INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วัฒนธรรมสมัยนิยมของอินเดีย ตอนที่ 4

วัฒนธรรมสมัยนิยมของอินเดีย ตอนที่ 4

จรัญ  มะลูลีม

 

นักร้องผู้อยู่เบื้องหลัง

นักร้องที่อยู่เบื้องหลัง (Playback) คือนักร้องที่บันทึกเสียงของตนลงในแผ่นเสียงหรือเครื่องมือการอัดเสียงสมัยใหม่อื่นๆ ผ่านการขยับปากของผู้แสดงซึ่งในอินเดียนักร้องที่อยู่เบื้องหลังเหล่านี้ได้รับความนิยมไม่แพ้ผู้แสดงในภาพยนตร์เช่นกัน

 

นักแต่งเพลงของบอลลีวู๊ด

ผู้เขียนเพลง (Songwriters) หรือผู้อำนวยการดนตรี (Music Directors) อย่างที่นิยมเรียกกันในอินเดีย มักจะเป็นผู้ที่มีรายได้ดีมาก  แต่พวกเขาก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการที่จะเขียนเพลงใหม่ๆ ขึ้นมาให้เป็นที่นิยมในระดับเดียวกับเพลงที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว

โดยส่วนใหญ่พวกเขาจะเขียนเพลงขึ้นมาสำหรับภาพยนตร์และท่าเต้นที่มีดนตรีประกอบอยู่เป็นพื้นฐาน

 

วัฒนธรรมสมัยนิยมในการสื่อสารของอินเดีย

การสื่อสารในที่นี้หมายถึงการแลกเปลี่ยนข่าวสารผ่านการพูด การเขียนหรือการใช้สื่ออื่นๆ

รูปแบบการสื่อสารที่ดีจะมาจาก ผู้ส่งสาร  และผู้ฟังหรือผู้ดูผ่านช่องทางต่างๆ และผลสะท้อนที่ได้รับกลับมา

 

การสื่อสารในอินเดีย

การสื่อสารในอินเดียที่มีลักษณะโดดเด่นและมีความสำคัญต่อความรู้สึกของคนอินเดีย ได้แก่การนำเอาวัฒนธรรมของอินเดียเข้ามามีบทบาทอยู่ด้วย  ทั้งนี้อารมณ์ ภาษากาย (body language) ถือเป็นการแสดงออกที่ความมีสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

คนอินเดียจึงใช้ทั้งการเคลื่อนไหวศีรษะ มือ ฯลฯ ซึ่งมีความสำคัญต่อสารที่พวกเขาสื่อออกไป  ด้วยเหตุนี้การสื่อสารของชาวอินเดียในหลายๆ ทิศทางจึงเป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม (cullural diversity)

 

การสื่อสารกับการแสดงพื้นบ้าน

ประเพณีการแสดงพื้นบ้านก็คือการใช้การแสดงที่มีรากมาจากวัฒนธรรมที่ผ่านมาจากคนรุ่นหนึ่งไปถึงคนอีกรุ่นหนึ่ง

การแสดงพื้นบ้านดังกล่าวเกิดขึ้นและแสดงออกผ่านทางวัฒนธรรมที่ให้ทั้งความบันเทิง   การศึกษาและการโฆษณาถึงความคิดและทัศนคติที่ดำรงอยู่ในสังคมอินเดีย

ในอินเดียประชาชนที่อยู่ในพื้นถิ่นจะมีสื่อเป็นของตนเอง  ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือการสื่อสารที่ทรงอิทธิพลอยู่ในสังคมชนบท

รูปแบบการแสดงพื้นบ้านของอินเดียจะเกิดจากการผสมผสานของบทสนทนา เพลง  การเลียนแบบรวมไปถึงการใช้ศีลธรรมและการสวด

 

การแสดงพื้นบ้าน

เป็นการแสดงที่ใช้ภาษาถิ่นที่สามารถเข้าถึงมวลชนได้โดยตรง   และสามารถเข้าถึงอารมณ์ของคนนับล้านที่ขาดการศึกษาได้    ด้วยเหตุนี้ภาษาที่ใช้อยู่ในเพลงและในละครทั่วไปจึงไม่อาจมีอิทธิพลเท่ากับภาษาถิ่นที่ยังมีความเป็นชนบทอยู่สูง

 

ผลดีของการแสดงพื้นบ้าน

การแสดงพื้นบ้านเป็นการแสดงที่มีผู้ฟังเข้าร่วมจำนวนมาก   มีอิทธิพลอย่างสูงต่อผู้คน  ค่าเข้าชมมีราคาไม่แพง  ความสนใจของผู้ชมก่อให้เกิดความตื่นตัวต่อผู้แสดงที่แสดงความเป็นตัวตนออกมา   เป็นการตอบสนองความปรารถนาของมนุษย์ผ่านการใช้ศีลธรรมร่วมกับความบันเทิง  รักษาและแพร่ขยายรูปแบบประเพณีและวัฒนธรรมของบรรพบุรุษเอาไว้ได้อย่างมีชีวิตชีวา   มีความยืดหยุ่นสูง เป็นการแสดงที่หาดูได้ง่ายและได้รับความบันเทิงโดยคนทุกวัย    เป็นการสร้างความคุ้นเคย   และความใกล้ชิดกับความคิดและจิตใจของผู้คนที่ได้รับมาจากประเพณี  ความเชื่อ ทัศนคติและค่านิยม

เป็นรูปแบบการแสดงที่คุ้นเคย เนื้อหา และภาษาสามารถสร้างภาพที่แจ่มชัดของการสื่อสารที่เกิดขึ้นโดยตรง  ด้วยเหตุนี้จึงไม่พบเครื่องกีดกั้นใดๆ ที่จะมาเป็นอุปสรรคของการแสดงหรือการสื่อสารต่อหน้าผู้ชมได้

รูปแบบของการแสดงพื้นบ้าน

การแสดงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในอินเดียได้แก่ การใช้หุ่น  ละคร ตามาชา (Tamasha) และเนาตันกี (Noutanki) การเล่าเรื่องและการแสดงที่เรียกว่าคีรตานาหรือฮาริกาธา

หุ่น

ในอินเดียการใช้หุ่นถือเป็นการแสดงที่เก่าแก่ เป็นรูปแบบดั่งเดิมของห้องแสดงในอินเดีย   ได้รับความนิยมทั้งในฐานะที่เป็นเครื่องมือการสื่อสารด้านการศึกษาและบันเทิงไปพร้อมๆ กัน

การใช้หุ่นจึงสามารถสื่อสารบทเรียนด้านสุขภาพหรือการสาธารณสุข  การเกษตร การรู้หนังสือ  การงานหรือกิจกรรมของคนหนุ่มสาวในชนบทได้เป็นอย่างดี

มีรูปแบบการแสดงที่ใช้หุ่นอยู่หลายรูปแบบได้แก่ หุ่นเชือก มีถิ่นกำเนิดมาจากรัฐราชสถาน (Rajastan) หุ่นเชิดที่แสดงผ่านการใช้ถุงมือ (Glove puppets) ซึ่งมีที่มาไม่ชัดเจน  หุ่นลวด มีกำเนิดจากรัฐโอริสสา (Orissa)  หรือโอดิสสาในปัจจุบัน  และทมิฬนาฑู  หุ่นเงา (Shadow Pupet) ถือกำเนิดในรัฐเคเรละและโอดิสสา

 

ตามาชา

เป็นการแสดงพื้นบ้านที่ไม่จำเป็นต้องกำหนดเวทีการแสดงและอุปกรณ์ประกอบฉาก   หรือเครื่องแต่งกายเวลาหรือสถานที่เป็นการเฉพาะ  เพราะการแสดงตามาชาจะแสดงผ่านท่าทาง   การเคลื่อนไหวและบทสนทนาเป็นด้านหลัก

เนาตันกี

เป็นละครพื้นบ้านของอินเดียทางตอนเหนือที่แสดงในพื้นที่ที่เป็นเวทีเปิดโล่ง  คำว่าเนาตันกีเป็นชื่อของรานี เนาตันกี แห่งเมืองมุลตาน (Rani Nautanki of Multan) ซึ่งคู่รักของนางปลอมตัวเป็นหญิงเพื่อจะได้เข้ามายังที่พำนักของนางได้

เนาตันกีเป็นบทละครพื้นบ้านที่มีโครงสร้างง่ายๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรันกา (Ranga) หรือสุทราดัรที่เป็นผู้เล่าเรื่องนั่นเอง

 

เรื่องเล่า

เรื่องเล่า (Story Telling) เป็นวิธีการที่ดีที่สุดและใช้กันโดยทั่วไปในฐานะที่เป็นวิธีการสอนในการศึกษาตามอัธยาศัย  การเผยแผ่ศาสนา  การพัฒนาชนบท ฯลฯ

 

 

 

คีรตนาหรือฮาริกาธา

เป็นการแสดงละครที่มาจากผู้แสดงผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถแสดงออกทางอารมณ์และจัดการกับความต่อเนื่องของการแสดงได้เป็นอย่างดี

เชื่อกันว่าการแสดงบทละครดังกล่าวของผู้แสดงที่มีความสามารถเหล่านี้มาจากรัฐการ์ณาตากา และทมิฬ นาฑู   เมื่อ 150 ปีที่แล้ว

การแสดงดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากสำนักคิดบักติ (Bhakti) และแนวคิดของนักคิดอย่างกะบีร (Kabir) และตุการาม (Tukaram)

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com