มะเขือเทศที่ไร้ผู้นำ

มะเขือเทศที่ไร้ผู้นำ
แกรี ฮาเมล กล่าวว่า ส่วนใหญ่ของผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมที่สร้างการ
บริหารสมัยใหม่ เช่น เฟดเดอริค เทย์เลอร์ แฟรงค์ กิลเบิรธ อัลเฟรด สโลน และเฮนรี่ ฟอร์ด เกิดภายในศตวรรษที่ 19 นักคิดที่กล้าหาญเหล่านี้ เราไม่น่าประหลาดใจที่จะเรียนรู้ว่าการคิดค้นของพวกเขายังคงเป็นหลักการของระบบการบริหารขนาดใหญ่
เเกรี ฮาเมล ยืนยันอย่างกระทุ้งภายใน “The Future of Management”
ว่าการบริหารเป็นเทคโนโลยีเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว พยานเห็นได้จากการ
คิดค้นใหม่ไม่กี่อย่าง นับตั้งแต่เฟดเดอริค เทย์เลอร์ แมกซ์ เวเบอร์
และเฮนรี่ ฟายอล กำหนดหลักการพื้นฐาน 100 ปีที่เเล้ว ภายในการ
กระตุ้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ทำไมบริษัทจำนวนมากบริหารบุคคลเหมือนเครื่องจักร เเละทำไมมัน
เป็นปัญหายิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของวันนี้ เรากำลังเผชิญการเปลี่ยน
แปลงตรงที่โมเดล “เครื่องจักร” บนพื้นฐานการบังคับบัญาเเละการควบคุม
ได้ถูกทดแทนด้วย “สิ่งมีชีวิต” วางความเป็นมนุษย์ไว้ ณ จุดศูนย์กลาง
แกรี ฮาเมล กล่าวว่า ตลอดสิบปีที่เเล้ว การวิจัยของเราต่อการแข่งขันโลก พันธมิตรระหว่างประเทศ และการบริหารข้ามชาติ ได้นำเราไปสู่การติดต่ออย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารอาวุโสภายในอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น เมื่อเราได้พยายามจะคลี่คลายเหตุผลเพื่อความสำเร็จและความพ่ายแพ้ภายในตลาดโลก
เรากลายเป็นสงสัยมากขึ้น ผู้บริหารของบริษัทตะวันตกและตะวันออก
มักจะดำเนินงานด้วยแนวคิดที่แตกต่างกันของกลยุทธ์การแข่งขัน เราคิดว่าความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ ช่วยอธิบายการบริหารและผลลัพธ์ของการต่อสู้ทางการแข่งขัน และเสริมด้วยคำอธิบายสมัยเดิมต่อความสำเร็จของญี่ปุ่น และการตกต่ำของตะวันตกได้
เรามีโมเดลของกลยุทธ์ตรงกันข้ามปรากฏขึ้น โมเดลหนึ่งที่ผู้บริหาร
ตะวันตกส่วนใหญ่รับรู้ มุ่งที่ปัญหาของความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์
โมเดลที่สองมุ่งที่ปัญหาของพลังทรัพยากร โมเดลสองอย่างนี้ไม่ได้เเยก
ออกจากกัน แต่มันแสดงความแตกต่างที่สำคัญของจุดมุ่งเน้น การมุ่งเน้น
ที่กระทบอย่างลึกซึ้งการต่อสู้ทางการเเข่งขันที่แสดงออกตลอดเวลา
อย่างไร
ทั้งสองโมเดลรับรู้ปัญหาของการแข่งขันภายในสภาพแสดล้อมที่
วุ่นวาย ด้วยทรัพยากรอย่างจำกัด แต่ในขณะที่จุดมุ่งเน้นของโมเดล
แรกเอาความทะเยอทะยานออกให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ จุด
มุ่งเน้นของโมเดลที่สองเพิ่มพลังทรัพยากรที่จะบรรลุเป้าหมายดูแล้ว
ไม่สามารถบรรลุได้
ทั้งสองโมเดลรับรู้ว่าข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเทียบเคียงกำหนด
การทำกำไรเทียบเคียง โมเดลแรกมุ่งเน้นการค้นหาข้อได้เปรียบที่
ยั่งยืนตามธรรมชาติ โมเดลที่สองมุ่งเน้นความต้องการเร่งการเรียนรู้
ขององค์การ นำหน้าคู่แข่งขันภายในการสร้างข้อได้เปรียบใหม่
ทั้งสองโมเดลยอมรับความยุ่งยากของการต่อสู้คู่แข่งขันที่ใหญกว่า
แต่ในขณะที่โมเดลแรกพยายามค้นหาส่วนของตลาด หรือเพียงแค่
ห้ามใจจากการท้าทายคู่แข่งขัน โมเดลที่สองแสวงหากฏใหม่ที่สามารถ
ลดคุณค่าข้อได้เปรียบของคู่แข่งขันยึดที่มั่นอยู่

การบริหารเป็นกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุดภายในองค์การของ
เรา จงคิดถึงชั่วโมงที่นับไม่ถ้วนของผู้บริหารทุ่มเทควบคุมงานของบุคคล
อื่น ผู้บริหารส่วนใหญ่ทำงานหนัก ปัญหาไม่ได้อยู่กับพวกเขา ความไม่มี
ประสิทธิภาพเกิดขึ้นจากโมเดลการบริหารหนักที่ระดับสูง ทั้งยุ่งยาก
ลำบากและต้นทุนสูง
บทความ “First Let’s Fire All Managers” ภายในฮาวาร์ด บิสซิเนส รีวิว
โดยแกรี ฮาเมล ได้สำรวจกรณีของบริษัท มอร์นิ่ง สตาร์ เป็นตัวอย่าง
ของวิถีทางที่ผิดธรรมดาและมีประสิทธิภาพของการบริหาร “First Let’s
Fire All Managers”ได้ครอบคลุมกลยุทธ์การบริหารใช้โดยบริษัทแปรรูปมะเขือเทศ
มอรนิ่ง สตาร์ วิถีทางของพวกเขาเฉพาะ นับตั้งแต่บริษัทได้ใช้การ
บริหารตัวเองโดยบุคคลตัวพวกเขาเอง ข้อเท็จจริงคือ มอรนิ่ง สตาร์
ได้พลักกลับหัวหลักการบริการแบบวิทยาศาสตร์ของเฟดเดอรริค
เทเลอร์ และระบบราชการของแมกซ์ เวเบอร์
ถ้าเราเคยกินพิซซ่า เเเฮมเบอร์เกอร์ หรือสปาเกตตี้ เราน่าจะเคย
บริโภคซ้อสมะเขือเทศของบริษัท สำนักงานใหญ่อยู่ภายในวูดแลนด์
แคลิฟอร์เนีย
มอรนิ่ง สตาร์ เป็นผู้แปรรูปมะเขือเทศใหญ่ที่สุดของโลก และบางทีน่า
จะเป็นโมเดลหนึ่งโดดเด่นที่สุดของการบริหารโดยไม่มีผู้บริหารภายใน
โลก บริษัทก่อตั้งโดยคริส รูเฟอร์เมื่อ ค.ศ 1970 ปรัชญาของบริษัทเชื่อ
ว่า
บุคคลมีความสุขที่สุด เมื่อพวกเขามีการควบคุมส่วนบุคคลต่อชีวิตของ
พวกเขา องค์การมนุษย์ที่ดีที่สุดคือ บุคคลไม่ได้ถูกบริหารโดยบุคคล
อื่น แต่บุคคลประสานงานท่ามกลางพวกเขาเอง บริหารความสัมพันธ์
และความผูกพันต่อบุคคลอื่นของพวกเขาเอง
แกรี ฮาเมล ได้รายงานการปฏิบัติของมอรนิ่ง สตาร์ อะไรทำให้มอร์นิง
สตาร์ แตกต่างจากบริษัทจำนวนมากภายในและภายนอกอุตสาหกรรม
ของพวกเขาคือ ข้อเท็จจริงที่พวกเขาไม่มีผู้บริหาร บริษัทเป็นผู้บุกเบิกภายในการปฏิบัติที่ผิดธรรมดา
สิ่งเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นจากมอร์นิ่ง สตาร์ โครงสร้างจะแบนราบกว่าแพนเค้กที่ปรับระดับโดยรถบดถนน
พวกเขาไม่มีผู้บริหาร ไม่มีคำสั่งจากข้างบน ไม่มีการเลื่อนตำแหน่ง และไม่มีชื่อเรียก แต่พวกเขามีปรัชญาที่ประกาศโดยผู้ก่อตั้งมอร์นิ่ง สตาร์ คริส
รูเฟอร์ เรียกสิ่งนี้ว่า การบริหารตนเอง
มอรนิ่ง สตาร์ คอมพานี ก่อตั้งโดยนักศึกษาเอ็มบีเอ ยูซีแอลเอ คริส รูเฟอร์ และยังคงเป็นเจ้าของคนเดียวของบริษัทอยู่
มอร์นิ่ง สตาร์ เริ่มแรกเป็นบริษัทรถบรรทกมะเขือเทศบุคคลเดียว ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้แปรรูปมะเขือเทศใหญ่ที่สุดภายในอเมริกาด้วยบุคคลมากกว่า 400 คนและยอดขายมากกว่า 700 ล้านเหรียญจากผลิตภัณฑ์มะเขือเทศหลายอย่าง
วิถีทางเฉพาะของการทำงานของพวกเขาได้ถูกอธิบายอย่างกว้างขวางภายในสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียงเหมือนเช่นฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว และ “Reinventing Organizations” ของเฟดเดอริค ลาลูซ์
หลักการนำทางของมอรนิ่ง สตาร์ คือ การบริหารตนเอง มอร์นิง สตาร์ จะมี
คริส รูเฟอร์ เป็นซีอีโอ แต่ไม่ได้มีชื่อเรียกที่เป็นทางการอื่น บุคคลทุกคนจะรู้จักกันเป็น “เพื่อนร่วมงาน” คริส รูเฟอร์ ได้กล่าวว่า มันไม่สำคัญความรับผิดชอบจะจบตรงไหน แต่มันเริ่มต้นที่ไหน แกรี่ ฮาเมล ได้อธิบายว่า
แทนที่จะผลักดันการตัดสินใจขึ้นไป มอร์นิ่ง สตาร์ จะผลักดันความชำนาญลงมา ตัวอย่างเช่น ประมาณครึ่งหนึ่งของบุคคลของบริษัทได้ผ่านวิชาการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์อย่างไร บุคคลหลายคนได้ถูกฝึกอบรมการวิเคราะห์ทางการเงินด้วย เนื่องจากผู้ทำและผู้คิดเป็นบุคคลเดียวกัน การตัดสินใจจะฉลาดกว่าและทันเวลากว่า
คริส รูเฟอร์ ได้อธิบายว่า บุคคลทุกคนจะเป็นผู้บริหารที่นี่ งานของผู้บริหารจะมีทั้งการวางแผน การจัดองค์การ การสั่งการ การจัดหาบุคคล และการควบคุม และบุคคลทุกคน ณ มอร์นิ่ง สตาร์ ได้ถูกคาดหวังให้ทำสิ่งเหล่านี้ทุกอย่าง บุคคลทุกคนจะเป็นผู้บริหารของภารกิจของพวกเขาเอง พวกเขาจะเป็นผู้บริหารของข้อตกลงที่พวกเขาทำกับเพื่อนร่วมงาน พวกเขาจะเป็นผู้บริการของทรัพยากรที่พวกเขาต้องการจะทำงานให้สำเร็จ และพวกเขาจะเป็นผู้บริหารที่ยึดถือความรับผิดชอบของเพื่อนร่วมงาน
มอร์นิ่ง สตาร์ เป็นผู้แปรรูปมะเขือเทศใหญ่ที่สุดของโลก การจัดการระหว่าง 25% และ 30% ของการแปรรูปมะเขือเทศแต่ละปีภายในอเมริกา บริษัทได้ถูกก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1970 เป็นธุรกิจการขนส่งรถบรรทุกมะเขือเทศโดยคริส รูเฟอร์ ที่ยังคงเป็นซีอีโออยู่ มอร์นิ่ง สตาร์มีโรงงานใหญ่สามโรง
ที่แปรรูปมะเขือเทศตามหลายร้อยตำรับของลูกค้าที่แตกต่างกันเล็กน้อย นอกจากนี้บริษัทได้ผลิตมะเขือเทศกระป๋องส่งไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต และธุรกิจการบริการอาหาร พวกเขาทำธุรกิจขนส่งรถบรรทุกที่ขนส่งมะเขือเทศมากกว่าสองล้านตันต่อปี และธุกิจจัดการการเก็บเกี่ยวด้วย

มอร์นิ่ง สตาร์ เป็นธุรกิจการเกษตรแปรรูปอาหารมุ่งที่มะเขือเทศ บริษัท
แปรรูปประมาณ์ 25% ของการผลิตมะเขือเทศภายในแคลิฟอร์เนีย และ
จัดหา 40% ของตลาดมะเขือเทศของอเมริกา บริษัทไม่มีผู้บริหาร ดังที่
คริส รูเฟอร์ ผู้ก่อตั้ง กล่าวว่าบริษัทบริหารบนการบริหารตัวเอง ค่าตอบ
แทนอยู่บนพื้นฐานการประเมินของเพื่อนร่วมงาน บุคคลถูกกระตุ้นให้
สร้างนวัตกรรม เเละระบุความรับผิดชอบงานตัวพวกเขาเอง คุณลักษณะ
ที่สำคัญขององค์การสีเขียวอมน้ำเงิน บุคคลสามารถแม้แต่ทำการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ของพวกเขาได้

มอร์นิ่ง สตาร์ยืนยันว่าทุกอย่างจะเริ่มต้นด้วยหลักการ การบริหารตัวเอง
จะไม่บรรลุความสำเร็จเมื่อเราไม่เชื่อมั่นต่อหลักการที่สำคัญสองข้อ ข้อแรกบุคคลไม่ควรจะใช้การบังคับต่อบุคคลอื่น การเกี่ยวพันระหว่างกันทุกอย่างควรจะสมัครใจ และข้อสองบุคคลควรจะให้เกียรติข้อผูกพันที่พวกเขาทำกับบุคคลอื่น กาาบริหารตัวเองที่ไม่มีหลักการเหล่านี้จะชี้ชะตาล้มเหลว มันดูแล้วจะง่าย แต่มันจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดต่อการบริหารตนเองที่บรรลุความสำเร็จภายในทุกสภาพแวดล้อม
การขาดความเชื่อภายในหลักการเหล่านี้จะเป็นเหตุผลที่สำคัญ ทำไมเราได้มองเห็นโครงการบริหารตนเองจำนวนมากได้ล้มเหลว มันไดัถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะลดต้นทุนหรือทำตามการโฆษณา แต่ถ้าความเชื่อไม่มีแล้ว มันจะชี้ชะตาแห่งความล้มเหลว
ด้วยการไม่มีนาย ไม่มีชื่อตำแหน่ง และไม่มีลำดับชั้นทางโครงสร้าง หลักการพื้นฐานของมอร์นิ่ง สตาร์คือ การเกี่ยวพันระหว่างกันทุกอย่างควรจะสมัครใจ เพื่อนร่วมงานแต่ละคนเข้ามาสู่ธุรกิจด้วบกลุ่มของสิทธิอย่างเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นใครก็ตาม ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนไหนสามารถบังคับเพื่อนร่วมงานคนอื่นให้ทำบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาไม่ต้องการทำได้
ณ มอร์นิ่ง สตาร์ การให้เกียรติข้อผูกพันของเราจะเป็นหลักการที่สำคัญมาก
ถ้าบุคคลไม่ให้เกียรติข้อผูกพันที่พวกเขาทำระหว่างกัน การบริหารตนเองจะล้มเหลว เพื่อความยุติธรรม บริษัทอะไรก็ตามที่ไม่ให้เกียรติข้อผูกพันของพวกเขาจะล้มเหลวด้วย
การบริหารตนเองไม่ได้หมายความว่าเราต้องการจะทำอะไรก็ตามได้ มันจะเกี่ยวกับการเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจสิ่งที่จะทำ ดังนั้นการมีเป้าหมายที่ชัดเจนต่อบุคคลทุกคนจะสำคัญ ปัจจุบันนี้บริษัทมากขึ้นได้มุ่งการมีภารกิจหรือความมุ่งหมายที่ชัดเจน แต่วิถึทางที่มอร์นิ่ง สตาร์ได้กระทำจะค่อนข้างไม่เหมือนใคร บริษัทจะมีถ้อยแถลงภารกิจโดยส่วนรวม ตามมาถ้อยแถลงภารกิจของแต่ละแผนกงานบนรากฐานและได้มาจากถ้อยแถลงภารกิจของมอร์นิ่ง สตาร์ ในที่สุดเราจะมีภารกิจทางการค้าส่วนบุคคลของบุคคลแต่ละคนที่สอดคล้องกับถ้อยแถลงภารกิจของแผนกงาน
ความสำคัญของการมีผู้นำที่ไว้วางใจได้จะเป็นสภาวะชัดเจนที่สุดที่เราได้มองเห็น ณ มอร์นิ่ง สตาร์ คริส รูเฟอร์ จะไม่เพียงแต่เป็นบุคคลที่ริเริ่มวิถีทางการบริหารตนเองที่ไม่เหมือนใครของการทำงานเท่านั้น เขาจะสำคัญต่อระดับของความไว้วางใจ ความจงรักภักดี และนวัตกรรม ณ มอร์นิ่ง สตาร์ ด้วย คริส รูเฟอร์ จะผลักดันธุรกิจไปข้างหน้าอย่างชัดเจน จากการปรับตัวเล็กน้อยของกระบวนการผลืตไปสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องไปสู่กระบวนการบริหารตนเอง
เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาปริมาณ รายได้ และกำไรของมอร์นิ่ง สตาร์ ได้เเจริญเติบโตเลขสองหลัก เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมได้เจริญเติบโต 1% ต่อปี ในฐานะของบริษัทเอกชน มอร์นิ่ง สตาร์ ได้ใช้เงินทุนการเจริญเติบโตจากแหล่งภายใน
จากการทำกำไรอย่างเข้มแข็ง บนพื้นฐานของข้อมูลมาตรฐานเทียบเทียงของพวกเขาเอง มอร์นิ่ง สตาร์ เชื่อว่าพวกเขาคือผู้แปรรูปมะเขือเทศที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของโลก
มอร์นิง สตาร์ เป็นบริษัทที่ผิดธรรมดาน่าชื่นชมมากที่สุดบริษัทหนึ่ง บุคคลคือ “เพื่อนร่วมงาน” ภาษาเฉพาะของมอร์นิ่ง สตาร์ – เป้าหมายของมอร์นิ่ง
สตาร์ ตามวิสัยทัศน์ของพวกเขาคือ การสร้างบริษัทที่สมาชิกของทีมทุกคนจะเป็นมืออาชีพบริหารตัวเอง
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







