INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ควันหลงหลังการหยุดยิง อิสราเอล-ฮามาส ตอนจบ

ควันหลงหลังการหยุดยิง อิสราเอล-ฮามาส ตอนจบ

จรัญ มะลูลีม

ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ของ P.A.  พยายามหาข้ออ้างที่จะยกเลิกการเลือกตั้งที่ล่วงเลยมายาวนาน  ซึ่งตามเวลาที่ได้กำหนดไว้จะมีขึ้นในเดือนเมษายนปีนี้ (2010) ในดินแดนยึดครองด้วยความหวาดหวั่นว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่ฮามาส

ส่วนบรรดาผู้นำของฮามาสก็มีความต้องการที่จะแสดงให้ประชาชนปาเลสไตน์เห็นว่า  พวกเขาไม่เหมือน P.A. ทั้งนี้เพราะพวกเขามีความสมัครใจที่จะเผชิญกับอาณานิคมอิสราเอล   แม้ว่าจะทำได้อย่างจำกัดก็ตาม

หกวันหลังจากการเตือนอิสราเอลมิให้รุกรานชาวปาเลสไตน์ในชัยค์ ญัรเราะห์  ฮามาสได้ยิงจรวดลูกแรกเข้าสู่นครเยรูซาเลม   ดูเหมือนว่าการตัดสินใจมีขึ้นหลังจากตำรวจอิสราเอลบุกเข้าไปในมัสญิดอัล-อักซออีกครั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม และเผชิญหน้ากับผู้มาละหมาดอย่างรุนแรงที่สุดโดยมีการใช้ทั้งระเบิดขวด  กระสุนยางและแก๊สน้ำตาแก่ผู้มาละหมาดที่มัสญิด

ในการปะทะระหว่างสองฝ่ายที่ตามมา  ชาวปาเลสไตน์นับร้อยคนได้รับบาดเจ็บ  หลายคนบาดเจ็บสาหัสในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนเราะมะฏอน

ชาวมุสลิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวปาเลสไตน์มองการกระทำของเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลว่าเป็นการดูถูกศาสนาและอัตลักษณ์ของพวกเขา

ในเวลานั้นมีความพยายามที่มาอย่างล่าช้าจากรัฐบาล   Natanyahu  ที่จะลดความตึงเครียดลง     ด้วยการขอให้ชาวยิวอยู่นอกบริเวณมัสญิด อัล-อักซอ

ในขณะที่ศาลสูงอิสราเอลก็เลื่อนการรับฟังการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ที่อัล-ญัรเราะห์ออกไป

แต่สามวันต่อมาตำรวจก็เข้าไปบุกบริเวณที่มีมัสญิดตั้งอยู่ใชระเบิดและกระสุนยางต่อต้านชาวปาเลสไตน์ที่มารวมตัวกันอยู่เพื่อปกป้องมิให้กลุ่มฝ่ายขวาอิสราเอลเข้ามา

กลุ่มชาวยิวสุดโต่งอ้างว่าพวกเขามีสิทธิที่จะเข้ามายังมัสญิด อัล-อักซอในฐานะที่บริเวณเดียวกันนี้เป็นที่ตั้งของ Temple Mount ที่ชาวยิวให้การเคารพ

วิธีการปราบปรามอย่างหนักหน่วงที่ตำรวจอิสราเอลนำเอามาใช้กับชาวปาเลสไตน์ไร้อาวุธกลุ่มนี้ถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก    ในเย็นวันเดียวกันจรวดลูกแรกจากกาซ่าได้ตกลงในนครเยรูซาเลม

การยิงจรวดเข้าไปในอิสราเอลของฮามาสเปิดโอกาสให้อิสราเอลหาข้ออ้างที่จะ “ตัดหญ้าในสวน” อีกครั้งหนึ่งอย่างที่นักเขียนชาวปาเลสไตน์   กล่าวถึงฮามาสเอาไว้ใน The New York Times ว่าพรรคการเมืองใดๆ ก็แล้วแต่ที่ครอบครองกาซ่า  จะไม่มีข้อเลือกยกเว้นการตอบโต้รัฐบาลอิสราเอลที่มีต่อชาวปาเลสไตน์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม   รวมทั้งความพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการปฏิเสธสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวปาเลสไตน์ในเดือนเราะมะฏอน

 

การอ้างชัยชนะของทั้งสองฝ่าย

          หลังจากการประกาศหยุดยิงมีขึ้น ซึ่งเป็นความพยายามของนักการทูตอียิปต์  ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างก็รีบประกาศถึงชัยชนะของตน

การหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเป็นการตกลงของ “ทั้งสองฝ่ายและไม่มีเงื่อนไข”

ก่อนหลุดจากอำนาจไม่นาน Natenyahu ออกมาคุยว่าปฏิบัติการของทหารอิสราเอลต่อ “กลุ่มต่างๆ ของผู้ก่อการร้าย” ในกาซ่า “เป็นความสำเร็จที่หาได้ยาก”

ในขณะที่ผู้นำอย่างอิสมาอีล ฮานียะฮ์ (Ismail Haniyah) ของฮามาสอ้างว่าอิสราเอล “ต้องพบกับความเจ็บปวดและการสวนกลับที่รุนแรง ซึ่งจะมีบาดแผลลึกคงเหลือไว้ให้”

โฆษกฮามาสกล่าวว่าการหยุดยิงมาจากเงื่อนไขที่ว่าอิสราเอลต้องยกเลิกการรื้อถอนบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ในบริเวณมัสญิดอัล-อักซอ

ฮานิยะฮ์ กล่าวว่าอิสราเอลประสบความล้มเหลวที่จะรักษาจุดหมายใดๆ ในการรณรงค์ทางการทหารเพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอลในกาซ่าได้

นักการเมืองอิสราเอลหลายคนที่มาจากฝ่ายขวากล่าวว่าการหยุดยิงเป็น “การยอมจำนนที่น่าอับอาย” สำหรับรัฐบาล Netanyahu

ก่อนหน้านี้ท้องถนนของปาเลสไตน์ไม่ค่อยมีการประท้วงเกิดขึ้นมากนัก  หลังจากรัฐบาลสหรัฐย้ายสถานทูตของตนมาอยู่ที่นครเยรูซาเลมในปี 2018 หรือหลังจากรัฐมุสลิมบางรัฐอย่างเช่นสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ บาห์เรน และซูดาน ลงนามข้อตกลงที่เรียกว่า “Abraham Accords” กับอิสราเอลในปี 2020  เพื่อมีความสัมพันธ์ขั้นปกติกับรัฐยิว  แต่ล่าสุดกลุ่มก้อนของชาวปาเลสไตน์ดูเหมือนจะรวมตัวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว

ชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลและในดินแดนยึดครองประสบความสำเร็จในการออกมาเดินขบวนร่วมกันหนึ่งวัน   เพื่อความเป็นปึกแผ่นกับกาซ่าเมื่อการถล่มที่อยู่อาศัยของชาวกาซ่าโดยอิสราเอลดำเนินต่อไป

การรวมตัวกันอย่างหนาแน่นตามท้องถนนในดินแดนยึดครองเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลุกฮือ (intifada) ต่อต้านการยึดครองดินแดนของชาวปาเลสไตน์และนโยบายเลือกปฏิบัติที่รัฐบาลไซออนิสต์ในอิสราเอลกระทำต่อชาวปาเลสไตน์กลับมาอีกครั้ง

ชาวปาเลสไตน์ไม่น้อยกว่า 28 คน ถูกสังหารโดยกองกำลังรักษาความมั่นคงของอิสราเอลในดินแดนยึดครองทั้งหลาย

รูปแบบการแก้ไขปัญหาของชาวปาเลสไตน์ที่แสดงให้เห็นด้วยการเผชิญหน้ากับผู้กดขี่ไม่ได้มีให้เห็นมาตั้งแต่มีข้อตกลงออสโล (Oslo Agreement) แล้ว

“ความเป็นปีศาจ” ของฮามาสในฐานะองค์กร” ผู้ก่อการร้าย” ตามที่ตะวันตกเรียกขานจะไม่แบ่งแยกชาวปาเลสไตน์ออกจากกัน

พวกเขารู้ว่าฮามาสเข้าสู่การต่อสู้เมื่อตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ตึงเครียด  หลังจากชาวอาหรับถูกปราบปรามอย่างหนักตามท้องถนน    โดยกองกำลังของผู้ยึดครองทั้งในนครเยรูซาเลมและเมืองอื่นๆ

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2021 ท่ามกลางการถูกถล่มที่กาซ่าและการที่ชาวปาเลสไตน์ถูกประชาทัณฑ์  โดยม็อบฝ่ายขวาของชาวยิวในดินแดนยึดครองที่เวสต์แบงก์นั้น  ชาวปาเลสไตน์ได้มารวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงการครบรอบปีที่ 73 ของวันนักบะฮ์ (Al-Nakba) หรือวันแห่งความสูญสิ้น

อันเป็นวันที่พวกเขาสูญเสียผืนแผ่นดินให้กับผู้อยู่อาศัยชาวยิวและรัฐอิสราเอลได้รับการสถาปนาขึ้นมา

มิใช่ชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลและในดินแดนยึดครองเท่านั้นที่หวนระลึกถึงการครบรอบปีของการสูญเสียดินแดน

แต่ชาวปาเลสไตน์ในจอร์แดนและเลบานอนก็เดินทางร่วมกันมายังชายแดนของอิสราเอลเพื่อแสดงให้เห็นความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกับภารกิจของชาวปาเลสไตน์ และส่งสารไปยังโลกว่าพวกเขาจะไม่ยอมสูญเสีย”  สิทธิที่จะคืนกลับมา” ยังมาตุภูมิของพวกเขาแต่อย่างใด

แน่ละ การต่อสู้ที่รออยู่ข้างหน้าพวกเขาเป็นภารกิจที่แสนจะยากลำบาก  และยาวนานสำหรับพวกเขา

3 วันหลังการหยุดยิงได้ถูกประกาศออกมา ตำรวจอิสราเอลและยิวสุดโต่งเข้าถล่มบริเวณที่ตั้งมัสญิด อัล-อักซอ อีกครั้ง

หน่วยงานความมั่นคงของอิสราเอลได้เริ่มปราบปรามและจับกุมชาวปาเลสไตน์ที่ออกมาประท้วงการรื้อถอนบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ในชัยค์อัล-ญัรเราะฮ์ อัล-อักซอ และกาซ่า

ในวันที่ 25 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลได้สังหารอะห์มัด ฟาห์ด (Ahmad Fahd) หนุ่มชาวปาเลสไตน์กลางวันแสกๆ ในชานเมือง รามัลลอฮ์ (Ramallah) ของเวสต์แบงก์

ในความขัดแย้งครั้งนี้มีแหล่งข่าวจากนักศึกษาปาเลสไตน์และสำนักข่าวอัลญะซีเราะฮ์ที่รายงานตรงกันว่าจรวดของฮามาสที่ถล่มอิสราเอลนั้นไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นจรวดที่ไม่ต่างไปจากบั้งไฟหรือจรวดปลอมที่มีราคาแค่ลูกละ 30 เหรียญสหรัฐเท่านั้น  แต่ส่วนที่เหลือเป็นจรวดจริง  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นจรวดชนิดใดก็ได้รับการดักจับจาก Iron Dome ทั้งสิ้นซึ่งทำให้เกิดการสิ้นเปลืองจากการคอยตอบโต้จรวดดังกล่าวของฮามาสอย่างมหาศาล  และนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฮามาสอ้างเอามาเป็นหนึ่งในชัยชนะของพวกเขาบวกกับการที่อิสราเอลยอมหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข  ซึ่งความจริงในเรื่องนี้จะมีแค่ไหนเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

รัฐบาลของอิสราเอลกำลังเดินตามนโยบายของอดีตรัฐบาลอาณานิคมที่เข้ามาตั้งอยู่ในดินแดนของผู้อื่นแล้วเข้าปราบปรามประชาชนหรือก่อสงครามกับดินแดนหรือประเทศที่ตนเองยึดครอง   กรณีที่เห็นได้ชัดเจนคือฝรั่งเศสที่เข้ายึดครองแอลจีเรีย  และกว่าแอลจีเรียจะได้รับเอกราชพวกเขาต้องเสียชีวิตไปถึงหนึ่งล้านคนจากน้ำมือของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าโครงการของเจ้าอาณานิคมมักจะพังทลายลงด้วยการแตกแยกในที่สุด

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com