การจัดระเบียบห่วงโซ่เศรษฐกิจโลกใหม่: แผนปฏิบัติการที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ

การจัดระเบียบห่วงโซ่เศรษฐกิจโลกใหม่: แผนปฏิบัติการที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ
บก.Inewhorizon.net
โลกกำลังเปลี่ยนจากระบบการผลิตที่เน้นต้นทุนต่ำและประสิทธิภาพสูง ไปสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากสงครามการค้าสหรัฐฯ–จีน การระบาดของโควิด-19 สงครามรัสเซีย–ยูเครน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
บริษัทข้ามชาติไม่ได้ถอนตัวจากโลกาภิวัตน์ทั้งหมด แต่กำลังปรับแนวทางจาก “ผลิตที่ต้นทุนต่ำที่สุด” เป็น “กระจายความเสี่ยงของฐานการผลิต” แนวคิดสำคัญคือ Resilience, Security และ Diversification หรือการสร้างห่วงโซ่ที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และไม่พึ่งพาแหล่งเดียวมากเกินไป
การกระจายฐานการผลิตออกจากจีนจึงไม่ได้หมายความว่าจีนหมดความสำคัญ แต่เป็นการสร้างเครือข่ายแบบ China + 1 หรือ China + N ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศอื่น รวมถึงไทย เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ไทยกับบทบาทจุดเชื่อมของห่วงโซ่ใหม่
ไทยมีข้อได้เปรียบจากทำเลที่เชื่อมโยงจีน ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และตลาดอาเซียน ประกอบกับมีฐานอุตสาหกรรมเดิมในด้านยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ปิโตรเคมี และโลจิสติกส์ จึงมีศักยภาพที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตและการขนส่งระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้รับประกันว่าไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุด หากโรงงานในประเทศยังนำเข้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีเกือบทั้งหมด ใช้ไทยเป็นเพียงฐานประกอบสินค้า และส่งออกกลับไปยังตลาดต่างประเทศ มูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศก็อาจมีจำกัด
รัฐบาลจึงควรเปลี่ยนเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนจากการวัดเพียงมูลค่าเงินลงทุนและจำนวนโรงงาน มาเป็นการวัดสัดส่วนการจัดซื้อจากผู้ผลิตไทย การจ้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยในประเทศ และการพัฒนาผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่ระดับภูมิภาค
Semiconductor, AI และ Data Center: โอกาสสำคัญ
เซมิคอนดักเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะเกี่ยวข้องกับ AI รถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบสื่อสาร อาวุธ และอุปกรณ์อัจฉริยะ ไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับไต้หวันหรือเกาหลีใต้ในทุกระดับ แต่ควรเลือกสาขาที่สอดคล้องกับจุดแข็ง เช่น Power Semiconductor, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete รวมถึงการออกแบบ การทดสอบ การวิจัย และการผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในระยะสั้นควรจัดทำแผนที่ศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ กำหนดสาขาเป้าหมาย และเร่งผลิตวิศวกรและช่างเทคนิคผ่านหลักสูตรร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษา และภาคเอกชน ในระยะกลางควรสนับสนุนกองทุนวิจัยร่วม ห้องปฏิบัติการกลาง ศูนย์ทดสอบ และสิทธิประโยชน์แก่บริษัทที่ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาบุคลากรในประเทศ
Data Center และ AI เป็นอีกโอกาสสำคัญ เพราะต้องใช้ไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ พลังงานสะอาด ระบบระบายความร้อน โครงข่ายอินเทอร์เน็ต สายเคเบิลใต้น้ำ บุคลากรด้าน Cloud และ AI และความปลอดภัยไซเบอร์ ไทยควรผูกการอนุมัติโครงการกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การฝึกอบรมบุคลากร และการจัดซื้อบริการจากบริษัทไทย พร้อมเชื่อม Data Center กับมหาวิทยาลัย บริษัทซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมผู้ใช้
Critical Minerals และความมั่นคงของวัตถุดิบ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจไม่ได้จำกัดอยู่ที่โรงงานและเทคโนโลยี แต่รวมถึงแร่สำคัญที่ใช้ในแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า อาวุธ อากาศยาน เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ประเทศที่ควบคุมวัตถุดิบหรือขั้นตอนสำคัญของการกลั่นและแปรรูปย่อมมีอำนาจต่อรองสูง
ไทยควรจัดทำบัญชีแร่สำคัญ ประเมินความเสี่ยงการนำเข้า และสนับสนุนการรีไซเคิลแบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแม่เหล็กถาวร พร้อมสร้างความร่วมมือกับประเทศอาเซียนและคู่ค้าเพื่อกระจายแหล่งจัดหา
ความเสี่ยงจากการแข่งขันของมหาอำนาจ
การลงทุนจากจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และประเทศอื่น ๆ เป็นโอกาส แต่ก็ทำให้ไทยต้องบริหารความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล โรงงานในไทยอาจใช้เครื่องจักรจากประเทศหนึ่ง ชิ้นส่วนจากอีกประเทศหนึ่ง เทคโนโลยีจากประเทศที่สาม และส่งออกไปยังตลาดที่สี่ หากกฎการส่งออกหรือมาตรการคว่ำบาตรเปลี่ยน ห่วงโซ่ทั้งหมดอาจได้รับผลกระทบ
ดังนั้นไทยควรใช้แนวทาง “Diversification ไม่ใช่ Decoupling” ไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากจีนเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากสหรัฐฯ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับจีน แต่ควรกระจายเครือข่ายทางเศรษฐกิจให้กว้างที่สุด
ในระดับภูมิภาค ไทยควรเชื่อมโยงตนเองเข้ากับ ASEAN Supply Chain โดยใช้ฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และทำเลที่เชื่อมโยงอาเซียนภาคพื้นทวีปกับเส้นทางทะเลและตลาดโลก พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านศุลกากร มาตรฐานสินค้า การขนส่งข้ามแดน และข้อมูลดิจิทัล
กับดัก FDI โต แต่มูลค่าเพิ่มไม่โต
ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอาจดูดี แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว ต้องดูว่าบริษัทไทยเข้าเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือผู้ให้บริการได้หรือไม่ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการวิจัยในประเทศหรือไม่ บุคลากรไทยได้รับการพัฒนาหรือไม่ และมูลค่าเพิ่มในประเทศเพิ่มขึ้นเพียงใด
เป้าหมายจึงควรเปลี่ยนจาก “ดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ” เป็น “ดึงดูดการลงทุนเพื่อสร้างขีดความสามารถของประเทศ” โดยเชื่อม FDI เข้ากับการพัฒนาคน เทคโนโลยี บริษัทไทย และอุตสาหกรรมต้นน้ำ
ลำดับความสำคัญของมาตรการ
ระยะสั้น 1–2 ปี: จัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน ปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนให้ผูกกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบริษัทไทย กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งผลิตบุคลากร จัดทำบัญชี Critical Minerals และฐานข้อมูลผู้ผลิตไทย
ระยะกลาง 3–5 ปี: จัดตั้งศูนย์ทดสอบและกองทุนวิจัยร่วม พัฒนาเขตนวัตกรรม Data Center และ AI สนับสนุนโรงงานแปรรูปและรีไซเคิล ยกระดับผู้ประกอบการไทย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและดิจิทัล และสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบและตลาด
ระยะยาว 5–10 ปี: สร้างระบบนิเวศที่ไทยมีบทบาทตั้งแต่การออกแบบ วิจัย ผลิต ทดสอบ ไปจนถึงบริการหลังการขาย ผลักดันบริษัทไทยให้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีและแบรนด์ พัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอาเซียน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ไม่พึ่งพามหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป
5 เรื่องที่ไทยต้องติดตาม
- สงครามเทคโนโลยีสหรัฐฯ–จีน โดยเฉพาะกฎการส่งออกชิป AI และเทคโนโลยีขั้นสูง
- นโยบายภาษีและมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ
- การปรับห่วงโซ่การผลิตของจีน
- การลงทุนด้าน Data Center และ AI ว่าจะสร้างระบบนิเวศให้บริษัทไทยได้เพียงใด
- Critical Minerals และความมั่นคงด้านวัตถุดิบ
บทสรุป
การจัดระเบียบห่วงโซ่เศรษฐกิจโลกใหม่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ตั้งแต่สงครามการค้า การย้ายฐานผลิต เซมิคอนดักเตอร์ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ แร่สำคัญ พลังงาน และโลจิสติกส์
ไทยมีข้อได้เปรียบจากฐานอุตสาหกรรมเดิม ทำเลที่ตั้ง และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเพียงพื้นที่รองรับการย้ายฐานผลิต โดยไม่ได้ยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของตนเอง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกข้างระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่คือการทำให้ไทยเป็นประเทศที่ทุกฝ่ายต้องการเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่เศรษฐกิจของตน ขณะเดียวกันไทยต้องมีอำนาจต่อรอง สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาบริษัทของตนเองได้มากขึ้น
หากดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก แต่สามารถเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้







