INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซ้ำเติม”จ่านิว”แล้วได้อะไร

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ซ้ำเติม”จ่านิว”แล้วได้อะไร

ผมว่า จะไม่ใส่ใจกรณี”จ่านิว”หรือนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หนุ่มวัย ๒๗ ปีถูกรุมทำร้ายมาแล้วสองครั้ง เพราะเห็นว่า เป็นพฤติกรรมการเมืองตามปกติธรรมดา ในสังคมชาติที่กำลังเรียนรู้ แสวงหาประสบการณ์ด้านการเมืองและการปกครอง ตามระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

แต่การทำร้าย”จ่านิว”ครั้งหลังสุด ชักจะรุนแรงเกินไป เพราะเขาค่อนข้างจะบาดเจ็บสาหัส หรืออาจต้องเสี่ยงต่อความพิกลพิการ ซ้ำยังพบว่า เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่อง กระหน่ำซ้ำเติม”จ่านิว”เกิดขึ้นอย่างแพร่สะพัด โดยเฉพาะในสื่อสังคม จนค่อนข้างจะเลยธงไปแล้ว

ก็เลยเห็นว่า จำเป็นจะต้องแยกแยะ ให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า อะไรคือความถูกต้องชอบธรรมและอะไรคือข้อเท็จจริง ก่อนที่จะเกิดกระแสอคติ ที่หนักหนารุนแรงไปมากกว่านี้ อันจะนำไปสู่อันตรายที่สำคัญ คือการ”ตอกลิ่ม”ให้เกิดความแตกแยกทางสังคม ได้อีกในแง่หนึ่ง อันจะเป็นผลเสียต่อชาติ ซึ่งเวลานี้จำเป็นที่จะต้องสร้างความสมัครสมานสามัคคี ขึ้นมาให้ได้อย่างแท้จริง

พูดถึงความสามัคคี ขออนุญาตแจกแจงต่อไปว่า ไม่ใช่แค่การอุปโลกน์ความปรองดองกำมะลอขึ้นมา ตามที่คสช.พยายามกระทำ ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญที่วางแผนเอาพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมกัน จัดตั้งเป็นรัฐบาลผสมหลายฝ่าย ที่ไร้เสถียรภาพ แม้จนกระทั่ง ณ วันนี้ ได้ผ่านการเลือกตั้ง(๒๔ มีค.)มากว่าสามเดือนแล้ว ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้เลย ถึงแม้ในที่สุด จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ไม่แน่ว่าจะบริหารได้อย่างราบรื่น

การทำร้าย”จ่านิว”ครั้งนี้ สังคมทั่วไปมองอย่างไร

จากการสังเกตการณ์ของผมเอง พบว่า คนทั่วๆ ไปมองว่า

๑ “จ่านิว”และสมัครพรรคพวกสร้างเรื่องขึ้นมา โดยเอาตัว”จ่านิว”เป็นเหยื่อล่อ เพื่อเพิ่มกระแสต่อต้านไม่ยอมรับระบอบการปกครอง ซึ่งหมายถึงรัฐบาลทหารชุดปัจจุบัน ซึ่งทางกลุ่ม”นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย”ที่มี”จ่านิว”เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ เห็นว่าไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง แต่เป็นพฤติกรรมของทหารกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามสืบทอดอำนาจ

ตัวอย่าง การต่อต้านของกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ก็คือ เมื่อไม่นานมานี้ มีการรณรงค์ต่อต้านการแต่งตั้ง ส.ว.ซึ่งมีทหารชั้นผู้ใหญ่ได้รับเลือกเป็นจำนวนมาก

การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยหรือสิทธิเสรีภาพ ในทางใดทางหนึ่งนั้น มีมาทุกยุคสมัย ที่ทหารเข้ามาปกครองประเทศ ไม่ว่าจะยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม หรือในยุคถนอม-ประภาส หากว่าอยู่นานเกินไป ดังนั้น ในแง่การพัฒนาประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวของนักเคลื่อนไหวอย่าง”จ่านิว”จึงเป็นเรื่องปกติ แม้หลายหนจะไม่ถูกกาละเทศะ โดยเฉพาะการใช้สถาบันการศึกษา เช่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นแหล่งที่ใช้ในการเคลื่อนไหว จนเป็นที่น่าหมั่นไส้ ของคนทั่วไป (ยกเว้นผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางคน)

๒ เจ้าหน้าที่รัฐ รำคาญพฤติกรรม”ก่อกวน”การเมืองของ”จ่านิว”และสมัครพรรคพวก ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ได้ปฏิเสธแล้วว่า ไม่เป็นความจริงที่เจ้าหน้าที่รัฐจะทำ และได้กำชับให้ตำรวจเร่งหาตัวผู้กระทำผิด(ทำร้าย”จ่านิว”)มาดำเนิคดีตามกฎมายให้ได้

๓ “มือที่ ๓”ดำเนินการเพื่อก่อกระแสความแตกร้าวให้เกิดขึ้นในสังคม เช่นที่พยายามกระทำมาแล้ว ด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้ง ในกระบวนการการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย ทำลายล้างระบอบการปกครองเสรีประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วในลาวและกัมพูชา ที่ทุกวันนี้ไม่มี”ศูนย์รวมสามัคคีธรรม”แห่งชาติ

ถ้าจะว่าไปแล้ว ต้นเหตุในการทำร้าย”จ่านิว” อาจจะเกิดจากข้อหนึ่งข้อใดในสามข้อนี้ หรืออาจจะเกิดจากข้อ ๑  รวมกับข้อ ๓ ก็ได้

สำหรับข้อ ๑ นั้น วิจารณ์ว่า ไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้ ที่จะเอาชีวิตของ”จ่านิว”เข้าเสี่ยง ตัว”จ่านิว”เองนั้นมีข่าวว่าจะได้ทุนไปเรียนอินเดียเสียด้วยซ้ำไป ทำไมต้องมาตัดอนาคตตนเอง ในตอนนี้เล่า หรือว่า เพื่อนๆ แอบทำ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะผิดคุณธรรมน้ำมิตร

ส่วนข้อที่ ๒ นั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างกระทำลงไปเอง หรือด้วยคำสั่งของระดับเหนือขึ้นไป ซึ่งไม่น่าจะใช่ระดับสูงสุด โดยเฉพาะระดับรัฐบาล ซึ่งก็กำลังจะทำหน้าที่บริหารประเทศต่อและต้องการความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างบรรยากาศเริ่มต้นที่ดีสำหรับรัฐบาลใหม่ หากทำไป ก็ไม่คุ้มกับการที่จะถูกตำหนิติเตียน ซึ่งขณะนี้ ก็โดนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอยู่แล้ว แถมยังมีการประประชดประชันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคสช. ใช้ ม.๔๔”ปรับครม.ใหม่ทันที หากจัดตั้งรัฐบาลผสมไม่ลงตัว แล้วก็บริหารประเทศต่อ โดยยกเลิกการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เป็นเผด็จการไปเรื่อยๆ ใครจะทำไม

นี่ถ้าเกิดบ้าเลือด กระทำขึ้นมาจริงๆ ตามที่ประชดประชันกัน ผมว่า บ้านเมืองนี้วุ่นวายปั่นป่วนแน่นอน

สำหรับข้อ ๓ นั้น มีความเป็นไปได้มาก ที่จะอาศัยข้อ ๑ เป็นเครื่องมือดำเนินการ ด้วยการ”ทำร้าย” ในขณะเดียวกันก็อาจให้คำแนะนำ หรือให้ทุนทรัพย์ ในการดำเนินการ โดยแหล่งทุนที่อาจจะเป็นนักการเมือง(เช่น”ทักษิณ”)ที่สูญเสียอำนาจ หรืออาจเป็นชาติมหาอำนาจที่ ต้องการมีอำนาจอิทธิพลเหนือ เพื่อผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง ที่จะได้รับ หากได้รัฐบาลที่โอ่นอ่อนผ่อนตามชาติมหาอำนาจนั้นๆ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่”จ่านิว”(หากปลอดภัยจากการบาดเจ็บคราวนี้) พึงพิจารณาก็คือ สมควรแล้วหรือยัง ที่จะกลับเนื้อกลับตัว ทำตนเป็นพลเมืองดี ที่ไม่มัวแต่ตะลอนๆ ไป สร้างเรื่องวุ่นๆ ต่างๆ จนเจ็บเนื้อเจ็บตัวปางตาย สมควรมุ่งหน้าร่ำเรียนให้สำเร็จ แล้วตั้งหน้าตั้งทำมาหากิน ดูแลแม่และพี่น้องในครอบครัว ให้พ้นจากความยากจนเสียที

แต่ถ้ายังดันทุรัง มุ่งมั่น ที่จะทำงาน เรียกร้องสิทธิเสรีภาพหรือเรียกร้องประชาธิปไตยต่อไป ก็เป็นสิทธิของ”จ่านิว”แล้ว ใครจะไปว่าอะไรได้

ถามท่านผูอ่านว่า ยังจะมีอะไรที่จะต้องแนะนำหรือก่นประณาม”จ่านิว”อีกหรือไม่ครับ หลังจากอ่านเรื่องนี้แล้ว

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com