นิวยอร์ค ไทม์ “ข่าวทุกข่าวที่เหมาะสมจะพิมพ์”

นิวยอร์ค ไทม์ “ข่าวทุกข่าวที่เหมาะสมจะพิมพ์”
เฮนรี เรย์มอน เป็นบรรณาธิการคนแรกและเจ้าของคนเดียวของนิวยอร์ค ไทม์ตั้งแต่ ค.ศ 1851 เขาได้ยกระดับอย่างมากสไตล์และทิศทางของหนังสือพิมพ์ร่วมสมัย และเป็นบุคคลสำคัญภายในการสร้างพรรครีพับลิคกัน บางครั้งเฮนรี่เรย์มอนด์ถูกเรียกว่า กอดฟาเธอร์ของพรรครีพับลิคกัน นิวยอร์ค ไทม์ ระหว่างสิบแปดปีแรกของการดำรงอยู่เป็นเสียงของบรรณาธิการของพวกเขา เฮนรี เรย์มอนด์ ท่าทีทางจริยธรรมที่เข้มแข็งของเขายืนยันว่า การรายงานต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ความรู้สึก การปฏิเสธการนำเสนอที่เร้าใจเกินไป
และการวิจัยอย่างรอบคอบและฉลาด นี่นำไปสู่ยุคใหม่ต่อวิถีทางที่ข่าวถูกรายงาน และได้สร้างไทม์อย่างรวดเร็วเป็นหนังสือพิมพ์แห่งการบันทึก อิทธิพลของเฮนรี่ เรย์มอนยังคงอยู่ภายในหนังสือพิมพ์ผ่านทางรุ่นของบรรณาธิการและ
นักเขียนมากกว่าบรรณาธิการข่าวของนิวยอร์คคนอื่น เฮนรี่ เรย์มอนด์ รักษาความสัมพันธ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอกับอับราฮัม ลินคอล์น และไปเยี่ยมวอชิงตันประจำเกี่ยวกับภารกิจการเมืองและหนังสือพิมพ์ ประธานาธิบดีลินคอล์นเรียกเฮนรี่ เรย์มอนด์ว่า พลโทภายในการเมืองของเขา
การตีพิมพ์เปิดตัวอธิบายความมุ่งหมายของหนังสือพิมพ์ว่า
“เราจะเป็นอนุรักษ์นิยม ภายในทุกกรณีที่เราคิดว่าอนุรักษ์นิยมมีความสำคัญต่อประโยชน์สาธารณะ และเราจะรุนแรงภายในทุกสิ่งทุกย่างที่ดูเหมือนว่าเราต้องการรักษาอย่างรุนแรงและการปฏิรูปอย่างรุนแรง เราไม่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างภายในสังคมนั้นถูกต้องหรือผิดทั้งหมด อะไรคือสิ่งที่ดีเราปราถนาที่จะรักษาและปรับปรุง อะไรคือสิ่งที่เลว ทำลายล้างหรือปฏิรูป”
อดอล์ฟ ออส เป็นผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์อเมริกัน และเป็นเจ้าของก่อนหน้านี้ของนิวยอรค ไทม์ ภายใต้ความเป็นผู้นำของเขา นิวยอรค ไทม์ ได้กลายเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่มีชื่อเสียง ด้วยยอดขายมากกว่าหนึ่งล้านฉบับ และถูกยกย่องด้วยการชนะ 94 รางวัลพูลิตเซอร์ ตรงกันข้ามกับหนังสือพิมพ์อื่น ณ เวลานั้น เขาประณาม “หนังสือพิมพ์สีเหลือง” และการนำเสนอด้านเร้าใจเกินไป มุ่งตัวเขาเองกับการรายงานและการเขียนที่เชื่อถือได้เท่านั้น เขาได้สร้างถ้อยคำสโลแกนว่า”ข่าวทุกข่าวที่เหมาะสมจะพิมพ์” แปลความหมายเป็นการกระทุ้งหนังสือพิมพ์ที่แข่งขันกัน
หนังสือพิมพ์สีเหลืองเป็นอะไรที่ประชาชนภายในอเมริกาใช้เรียกหนังสือที่ใช้พาดหัว
สะดุดตา ไม่ได้หนุนหลังการวิจัยที่ดี ข่าวบนพื้นฐานข้อเท็จจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หนังสือพิมพ์ที่เป็นรอยแต้มสื่อสีเหลืองทำให้เรื่องราวเกินความจริง สร้างความกล้วมากขึ้น ความตื่นเต้นมากขึ้น ความเศร้าใจมากขึ้น
ที่จริงแล้วถ้อยคำ “หนังสือพิมพ์สีเหลือง” กำเนิดจากการแข่งขันระหว่างสองยักษ์ใหญ่หนังสือพิมพ์ของยุค : นิวยอร์ค เวิร์ลด ของโจเซฟ พูลิตเซอร์ และนิวยอร์ค เจอร์นัลด์ ของแรนดอล์ฟ เฮิรสต์ การเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1895 โจเซฟ
พูลิตเซอร์ พิมพ์หนังสือการ์ตูนเป็นเด็กชายภายในเสื้อนอนสีเหลืองชื่อ “เยลโล คิด” จากนั้น แรนดอล์ฟ
เฮริสต์ได้เข้าหานักสร้างการ์ตูน และใช้ภายในหนังสือพิมพ์ของเขา ข้อวิจารณ์ ณ นิวยอร์ค เพรส ภายในความพยายามทำให้ละอายวิถีทางภาษาตื่นเต้นของหนังสือพิมพ์ สร้างถ้อยคำ หนังสือพิมพ์ เยลโลคิด ตามชื่อการ์ตูน
จากนั้นถ้อยคำทำให่สั้นลงเป็น หนังสือพิมพสีเหลือง
สงครามสเปน-อเมริกา มักจะอ้างเป็น สงครามสื่อครั้งแรก ระหว่าง ค.ศ 1890 หนังสือพิมพ์ที่นำเสนอด้านเร้าใจเกินไป – และบางครั้งแม้แต่ผลิต – เหตุการณ์เหมือนละคร เป็นพลังอำนาจที่ช่วยขับเคลื่อนอเมริกาเข้าสู่สงครามกับสเปน นำโดยเจ้าของหนังสือพิมพ์ วิลเลียม แลนดอล์ฟ เฮิรสต์ และโจเซฟ พูลิตเซอร์ หนังสือพิมพ์ใช้ละครน้ำเน่า การพูดเกินความจริง และเรื่องรักใคร่ ขายหนังสือพิมพิมพ์เป็นล้านฉบับ
ถ้อยคำถูกสร้างภายในกลาง ค.ศ 1890 แสดงหนังสือพิมพใช้ภาษาที่ทำให้ตื่นเต้นภายในสงครามการขายหนังสือพิมพ์ระหว่างนิวยอร์ค เวิร์ลดของโจเซฟ
พูลิตเซอร์และนิวยอร์ค เจอร์นัลด์ของแรนดอล์ฟ เฮิรสต์ สงครามถึงจุดสูงสุดจาก ค.ศ 1895 ถึง ค.ศ 1898 และการใช้ทางประวัติศาสตร์มักจะอ้างถึงเฉพาะต่อช่วงเวลานี้ ทั้งสองหนังสือพิมพ์ได้ถูกกล่าวหาการใช้ภาษาตื่นเต้นกับข่าว เพื่อที่จะขับเคลื่อนจำนวนขายหนังสือพิมพ์ สไตล์ที่กลายเป็นรู้จักกันเป็นหนังสือพิมพ์สีเหลือง
ริชาร์ด เอ้าท์คอลท์ ได้วาดภาพตลกแก่วารสารเอ็นวายส์ ทรูธ เมื่อ ค.ศ 1894 นิวยอร์ค เวิรลด์ของโจเซฟ พูลิตเซอร์ ได้พิมพ์ใหม่เป็นการ์ตูน เยลโลคิด เมื่อ ค.ศ 1985 ปรากฏประจำสัปดาห์ มักจะใช้เต็มหน้าภายใต้ชุดโฮเกน เยลโลคิดมีหัวล้านและหูใหญ่ เขาใส่กางเกงนอนสีเหลืองด้วยคำสนทนาเขียนบนมัน เขามีชื่อว่ามิคกี้ ดูเเกน
ถ้อยคำหนังสือพิมพ์สีเหลืองมาจากหนังสือการ์ตูนของนิวยอร์ค เวิรลด์ เรียกว่า “Hogan’s Alley” ตัวแสดงใส่ชุดสีแหลืองชื่อ เยลโล คิด : เด็กสีเหลือง
ด้วยความมุ่งหมายที่จะเเข่งขันกับนิวยอร์ค เวิรลด์ของโจเซฟ พูลิตเซอร์ภายในทุกทาง แรนดอล์ฟ เฮิรสต์ ได้ลอกเลียนแบบการใช้ภาษาที่ตื่นเต้นของโจเซฟ พูลิตเซอร์ และเเม้แต่การจ้างนักศิลปะของโฮเกน ริชาร์ด เอ้าท์คอลท์ จากนิวยอร์ค เวิรลด์ ในไม้ช้าหนังสือพิมพ์ที่ใช้ภาษา
ตื่นเต้นของ ค.ศ 1890 ได้กลายเป็นการเเข่งขันระหว่าง เยลโล คิด และสไตล์
ของหนังสือพิมพ์ได้ถูกสร้่างถ้อยคำว่า หนังสือพิมพสีเหลือง หนังสือพิมพ์สีเหลืองเหมือนเช่นนิวยอร์ค เจอรนัลด์ และนิวยอรค เวิรลด์ ได้อาศัยการพาดหัวภาษาที่ตื่นเต้นขายหนังสือพิมพ์
เยลโล คิด มีชื่อเสียงต่อการเชื่อมโยงของมันกับการสร้างถ้อยคำหนังสือพิมพ์สีเหลือง ความคิดของการใช้ภาษาตื่นเต้นเพื่อการขายหนังสือพิมพ์ และใช้ชื่อตามการ์ตูน เด็กสีเหลือง เยลโล คิด สร้างและวาดโดยริชารด เอ้าท์คอลท์
ภายในหนังสือการตูน “Hogan’s Alley”
เมื่อ ค.ศ 1897 อดอล์ฟ ออส ได้สร้างสโลแกนที่มีชื่อเสียง “ข่าวทุกข่าวเหมาะสมที่จะพิมพ์” ยังคงปรากฏอยู่บนหัวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์วันนี้ เขาได้เขียนสโลแกนเป็นการประกาศความมุ่งหมายของหนังสือพิมพ์รายงานข่าวอย่างไม่ลำเอียง และยืนยันการรายงานข่าวที่ยืนหยัดกับคำสัญญานี้ ทั้งที่การขาดเงินทุนเริ่มแรก เขาไม่ยอมการโฆษณาที่เขามองว่าไมซื่อสัตย์หรือรสนิยมไม่ดี
ถ้อยคำเจ็ดคำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดภายในหนังสือพิมพ์อเมริกัน ยึดพื้นที่อย่างถาวร 115 ปีที่ผ่านมาบนมุมซ้ายบน หรือหูซ้ายของหัวนิวยอร์ค ไทม์ คำขวัญปรากฏอยู่หน้าเเรกของหนังสือพิมพ์ ถ้อยคำได้ถูกชื่นชมเป็นคำแถลงภารกิจไรักาลเวลา แปลความหมายเป็นเสียงร้องเพื่อหนังสือพิมพ์ที่ซื่อสัตย์
ความสำเร็จของอดอล์ฟ ออสกับนิวยอร์ค ไทม์ยังคงเป็นมรดกของเขา และผลกระทบอย่างต่อเนื่องของเขาต่อโลก ทายาทของเขา สมาชิกของครอบครัว ซัลซ์เบอร์เกอร์ ได้รักษาบทบาทที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องภายในการทำหนังสือพิมพ์ และภายในการรักษามาตรฐานที่สูง รายละเอียด และครอบคลุมกว้างขวางระหว่างประเทศและข่าวอเมริกันไว้อย่างสม่ำเสมอ ถ้าใครที่เดินตามออสภายในวงการนี้จะสืบทอดหลักการศีลธรรมจากครอบครัวและศาสนาของพวกเขาต่อไป และทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โลกย่อมจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน
อดอล์ฟ ออส ได้เริ่มต้นอาชีพหนังสือพิมพ์ของเขาเมื่ออายุ 11 ปี ออกจากโรงเรียนกลายเป็นผู้ช่วยของช่างพิมพ์ ตอนอายุ 19 ปี เขาได้ยืมเงิน 800 เหรียญ ซื้อซัตตานูก้า ไทม์ กลายเป็นผู้จัดพิมพ์ เมื่อ ค.ศ 1896 ตอนอายุ 36 ปี
ออส ได้ยืมเงินอีกครั้งหนึ่งซื้อนิวยอร์ค ไทม์ หนังสือพิมพ์ขาดทุนที่มีคู่แข่งขันหลายรายภายในนิวยอรค ซิตี้
อดอล์ฟ ออส เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ 1935 และสืบทอดเป็นผู้จัดพิมพ์โดยลูกเขยของเขา
อาเธอร์ เฮยส์ ซอลซ์เบอร์เกอร์ ภายใต้ความเป็นผู้นำของเขา และลูกเขยของเขาและผู้สืบทอด ออร์วิล ดรายโฟส์ หนังสือพิมพ์ได้ขยายตัวความกว้างและการเข้าถึงของพวกเขา ภายหลังสองปีเท่านั้นเป็นผู้จัดพิมพ์ ดรายโฟส์ เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ 1963 และสืบทอดโดยพี่เขยของเขา อาร์เธอร์ ออส “พันช์”
ซอลซ์เบอร์เกอร์ บริหารไทม์จนกระทั่ง ค.ศ 1992 และขยายตัวหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง เมื่อ ค.ศ 1992 “พันซ์” ซอลซ์เบอร์เกอร์ ได้ก้าวลงจากผู้จัดพิมพ์ ลูกชายของเขา อาเธอร์ ออส ซอลซ์เบอร์เกอร์ จูเนียร์ สืบทอดเขาเป็นผู้จัดพิมพ์ครั้งแรก และจากนั้นเป็นประธานกรรมการเมื่อ ค.ศ 1997 นิวยอร์ค ไทม์ เป็นหนังสือพิมพ์สุดท้ายที่รับเอาการถ่ายภาพสีไว้ ด้วยภาพสีครั้งแรกบนหน้าแรกปรากฏเมื่อ 16 ตุลาคม 1997
ความทรงจำอย่างหนึ่งสามารถถูกพบได้ภายในสำนักงานใหญ่ของนิวยอร์ค ไทม์ นาฬิกาลูกตุ้มขนาดใหญ่โอ่อ่าสูง 8 ฟุตนำเสนอแก่ออสโดยพลเมืองของชาตตาโนก้า ตั้งติดผนังภายนอกห้องประชุมคณะกรรมการบริษัทบนชั้นที่สิบหก

วอชิงตัน โพสต์ และนิวยอร์ค ไทม์ ทั้งสองเป็นหนังสือพิมพ์อเมริกันของประวัติศาสตร์ – หนังสือพิมพ์อเมริกันอื่นของประวัติศาสตร์เป็นลอส เเอนเจลิส ไทม์ และวอลล์ สตรีท เจอรนัลด์ ทั้งสองมีประวัติเรื่องราวด้วย นิวยอรค ไทม์ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1851 และได้ 117 รางวัลพูลิตเซอร์ วอชิงตัน โพสต์ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1877 และได้ 47 รางวัลพูลิตเซอร์ นิวยอรค ไทม์ มีครอบครัวรุ่นที่ห้าเป็นเจ้าของ ในขณะที่วอชิงตัน โพสต์ มีเจฟฟ์ บีซอส เป็นเจ้าของกระเป๋าลึก
และข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยี แต่กระนั้นทั้งสองยังคงเป็นคู่แข่งขันกันอยู่
นับตั้งแต่ ค.ศ 1951 นิวยอร์ค ไทม์ ได้เป็นเรื่องราวการรายงานพื้นที่จากทั่วโลกไม่มีใครเล่ามาก่อน เราเล่าเรื่องเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ภารกิจของเราที่จะเเสวงหาความจริงและช่วยบุคคลเข้าใจโลกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
นิวยอร์ค ไทม์ได้ใช้นักข่่าวจากทุกมุมโลกมานานตีแผ่เรื่องราวที่รับรู้ บางครั้งด้วยความเสี่ยงภัยส่วนบุคคล ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นักข่าวนิวยอร์ค ไทม สองคน ฮาโรลด์ เดนนี ภายในอัฟริกาเหนือ และออตโต โทลิชูส ภายในญี่ปุ่น ถูกจับเป็นนักโทษสงคราม โทลิชูส ถูกทรมานและกล่าวหาทำจารกรรม ทั้งสองได้ถูกปล่อยตัวในที่สุด
ซิดนีย์ ชานเบิรก และดิธ ปราน ช่างภาพข่าวของนิวยอร์ค ไทม์ยังคงอยู่ภายในเขมรเมื่อมันตกอยู่ภายในการปกครองของเขมรแดง ความร่วมมือร่วมใจของพวกเขานำไปสู่รางวัลพูลิตเซอร์ และภาพยนตร์เสนอชื่อรางวัล
ออสการ์ “The Killing Fields”
ซิดนีย์ ชานเบิรก ผู้รายงานความโหดร้ายของเขมรแดง ได้เสียชีวิตจากโรคหัวใจวายอายุ 82 ปีภายในนิวยอร์ค เขาเป็นหนึ่งของป็นนักข่าวตะว้นตกไม่กี่คนอยู่เบื้องหลังเมื่อเขมรตกอยู่ภายใต้ความเป็นเผด็จการที่โหดร้าย ซิดนี่
ชานเบิรก เป็นนักข่าวที่กล้าหาญ แดน บาเควท บรรณาธิการบริหารของไทม์ พูดภายในคำแถลง
เขาเป็นส่วนหนึ่งของรุ่นการสื่อข่าวสงครามที่ทำให้อเมริกาเข้าใจอะไรเกิดขึ้นอย่างแท้จริงภายในเวียตนามและเขมร เมื่อกองโจรคอมมิวนิสต์ได้ยึดครองเมืองหลวงพนมเปญของเขมรเมื่อ ค.ศ 1975 ไทม์ ได้กล่าวว่าชานด์เบิรกและ
ผู้ช่วยของเขา ดิธ ปราน ปฏิเสธความต้องการของบรรณาธิการของพวกเขาให้อพยพ
ชานดเบิรก และดิธ ปราน ได้ถูกจับโดยกองโจร แต่ต่อมาได้หลบหนีไป
สถานฑูตฝรั่งเศส ดิธ ปราน ได้ถูกขับไล่ และเข้าร่วมพลเมืองหลบหนีภายในชนบท สองสัปดาห์ต่อมาซิดนี่ย์ ชานดเบิรกได้อพยพมาไทย รายงานการฆ่าหมู่และการขับไล่บุคคลหลายล้านคนตามเส้นทาง
ซิดนี่ย์ ชานเบิรก ชนะรางวัลพิลิตเซอร์จากการทำข่าวการสูญเสียการปกครองของลอนนอลแก่เขมรแดงภายในเขมรเมื่อ ค.ศ 1970 ความรับผิดชอบต่อการรอดชีวิตของเพื่อนร่วมงานของเขาระหว่างการฆ่าหมู่หลายล้านคนได้บันดาลใจภาพยนตร์ “The Killing Fields”
นิวยอรค ไทม ก่อตั้งเป็นนิว-ยอรค เดลี่ ไทม์เมื่อ ค.ศ 1851 โดยนักหนังสือพิมพ์และนักการเมือง เฮนรี่ เรย์มอนด์ และนายธนาคารก่อนหน้านี้ จอร์จ โจนส์ เมื่อ ค.ศ 1857 หนังสือพิมพ์ได้ทำให้ชื่อของพวกเขาสั้นลงอย่างเป็นทางการ เดอะ นิวยอร์ค ไทม์ ขีดภายในชื่อเมืองได้ถูกทิ้งไปเมื่อ ค.ศ 1896 ความมุ่งหมายเริ่มแรกต้องการพิมพ์หนังสือพิมพ์ทุกเช้า ยกเว้นวันอาทิตย์ แต่กระนั้นระหว่างสงครามกลางเมือง นิวยอร์ค ไทม์ได้เริ่มต้นพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ด้วย
หนังสือพิมพนิวยอร์ค ไทม์ พิมพ์จากอาคาร ณ 229 ถนนสายที่ 43 ตะวันตก ภายในแมนฮัตตันตั้งแต่ ค.ศ 1913 จน ค.ศ 2007 ดังนั้นนิวยอร์ค ไทม์ได้ถูกเรียกว่า “The Old Lady of 43rd Street” สะท้อนชื่อเล่นของธนาคารกลางอังกฤษที่ใช้มานาน ไทม์
ได้ถูกเรียกชื่อเล่น “สุภาพสตรีสีเทา” ของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ตั้งแต่ ค.ศ 1950
ชื่อเล่นหมายถึงความยิ่งใหญ่เฉพาะ ความรู้สึกของความรับผิดชอบ การครอบครองคุณธรรมที่สูง
ไทม์ได้ถูกมองมานานภายในอุตสาหกรรมว่าเป็น “หนังสือพิมพ์ของการบันทึก” ของประเทศ อาร์เธอร์ ออส ซอลซ์เบอร์เกอร์
จูเนียร์ ครอบครัวของเขาควบคุมหนังสือพิมพตั้งแต่ ค.ศ 1896 เป็นทั้งผู้จัดพิมพ์และประธานกรรมการบริษัท
เมื่อ ค.ศ 1896 อดอล์ฟ ออส ผู้จัดพิมพ์ของ เดอะ ชัตตันนูกา ไทม์ ได้ซื้อ
นิวยอรค ไทม์ และเมื่อ ค.ศ 1987 ได้สร้างถ้อยคำสโลแกนของหนังสือพิมพ์์
“ข่าวทุกข่าวเหมาะสมที่จะพิมพ์” ถูกแปลความหมายอย่างกว้างขวางเป็นการกระทุ้งต่อหนังสือพิมพ์เเข่งขันกันภายในนิวยอร์ค ซิตี้ ภายใต้การนำทางของเขา นิวยอร์ค ไทม์ ได้บรรลุขอบเขตระหว่างประเทศ จำนวนพิมพ์ และชื่อเสียง
นิวยอร์ค ไทม์ เป็นหนังสือพิมพ์พิมพ์ภายในนิว ยอรค ซิตี้ และกระจายระหว่างประเทศ พวกเขาเป็นเจ้าของโดยเดอะ นิวยอร์ค ไทม์ คอมพานี พิมพ์ 15 หนังสือพิมพ์อื่นรวมทั้ง
อินเตอร์แนชั่นแนล เฮอรัลด์ ทรีบูน และบอสตัน โกรบ และได้ให้ชื่อของ
พวกเขาแก่ไทม์ สแควร์ ที่มีชื่อเสียงภายในแมนฮัตตัน
ไม่เพียงแต่เป็นหนังสือพิมพ์ใหญ่ที่สุดในแง่ของจำนวนพิมพ์ นิวยอร์ค ไทม์ มีอิทธิพลสูงมากทั้งภายในอเมริกาและทั่วโลก ผู้ชนะเกือบ 100 รางวัลพูลิต
เซอร์ ด้วยมาตรฐานที่สูงอย่างสม่าเสมอ และบทบรรณาธิการที่เฉียบคม และครอบคลุมระหว่างประเทศอย่างกว้างขวางด้วย ดังนั้นเว็บไซต์ของพวกเขา
ได้กลายเป็นหนึ่งปลายทางข่าวอินเตอร์เน็ตแก่ผู้อ่านลำดับสูงสุดทั่วโลก
สโลแกนที่มีชื่อเสียงของโลกพิมพ์บนมุมซ้ายของหน้าแรกอยู่เสมอคือ “ข่าวทุกข่าวเหมาะสมที่จะพิมพ์”
นิวยอรค ไทม์ ได้พัฒนากลยุทธ์ของพวกเขาให้ทันสมัย บนพื้นฐานทั้งสองการเป็นสมาชิก – ทั้งพิมพ์และดิจิตอล และการโฆษณา – ทั้งพิมพ์และดิจิตอล
นิวยอร์ค ไทม์ ได้บริหารการเปลี่ยนแปลงไปสู่โมเดลการเป็นสมาชิกได้บรรลุความสำเร็จตลอดมา เมื่อ ค.ศ 2017 รายได้จากการเป็นสมาชิกบนพื้นฐานพิมพ์ ได้ลดลง ในขณะที่การเป็นสมาชิกบนพื้นฐานดิจิตอลได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก นิวยอร์ค ไทม์ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่โมเดลธุรกิจการเป็นสมาชิกดิจิตอล

วอชิงตัน โพสต์ สร้างวีรบุรุษเหมือนเช่นวูดวาร์ด เบิรนสไตล์ เบน แบรดลี และ
แคธลีน เเกรม ได้กลายเป็นตำนานด้วยตัวมันเอง ตามวารสารไทม์ การสมัครเข้าคณะ
นิเทศน์ศาสตร์ได้สูงขึ้นตลอดเวลาภายใน ค.ศ 1974 เนื่องจากชื่อเสียงของผู้ชายและผู้หญิงของหนังสือพิมพ์ ได้รับเป็นวีรบุรุษอเมริกันต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
ภายหลังจากวอเตอร์เกต แคธลีน แกรม ได้ย้ายไปเป็นซีอีโอของวอชิงตัน โพสต์ คอมพานี ตรงที่เธอดำรงอยู่จนกระทั่งเกษียณ์เมื่อ ค.ศ 1991 ลูกชายของเธอ โดนัลด์ แกรม ได้ครอบครองบทบาทของเธอ และเป็นผู้จัดพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ด้วย
ระหว่างการดำแหน่งของดอน แกรม หลานสาวของเขาและหลานสาวของ
แคธลีน แกรม แคธลีน เวย์เม้าธ์ กลายเป็นที่ปรึกษากฏหมายของโพสต์ เวย์
เม้าธ์ ได้ยึดครองความเป็นผู้นำจากลุงของเธอเมื่อ ค.ศ 2008 ก่อนการตกต่ำทาง
เศรษฐกิจรุนเเรง ทุบหนังสือพิมพ์ไปสู่ขอบของการสูญสลาย ด้วยการทำลายการโฆษณาและรายได้การขายหนังสือพิมพ์ การลุกขึ้นของสื่อใหม่ เราเรียกกันวันนี้ว่าสื่อสังคม ไม่ได้ช่วยเหลือเลย หนังสือพิมพ์ตีพิมพ์กำลังตาย ดังนั้นทำไมเจฟฟ์ บีซอส ลงทุนหลายล้านเหรียญภายในวอชิงตัน โพสต์
แคธลีน เวย์เม้าธ์ ได้ลาออกภายหลังเธอขายวอชิงตัน โพสต์แก่เจฟฟ์ บีซอส จากอเมซอน มันได้ถูกประเมินว่าความร่ำรวยส่วนบุคคลของเจฟฟ์ บีซอส สามารถสนับสนุนเงินทุนหนังสือพิมพ์นานกว่า 200 ปีโดยไม่รายได้ภายนอก
อื่นใดเลย นักศึกษานิเทศน์ศาสตร์ในอนาคตจะศึกษาเจฟฟ์ บีซอส วางตำแหน่งใหม่หนังสือพิมพ์อย่างไร แคธลีน แกรม ไม่อาจจะมองเห็นการวาง
ตำแหน่งใหม่ของมรดกของครอบครัวของเธอ เมื่อเธอได้เสียชีวิตไปเมื่อ ค.ศ 2001
โดนัลด์ เเกรม บุตรชายของผู้จัดพิมพ์ตำนานของวอชิงตัน โพสต์ แคธลีน แกรม เป็นบุคคลเเรกที่แนะนำเจฟฟ์ บีซอสซื้อโพสต์ เขาคิดว่าเจฟฟ์ บีซอส
เป็นผู้ซื้อที่เป็นแนวโน้ม เจฟฟ์ บีซอสได้คัดค้านความคิด เขาไม่สนใจภายในการลงทุนนี้ โดยประวัติของเจฟฟ์ บีซอสเอง เขาไม่ได้มองที่จะซื้อหรือลงทุนภายในหนังสือพิมพ์เลย เขาไม่มีความรู้ของหนังสือพิมพ์
โดนัลด์ แกรม ได้เตือนเขาว่ามันไม่ได้เป็นความเชี่ยวชาญหนังสือพิมพ์ แต่เป็นความเชี่ยวชาญอินเตอร์เน็ต เจฟฟ์ บีซอส กล่าวว่า เขาจะพิจารณมัน ผมต้องทำการค้นหาจิตวิญญานบางอย่าง นี่คือบางสิ่งบางอย่างที่ผมจะต้องยุ่งเกี่ยวหรือไม่ ถ้าผมตัดสินใจทำมัน ผมต้องทุ่มเทหัวใจภายในมัน การเงินของธุรกิจไม่มีทีท่าจะดีขึ้น
เจฟฟ์ บีซอส ยอมรับว่าธุรกิจยุ่งเหยิง ธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูง มันกำลังตกเลือดเงิน มันไมใช่ปัญหาการดำเนินงานภายใน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม อินเตอร์เน็ตเพียงแค่เซาะข้อได้เปรียบของหนังสือพิมพ์ท้องที่ วอชิงตันโพสต์เป็นสถาบันที่สำคัญหรือไม่ เจฟฟ์ บีซอส ได้เริ่มต้นคิดเกี่ยวกับ
ความหมายเบื้องหลังการเป็นสถาบันของโพสต์ การสิ้นสุดของสถาบันนี้สำคัญไหม เมื่อผมเริ่มต้นคิดเกี่ยวกับมันตามวิถีทางนี้ ผมเริ่มต้นรับรู้ว่านี่เป็นสถาบันที่สำคัญ มันเป็นหนังสือพิมพ์ของเมืองหลวงของประเทศสำคัญที่สุดภายในโลก วอชิงตัน โพสต์ มีบทบาทสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อที่แสดงภายในระบบประชาธิปไตย ไม่มีข้อสงสัยเลยภายในจิตใจผมเกี่ยวกับสิ่งนี้
เจฟฟ์ บีซอส เข้ามาวอชิงตัน โพสต์ ด้วยกระเป๋าที่ลึก เขากล่าวว่า เราไม่ต้องกลัวต่อการทดลอง การคิดถึงระยะยาว หยุดครางว่าเว็บไซต์ยึดการพิมพ์จากเราไป มองที่โมเดลธุรกิจใหม่ของเรา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







