่น ต่อระบบการเงิน จะมีพฤติกรรม ที่สร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจมาก เช่น แห่กันไปถอนเงิน จากสถาบันการเงิน เก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนโดย ส่งเงินออกนอกประเทศ ทำให้เงินทุนสำรองลดลงมากและสถาบันการเงินต่างๆล้มละลาย ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1997-8
นโยบายการเงินดูแลระบบการเงินโดยควบคุมปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กำหนดอัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นโยบายการคลัง ดูแลรายรับ รายจ่ายของรัฐบาล เครื่องมือนโยบายการคลัง คือ การจัดเก็บภาษีอากรต่างๆ การใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายการลงทุน และการบริหารหนี้สาธารณะ เครื่องมือทางนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ คือ การกำหนดอัตราภาษีศุลกากร อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และอัตราดอกเบี้ย ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
มาตรการแต่ละอย่างของนโยบายการเงิน การคลัง และการเศรษฐกิจ ต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจได้ เช่นปริมาณเงินที่มากเกินไป จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไป จะกระทบต่อการบริโภค และการลงทุน ภาษีอากร และการใช้จ่ายของรัฐบาล ส่งผลต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน การก่อหนี้มากเกินไป มีผลกระทบต่อความมั่นคงของฐานะการคลัง ภาษีศุลกากรทั้งภาษีขาเข้าและขาออก มีผลกระทบต่อต้นทุนการค้าและราคาสินค้า อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มีผลกระทบต่อการส่งออกและนำเข้า เช่น ถ้ากำหนดอัตราแลกเปลี่ยนไว้ต่ำ อาจช่วยผู้ส่งออกได้ แต่หากภาคเศรษฐกิจต่างๆ ไม่มีความสามารถในการแข่งขัน สินค้าและบริการ ที่ผลิตได้คุณภาพต่ำ แม้มีค่าเงินต่ำ การส่งออก ก็อาจไม่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าประเทศอื่น อาจทำให้มีเงินทุนไหลเข้า แต่ถ้าเป็นการกู้เงินจากต่างประเทศ แม้มีเงินทุนระยะสั้นไหลเข้ามามาก ก็เป็นหนี้ต่างประเทศมากด้วย การใช้เครื่องมือเศรษฐกิจมหภาคแต่ละอย่าง จึงต้องมีการใช้อย่างเหมาะสม
ทำอย่างไรจึงมีความเหมาะสม? ในที่นี้ จะไม่กล่าวถึงรายละเอียดของการดำเนินนโยบายแต่ละอย่าง ผู้บริหารของรัฐบาลจะต้องมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ รู้จักใช้เครื่องมือทางนโยบายในลักษณะ ที่ไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
นอกจากนั้น ทั้งนโยบายการเงิน การคลัง และนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศ ล้วนมีข้อจำกัด ในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้บริโภค และผู้ลงทุน ไม่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ หรือลดอัตราดอกเบี้ย ผู้บริโภค และนักลงทุน ก็จะไม่ลงทุน หรือบริโภคเพิ่ม การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาค จึงต้องมีวินัย การใช้นโยบายการคลังแก้ปัญหาความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ จะมีผลทำให้ประเทศมีภาระการคลังเพิ่มขึ้นมาก จนอาจต้องประสบกับ ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาค จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ในปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวต่ำมาก รัฐบาล จึงมีโครงการคนละครึ่ง จ่ายเงินค่าสินค้าและบริการที่ประชาชนใช้ ครึ่งหนึ่ง จากเงินงบประมาณ แต่การจ่ายเงินแทนประชาชนนี้ ใช้งบประมาณมาก และคงไม่สามารถทำได้นาน การจ่ายเงินแทนประชาชน เป็นนโยบาย ที่ขัดกับวินัยทางการคลัง ถ้าใช้ชั่วคราว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจเป็นที่ยอมรับได้ แต่ถ้าใช้นานๆ รัฐบาลก็ต้องก่อหนี้มากเช่นเดียวกับนโยบายการรับจำนำข้าวในรัฐบาลเพื่อไทย ที่รัฐบาลต่อๆมาต้องจัดสรรงบประมาณใช้หนี้เป็นเวลานาน
ปัจจุบัน รัฐบาลมีโครงการคนละครึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่โครงการนี้ต้องใช้เงินงบประมาณมาก รัฐบาลจึงต้องหาทางเพิ่มรายรับเพื่อไม่ให้มีงบประมาณที่ขาดดุลมากจนเกินไป แนวทางหนึ่ง ที่จะนำมาใช้ได้ คือ ทยอยขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มโดยอาจทยอยปรับเพิ่ม เช่น ปีละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้บริโภคมากนัก นอกจากนั้น การเก็บภาษีรายได้และภาษีทรัพย์สิน ที่มีข้อยกเว้นมาก และมีการเลี่ยงภาษีมาก การเพิ่มรายรับรัฐบาลทางหนึ่ง คือ เก็บภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยอุดช่องโหว่การเลี่ยงภาษี หากทำได้รัฐบาล จะมีรายรับมากขึ้น
ปัญหาอีกอย่างที่มีมีผลกระทบต่อฐานะการคลัง คือ การเข้าสู่สังคมสูงวัย คนสูงอายุมีมากขึ้น แต่คนวัยทำงานลดลง ผู้ต้องเสียภาษีลดลง ผู้เกษียณอายุที่ไม่ทำงาน แต่ได้รับบำนาญมีมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงวัย ก็สูงมากขึ้นด้วย รัฐบาล ควรมีนโยบายอย่างไร ? วิธีที่พอทำได้ คือ ขยายอายุการเกษียณ เช่น จาก 60 ปี เป็น 62 ปี ใช้คนที่เกษียณอายุ แต่มีความรู้และประสบการณ์ และมีสุขภาพดีและเต็มใจที่จะทำงาน ให้ทำงานในสิ่งที่เขาสามารถทำได้ นอกจากนั้น การส่งเสริมการผลิตสินค้า และบริการ ที่คนสูงอายุต้องใช้ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการหารายได้เข้ารัฐบาล แม้การผลิตสินค้าบริการส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมในภาคเอกชน แต่ถ้ามีการผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น รัฐก็เก็บภาษีได้มากขึ้นด้วย การชดเชยการลดลงของแรงงานในวัยทำงาน นอกจากใช้คนที่เกษียณทำงานที่เขาพอทำได้แล้ว ก็อาจใช้หุ่นยนต์ในการทดแทนแรงงานได้
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
การเพิ่มขีดความสามารถการในแข่งขันของภาคเศรษฐกิจ เป็นเป้าหมายที่สำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า การปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภาคเศรษฐกิจต่างๆ สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ได้ การผลิต การจำหน่าย การโฆษณาสินค้าบริการ ล้วนใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ได้ ในปัจจุบัน การซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ เป็นที่นิยมของผู้บริโภค สินค้าในภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ล้วนซื้อขายออนไลน์ได้ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจในภาคต่างๆ มีการเจริญเติบโตมากขึ้นได้
ภาคเศรษฐกิจต่างๆ มีความเชื่อมโยงกัน ผลิตผลเกษตรหลายอย่าง นำมาผลิตเป็นสินค้าอุตสาหกรรมได้ สินค้าในภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม เวลาจัดจำหน่าย ต้องมีการบรรจุหีบห่อ และขนส่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมในภาคบริการ การพัฒนาในภาคเศรษฐกิจหนึ่งส่งผลเชื่อมโยงสู่ภาคอื่นได้ สินค้าอุตสาหกรรมบางชนิดใช้วัตถุดิบ และชิ้นส่วนจำนวนมาก การผลิตสินค้าชนิดหนึ่ง จะเชื่อมโยงกับการผลิตสินค้าชนิดอื่น อีกหลายชนิด ผลของการเชื่อมโยงนี้อาจเป็นการเชื่อมโยงไปข้างหน้าจากสินค้าที่เป็นวัตถุดิบ และชิ้นส่วนสู่สินค้าสำเร็จรูป หรือเชื่อมโยงข้างหลัง จากสินค้าสำเร็จรูปสู่ชิ้นส่วน และวัตถุดิบ การพัฒนาอุตสาหกรรม จึงกระตุ้นให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต ได้มากขึ้น
การพัฒนาภาคเศรษฐกิจต่างๆ จึงต้องพิจารณาถึงผลการเชื่อมโยงต่างๆเหล่านี้ ประเทศที่ผลิตสินค้าเกษตรอาจนำสินค้าเกษตรไปแปรรูปเป็นสินค้าอุตสาหกรรม เช่น นำพืช ผัก และผลไม้ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทั้งของคน และสัตว์เลี้ยง นำยางพารา มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ยางซึ่งเป็นสินค้าอุตสาหกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรมในลักษณะนี้ จะมีผลทำให้ เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตได้มากขึ้น
ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตการเกษตรหลายชนิด ผลิตพืชพันธ์ธัญญาหารได้หลากหลายตลอดทั้งปี แต่ในช่วงที่ผ่านมา นโยบายการเกษตรของรัฐบาลหลายชุด มักเน้นในเรื่องของราคา แต่ละเลยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและไม่สนใจในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพ พรรคการเมืองส่วนใหญ่ ชูนโยบายพยุงราคาสินค้าเกษตร เพื่อการหาเสียง และเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ กซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประเทศในระยะยาว
ในช่วงต่อไป จะกล่าวถึงการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ของภาคเศรษฐกิจต่างๆ







