อิสราเอล-อิหร่านต่างอ้างศาสนาทำสงคราม

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
อิสราเอล-อิหร่านต่างอ้างศาสนาทำสงคราม
“ทรัมป์”ขู่ฆ่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านคือ”คามาเนอี”แล้วละครับ ถ้าอิหร่านไม่ยอมแพ้อิสราเอล
นี้ผมว่าตามหนังสือพิมพ์”เยรูซาเลม โพสต์”เมื่อช่วงตีสอง(๑๘มิย.๖๘)ที่ผ่านมาด้วยการ”โปรยนำ”ในข่าวว่า
Trump has threatened to eliminate the Iranian Supreme leader, Ayatollah Ali Khamenei, if Iran does not submit to unconditional surrender.
ในขณะที่อิสราเอลและอิหร่าน ต่างก็โหมถล่มโจมตีใส่กัน ผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง อย่างไม่หยุดยั้ง มาตั้งแต่ ๑๓ มิย.๖๘ จนขณะนี้
และไม่รู้ว่าสงครามจะยุติลงเมื่อไรและอย่างไร
โดยขณะที่เขียนเรื่องนี้ (๑๘มิย.๖๘)อิสราเอลเสียหายน้อยกว่า ทั้งชีวิตและทรัพย์สินเพราะอาวุธอิสราเอลอานุภาพสูงกว่า มีกลยุทธ์เหนือกว่า แถมใช้วิธีหนอนบ่อนไส้กับการข่าวกรองที่เหนือกว่า ช่วงชิงการนำ
แต่กลับทำท่ารับมือไม่ไหว เป็นที่น่าสังเกต
ขณะที่อีกทางหนึ่งนั้น“ทรัมป์”พันธมิตร”เนทันยาฮู”ก็”ตีปลาที่หน้าไซ”ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า พร้อมที่จะหนุนอิสราเอล ตามที่อิสราเอลร้องขอให้ช่วยพิชิตศึก โดยอิสราเอลยกเหตุผลมาอ้างว่า:-
“จะปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธปรมาณูไม่ได้ เพราะอิหร่านใกล้ผลิตขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว”
(นี่ก็เป็นอีกข้อสังเกตหนึ่งที่อิสราเอลพยายามใช้สหรัฐให้เป็นประโยชน์)
โฮ…..พูดไปได้ ทั้งๆที่อิสราเอลก็แอบมีอาวุธปรมาณูและได้เปรียบอยู่แล้ว
แต่ปฏิเสธว่าไม่เคยมี เพราะรู้อยู่ว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ(แต่ใครเล่าจะกล้าเอาผิด)
ถามว่านี่คือเป็นกมลสันดาน”เอาเปรียบ”ของอิสราเอลใช่หรือไม่
ทีนี้ มามองในมุมลึกลงไปว่า“สันดาน”นี้นั้น มีมาตั้งแต่เมื่อใด
สันดาน”ที่ทำให้อิสราเอลถูกมองจากโลกว่า เป็นชนชาติที่ชอบทำตัวเหนือชนชาติอื่นมาตลอด
ตอบว่า มีมาแต่ยุคโบราณแล้ว
แม้ทุกวันนี้ ก็ยังมองว่าชนชาติอื่นคือ”สัตว์” โดยเฉพาะชาวปาเลสไตน์
ยกตัวอย่างเช่นที่”โยอัฟ กาลแลนต์”รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลที่เคยปราศรัยกับทหารอิสราเอลเมื่อปี ๒๕๖๖ ระหว่างการสู้รบว่า
”เรากำลังต่อสู้กับสัตว์”(We are fighting against animals) ซึ่งเขาหมายถึงกลุ่มฮามาสซึ่งเป็นชาวปาเลสไตน์นั่นเอง
แม้แต่”เนทันยาฮู”เอง ก็เถอะ เคยปราศรัยต่อต้าน”ฮามาส”ว่า:-
“จะต้องกำจัดพวกเขา พวกปิศาจให้หมดไปจากโลกใบนี้”
และย้ำโดยอ้างคัมภีร์ฮีบรู หรือ Old Testament (พันธะสัญญาเดิม)ว่า
“ท่านจะต้องจดจำว่าพวก”อามาเลข”(ชาติศัตรูของวงศ์วานอิสราเอล )กระทำต่อพวกเราอย่างไร”(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
จึงไม่แปลกที่อิหร่านซึ่งนำโดยผู้นำอนุรักษ์นิยม จะตั้งตนเป็นศัตรูทันที ที่อิสราเอลได้รับการสถาปนาจากตะวันตก ตั้งเป็นประเทศขึ้นในตะวันออกกลาง
แล้วสำแดงอิทธิฤทธิ์ยึดครองดินแดนไปจากชนชาวปาเลสไตน์ซึ่งอาศัยอยู่แต่ดั้งเดิม อย่างน่ารังเกียจ
โดยอ้างว่าแผ่นดินนั้นเป็นดินแดนแห่งพันธะสัญญาที่พระเจ้ามอบให้
ในขณะที่ชนชาวมุสลิมหรือในชาติอิสลามอนุรักษ์นิยม ก็เชื่อตาม”กุรอาน”ที่ระบุว่า:-
ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้ยึดเอาชาวยิวและชาวคริสต์เป็นมิตร บางส่วนของพวกเขาคือมิตรของอีกบางส่วน และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเอาพวกเขามาเป็นมิตรแล้วไซร้ แน่นอนผู้นั้นก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขา แท้จริง”อัลลอฮฺ”นั้นไม่ทรงแนะนำกลุ่มชนที่อธรรม(ซูเราะห์ อัลมาอิดะห์ บทที่ ๕๑)
และยังมีในที่อื่นๆ ใน”กุรอาน”อีก ที่แจกแจง ถึงความไม่พึงใจต่อชาว”ยะฮูดี”คือชาวยิว
เมื่อสี่วันที่ผ่านมานี้”คาเมเนอี”ก็ประกาศต่อชาวอิหร่านทั้งประเทศว่า:-
“ด้วยพระนามของพระเจ้าผู้ทรงความยิ่งใหญ่ กองทัพอิสลามที่ทรงพลังจะไม่ปล่อยให้พวกมันต้องถูกลงโทษ”
‘By God’s grace, the powerful arm of the Islamic Republic’s Armed Forces won’t let them go unpunished,’ says Ayatollah Ali Khamenei’
แม้บาง”โต๊ะครู”ในไทย ก็ออกมาเรียกร้องให้มุสลิมร่วมสนับสนุนอิหร่านโดยไม่เลือกว่าต่างนิกายกันหรือไม่
เห็นแล้วใช้ไหมว่า ศาสนาอิสลามและศาสนายูดาย แม้มาจากต้นตอเดียวกันแต่กลับขัดแย้งกันถึงขนาดนี้
ถามว่านั่นเป็น”ความผิดพลาด”ของพระเจ้าต่อ”ศาสนิก”ในสองศาสนานี้ ใช่หรือไม่
ที่มีคำสั่งสอนออกมา ให้ต่อต้านกันเอง รบกันเองโดยมี “ปาเลสไตน์”(ซึ่งอิหร่านหนุนหลัง)เป็นประเด็นของความขัดแย้ง
หรือว่ามนุษย์ตีความศาสนากันเองอย่างผิดๆ ตามอำเภอใจ
ในขณะที่”ความจริงย่อมมีเพียงหนึ่งเดียว”
ท่านผู้อ่านเล่าครับ มีความเห็นอย่างไร







