INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

AI กับงานด้านสัตวแพทย์

ถ้าก้าวตามไม่ทัน ก็เหมือนหยุดนิ่ง

ศ. น.สพ. ดร. มงคล เตชะกำพุ

 

ในสังคมยุคดิจิตัล AI (เอไอ) กำลังเป็นคำยอดฮิต ติดอันดับ  ใครไม่เข้าใจก็รู้สึกจะตกเทร็นเสียแล้ว!!!!

คำว่า AI มาจากคำว่า Artificial Intelligence ภาษาไทยเรียก “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเรียกย่อๆ ว่า “เอไอ” คนละเรื่องกับ AI ที่มาจาก Artificial Insemination หรือการผสมเทียม เพื่อขยายสัตว์พันธุ์ดีและป้องกันโรคติดต่อทางระบบสืบพันธุ์  ดังนั้นเวลาเปิดกูเกิ้ล ก็อย่าได้แปลกใจว่าทำไม AI จึงเป็นเรื่องผสมเทียมไปเสียฉิบ

AI หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่น ๆ อย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง  แม้ว่าดังเดิมนั้นเป็นสาขาหลักในวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แนวคิดหลาย ๆ อย่างในศาสตร์นี้ได้มาจากการปรับปรุงเพิ่มเติมจากศาสตร์อื่น ๆ (Wikipedia)

 

เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีการเปิดตัว Sophia หุ่นยนต์สาว ที่ถูกพัฒนามาถึงจุดที่หุ่นยนต์ได้เป็นพลเมืองหรือเป็นคนจริงๆ ซึ่งสามารถพูดคุยและแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้เหมือนมนุษย์ ได้รับสิทธิ์ในการเป็นพลเมืองในซาอุดิอาระเบียแล้ว หรือผู้ประกาศข่าวจีน AI คนแรกของโลกก็มีเช่นกัน

https://brandinside.asia/sophia-ai-robotics/

ผู้ประกาศข่าว AI คนแรกของโลก

Machine Learning (แมทชีน เลินนิ่ง)    เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ให้เราเข้าถึง AI  ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ประมวลข้อมูล เพื่อทำนายหรือตัดสินใจ  โดยปราศจากการทำงานตามลำดับคำสั่งของโปรแกรม เปรียบได้กับการเอาศาสตร์หลายๆ ศาสตร์ หลายๆ แขนงมารวมเข้าด้วยกัน เช่น วิศวคอมพิวเตอร์ วิศวกรรม แต่เชื่อมโยงกับความรู้ปลายทาง ที่เราอาจเอาไปประยุกต์ ทางชีววิทยา ทางการแพทย์ รวมทั้งทางการสัตวแพทย์ได้ด้วย เรียกว่า เร็วกว่า และแม่นยำกว่า แต่ก็ขึ้นกับการเก็บข้อมูลที่จะต้องถูกต้อง(https://medium.com/@dumpdatasci.th/machine-learning)

โดยการเรียนรู้ด้วย Machine learning มี 3 แบบ  คือ

(http://mindphp.com-ai-machine-learning/5260-what-is-machine-learning.html)

 

ในฐานะที่เป็นอาจารย์ทางสัตวแพทย์มากว่าสามสิบปี  ทุกวันนี้ก็ต้องพยายามวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน เพื่อพัฒนาด้านการเรียนการสอน และการวิจัย รวมทั้งการบริการ     ผมได้เชิญ รองศาสตราจารย์ ดร. จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต นักวิจัยหนุ่ม นักนวัตกรรมจากภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์และคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาตสร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  มาให้ข้อคิดเห็นในการวิจัยเรื่อง AI (Artificial Intelligence) ในวงการสัตวแพทย์  วันที่ 3 ธันวาคม 61   เผื่อเราจะได้ก้าวให้ทันโลกและทันโรค    โดยการจัดครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์ของฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้กรุณาจัดการทุกอย่างให้ และมีการถ่ายทอดผ่าน FB live ไปยังผู้ที่อยากจะฟังแต่มาไม่ได้อีกด้วย

 

งาน AI ของอาจารย์แบ่งออกเป็น 4   ส่วน คือ

  • เอไอกับการตรวจของเลียนแบบหรือสิ่งปลอมปน เช่น นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม พระเครื่อง สารปลอมปนต่างๆ เป็นต้น
  • เอไอกับการใช้ในวงการแพทย์ ซึ่งอาจารย์ได้ไปทำร่วมกับแพทย์ในหลายสาขา หลายโรงพยาบาล ทั้งจักษุแพทย์ ดูความผิดปกติของจอตา ของเลนซ์ตา หรือตรวจการตีบตันของโรคหัวใจ เป็นต้น
  • เอไอกับการใช้ในการศึกษา เช่น การวิเคราะห์เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา การช่วยการเรียนการสอนด้านภาษาศาสตร์
  • เอไอกับงานทางความมั่นคง ในด้านนิติวิทยาศาสตร์

เนื่องจากทางสัตวแพทย์นั้น เราเรียนหลากหลายสัตว์ และยังเรียนเป็นระบบเช่นเดียวกับในมนุษย์ สัตว์พูดไม่ได้ บังคับให้อยู่นิ่งเฉยคงลำบาก ดังนั้นการประมวลภาพ และนำมาใช้จึงอาจแตกต่างกับในมนุษย์ แต่ในปัจจุบันได้มีการนำเอาเทคโนโลยีเอไอ มาใช้ในวงการสัตวแพทย์บ้างแล้ว เช่น Machine learning ได้มีการนำเอามาใช้กับอุตสาหกรรมสุขภาพสัตว์ เพื่อการชันสูตรโรค โดยใช้ข้อมูลมาประมวลในลักษณะ real time analysis   ดูการกระจายของโรคในพื้นที่หนึ่งๆ  บริษัท IBM ได้นำเอา AI assistant for veterinarian มาวิเคราะห์การเดินของสัตว์ หรีอในประเทศนิวซีแลนด์ได้มีการนำเอาโปรแกรม Betty ช่วยเกษตรกรมาช่วยดูแลวัวป่วยแบบเฉียบพลัน และร่วมใช้กับ smart farm

การตรวจวินิจฉัยโดยใช้ deep learning  medical Imaging, tumor detection,   blood flow quantification, brain image analysis and pathology imagery มีการนำเอา medical imaging มาดู reticulocytes ในแมว เป็นต้น

จากการแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ทางสัตวแพทย์ที่เข้าร่วมประชุม  พบว่าการใช้เอไอที่น่าสนใจในการนำมาใช้กับวงการสัตวแพทย์ ก็จะมีหลายเรื่อง อาทิเช่น การศึกษาเสียงของสัตว์ต่อการเกิดโรค  การตรวจคลื่นเสียงดูการตั้งท้อง การวิเคราะห์ความผิดปกติของตัวอสุจิ การตรวจคุณภาพน้ำนมโค การตรวจตา ตรวจมะเร็ง ตรวจโรคผิวหนัง ฯลฯ

ล่าสุด ศ. สพ.ญ ดร. เกวลี ฉัตรดรงค์ (รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ)  ได้กรุณาส่งข้อความมาทางไลน์ บอกว่าที่ประเทศจีนนั้น ได้มีการนำเอา AI เทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้กับการเลี้ยงหมู ช่วยให้เกษตรกรเฝ้าสังเกตและวิเคราะห์หมูแต่ละตัวได้อย่างใกล้ชิดและลดต้นทุนในการเลี้ยง   หากนำเทคโนโลยีนี้มารวมเข้ากับการวิเคราะห์แบบเอไอที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จะสามารถช่วยให้เกษตรกรผลิตเนื้อหมูที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมในต้นทุนที่ต่ำลงได้แพลตฟอร์มด้านการเกษตรที่นำเอไอเข้ามาใช้ เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าใจ ดูแล และตอบสนองต่อความต้องการของสัตว์ในฟาร์มและพืชผลการเกษตรได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งได้เริ่มมีบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทย ได้เริ่มศึกษาวิจัยการใช้ AI กับการเลี้ยงสุกร ในโลกของปัจจุบันได้มีการนำเอาระบบออโตเมชั่นต่างๆ เข้ามาใช้ในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นระบบธนาคารที่ทุกวันนี้ไม่ต้องเดินไปธนาคาร ก็สามารถโอนเงินได้ ระบบซื้อของต่างๆ ระบบจองรถ รวมทั้งการเรียนการสอนที่เด็กนิสิตนักศึกษาไม่ต้องนั่งจดเลคเชอร์ สามารถใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา จดคำบรรยายได้ สรรหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โลกหมุนเร็วกว่าที่เราคิด

ในยุคดิจิตัล ที่เปลี่ยนจาก 4G เป็น 5G  แล้วจะเป็น 6,7,8G ………. ในอนาคต        การใช้ AI กับวงการสัตวแพทย์ น่าจะมีช่องทางอีกหลายช่องทาง และจะเป็นการพัฒนาวงการวิชาชีพและวงการเลี้ยงสัตว์                     สู่โหมดดิจิตัล ที่เราต้องก้าวตามให้ทัน เพราะ “ถ้าก้าวตามไม่ทัน ก็เหมือนหยุดนิ่ง”

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com