INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ตะวันออกกลาง ตะวันออกกลางใหม่และเอเชียตะวันตก (1)

ตะวันออกกลาง  ตะวันออกกลางใหม่และเอเชียตะวันตก (1)

จรัญ มะลูลีม

ตะวันออกกลางตั้งอยู่ระหว่างตรงกลางของทวีปเอเชีย ยุโรปและแอฟริกา ครั้งหนึ่งรู้จักกันในชื่อว่าตะวันออกใกล้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าตะวันออก คำนี้ถูกนำมาใช้ในตอนต้นศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประชุมเวียนนา เมื่อปี 1815 ปัญหาเกี่ยวกับตะวันออกได้เริ่มเกิดขึ้นมาเมื่อครั้งนโปเลียน โบนาปาร์ต เข้าครองอียิปต์แล้ว

คำว่าตะวันออกกลางนั้นมีการกำหนดบริเวณกันอย่างไม่แน่นอน บางสถาบันหมายถึงประเทศอิสลามทั้งหมดคือจากโมร็อกโกถึงอินโดนีเซีย  และจากซูดานถึงอุซเบกิสถาน ในขณะที่นักรัฐศาสตร์บางคนหมายถึงดินแดนวงจันทร์สมบูรณ์  (The Fertile Crescent) คือบริเวณอิรัก ซีเรีย เลบานอน ซีเรียและอียิปต์

ครั้งหนึ่งอาณาจักรของตุรกี ได้ขยายจากฮังการีถึงเมโสโปเตเมีย (อิรัก) และจากไครเมียถึงอียิปต์  ความเสื่อมถอยของอาณาจักรนี้ในศตวรรษที่ 18 และ 19 ก่อให้เกิดปัญหาตะวันออกขึ้น  ชัยชนะของลัทธิชาตินิยม ความเหนือกว่าของชาติยุโรปทางการทหาร  และความเสื่อมโทรมของออตโตมานเตอร์ก ก่อให้เกิดวิกฤติการทางการทูตและการเมืองตามมา

ควรจะบันทึกไว้ด้วยว่าปัญหาตะวันออก (Eastern Question) นี้มีผลต่อยุโรปและเอเชียมาตั้งแต่มนุษย์เริ่มมีบันทึกทางประวัติศาสตร์มาแล้ว เช่น เปอร์เซียรุกรานยุโรป  ตามมาด้วยการรุกรานของกรีกนำโดยอเล็กซานเดอร์แห่งเมซีโดเนีย  จากนั้นโรมันเข้ายึดครองปาเลสไตน์  อนาโตเลีย และอียิปต์ นำไปสู่การก่อตั้งอาณาจักรโรมันและไบแซนทีน  ในเวลาต่อมา การเกิดมาของอิสลาม และการใช้กำลังทางทหารของอาหรับและเตอร์กอย่างขาดไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาตะวันออกขึ้นมาในรูปแบบใหม่  ประเทศอาหรับเข้าพิชิตสเปนและเตอร์กผ่านเข้าไปถึงเวียนนา

การเข้าโอบล้อมเวียนนาในปี 1683 โดยเตอร์กตามมาด้วยความพ่ายแพ้ของกองทหารอิสลามอันเกรียงไกรด้วยการช่วยเหลืออย่างทันเวลาของกษัตริย์จอห์น โซเบียสกี้ (John Sobieski) แห่งโปแลนด์  เป็นชัยชนะของคริสเตียนยุโรปที่มีเหนืออิสลาม ปัญหาตะวันออกจึงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  จนการเข้ายึดครองของชาวมุสลิม เปลี่ยนเป็นการรุกรานของคริสเตียนต่ออิสลาม นโปเลียนเป็นแรงกระตุ้นที่นำไปสู่การหมดอำนาจของตุรกีอันกว้างใหญ่ไพศาล

ปัญหาของชาวตะวันออกในศตวรรษที่ 19 เกิดขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 20 ยุ่งเหยิงและวุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้

ตะวันออกกลางเป็นดินแดนที่กว้างใหญ่  (แม้แต่การจัดประเทศเข้าอยู่ในเขตนี้ก็มีการถกเถียงกันมากในการแบ่งเขตแดนทางภูมิศาสตร์)  จากโมร็อกโกสู่ปากีสถานจากทางตะวันออกของเธรซ จนถึงซูดาน ในแผนที่ของโลก ตะวันออกกลางปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนกับปลาที่ครีบบนของมันดันตัวเองตรงไปสู่ยุโรปส่วนครีบล่างวางอยู่บนเส้นศูนย์สูตร

ตะวันออกกลางครอบคลุมเนื้อที่มากว่า 5.5 ล้านตารางไมล์เล็กน้อย ประกอบไปด้วยทะเลทรายอันหว้าเหว่กระจัดกระจายออกไป แต่ก็มีเนินเขาสีเขียวขจีและหุบเขาอยู่ด้วย มีแม่น้ำใหญ่ๆ เช่น แม่น้ำไนล์ ยูเฟรตีส และอินดัส ในทางกายภาพแล้วการที่มีทั้งทะเลทราย   มีที่ราบที่อุดมสมบูรณ์และที่ราบที่มีอากาศเย็นนั้นได้เพิ่มเสน่ห์ให้กับชนบท  พันธุ์ไม้และสัตว์ต่างๆ ที่มีอยู่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่ซึ่งแตกต่างกันน้อยมาก  อินทผลัมให้ผลดกและผลไม้ที่ให้น้ำก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่งเช่นเดียวกับอูฐที่มีอยู่ทั่วไป

นอกจากตะวันออกกลางจะมีอินทผลัม ทับทิมและองุ่น ซึ่งออกดอกออกผลบนหน้าแผ่นดินแล้ว  ตะวันออกกลางยังมีน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินเดียวกันด้วย  แม่น้ำทั้งสามดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้มีชื่อเสียงในด้านการเป็นคลองส่งน้ำ ซึ่งรับประกันได้ถึงพืชผลที่ดกดื่น   การขุดคลองในพื้นดินทรายนั้นง่ายมากกว่าที่อื่นๆ และเป็นการง่ายที่จะสร้างทะเลสาบและเขื่อนชั่วคราวขึ้นมา

ในบรรดาสิ่งมีชีวิตนั้นมีทั้งสัตว์และมนุษย์ได้เติบโตรุ่งเรืองขึ้นในตะวันออกกลางมาตั้งแต่สมัยโบราณ   อากาศนั้นมีตั้งแต่ร้อนและเย็นจนถึงร้อนชื้น  โดยทั่วไปแล้วจัดอยู่ในอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน  เพราะว่ามีฝนตกในหน้าหนาว  ส่วนด้านอาหารการกินนั้นตะวันออกกลางต้องสั่งอาหารเข้ามาเพราะมีอาหารไม่พอเลี้ยงตัวเอง

ภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลางนั้นแตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกับทางด้านกายภาพ อาร์โนลด์ ทอนบี (Arnold Toynbee) ได้กล่าวไว้ในหนังสือ A Study of History ของเขาว่าอย่างน้อยห้าอารยธรรมมาจากดินแดนตะวันออกกลาง

ทางด้านภาษานั้นคนส่วนมากพูดภาษาอาหรับและเป็นชาวมุสลิมมีเพียงอิสราเอล ไซปรัส และเอธิโอเปียเท่านั้นที่ไม่ได้เป็นชาวมุสลิม  ในช่วงระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง   อังกฤษและฝรั่งเศสก็มีโอกาสได้ครอบครองตะวันออกกลาง  ประเทศในตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ และส่วนมากเคยสังกัดอยู่ในกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดส่วนสันนิบาตอาหรับเป็นองค์กรที่แยกออกไป

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อประเทศตะวันออกกลางเป็นอิสระ แต่ละประเทศก็ได้รับการทดสอบระบบสถาบันผู้แทนเป็นระยะเวลาสั้นๆ ยกเว้นในตุรกีและอิหร่าน   ซึ่งมีฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำงานเป็นระยะเวลาสั้นๆ เช่นกัน ระบอบประชาธิปไตยพบได้ในอิสราเอล  แต่กลับมีการขับไล่ชาวอาหรับและมีตัวแทนของชาวอาหรับแยกออกไป  ความเป็นอยู่ของชาวอาหรับเหล่านั้นก็ถูกปล่อยปละละเลย

ระบบคนที่ได้รับการคัดเลือกไปกันไม่ได้กับระบอบประชาธิปไตย บทบาทของพรรควัฟด์ (Wafd) ในฐานะพรรคของประชาชนอียิปต์ไม่อาจเปิดทางให้กับการปฏิวัติตามรูปแบบในตะวันออกกลางได้

อำนาจได้หลุดจากองค์กรตัวแทนไปอยู่ในมือสภาปฏิวัติ  ในตุรกีรัฐบาลประชาชนเคยถูกสับเปลี่ยนด้วยการปกครองของทหาร  อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน บทบาทของทหารในทางการเมืองได้ยุติลงอย่างค่อนข้างถาวร ในขณะที่ระบบของอิหร่านได้เปิดทางให้นักการศาสนาเข้ามาปกครอง

ตะวันออกกลางไม่มีความเต็มใจต่อระบอบประชาธิปไตย  มีระบอบสังคมนิยมมาร์กซิสต์ในตะวันออกกลาง  แต่ทั้งอิสลามและแนวทางของมาร์กซิสต์ในทางทฤษฎีไม่อาจไปกันได้หรือยอมลงรอยกัน  ดังนั้นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้สำหรับชาวมุสลิมที่จะเป็นมาร์กซิสต์และเป็นมุสลิมในเวลาเดียวกัน  กระนั้นลัทธิมาร์กซิสต์ก็มีอิทธิพลอยู่ไม่น้อยในตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งเช่นกัน

กับคริสเตียนนั้นอิสลามมีความไม่ลงรอยกับคริสเตียนมาช้านาน  ความพยายามของชาวตะวันตก  ซึ่งนำโดยสหรัฐหลังสงครามอ่าวเปอร์เซียที่จะให้มีสันติภาพในตะวันออกกลางนั้นดูเหมือนจะเป็นภาคใหม่ของเรื่องราวเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะแต่ละฝ่ายคือฝ่ายอาหรับเจ้าของดินแดน  และอิสราเอลฝ่ายยึดครองดินแดนต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า ‘ตะวันออกกลาง’ ที่ใช้กันแพร่หลายได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น โดยนักวิจารณ์ชี้ให้เห็นอย่างถูกต้องว่า คำว่าตะวันออกกลางเป็นสิ่งปลูกสร้างในยุคอาณานิคมที่มีรากฐานมาจากมุมมองของชาวตะวันตก

บัญญัติโดยพลเรือเอก Alfred Thayer Mahan นักยุทธศาสตร์กองทัพเรืออังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 คำนี้ใช้อธิบายความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาคที่มีต่อจักรวรรดิอังกฤษ

คำนี้พร้อมกับคำว่า ‘ตะวันออกใกล้’ ที่มีความโบร่ำโบราณ พอ ๆ กัน   จะรวบรวมวัฒนธรรม ภาษา และประวัติศาสตร์อันหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเรื่องราวที่ดำเนินเรื่องโดยเน้นตะวันตกเป็นศูนย์กลางซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด

สื่ออิหร่านและสื่อจากยูเรเชียอื่น ๆ นิยมใช้คำว่า ‘เอเชียตะวันตก’ มาเป็นเวลานานในการอธิบายภูมิภาค ซึ่งมีการโต้เถียงกันว่ามีความถูกต้องทางภูมิศาสตร์มากกว่า ในขณะเดียวกันก็เน้นความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิศาสตร์ที่มีร่วมกันโดยประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคโดยไม่จำเป็นต้องรวมเข้าด้วยกัน .

สำนักข่าวแห่งหนึ่งในอิหร่านก็มีชื่อว่า West Asia News Agency (WANA)

ตัวอย่างเช่น สำนักข่าว Xinhua ที่บริหารโดยรัฐของจีน ใช้คำว่าเอเชียตะวันตก (West Asia) ในรายงาน ในขณะที่ผู้ออกอากาศ WION ของอินเดียมีรายการที่จัดโดย Ghadi Francis ที่เรียกว่า ‘The West Asia Post’ นอกจากนี้ยังมีรายงานที่ได้รับการอ้างอิงมาโดยตลอดว่า คำว่าเอเชียตะวันตกนั้นได้รับการบัญญัติศัพท์มาจากยาวาหระลาล เนห์รู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดียที่มองว่าภูมิภาคนี้อยู่ทางตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชียนั่นเอง

Youtube Short ที่อัปโหลดโดย WION เมื่อต้นปีที่ผ่านมายืนยันว่า ‘เอเชียตะวันตก’ เป็นการใช้งานที่ถูกต้องเท่านั้น เนื่องจาก “ไม่มีอคติทางภูมิศาสตร์”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง The Cradle ซึ่งมีฐานอยู่ในเลบานอนได้กลายเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังในการท้าทายเรื่องเล่าแบบดั้งเดิมของ ‘ตะวันออกกลาง’ โดยสนับสนุนคำว่า ‘เอเชียตะวันตก’

Sharmine Narwani คอลัมนิสต์ของ The Cradle กล่าวกับเว็บไซต์ Press TV ว่าเอเชียตะวันตกเป็น “จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ในหลาย ๆ ด้าน และเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมดั้งเดิม”

“ในขณะที่ ‘ตะวันออกกลาง’ เต็มไปด้วยสัมภาระจากอาณานิคม การพ่ายแพ้ และหายนะที่ไม่หยุดยั้ง ‘เอเชียตะวันตก’ เตือนเราว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 และเราเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญระหว่างเอเชียและยุโรป – หรือยูเรเซียเสียด้วยซ้ำ” เธอกล่าว

ตรงกันข้าม สื่ออาหรับมักทำให้สถานะที่เป็นอยู่คงอยู่ต่อไปด้วยการใช้คำว่า ‘ตะวันออกกลาง’ ต่อไป การเลือกใช้คำศัพท์นี้สะท้อนถึงอิทธิพลที่ยั่งยืนของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตกในภูมิภาค

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com