หลังน้ำท่วมเชียงใหม่

หลังน้ำท่วมเชียงใหม่
ที่เชียงใหม่ เพิ่งจะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมมาเมื่อไม่นานนี้เอง ในช่วงปีแรกๆ ได้ยินข่าวว่าท่วม ๒ ฝั่งแม่น้ำปิงตอนล่าง แถวบริเวณสะพานนวรัตน์ ถนนเจริญประเทศ สันป่าข่อย เรื่อยลงมาแถวหนองหอย อำเภอสารภี ฯลฯ แต่ปีที่ผ่านมานี้ แถบทางตอนเหนือของเมือง ที่อยู่ทางริมฝั่งแม่น้ำปิง และคลองแม่ข่าก็ท่วมด้วย ถึงขนาดเข้าบ้านเรือน และเนื่องจากไม่เคยท่วมมาก่อน ผู้คนแถบนี้จึงไม่ได้ระวังเรื่องน้ำท่วมทำให้เสียหายมาก น้ำที่ท่วมนี้ เป็นน้ำสกปรก มีกลิ่นไม่ดี เพราะทุกบ้านมีบ่อเกรอะซึ่งน้ำต้องท่วม บางบ้าน ฝาบ่อเกรอะปิดไม่แน่นลอยหายไป และอุปกรณ์ในบ่อเกรอะก็ลอยขึ้นมาด้วย เพราะฉะนั้น เวลาน้ำลด ต้องกำจัดหลายอย่างรวมทั้งกลิ่น
การเยียวยาเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ เพราะเสียหายมาก และจำเป็นต้องใช้จ่ายซ่อมแซม หรือหาอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้านเรือนทดแทนในทันที ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนัก และทราบว่าได้เร่งรัดดำเนินการให้แล้ว แต่……. คิดว่าคงไม่จบเพียงแค่นี้ อยากให้รัฐฯมีการวิเคราะห์หาเหตุที่ทำให้น้ำท่วม และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดในปีต่อๆไปด้วย
ตามความคิดของตัวเอง ที่กล่าวกันว่าน้ำท่วมเพราะปริมาณฝนที่ตกหนักคือสาเหตุหลักเป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ฝนหนักคงไม่ได้มีปีนี้ปีเดียว ฝนคงตกต่อเนื่องทุกๆปี และเนื่องจากภูเขาที่เป็นต้นแม่น้ำปิง แถบอำเภอเชียงดาว เคยมีป่าดงดิบคอยชะลอน้ำไม่ให้ไหลเร็วและแรง ตอนนี้ ป่าไม้คงจะลดลงมาก อาจจะเป็นสวนผลไม้ หรือพืชไร่บนไหล่เขา ซึ่งมีช่องให้น้ำไหลบ่าบนพื้นผิว ไม่เหมือนป่าดงดิบที่ชะลอน้ำไว้ได้
“แม่น้ำปิง เกิดจากดอยเชียงดาว ดอยอินทนนท์ ดอยขุนอัน และเทือกเขาขุนตาล ไหลผ่านอำเภอเชียงดาว แม่แตง อำเภอเมืองเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร และ รวมกับแม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน กลายเป็น แม่น้ำเจ้าพระยา ต้นกำเนิดแม่น้ำปิง”(จากกูเกิ้ล)
ควรจะมีมาตรการสำหรับอนาคต ที่รัฐสามารถลงทุน หรือเอกชนร่วมลงทุนได้นั้น เพื่อให้เกิดการชะลอน้ำจากแม่น้ำปิงให้ไหลเข้าเมืองเชียงใหม่ช้าลง แม้เขื่อนที่มีอยู่เพียงพอ แต่..ทั้งนี้ น่าจะมีคลองซอยแยกไปสู่พื้นที่เกษตรเหนือตัวเมือง หรือสร้างอ่างเก็บน้ำที่เรียกว่าแก้มลิง เก็บน้ำไว้เพียงพอชั่วขณะหนึ่งแล้วค่อยๆปล่อยลงมา การทำโครงการเหล่านี้ ถ้าทำได้ จะคุ้มกว่าการเยียวยา ถ้าคิดว่า ตรงที่เคยท่วม ต้องท่วมอีกทุกปี หรืออีกหลายๆครั้ง น้ำท่วมแต่ละครั้ง ทั้งประชาชน และรัฐบาลต้องเสียงบประมาณมหาศาล ไม่คุ้มกัน
สำหรับในละแวกบ้านซึ่งเป็นถิ่นที่อาศัยของผมนอกจากจะอยู่ห่างจากแม่น้ำปิงเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ยังมีคลองแม่ข่าไหลผ่านหลังบ้าน และน้ำจากคลองแม่ข่านี้เองที่ท่วมบ้านทำให้เกิดความเสียหายเพราะ เข้าไปในตัวบ้าน สร้างปัญหาให้กับเรา
“น้ำแม่ข่า” หรือ “คลองแม่ข่า” ลำน้ำธรรมชาติ ที่ก่อกำเนิดจากลำน้ำลำห้วย ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย ไหลผ่านเมือง อ้อมผ่านเวียง “เมืองเชียงใหม่” ที่มีปลายสายน้ำ ไหลลง “แม่น้ำปิง” ด้วยระยะทาง กว่า 30 กิโลเมตร
หากเอ่ยถึง ‘คลองแม่ข่า’ ในปัจจุบัน หลายคนน่าจะนึกถึงทางเดินเลียบคลองสวยๆ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในตัวเมืองเชียงใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ขณะนี้ และเพิ่งได้รับสมญาใหม่ว่าเป็น ‘คลองโอตารุ’ ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่หากย้อนกลับไปถามคนเชียงใหม่เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ทุกคนจะนึกถึงคลองแม่ข่าว่าเป็นแหล่งน้ำเน่าเสีย นั่นคือภาพลักษณ์ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมาสำหรับคนเชียงใหม่
ด้วยภาพสะอาดสะอ้านแปลกใหม่ที่ถูกนำเสนอออกมา ทำให้คลองแห่งนี้กลับมาได้รับความสนใจจากคนเชียงใหม่จำนวนมาก ก่อนจะขยายไปถึงคนจังหวัดอื่นๆ ที่เดินทางมาเที่ยวเดินถ่ายรูปเล่นที่คลองแห่งนี้ ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่เองก็พยายามจัดให้มีกิจกรรมภายในพื้นที่แห่งนี้อยู่สม่ำเสมอ
แม้จะถูกเรียกว่า ‘คลองแม่ข่า’ จนคุ้นชินโดยทั่วไป แต่ความจริงแล้วแม่ข่านั้นถือว่าเป็นสายน้ำจากธรรมชาติ ไม่ใช่คลองที่เกิดขึ้นจากฝีมือการขุดลอกของมนุษย์ คนเชียงใหม่ในอดีตจึงเรียกสายน้ำแห่งนี้ว่า ‘น้ำแม่ข่า
แม่ข่าเป็นสายน้ำที่มีมาก่อนการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่เมื่อ 700 กว่าปีที่แล้ว ลำน้ำสายนี้คือหนึ่งในหลัก ‘ชัยมงคลเจ็ดประการ’ หรือในความเข้าใจปัจจุบันก็คือมีฮวงจุ้ยที่ดี ทำให้พญามังรายตัดสินใจเลือกตั้งเมืองเชียงใหม่ขึ้นที่บริเวณแห่งนี้
น้ำแม่ข่านั้นไหลโอบตัวเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมาถึงบริเวณป้อมหายยา แจ่งกู่เฮือง หรือมุมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของคูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งต่อมามีการขุดลำน้ำแม่ข่าเอาดินขึ้นมาก่อเป็นแนวกำแพงดินโบราณ ซึ่งเป็นกำแพงเมืองชั้นนอกของเชียงใหม่ที่ยังมีร่องรอยให้เห็นถึงปัจจุบัน”(จากกูเกิ้ล)
ก่อนที่คลองแม่ข่าจะไหลโอบตัวเมือง สายน้ำนี้ผ่านรั้วหลังบ้านที่ผมอาศัยอยู่ก่อน จนสงสัยว่า น้ำที่ท่วมบ้านเราจากแม่น้ำปิงหรือที่ไหนกันแน่ ตามที่ทราบตอนที่น้ำท่วมนั้น ตรง ๒ ฟากฝั่งแม่น้ำปิงข้างๆบ้านเราก็ท่วมหมด จึงทำให้สันนิษฐานว่าสายน้ำไหลจากต้นแม่น้ำปิงเป็นสาเหตุหลัก ทั้งนี้อาจจะไหลลงแม่ข่า แล้วล้นข้ามรั้วมาเข้าบ้านเรา
เพี้ยง อย่าให้น้ำท่วมอีกเลย ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๒ นับแต่ครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ และท่วมบ้านผม ถึงขนาดต้องอพยพหนีน้ำไปอยู่แถวใกล้ๆกับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งน้ำท่วมเหมือนกัน แต่แค่รอบๆหมู่บ้าน และตามท้องถนนพออาศัยอยู่ได้ ตอนนั้น คนที่มีบ้านอยู่ด้านนอกรอบๆกรุงเทพฯ ต้องเสียเงินพัฒนาบ้านตัวเองเมื่อน้ำลดแล้ว จำนวนมาก ความคิดติดใจมาตรงที่ ถ้าไม่มีใครไปกั้นน้ำ ให้น้ำไหลผ่านตัวเมืองทั่วกรุงออกไป เป็นการกระจายน้ำ ท่วมคนละเล็กน้อย แต่ไม่ต้องให้คนที่อยู่ต้นน้ำไปจ่ายเงินเป็นหมื่นแสน เพื่อพัฒนาบ้านตัวเองที่น้ำเข้า เพราะน้ำท่วมทั่วไป ไม่เข้าตัวบ้าน ไม่ยุติธรรมกับพวกเขา(เราด้วย)
หวังว่าครั้งที่ผ่านมา คงไม่มีใครไปกั้นน้ำคลองแม่ข่า เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ท่องเที่ยวไว้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง จะเป็นการสร้างกรรมมหาศาล ให้กับบ้านทางตอนเหนือที่น้ำไหลผ่าน รวมทั้งบ้านที่ผมอาศัยอยู่ด้วย ขอจบเรื่องและสุดท้ายนี้ ขอให้มีความสุขกับอากาศที่หนาวเย็น โดยเฉพาะผู่ที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ ถ้าใครเหลียวหลังเห็นผมเดินท่อมๆอยู่แถวนั้น ก็ไม่รู้หรอกว่า เพิ่งท่องน้ำในบ้านมาไม่นานนี้เอง
บู๊ คนเคยหนุ่ม
๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗






