INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คดี “คาช็อกกี” คืบหน้าถึงไหน

เกษม อัชฌาสัย

ต่อไปนี้เป็นการเขียนตามรายงานข่าวของบีบีซี เป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่มีปัญญาอะไร ที่จะไปทำข่าวเอง หาข่าวเอง ตามที่ถูกปรามาศมาแล้วหลายหน นั่นแหละครับ

เขียนตามข้อมูลเท่าที่จะหามาได้ ด้วยการ “ลอกกากตำรา” เขามาเหมือนๆ กับที่เคยกระทำ(เป็นส่วนใหญ่)เกือบทุกครั้ง ในหลายสิบปีมานี้

คงจะน่าสนใจครับ ที่วันนี้ จะติดตามดูว่า คดีฆาตกรรมนักข่าวอาหรับผู้โด่งดัง “จะมาล คาช็อกกี” (หรือ “คอชุกญี” ก็แล้วแต่จะเรียก) เดินหน้าไปถึงไหนแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้สื่อมวลชนแห่งรัฐของซาอุดีอาระเบียรายงานว่า การดำเนินคดีผู้ต้องหารวม ๑๑ คน ในจำนวนนี้มีอยู่ห้าคนจะถูกเสนอชื่อ ให้ลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต

ซึ่ง “ตีความ” ได้ว่า จำเลยห้าคน ที่ถูกตั้งข้อหารุนแรงที่สุด ให้ลงโทษประหารตายตามกันนั้น จะต้องมีหลักฐานแน่นหนา เป็น”ผู้สบคบร่วมมือฆ่า”อย่างชัดเจนแน่นอน

แต่ตัวการสำคัญคือ “ผู้ที่ออกคำสั่งฆ่า” ตามที่สื่อมวลชนสากลทั่วไปตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะเป็นมกุฎราชกุมาร “มุฮัมมัด บิน ซัลมาน” ผู้ทรงอำนาจสูงสุดของซาอุดีอาระเบียนั้น จะไม่ถูกดำเนินคดี เป็นที่แน่นอน อีกเช่นกัน

โดยทางการซาอุดีอาระเบียแถลงปฏิเสธ ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด หลังจากสภาซีเนตหรือสภาสูงของสหรัฐตั้งข้อหาว่า เป็นผู้สั่งฆ่าตัวจริง แต่ทางรัฐบาลสหรัฐ กลับไม่ได้แสดงความสนใจที่จะเอาจริงเอาจัง ในประเด็นนี้ เพราะซาอุดีอาระเบียชาติซึ่งมี “ซัลมาน” ทำหน้าที่ผู้ปกครองสูงสุดในเวลานี้ เป็นตลาดค้า(อาวุธ)ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดของสหรัฐ ไม่สมควรที่จะไปสร้างรอยร้าวใดๆ

ไม่เหมือนกับตุรกี ที่เรียกร้องให้สอบสวนคดีนี้ตามหลักสากลหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ ฐานที่ฆาตกรรมเรื่องนี้เกิดขึ้น ใน “ท้องที่” ของตุรกี ซึ่งหมายถึงสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคมปีที่แล้ว

แต่ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธที่จะส่งตัวผู้ต้องสงสัย ๑๘ คน(จำนวนตามที่ตุรกีอ้าง)ให้ไปขึ้นศาลที่อิสตันบูล

อัยการซาอุฯแถลงว่า “คาช็อกกี” ถูกฆ่า ขณะที่สายลับปฏิบัติการแบบอันธพาล(rogue operation) ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อนำตัวเขา กลับไปซาอุดีอาระเบีย

การใช้ถ้อยคำที่ว่า “ปฏิบัติการแบบอันธพาล” หมายความว่าอย่างไร ในรายละเอียดนั้น ก็ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน

จากนั้นแล้ว ก็ไม่มีรายละเอียดแจกแจง จากสื่อมวลชนของทางการซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม นอกจากข้อมูลที่ว่า “จำเลยทั้งหมดไปปรากฏตัวในศาลพร้อมทนายแก้ต่าง ขอเอกสารคำฟ้องและระยะเวลาไปพิจารณาตรวจสอบคำฟ้อง โดยไม่ระบุว่าศาลนัดครั้งต่อไปเมื่อไร และไม่มีการระบุด้วยว่า จำเลยเป็นใครและชื่ออะไรบ้าง” ซึ่งตามปกติในการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมสากลนั้น จะต้องระบุชัดเจน และไม่ปกปิดเป็นความลับ

ถามว่า ทางการซาอุฯแจ้งข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ เกี่ยวกับคดีนี้ อย่างไรบ้าง

ตอบว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รองอัยการสาธารณะแห่งซาอุดีอาระเบีย “ชาลาอัน บิน รอจิห์ ชาลาอัน” แถลงว่าพนักงานสอบสวนสรุปว่า “เจ้าหน้าที่ข่าวกรองคนหนึ่งสั่งให้ฆาตกรรม คาช็อกกี” ด้วยการฉีดสารพิษและเหตุเกิดขึ้นในสถานกงสุล

“ชาลาอัน” ยังกล่าวด้วยว่า “เจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้รับมอบหมายภารกิจให้ชี้ชวน” คาช็อกกี “กลับซาอุดีอาระเบียและเล่าต่อไปว่า ได้มีการแยกศพ “คาช็อกกี” ภายในอาคารของสถานกงสุล จากนั้น ก็มอบชิ้นส่วนซากศพไปให้ “ผู้ร่วมมือ” ท้องถิ่น ณ นอกพื้นที่สถานกงสุลและก็ยังไม่พบซากชิ้นส่วนเหล่านั้น”

ถามว่าผู้ต้องหาในคดีทั้งหมด เป็นใครมาจากไหน หลังจากที่ตุรกีเปิดผยว่า ทั้ง ๑๕ คนเป็นสายลับของซาอุฯ ทั้งนี้จากหลักฐานการเดินทางเข้าและออก ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

แต่ก็ไม่รู้ว่า บรรดาบุคคลที่ว่า เป็นบุคลเดียวกัน กับผู้ที่ถูกดำเนินคดีในกรุง “ริยาด” หรือไม่ เพราะไม่มีการเปิดเผยให้ชัดๆ

แต่ก็มีอยู่คนหนึ่ง ที่ไม่ปรากฏว่าถูกดำเนินคดี คนๆ นั้น ก็คือ มกุฎราชกุมาร “ซัลมาน” หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “เอ็มบีเอส” ซึ่งตามข่าวตะวันตกเชื่อกันว่า เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรม “คาช็อกกี” ตัวจริง

ทั้งนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่ของทางการสหรัฐ ต่างพากันพูดตรงกันว่า “ปฏิบัติการเช่นนี้ จะต้องได้รับอนุมัติจากมกุฎราชกุมาร คนเดียวเท่านั้น”

ตัว “เอ็มบีเอส” เองก็ปฏิเสธว่าไม่มีบทบาทใดๆ ต่อปฏัติการที่เขาเรียกว่า “อาชญากรรมอันชั่วร้ายและไม่เป็นธรรม เช่นนี้”

ในการนี้ สหรัฐในฐานะชาติอภิมหาอำนาจประชาธิปไตย ซึ่งเชิดชูสิทธิเสรีภาพเหนือสิ่งอื่นใด ตลอดระยะเวลาที่สถาปนาประเทศมา ก็ได้แสดงปฏิกิริยา ต่อต้านการสังหาร ที่แสนโหดเหลือที่จะรับได้นี้ โดยสั่งลงโทษชาวซาอุฯ ๑๗ รายที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมทั้งทางทางตรงและอ้อม ด้วยการ อายัดทรัพย์(ในอำนาจของสหรัฐ)และห้ามเข้าประเทศ

ในจำนวนนี้ มีอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ “เอ็มบีเอส” มีชื่อว่า “ซาอุด อัล กอฏอนี”

“แฟรง การ์ดเนอร์”ผู้สื่อข่าวบีบีซี ฝ่ายความมั่นคง ตั้งข้อสงสัยในเชิงวิเคราะห์ว่า “คำถามจากหลายคนต่อการดำเนินคดีนี้ก็คือ เรื่องราวของ”คาช็อกกี”จะถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใสหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า เขาตายอย่างไร”

ทั้งนี้ สังเกตจากประวัติการดำเนินคดีในอดีตที่ผ่านๆ มา ซาอุดีอาระเบีย มักจะมีแนวโน้มไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด

หรือถ้าจะกล่าวกันให้ชัดเจนก็คือ มาตรฐานการดำเนินคดีของซาอุดีอาระเบีย ยังห่างไกลจากระบบยุติธรรมสากล

กลุ่มสิทธิมนุษยชนซึ่งพากันเรียกร้องให้สหประชาชาติลงมือสอบสวนคดีฆาตกรรม”คาช็อกกี”เอง ออกมาวิจารณ์ว่า หลักการสอบสวนของซาอุฯที่ว่า”ไม่ฝักใฝ่เข้าข้างฝ่ายใด”นั้น แท้ที่จริงแล้ว มีปัญหาค่อนข้างจะสูง

แม้โดยหลักการของซาอุดีอาระเบียในการดำเนินคดี มักจะอ้างอิงหลัก”ชาริอะห์”หรือหลักกฎหมายอิสลาม ซึ่งอยู่เหนือคำวิจารณ์ใดๆ

เมื่ออยู่เหนือคำวิจารณ์ใด ๆ ก็”แตะต้องไม่ได้” อันนี้ผู้เขียน(เกษม)ว่าเอง

และเมื่อขาดมาตฐานการตัดสิน ตามหลักสากลเสียแล้ว การตัดสินลงโทษแบบพลการ ก็ยากจะหลีกเลี่ยงได้

นี้เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่สมควรรับฟัง ได้หรือใน แค่ไหน ในแง่การดำเนินคดีความ โปรดพิจารณากันให้ถี่ถ้วนครับ

เพราะค่อนข้างจะชัดเจนว่า ผลการตัดสินคดี”คาช็อกกี”เที่ยวนี้ คนที่ถูกลงโทษ จะเป็นแค่เพียง”แพะผู้รับบาป”หาใช่”ตัวการ”ที่สั่งการอย่างแท้จริงไม่

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com